ทุนบุคลากรสายสนับสนุน Staff Mobility ปี 2017

เล่าประสบการณ์ได้ทุนโครงการ Staff Mobility ปี 2017(2560)

โดย สุรัสวดี ดิษฐสกุล

– จะสมัครขอทุนควรทำความรู้จักกับอินโดนีเซียเสียก่อน

เซอลามัต ปากี  เป็นคำทักทายสวัสดียามเช้าแบบชาวอินโดนีเซีย ภาษาของชาวอินโดนีเซีย เราเรียกว่า บาฮาซาล อินโดนีเซีย มีกลุ่มชาติพันธุ์ประมาณ 300 กว่ากลุ่มชาติพันธุ์ และภาษาพื้นเมือง และสำเนียงท้องถิ่น ที่แตกต่างกันถึง 742 ภาษา (https://th.wikipedia.org/wiki/ประเทศอินโดนีเซีย)

ด้านเศรษฐกิจ อินโดนีเซียได้ชื่อว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศที่ส่งออกเครื่องเทศจำนวนมาก มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลกหรือกว่า 251 ล้านคน  มากกว่าไทยเกือบ 4 เท่า และเป็นประเทศที่มีมุสลิมมากที่สุดในโลกด้วย

ด้านการศึกษา อินโดนีเซียไม่มีแผนการเรื่องการแข่งขันกับนานาชาติ หรือการจะเป็นฮับการศึกษาอินเตอร์ในภูมิภาคนี้แต่อย่างใด ต่างจากสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือไทย ด้วยความเป็นชาติแนวหน้าของมุสลิมจึงไม่ให้ความสำคัญกับชาติตะวันตกมากนัก แต่จะเน้นการศึกษาเชิงศาสนาอิสลามเพื่อสร้างบุคลากรเป็นข้าราชการหรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

จุดเด่นอย่างหนี่งด้านการศึกษาของอินโดนีเซียคือเน้นวิชาชีพระดับมัธยมศึกษา ใน 6 กลุ่มสาขา คือ เกษตรกรรมและการป่าไม้ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ธุรกิจและการจัดการ ความเป็นอยู่ของชุมชน การท่องเที่ยว และ ศิลปะหัตถกรรม

ส่วนการศึกษาระดับสูง หรืออุดมศึกษา  เป็นระบบที่คล้ายคลึงกับชาติอื่น ๆ คือระดับปริญญาตรีใช้เวลาเรียน 3-4 ปี ปริญญาโท 2 ปี และปริญญาเอก 3 ปี สถาบันที่ให้การศึกษาระดับสูงนี้มีลักษณะเป็นสถาบันวิชาการ โพลีเทคนิค สถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยอินโดนีเซียได้รับการก่อตั้งในสมัยที่อินโดนีเซียเป็นอาณานิคมหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ ณ กรุงปัตตาเวีย (จาการ์ตาในปัจจุบัน) โดยเริ่มแรกมีฐานะเป็นโรงเรียนฝึกสอนด้านการแพทย์ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์ใหม่สำหรับชาวชวาในขณะนั้น ต่อมารัฐบาลอินโดนีเซียได้ขยายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย โดยวิทยาเขตกลางจาการ์ตาเปิดสอนในคณะแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์ และอักษรศาสตร์ วิทยาเขตโบโกร์เปิดสอนในคณะสัตวแพทยศาสตร์และพืชกรรมศาสตร์ (agronomy) วิทยาเขตบันดุงเปิดสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ วิทยาเขตซูราบายาเปิดสอนในคณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ วิทยาเขตมากัสซาร์เปิดสอนในด้านเศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันวิทยาเขตนอกจาการ์ตาได้ยกระดับเป็นมหาวิทยาลัย เช่น

  • วิทยาเขตบันดุง ยกฐานะเป็นสถาบันเทคโนโลยีบันดุง
  • วิทยาเขตโบโกร์ ยกฐานะเป็นสถาบันการเกษตรโบโกร์
  • วิทยาเขตซูราบายา ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยไอร์ลังกา
  • วิทยาเขตมากัสซาร์ ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยฮาซานุดดิน

มหาวิทยาลัยที่อยู่ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน  มี 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia) ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงจาการ์ต้า มหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา (Universitas Gadjah Mada)ตั้งอยู่ที่ย๊อกจาการ์ตา  สถาบันเทคโนโลยีบันดุง (Institut Teknologi Bandung) ที่เมืองบันดุง และ มหาวิทยาลัยแอร์ลังกา (Universitas Airlangga) ตั้งอยู่ที่เมืองซูราบายา

– โครงการ Staff Mobility และผลการคัดเลือก

โครงการ Staff Mobility ริเริ่มโดยมหาวิทยาลัย ITS – Institut Teknologi Sepuluh Nopember (https://www.its.ac.id/) เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรสายสนับสนุนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการศึกษาดูงานในสายอาชีพ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ นำความรู้มาพัฒนาตนพัฒนางานได้ โดยเห็นว่าบุคลากรสายสนับสนุนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานต่างๆ ทำงานหนักแต่ขาดโอกาสต่างจากสายวิชาการโดยตรง  ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุราบายา ได้ก่อตั้งโครงการในปี 2013 จนถึงปีปัจจุบัน ปี 2017 รวม 7 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาดังกล่าวได้ส่งบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย ITS ไปศึกษาดูงานด้านต่างๆ ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง และ มหาวิทยาลัยสุรนารี

ล่าสุดคือปี พ.ศ. 2559  มหาวิทยาลัยไอทีเอส ได้ส่งบุคลากรห้องสมุดมาศึกษาดูงานที่หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล  จำนวน 2 คน คือ Mr.Fandika และ Ms. Rani  โดยมี คุณสาวิตรี บุญปาลิต เป็นผู้ดูแลหลักในระหว่างศึกษาดูงานดังกล่าว

คนซ้ายสุด Ms.Rani และคนขวาสุด Mr.Fandika

หลังจากนั้น ปีต่อมา พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกองวิเทศสัมพันธ์ เปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ Staff Mobility  โดยมีกระบวนการคัดเลือกผ่าน mobility letter และสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ  สรุปผลว่ามีผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้นจำนวน 4 คน ที่มีวิชาชีพแตกต่างกัน ศึกษาดูงานตามสายงานของตน ดังนี้

  1. Suwanna Janesawatpong, director Internal Audit. Placement Units in ITS: 1. Office of Quality Assurance 2.Office of Internal Audit
  2. Suratsi Ditsakulawadi, Chief Librarian, ASEAN Institute for Health Development Library, Mahidol University, THAILAND. Placement Units in ITS: 1. Central Library
  3. Theeta Rojnkureesatien, International Relation Officer, International Office, Mahidol University, THAILAND Placement Units in ITS: 1.Unit of Protocol, Promotion and Public Relation 2.Directorate of Human Resources and Organization 3. Sub Directorate of Human Resources Development, Directorate of Human Resources and Organization 4. Centre for Languages and Cultures
  4. Izsaya Wattanaviboon, Education Officer, Division of Student Affairs, Mahidol University, THAILAND. Placement Units in ITS: Directorate of Student Affairs 2.Department of Statistics, Faculty of Mathematic and Natural Sciences 3.Departmane of Chemistry, Faculty of mathematic and Natural Sciences.

     

– ประสบการณ์แรก – การเดินทางแบบ check through

Check through – ปกติเคยแต่เดินทางจากต้นทางถึงปลายทางรวดเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน แต่ครั้งนี้เป็นการเดินทางแบบที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน จากสุวรรณภูมิ-ถึงจาการ์ตา  แล้วต่อเครื่องจาก จาการ์ตาไปสุราบายา อีกทอดหนึ่งด้วยสายการบินเดียวกันคือการูดาร์ เรียกว่า check through กระเป๋าที่โหลดลงเครื่องจะตรงไปยังปลายทางทันที มื่อถึงจาการ์ต้าทั้งที่รู้ว่า Check through แต่ทีมของเรา 4 คน ไม่มีใครมีประสบการณ์นี้มาก่อน จึงขอเช็คให้ชัวร์จากเจ้าหน้าที่สนามบินก่อน  เขาบอกว่ากระเป๋าเดินทางของพวกเราจะส่งไปยังสุราบายาเลย พอได้ฟังก็ขึ้นเครื่องได้อย่างสบายใจไปเอากระเป๋าจุดปลายทางข้างหน้าได้ หมดกังวลว่าจะไม่มีเสื้อผ้าใช้

– มิตรใหม่มาจากเมืองไทย ม.สุรนารี

เมื่อถึงสนามบินสุราบายา เราได้ทราบว่า จะมีทีมคนไทยตามมาสมทบอีก 1 ทีม จำนวน 6 คน จากม.สุรนารี นับรวมกับม.มหิดล 4 คน รวม 2 ทีม 10 คนพอดี  คุณวายู เป็นนักศึกษาอาสาสมัคร เขาขับรถมารับพวกเราไปส่ง Guest House หลังจากเอาสัมภาระเก็บเข้าห้องพักได้สักครู่ทีม ม.สุรนารีก็มาถึงที่ Guest House หลังเดียวกับพวกเรา เมื่อทั้ง 2 ทีมทำความรู้จักกันแล้ว ก็แยกย้ายกันไปนอนเพื่อพักผ่อนเอาแรงเตรียมรับมือกับภารกิจในวันต่อไป

กำหนดการ : วันที่ 1     

ตารางในวันแรก เริ่มด้วยพิธีการต้อนรับ แนะนำตัว พาไปแคมปัสทัวร์ด้วยรถบัสมหาวิทยาลัย ที่นี่มีทั้งหมด 7 คณะ คือ

1. FACULTY OF MATHEMATICS AND SCIENCE (FMIPA)

2. FACULTY OF INDUSTRIAL TECHNOLOGY(FTI)

3. FACULTY OF CIVIL ENGINEERING AND PLANNING (FTSP)

4.FACULTY OF MARINE TECHNOLOGY (FTK)

5.FACULTY OF INFORMATION TECHNOLOGY (FTIF)

6.FACULTY OF ELECTRICAL TECHNOLOGY (FTE)

7. FACULTY OF BUSINESS AND MANAGEMENT TECHNOLOGY (FBMT)

แวะลงบางคณะเพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาอาจารย์  มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการศึกษารถยนต์โซลาเซล รถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าการทำอุปกรณ์เทียมเพื่อช่วยผู้พิการ และศาสตร์ด้านเทคโนโลยีทางทะเลซึ่งไม่ค่อยได้เห็นสาขาแบบนี้จากที่อื่น นอกจากนี้ มีรถบัสประหยัดพลังงาน ให้บริการในมหาวิทยาลัย แต่กำลังไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงซ่อมแซม เป็นต้น  ได้ความรู้ ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่มากมาย  อากาศที่นี่ ตอนกลางวันจะค่อนข้างร้อน ทำให้เสียเหงื่อและกระหายน้ำมาก (ธรรมเนียมของที่นี่ เขามักจะแจกน้ำให้แขกที่ไปเยี่ยม คงเป็นเพราะอากาศร้อนนี่เอง ทำให้เสียเหงื่อและกระหายน้ำบ่อย เป็นความเอืออาทร หาน้ำให้ดื่มเมื่อแขกมาถึงเรือนชานไม่ต่างจากธรรมเนียมไทยโบราณสักเท่าไร เพียงแต่ยุคสมัยนี้ ไม่ค่อยเห็นน้ำใจแบบนี้จากคนไทย แต่เห็นจากภาพเก่าๆในอดีตและความทรงจำในอดีต)  เมื่อนั่งรถบัสชมทั่วบริเวณมหาวิทยาลัยแล้ว รถบัสได้พาพวกเราไปเอาจักรยาน คนละ 1 คัน เพื่อใช้เป็นยานพาหนะคู่ชีพใน 4-5 วันนี้ จากนั้นทุกคนก็ปั่นจักรยานกลับที่พัก  เป็นภาพชีวิตในแคมปัสที่สวยงามมาก

                 

กำหนดการ :  วันที่ 2 – 4  : ดูงานห้องสมุด ITS

 

Day 1 : วันแรกของการเยี่ยมชมดูงานหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยไอทีเอส มีเลี้ยงรับรองอาหารว่าง  coffee break snack หน้าตาสวยงามจึงสอบถามด้วยความสนใจ

ผู้อำนวยการกล่าวต้อนรับ แนะนำหัวหน้างานต่างๆ ของหอสมุด ผู้เยี่ยมชมดูงาน 2 คน จากมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสุรนารีกล่าวแนะนำตัว ต่อจากนั้นผู้อำนวยการหอสมุดฯ บรรยายนำชมภาพรวมการบริหารงานหอสมุดกลางไอทีเอสผ่านวิดีทัศน์  และหัวหน้าห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน ได้นำเสนอวิดีทัศน์แนะนำห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนและบริการห้องสมุด  ทำความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กล่าวขอบคุณ และได้มอบของที่ระลึกแก่ทางหอสมุดกลางไอทีเอส

  

ผู้อำนวยการพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านอาหารชื่อ Jenggolo Resto ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นบ้านของอินโดนีเซีย อาหารอร่อยทุกจาน   เมนูแนะนำ ถ้าไม่ได้ชิมแสดงว่ายังมาไม่ถึงสุราบายา ก็คือ น้ำขิงที่ผสมกับน้ำข้าว สีเหลืองอ่อน เป็นน้ำสมุนไพร กินแล้วร้อนคอนิดๆ แต่ก็รสชาติดี (คำอธิบาย1) และเต้าหู้ทอด (คำอธิบาย2)

ที่อร่อยมากจนต้องกินต่อจนหมดจาน

คำอธิบาย 1

Lunch Drink :

Beras Kencur  – Kaempferia galanga, commonly known as kencur, aromatic ginger, sand ginger, cutcherry, or resurrection lily, is a monocotyledonous plant in the ginger family, and one of four plants called galangal.

คำอธิบาย 2

Lunch Appetiser :

จากนี้มีชื่อว่า Tahu isi – เป็นเต้าหู้ทอดไส้ผัก ส่วนใหญ่มีเส้นหมี่อยู่ข้างใน (Tofu with vegetable inside (mostly with noodles inside)

ภาคบ่ายเยี่ยมชมดูงานจัดหาทรัพยากรและวิเคราะห์ทรัพยากร กระบวนการทำงานโดยรวมไม่แตกต่าง มีการใส่แถบเทปแม่เหล็กลงไว้ในตัวเล่มเพื่อติดสัญญาณกันขโมยไว้ในเล่ม เมื่อหนังสือถูกหยิบออกไปโดยไม่ยืมก็จะส่งเสียงดังแจ้งเตือนให้ทราบ  การให้เลขหมู่ใช้ระบบ DDC.

 

หอสมุดกลางไอทีเอส ITS Library  หรือ Perpustakaan Institut Teknologi Sepuluh Nopember (http://library.its.ac.id/)  ผู้อำนวยการชื่อ Mr.Edy Suprayitno อาคารห้องสมุดประกอบด้วย 5 ชั้น  ห้องสมุดมีบุคลากรทั้งสิ้น 33 คน พื้นที่ห้องสมุด 1,600 ตารางเมตร ห้องสมุดตั้งอยู่ตรงใจกลางมหาวิทยาลัย ทำให้เดินทางมาสะดวก ห้องสมุดมีทรัพยากรรวมทุกประเภทเกือบ 2 แสนเล่ม แบ่งบริการต่างๆ ดังนี้

ชั้นที่ 1 Information Desk  เคาน์เตอร์ตอบคำถาม / Public Sphere

*จุดเด่นของขั้น1 คือ Public Sphere  มีโต๊ะเตี้ยๆและนั่งกับพื้นที่ปูด้วยพรมผืนใหญ่ โต๊ะแบบนี้มีเป็นจำนวนมากเต็มพื้นที่มีมากกว่า 10 ตัวโดยประมาณ สำหรับนั่งอ่านกับพื้น นักศึกษาจะชอบมาก ได้รับความนิยมเพราะนั่งสบายคล้ายอยู่บ้าน และสามารถนำเครื่องดื่มเข้ามาได้

ชั้นที่ 2 Seminar room / Bibliotek room / Papyrus room / Library room โดยรวมชั้น 2 นี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นั่งอ่านแบ่งเป็นห้องย่อยแยกตามประเภททรัพยากร  มีพื้นที่สำหรับสัมมนาแลกเปลี่ยนวิชาการกัน

*จุดเด่นของขั้น2 คือ เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่นั่งอ่านแบ่งเป็นห้องย่อยแยกตามประเภททรัพยากร

– Day 2 : วันที่สองของการเยี่ยมชมดูงานหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยไอทีเอส

ดูงานห้องสมุดในวันที่สอง เน้นดูงานห้องสมุดคณะรวม 3 แห่ง คือ

  1. ห้องสมุดแรกคือห้องสมุดภาควิชาสถาปัตยกรรม (Architecture Departement Library) ห้องสมุดแห่งนี้ บริหารเองบริการเอง เดิมมีบรรณารักษ์ แต่ตอนนี้ดูแลโดยคนที่ไม่ได้จบบรรณารักษ์ แต่เรียนรู้/อบรม จนชำนาญ สามารถปฏิบัติงานแทนบรรณารักษ์ได้ มีการให้หมวดหมู่แบบง่าย ๆ ใช้ตัวย่อสัญญลักษณ์ที่กำหนดเอง

  

   2. เยี่ยมชมห้องสมุดที่สองคือห้องสมุดภาควิชาวิศวกรรมโยธา Civil Engineering Departement Library (Ruang Baca Departemen Teknik Sipil) มีทรัพยากรหลักคือจัดเก็บภาคนิพนธ์ของนักศึกษา ระดับปริญญาตรี และมีห้องสมุดสำหรับนักศึกษาปริญญาโท เรียกว่า Master Degree Library (Ruang Baca) บรรณารักษ์มี 1 คน ดูแลทั้ง 2 แห่ง ใช้ excel ในการจัดเก็บและค้นคืนรายชื่อผลงานวิจัยของนักศึกษา ทั้งภาคนิพนธ์ และปริญญานิพนธ์ บรรณารักษ์มีน้ำใจไมตรีมาก

3.เยี่ยมชมห้องสมุดแห่งที่สามคือห้องสมุดภาควิชาวิศวอุตสาหการ Industrial Engineering Library (Ruang Baca Teknik Industri) ดูเหมือนจะเป็นห้องสมุดที่ทำฐานข้อมูลจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบมากกว่าห้องสมุดภาควิชาอื่นๆที่ดูมาทั้งหมด บรรณารักษ์มีความสามารถและมีอัธยาศัยที่ดีมาก แต่ฐานข้อมูลเป็นภาษาอินโดนีเซียเท่านั้น ที่นี่อาจเป็นเพราะตึกยังใหม่อยู่ จึงยังดูสะอาดใหม่และน่าใช้ ห้องสมุดได้จัดห้องศึกษากลุ่มสำหรับนักศึกษาปริญญาโทไว้ 1 ห้องขนานเท่ากับครึ่งของห้องเรียน มีโต๊ะเตี้ยอยู่ 2 ตัว ต้องนั่งกับพื้นลักษณะเหมือนห้องอ่านชั้น 1 ของหอสมุดกลาง บรรณารักษ์บอกว่า นักศึกษาปริญญาโทใช้บริการห้องนี้และชอบมาก

– Day 3 :วันที่สามเยี่ยมชมดูงานบริการห้องสมุดชั้น 3 ถึงชั้น 5

ชั้นที่ 3 Reference services/Internet Room Sampoerna corner ห้องมูลนิธิยาสูบ/ SNI Corner มุมมาตรฐาน/ Magazine collection มุมนิตยสาร / IDIS-world bank เอกสารธนาคารโลก/Café hotspot พื้นที่จุดประกายความคิด /Mosque ห้องละหมาด

พื้นที่ชั้น 3 เป็นส่วนของเอกสารอ้างอิง พจนานุกรม มาตรฐาน วารสารนิตยสาร เอกสารธนาคารโลก ห้องสืบค้นสารสารเทศ ห้องบริการต่างๆ มักตั้งชื่อห้องตามชื่อเจ้าของทุน อาทิ สมาคมศิษย์เก่า มูลนิธิยาสูบ จากสมาคมครูผู้ปกครองเป็นต้น

*จุดเด่นของชั้น 3 คือ Café hotspot ที่ร่วมออกแบบโดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไอทีเอส ตกแต่งภายในดูทันสมัยน่านั่งหรือใช้บริการ เป็นสถานที่ผ่อนคลายเบาสบายปลอดโปร่งเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียและจุดประกายความคิดในการทำงานวิจัย/

ชั้นที่ 4  Ikoma Corner Room / Reserve Room / Audio Visual Room/ Home Theater  ประกอบด้วย IKOMA Corner ซึ่งบริจาคโดยสมาคมนักศึกษาและผู้ปกครอง มีReserve Collection หนังสือสำรอง และ Audio Visual

*จุดเด่นของชั้น 4 คือ ห้อง Home Theater ซึ่งปรับปรุงใหม่ด้วยโซฟาสีแดงสะดุดตา สำหรับฉายภาพยนตร์ตามโปรแกรมที่ห้องสมุดจัดเตรียมไว้

ชั้นที่ 5 Circulation Room / PLN Corner Room สนับสนุนโดยการไฟฟ้าแห่งรัฐ

*จุดเด่นของชั้น 5 คือ การทำบัตรสมาชิกห้องสมุด ผู้ใช้บริการกรอกข้อมมูลใน e-form เสร็จแล้วมาถ่ายรูปและรับบัตรได้ทันที เป็นบริการที่รวดเร็วมาก ชั้น 5ส่วนใหญ่ เน้นให้เป็นพื้นที่นั่งอ่าน  เพราะยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก นักศึกษาบางคนไม่เคยทำบัตรห้องสมุด เมื่อขอจบจำเป็นต้องใช้เลขอ้างอิงในบัตรห้องสมุดจึงต้องมาทำบัตรห้องสมุดเพื่อขอจบ ชั้นนี้เป็นจุดผลิตบัตรสมาชิกห้องสมุด และส่งตัวเล่มขอจบด้วย ส่วนนี้จะมีวิทยานิพนธ์จำนวนมาก ที่ทยอยคัดกรองไป SCAN ทำ Digitize ลงฐานข้อมูล Institutional Repository (IR)

ข้อสังเกตุจากการดูงานห้องสมุดไอทีเอสเชิงโครงสร้าง

1.พื้นที่ห้องสมุด  มีขนาดพื้นที่มากเพียงพอสำหรับให้บริการนักศึกษาและยังสามารถพัฒนาบริการได้เพิ่มขึ้นอีก

2. ห้องสมุดมีบุคลากรทั้งสิ้นรวม 33 คน เป็นชายมากกว่าหญิงถึง 2 ใน 3 ส่วน เทียบแล้วมีบุคลากรเพียง1ใน3 ของหอสมุดและคลังความรู้มาวิทยาลัยมหิดล

3. ห้องสมุดมีฐานข้อมูล E-journals จำนวน 20 ฐานข้อมูล และฐานข้อมูล E-book 2 ฐาน ครอบคลุมฐานข้อมูลสำคัญ ๆ อาทิ IEEE, Springer, Proquest, GALE, ASCE, ASME, The Emerald, ScienceDirect, EBSCO

4. ห้องสมุดจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับผู้ใช้ห้องสมุด ITS Library Program for user เช่น e-resources class, ITS Library Training & Library Tour, ITS Library Orientation, Library Training เป็นต้น

5. ห้องสมุดมีระบบห้องสมุดที่เขียนขึ้นเอง เรียกว่า SPITS และใช้ระบบ DDC.

6. ห้องสมุดมีคลังทรัพย์สินทางปัญญา IR ส่วนใหญ่จัดเก็บไฟล์วิทยานิพนธ์/ Internship Projects / รายงานฝึกงานของนักศึกษา/โครงงาน

7. ห้องสมุดจัดหมวดหมู่แบบ DDC. ผสมกับระบบที่กำหนดเอง

8. ห้องสมุดมีห้อง Special Collection หลายห้อง ซึ่งตั้งชื่อห้องตามผู้บริจาค /ผู้สนับสนุนทุน อาทิ สมาคมศิษย์เก่า มูลนิธิยาสูบ (Sampoerna) สมาคมครูผู้ปกครอง (Ikoma) การไฟฟ้าแห่งรัฐ (PLN) เป็นต้น

9. ห้องสมุดส่งเสริมวัฒนธรรม กำหนดให้ใส่เสื้อบาติกเป็นยูนิฟอร์มเดียวกันในทุกวันพุธของสัปดาห์

10. ห้องสมุดส่งเสริมสุขภาพของบุคลากร กำหนดให้มีการออกกำลังกายแอโรบิกในทุกเช้าของวันศุกร์

11. ห้องสมุดมีการพัฒนาบุคลากร (Human Resources Development) ผ่านกิจกรรม morning enlightment เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องดีๆ ก่อนเริ่มงานในวันใหม่ (share about positive things before start daily) และอื่นๆ

12. ระบบห้องสมุดเป็นแบบไม่รวมศูนย์ (decentralize) ห้องสมุดคณะไม่ขึ้นกับหอสมุดกลาง สามารถบริหารจัดการด้วยตนเอง  ความเติบโตของห้องสมุดมักขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญจากคณะ ความพร้อม และการสนับสนุนของคณะ

– Day 4 :  โปรแกรมวันที่ 4 เป็น International Seminar for Non Academic Staffs

ทาง ITS ได้จัดเวทีสัมมนาสำหรับ non academic staffs ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนทั้ง 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสุรนารี และ มหาวิทยาลัยไอทีเอส มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ staff mobility ผู้เขียนได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหิดลคนหนึ่งเพื่อแสดงความคิดเห็นดังกล่าว   ภาคบ่ายเป็นการจัด workshop เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรสายสนับสนุนจากคณะ/ภาควิชาในมหาวิทยาลัยไอทีเอส และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ จากภายนอก เพื่อศึกษาความต้องการและหากระบวนการขับเคลื่อนโครงการ staff mobility ต่อไปในอนาคต

ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

หลังโปรแกรมดูงานวันที่ 2 ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ ComTech Camp เรียนรู้จักดนตรีพื้นบ้าน และท่าทางทำมือแบบลิเกภาคใต้ของไทย

หลังโปรแกรมดูงานวันที่ 3 ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ ComTech Camp ซึ่งมีนานาชาติจากทั่วโลกที่สมัครเข้ามาร่วมโครงการเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของอินโดนีเซีย  มีกิจกรรมสอนให้ทำงานฝีมือจากใบมะพร้าว เพื่อใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้แสดงความเคารพในพิธีกรรมของชาวฮินดูนักศึกษา

       

หลังโปรแกรมสัมมนาในวันที่ 4 เสร็จสิ้น ทุกคนเตรียมเดินทางไปทัศนศึกษาธรรมชาติที่โบรโม เดินทาง 4 ทุ่ม ไปถึงโบรโมตี 4 เพื่อเดินขึ้นเขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ปล่องภูเขาไฟโบรโม ซึ่งล่ำลือว่าสวยงามมาก

ภูเขาไฟโบรโมมีความสูง 2,329 เมตร โบรโมเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว แต่ยังดับไม่สนิท ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเซเมรู ไม่มีประชาชนอยู่หน้าแน่นนัก  ในปี 2547 เคยเกิดระเบิดขึ้นมีคนตาย 2 คน ต่อมาปี 2553 โบรโมได้พ่นเถ้าถ่านสูงประมาณ 700 เมตร ซึ่งเป็นการปะทุในระดับต่ำ ประเทศอินโดนีเซียมีภูเขาไฟ ทั้งสิ้นรวม 400 ลูก มีประมาณ 70-80 ลูกพร้อมจะระเบิดตลอดเวลา  ชื่อ โบรโม มาจากตัวสะกดในภาษาชวาของคำว่า “พรหม” ซึ่งเป็นพระนามของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู[2] ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีเทศกาล Yadnya Kasada ชนชาวพื้นเมืองจะเดินเท้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ และประกอบพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้าโดยการโยนอาหาร ดอกไม้ และสัตว์บูชายัญลงในแอ่งภูเขาไฟ

ลงจากโบรโมมาพื้นราบ มีบริการขี่ม้า ทุกคนได้ลองขี่ม้า บางคนเพิ่งเคยขี่เป็นครั้งแรก ม้าส่วนใหญ่เชื่องและรู้งาน พานักท่องเที่ยวเดินไม่มีพยศ  โปรแกรมต่อไป คือ ล่องแก่ง เป็นโปรแกรมสุดท้ายที่สุดแสนประทับใจมิรู้ลืม ถ้ากลับมาเมืองไทยสัญญากับตัวเองว่า ต้องไปล่องแก่งอีก เพราะว่ามันสนุกมาก  ที่ผ่านมาทั้งหมดก็ประทับใจที่สุดวันสุดท้ายนี้แหละ อินโดนีเซียยังมีธรรมชาติและเรื่องราวที่น่าค้นหาอีกมากมาย ผู้คนนิสัยใจคอคล้ายคนไทยและมีน้ำใจมาก

อ้างอิง

สมเกียรติ เทียนทอง. http://news.uasean.com/article/1053/

https://th.wikipedia.org/wiki/มหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย