นนทบุรี วาไรตี้ 4.0

นนทบุรี วาไรตี้ 4.0

ภาพการจัดแสดงนิทรรศการ เรื่อง “นนทบุรี วาไรตี้ 4.0”

ภาพการจัดสาธิตวิถีวัฒนธรรมภูมิปัญญาจากชุมชนท้องถิ่น

คุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด

ภาพในพิธีมอบหนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” และหนังสือชุดนนทบุรีศึกษา

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลา 08.00-16.45 น. ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการ และการแสดงนิทรรศการ เรื่อง “นนทบุรี วาไรตี้ 4.0”ณ ห้องประชุมสุโขทัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช ภายในงานมีการจัดสาธิตวิถีวัฒนธรรมภูมิปัญญาจากชุมชนท้องถิ่น อาทิ วีถีเกษตร วิถีวัฒนธรรมชุมชน และได้รับเกียรติจากคุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด และวิทยากรบรรยายพิเศษ นอกจากนี้ยังเข้าร่วมพิธีมอบหนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” และหนังสือชุดนนทบุรีศึกษาให้แก่โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดใกล้เคียง มหาวิทยาลัยและหน่วยงานในท้องถิ่น ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ห้องสมุดประชาชน กศน. และห้องสมุดพร้อมปัญญาในเรือนจำ/ทัณฑสถาน

 ภาพการบรรยายการบรรยายพิเศษเรื่อง “นนทบุรีศรีมหานคร กับ นนทบุรี 4.0”

การบรรยายพิเศษเรื่อง “นนทบุรีศรีมหานคร กับ นนทบุรี 4.0” โดยคุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้นำเสนอนโยบายและแนวทางการพัฒนาจังหวัด “นนทบุรี 4.0” ที่สะท้อนถึงการวางระบบการพัฒนาจังหวัดนนทบุรีให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตโดยตั้งอยู่บนรากฐานของศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนา ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ได้แก่
1. ข้าราชการ 4.0 แผนปี 2561-2564 คือ Smart Smile Standard Sufficiency และ Economy
2. นนทบุรี 4.0 คือ คุณภาพ สะดวก สบาย และปลอดภัย

จากนโยบายจึงมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดนนทบุรี เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาจังหวัดนนทบุรีให้ไปถึง นนทบุรี 4.0 ดังนี้
1. สะอาด (ลดปริมาณขยะ ถูกสุขอนามัย สร้างจิตสำนึก และการบังคับใช้กฎหมาย)
2. สะดวก (เพิ่มคุณภาพการจราจร พัฒนาระบบการร้องเรียน ร้องทุกข์ด้วยระบบดิจิทัล)
3. สบาย (สร้างชุมชนสีเขียว เศรษฐกิจฐานรากแข็งแกร่ง สังคมสูงอายุ และยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง)
4. ปลอดภัย (แก้ปัญหาอัคคีภัย ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และน้ำท่วมถนน)

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สร้างสังคมให้ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

การเสวนาสาระจากคนเมืองนนท์
เรื่อง “นนทบุรีท้องถิ่นของเรา” ความหลากหลายของภูมิปัญญาและผู้คนนนทบุรี

การเสวนาสาระจากคนเมืองนนท์ เรื่อง “นนทบุรีท้องถิ่นของเรา” ความหลากหลายของภูมิปัญญาและผู้คนนนทบุรี โดย คุณพิศาล บุญปลูก ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น พ.ศ. 2534 และคนไทยตัวอย่าง พ.ศ. 2535 คุณธีรวัฒน์ กลีบผึ้ง ผู้ยืนหยัดดำรงวิถีชีวิตชุมชนแห่งวัดบางอ้อยช้าง บางกรวย นนทบุรี คุณมณฑา เจริญสุขสุวรรณ ผู้ชำนาญประสานงานพัฒนาชุมชนนนทบุรีหลายพื้นที่ คุณกิตติ มั่นกตัญญู ผู้แทนคุณสมพงษ์ สกุลดิษฐ์ คนดีศรีแผ่นดิน ปราชญ์ท้องถิ่น ชาวสวนทุเรียนนนทบุรี และคุณมณฑา เจริญสุขสุวรรณ ผู้ชำนาญประสานงานพัฒนาชุมชนนนทบุรีหลายพื้นที่ และนำเสวนาโดยคุณปิยะนุช ศกุนตนาค ผู้ใจภักดิ์อนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย ดังนี้

คุณพิศาล บุญปลูก กล่าวถึง ประวัติความเป็นมาของจังหวัดนนทบุรี สามารถเห็นจากเรื่องราวที่ได้ค้นคว้าจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักประวัติศาสตร์ ดังนี้

  1. ค้นพบเปลือกหอยเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานได้ว่าพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเคยเป็นทะเล
  2. อำเภอบางใหญ่มีคลองอ้อมนนท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา
  3. วัด ถือเป็นหลักฐานที่ค้นพบว่าจังหวัดนนทบุรีเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสมัยไหน ตัวอย่างเช่น วัดสิงห์ อำเภอบางกรวยมีพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง วัดบางหลวงมีพระปรางค์หลวง มีลักษณะศิลปะคล้ายในสมัยสุโขทัย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นวัดแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรี
  4. ก่อนเป็นจังหวัดนนทบุรี พบว่าเป็นชุมชนโบราณมาก่อน (ชุมชนตลาดแก้วและตลาดขวัญ)
  5. เมืองนนทบุรี ก่อนนี้ใช้ชื่อว่า นนทบุรีศรีมหาสมุทร เป็นเมืองทางด้านใต้ของกรุงศรีอยุธยา
  6. เมืองนนทบุรี เคยถูกพม่าตี ซึ่งตั้งค่ายอยู่ที่วัดเขมาภิรตาราม แล้วผ่านไปทาง ปากเกร็ด แล้วจึงเข้าไปตีกรุงศรีอยุธยา
  7. อาชีพในสมัยก่อนส่วนใหญ่ทำสวน

คุณธีรวัฒน์ กลีบผึ้ง กล่าวถึง ประวัติความเป็นมาของจังหวัด ดังนี้

  1. ชุมชนบางอ้อมน้อย อดีตเคยเป็นมหาสมุทร เป็นปากแม่น้ำ และยังเป็นแหล่งส่งส่วย คลองบางอ้อมน้อยอดีตเคยเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาแต่เนื่องจากได้มีการขุดแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ ปัจจุบันจึงเป็นคลอง
  2. สมเด็จพระเจ้าตากสิน ส่งนางสนมมาอยู่ที่วัดบางอ้อยช้าง
  3. ในการที่พระเจ้าตากยกทัพมาตีพม่าที่กรุงศรีอยุธยาเพื่อจะยึดเมืองคืนได้มีการล่องเรือมาทางวัดบางอ้อยช้างเพื่อมารับเสบียงและเข้าตีพม่าที่กรุงศรีอยุธยา
  4. ที่วัดบางอ้อยช้างมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์บางอ้อยช้าง ซึ่งจัดแสดงของที่อยู่ในหอฉัตรโดยอดีตเจ้าอาวาสรวบรวมและเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ในอดีตสมัยอยุธยาตอนกลางถึงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 ในอดีตเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จมาวัดบางอ้อยช้าง จึงได้มีการขอพระราชทานของใช้และของที่ประทานให้ เพื่อจัดเก็บ ขอยกตัวอย่างของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เช่นภาพปริศนาธรรมบนฝ้าเพดานของวัด รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า สมุดข่อย ใบลาน และผ้าลายมือเสือ เป็นต้น

คุณกิตติ มั่นกตัญญู กล่าวว่า  คุณสมพงษ์ สกุลดิษฐ์ (คุณพ่อ) เป็นคนธนบุรี ทำสวนทุเรียนตั้งแต่อายุ 16 ปี ปัจจุบัน อายุ 86 ปี และได้ย้ายมาอยู่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อ ปี 2532 และได้ทำอาชีพ ปลูกทุเรียนเหมือนเดิม และที่จังหวัดนนทบุรีปลูกทุเรียนได้ดีเนื่องจาก ดินเค็มเป็นทะเลมาก่อน และทำสวนระบบท้องร่อง ซึ่งวิธีการปลูกง่ายแต่ยากที่วิธีการดูแล ในจังหวัดนนทบุรี มีสวนทุเรียนไม่เกิน 3,000 ไร่และเมื่อ ปี 2554 เกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมสวนทุเรียน เหลือประมาณ 10 กว่าไร่ ปี 2555 จึงได้มีการฟื้นฟูสวนทุเรียนอีกครั้ง ในการปลูกทุเรียนใช้เวลานาน 5-7 ปี ต่อมาเมื่อ ปี 2557 เราประสบปัญหาน้ำเค็ม รุกล้ำ เนื่องจากการปลูกทุเรียนต้องใช้น้ำสะอาดจึงต้องมีการวัดค่าน้ำตลอดเวลา ทุเรียนที่ปลูกในสวนของตนเองเคยส่งประกวดที่สนามหลวงและได้รับรางวัล ทุเรียนที่ส่งเข้าประกวดคือ ทุเรียนพันธุ์กลีบสมุทร นอกจากนี้การอนุรักษ์ทุเรียนเมืองนนทบุรีนี้สำคัญมาก เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป

คุณมณฑา เจริญสุขสุวรรณ กล่าวว่า

  1. ปัจจุบันสวนทุเรียนมีประมาณ 2,500 ไร่ จากสมาชิกทั้งหมดที่เป็นชาวสวนทุเรียน ซึ่งราคาที่ดิน ราคาไร่ละ 1,000,000 บาท ถือเป็นราคาที่สูงมาก จึงทำให้การอนุรักษ์สวนทุเรียนทำได้ยากขึ้น
  2. คุณสมฤดี สละบ้านให้ทำตลาดน้ำสวนบัว ซึ่งเน้นการฟื้นฟูการล่องเรือริมน้ำ เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
  3. ปัจจุบันมีการจัดทำโครงการ 9101 เพื่อสนองพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการฟื้นฟูภาคการเกษตร
  4. พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์วัดต้นเชือก

ภาพการเสวนาสืบสานจากภูมิปัญญาของแผ่นดิน
“บางส่วน..บางตอน..นนทบุรีศรีมหานคร มรดกภูมิปัญญาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”

การเสวนาสืบสานจากภูมิปัญญาของแผ่นดิน “บางส่วน..บางตอน..นนทบุรีศรีมหานคร มรดกภูมิปัญญาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย คุณเสน่ห์ แจ่มจิรารักษ์ ครูศิลป์แผ่นดิน ปี 2552 ผู้สืบสานงานประณีตศิลป์พานแว่นฟ้า คุณพิศาล บุญปลูก ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น พ.ศ. 2534 และคนไทยตัวอย่าง พ.ศ. 2535 คุณยวง เขียวนิล แหล่งเรียนรู้ศูนย์ศรียวง ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปีการศึกษา พ.ศ. 2560 สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง คุณกษภรณ์ ตราโมท พิพิธภัณฑ์บ้านครูมนตรี ตราโมท สืบสานศิลป์ดนตรีชีวีชีวาชาติไทย คุณวีระโชติ ปั้นทอง และคุณวรนุช สุนทรวินิต สำนักบรรณสาร มสธ. สะพานเชื่อมความรู้สู่ปวงชน นำเสวนาและร่วมเสวนาโดยคุณปิยะนุช ศกุนตนาค มูลนิธิเพื่อพิพิธภัณฑ์ไทย และพิพิธภัณฑ์ของจิ๋วสัญจร…สอน-ส่งต่อความรู้วัฒนธรรมสู่เยาวชนคนครอบครัว ดังนี้

คุณเสน่ห์ แจ่มจิรารักษ์ กล่าวว่า งานประณีตศิลป์พานแว่นฟ้า ถือเป็นงานศิลปะล้ำค่า สิ่งของที่คุณเสน่ห์ทำมีดังนี้
1. พานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นศิลปะคนไทยมาช้านาน ใช้วางพระไตร หรือนำมาใช้ในงานพิธีทางพระพุทธศาสนา อุปกรณ์ที่ใช้ทำ คือ หวาย ไม้ทองหลาง เปลือกหอยน้ำลึก (เรียกมุกไฟ) ในการลงรักใช้เวลาประมาณ 5 เดือน
2. เตียบ
3. ตะลุ่ม ใช้สำหรับวางอาหาร ซึ่งมีทั้งแบบประดับมุก กระจก และเปลือกหอย เป็นต้น
สันนิษฐานว่าคนนนทบุรีเป็นชาวสวนและมีการปั้นหม้อเอาไว้ใช้เอง คนนนทบุรีมีฝีมือทางศิลปะประเภทนี้มาก นอกจากพานแว่นฟ้า เตียบ ตะลุ่ม ยังมีศิลปะร่วมสมัยอีกเช่น กระบุง บุ้งกี๋ กำไร กิ๊ฟ ฯลฯ อาจารย์เสน่ห์เล่าว่าในอดีตทวดของท่านชื่อทวดแจ่มได้ไปเรียนศิลปะนี้แล้ว นำมาทำขายที่เสาชิงช้าและยังสืบทอดมายังคุณเสน่ห์ เนื่องจากตอนนี้ศิลปะแบบนี้เริ่มมีคนทำน้อยลง คุณเสน่ห์จึงต้องการเผยแพร่ ใครที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอเรียนได้

คุณวีระโชติ ปั้นทอง กล่าวถึงวัดชมภูเวก ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี เป็นวัดมอญ ถูกบูรณะวิหารโดยอาจารย์อาภรณ์ ณ สงขลา จากกรมศิลปากร และได้เขียนเรื่องราวเอาไว้ ว่าจิตรกรรมของวัดชมภูเวก เป็นจิตรกรรมแห่งชาติ โดยเฉพาะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถือเป็นจิตรกรรมที่งดงามที่สุดในโลก อยู่ที่อุโบสถหลังเก่า (โบราณสถาน) ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสมัยพระนารายณ์มหาราช ช่อฟ้าเป็นรูปเทวดาพนมมือ ทางเข้ามีรูปปั้นคิวปิด มีรอยพระพุทธบาทศิลาทำด้วยหินชนวน สร้างขึ้นสมัยสุโขทัยแห่งเดียวในจังหวัดนนทบุรี ด้านในพระพุทธบาทมีศิลาจารึก ภาพเขียนในสมัยอยุธยา และเจดีย์มอญ เป็นต้น ชาวบ้านรอบวัดชมภูเวกเดิมทีทำอาชีพสานเข่งปลาทู
คุณยวง เขียวนิล กล่าวว่าตนเองเกิดที่ตำบลบางกระสอ พ่อแม่มีอาชีพทำนา เรียนโรงเรียนบ้างแจ้ง (ปัจจุบันคือเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์) ท่านจึงคิดกระบวนการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเริ่มจากที่ดิน 38 ไร่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ทำพลังงานทดแทน ทำน้ำมันหอมระเหย เลี้ยงหมู และมีกิจกรรมมากมาย เพื่อไปสืบสานรากเหง้าภาคการเกษตรของคนไทย และเป็นอาชีพที่มั่นคงตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหากสนใจเกษตรทฤษฎีใหม่สามารถเข้าชมได้ที่ ตำบลราชนิยม อำเภอไทรน้อย

คุณกษภรณ์ ตราโมท เริ่มต้นขอกล่าวถึงตำหนักประถม วังเพชรบูรณ์ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสองค์ที่ 72 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือ ทูลกระหม่อมติ๋ว วังเพ็ชรบูรณ์ปัจจุบันเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชประสงค์ ทูลกระหม่อมติ๋วมีความสามารถในด้านศิลปะ ที่อยู่อาศัย ดนตรี ละคร และการประพันธ์ละคร ตำหนักประถมจึงมีความแตกต่างจากตำหนักอื่น คือ มี 3 ชั้น เป็นเรือนไม้ ชั้นบนสุดเป็นห้องใต้หลังคา หัวเตียงมีที่เก็บของ ซึ่งตำหนักเมื่อครั้งที่ได้ไปเห็นสภาพเก่ามาก หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุชจึงได้มีการปรับปรุงและต่อเติมเรื่อยมา และได้มีการสร้างห้องโถงทอง ยกพื้น ซึ่งคุณญาณีเป็นคนที่ท่านผู้หญิงไว้วางใจให้ดูแลการปรับปรุงตำหนัก เป็นเวลา 14 ปี ปัจจุบันท่านผู้หญิงมีความประสงค์ให้สร้างเรือนทอง จึงรับสั่งให้คุณญาณีเป็นผู้เขียนแบบ

ครูมนตรี ปราโมท ท่านเป็นผู้สร้างตำราเรียนดนตรีไทยคนแรกคือเรื่องศัพท์สังคีต สร้างหลักสูตรดนตรีและนาฏศิลป์ไทยคนแรก ประพันธ์เพลง ละคร เพลงสากล และดนตรีนาฏศิลป์ไทย เช่นเพลงรำวง งามแสงเดือน นพรัตน์ ระบำดอกบัว เป็นต้น งานเขียนของท่านเช่นจรรยาบรรณนักดนตรี งานวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับดนตรี ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเห็นคุณค่าของดนตรีไทย จึงมีรับสั่งกับพราหมณ์ ให้ครูมนตรีบรรจุเพลงตามโบราณราชประเพณี และนำดนตรีไทยมาบรรเลงในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นอกจากนี้ในสมัยโบราณการบรรเลงเพลงจะมีลักษณะไพร่เล่นในเจ้านายฟังเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้จากการบอกเล่าของครูมนตรี และงานเขียนที่ท่านได้เขียนและมีการรวบรวมไว้ ปัจจุบันนี้จึงมีการนำมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต บ้านโสมส่องแสง พิพิธภัณฑ์ดนตรี มนตรี ตราโมท เพื่อถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลัง

คุณพิศาล บุญปลูก กล่าวถึง เกาะเกร็ด คนในพื้นที่นี้นิยมทำเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งต้องใช้ดินจากใต้ดินปั้น ในช่วงแรก ๆ ชาวบ้านปั้นเครื่องปั้นดินเผาเพื่อนำมาใช้งาน ต่อมาได้มีการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้นแล้วนำมาจำหน่ายเพิ่มรายได้ และได้มีการรวบรวมเครื่องปั้นที่ดินเผาไว้สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่เกาะเกร็ด
สนามบินน้ำ สมัยก่อนมีเครื่องบินน้ำ ซึ่งลงจอดที่ช่องนนทรี คลองเตย แต่เนื่องจากพื้นที่นี้นอกจากเป็นที่ลงจอดของเครื่องบินน้ำแล้วยังเป็นที่จอดเรือลงสินค้าจากต่างประเทศด้วยและมีจำนวนเรือเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นสนามบินน้ำจึงถูกย้ายมาที่ตำบลท่าทราย จังหวัดนนทบุรี รันเวย์ของเครื่องบินอยู่ตรงวัดเชิงท่าไปถึงวัดแค่นอก หน้าวัดตำหนักใต้ ซึ่งแม่น้ำกว้างมาก และมีการใช้ที่ลงจองเครื่องบินน้ำนานถึง 7 เดือน จึงมีการเรียนสถานที่แห่งนี้ว่า สนามบินน้ำ

คุณวรนุช สุนทรวินิต กล่าวว่า คุณวรนุชเองบรรจุเข้าทำงานที่สำนักบรรณสาร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นเวลา 37 ปีแล้ว จึงมีความคิดอยากตอบแทนบุญคุณนนทบุรีแห่งนี้ จึงได้มีการรวบรวมข้อมูลในจังหวัดนนทบุรีและจัดทำหนังสือ นนทบุรีศรีมหานคร ซึ่งมีเรื่องราวที่ได้จากการสืบค้นทั้งไปตามสถานที่ บุคคลสำคัญ การบอกเล่า เป็นต้น แล้วนำมาเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ค้นคว้า และทราบถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้เราจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของนนทบุรีได้จาก
1. นำศาสตร์จากพระราชา มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
2. ระลึกถึง และอย่าปล่อยให้มันหมดลมหายใจอยู่ที่บ้าน เราต้องเกิดการเรียนรู้เพื่อสานต่อและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดนนทบุรีอีกด้วย

ภายในงานยังมีการแจกหนังสือนนทบุรีศรีมหานคร และพระราชสมัญญาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เขียนโดย นางสาวอาทิตยา ทรัพย์สิน
ถ่ายภาพและตรวจสอบโดย นางสาวเพชรดา ฐิติยาภรณ์