มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม

มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน

ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม

การเสวนา มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน

ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม

         เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2560 สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จัดงานเสวนา  เรื่อง มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม ภายใต้การจัดงานใต้ร่มพระบารมี 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ กระทรวงวัฒนธรรม การ-เสวนาดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ถนนราชินี กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. โดยมี อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ เป็นวิทยากร

บรรยากาศการลงทะเบียน

          งานเสวนา เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 12.30 น. – 13.30 น. และเข้าสู่การเปิดงานเสวนาเวลา 13.30 น. โดยมี นางสาวนันทกา พลชัย ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่าวรายงานการจัดเสวนา และ นายขจร มุกมีค่า รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน  สำหรับสถานที่การจัดงานอย่างโรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นับเป็นสถานที่ที่สามารถสร้างบรรยากาศแก่ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาในหัวข้อดังกล่าวเป็นอย่างดี

นายขจร มุกมีค่า รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ และ นางสาวนันทกา พลชัย ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

      สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการอนุรักษ์ จัดเก็บ และให้บริการเอกสารจดหมายเหตุแก่หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลจดหมายเหตุประเภทภาพถ่ายให้แพร่หลายและกว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้หน่วยงาน สถาบันการศึกษาและประชาชน มีความรู้ความเข้าใจถึงคุณค่าและความสำคัญของเอกสารจดหมายเหตุประเภทภาพถ่าย ทั้งนี้การจัดเสวนาดังกล่าวเพื่อสืบสานให้คนรุ่นหลังได้ร่วมรำลึก เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีและร่วมรำลึกในวาระครบรอบวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 235 ปี เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยและใช้ศักยภาพด้านมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาติอันทรงคุณค่าภายในพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ  สำหรับในส่วนผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย บุคลากรของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เครือข่ายจดหมายเหตุ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมการเสวนา จำนวน 250 คน

บรรยากาศภายในห้องเสวนา (ก่อนการเริ่มเสวนา)

          การเสวนา เรื่อง มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. โดยประมาณ  อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ บรรยายในลักษณะการเล่าเรื่อง และอธิบายภาพถ่ายสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในพระบรมมหาราชวัง สถานที่สำคัญโดยรอบถนนราชดำเนิน จนกระทั่งถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม สิ่งสำคัญของการอธิบายคือ ภาพที่ถูกนำเสนอ เป็น ภาพถ่ายโบราณ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งภาพเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ล้วนแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ อีกทั้งยังเป็นขุมทรัพทย์ทางปัญญาที่ให้ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ อีกด้วย

การเสวนา มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน

ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม

          สำหรับภาพที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอ ปรากฏภาพที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นภาพถ่ายที่จัดอยู่ในกลุ่มภาพเก่าโบราณที่ถูกจัดเก็บอยู่ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คือ ภาพภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม (องค์เดิม) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2397) แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2402 และแต่ถูกรื้อลงในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพื้นหินของพระที่นั่งทรุดตัว จนทำให้เสาล้มเซ เมื่อสถาปนิกชาวอิตาเลียนเข้าตรวจสอบจึงแนะนำให้รื้อพระที่นั่งลง เพราะหากซ่อมแซม หรือ บูรณะจะใช้ค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นพระที่นั่งอนันตสมาคม (องค์เดิม) ในพระบรมมหาราชวัง จึงถูกรื้อลงในสมัยรัชกาลที่ 5

พระที่นั่งอนันตสมาคม (องค์เดิม) ในพระบรมมหาราชวัง

          ภาพพระพุทธรัตนสถาน  สำหรับพระพุทธรัตนสถานถูกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำวัง (พระอุโบสถ) เนื่องจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ขณะที่ที่ประทับของพระมหากษัตริย์อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งหากเกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารต่าง ๆ การที่จะออกผนวก รวมถึงการออกบวชของเหล่าเสนาบดีที่จงรักภักดีก็จะเป็นการลำบาก เพราะประตูของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลาราย และระเบียงคดจะเป็นส่วนที่กั้นไม่ให้เข้าสู่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้สะดวกนัก ฉะนั้นการมีวัดอยู่ติดกับที่พระบรรทมจึงเป็นเรื่องหนึ่งของการถวายการรักษาความปลอดภัยให้กับพระมหากษัตริย์ ตามธรรมเนียมโบราณที่ต้องมีวัดคู่วังมาโดยตลอด

พระพุทธรัตนสถาน

          ภาพต่อมาแม้จะเคยได้พบเห็นทั้งภาพถ่าย และสถานที่จริง แต่ภาพที่นำเสนอนี้อาจจะมีหลาย ๆ ท่านยังไม่เคยได้เห็นภาพพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทก่อนการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งในอดีตช่อฟ้าของพระที่นั่งเป็นแบบมอญ รูปครุฑ และสันหลังคามีบราลี เพื่อป้องกันไม่ให้แร้ง กา มาเกาะที่สันหลังคาพระที่นั่ง เพราะถือเป็นสิ่งอัปมงคล กระทั่งถึงเวลาการบูรณะพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 ด้วยปัญหาเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อเป็นการประหยัดงบในการบูรณะ จึงจัดการบูรณะตามความเหมาะสมของงบประมาณที่มีอยู่

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท (ก่อนการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 7)

          ภาพที่น่าสนใจต่อมาและเป็นภาพหายากที่ถูกจัดเก็บไว้ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ อีกภาพหนึ่งคือ ภาพพระวิมานประดิษฐานพระบรมอัฐิ ณ ชั้น 3 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ประดิษฐานพระบรมอัฐิของ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8

พระวิมานประดิษฐานพระบรมอัฐิ ณ ชั้น 3 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

          ภาพต่อมา คือ ภาพพระราชฐานชั้นใน ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นตั้งของพระตำหนัก ตำหนัก เรือน ของพระมเหสี พระราชเทวี พระชายา พระราชธิดา เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม ข้าราชบริพารและข้าราชการฝ่ายใน เป็นต้น

ภาพพระราชฐานชั้นใน พระบรมมหาราชวัง

          ภาพบรรยากาศการเข้าเฝ้าเจ้านายบริเวณหน้าตำหนัก ซึ่งภาพนี้สะท้อนถึงขนบธรรมเนียม การเข้าเฝ้าเจ้านายบริเวณบันไดตำหนัก โดยเจ้านายจะประทับอยู่บริเวณหัวบันได บุคคลที่มาเข้าเฝ้าก็นั่งบริเวณบันได ซึ่งลักษณะดังกล่าวอาจจะเปรียบเทียบกับสำนวนไทยในอดีตที่ว่า “หัวบันไดไม่แห้ง” ที่มีผู้คนมาเข้าเฝ้าเป็นจำนวนมาก

เข้าเฝ้าเจ้านายบริเวณหน้าพระตำหนัก

          การเสวนาดังกล่าว ยังมีการนำเสนอภาพเก่าโบราณอีกเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สถานที่ในพระบรมมหาราชวัง ผ่านราชดำเนิน เข้าสู่พระที่นั่งอนันตสมาคม สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ชาติและพัฒนาการของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป อดีตที่เปรียบเสมือนความทรงจำอันทรงคุณค่า ที่สะท้อนจากหลักฐานที่มีค่า และถูกจัดเก็บไว้ตลอดไปเพื่อชนรุ่นหลัง ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หากผู้อ่านสนใจการเสวนาดังกล่าวสามารถเข้ารับฟังการบรรยายได้จากเฟสบุ๊คของ สำนักหอจดหมายเหตุแหงชาติ หรือhttps://www.facebook.com/NationalArchivesofThailand/videos/1845686085693299/?autoplay_reason=all_page_organic_allowed&video_container_type=4&video_creator_product_type=0&app_id=6628568379&live_video_guests=0

หรือหากต้องการเข้าชมภาพถ่ายโบราณต่าง ๆ แบบใกล้ชิด สามารถเข้าสืบค้นได้ที่ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ถนนสามเสน  เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (วันเสาร์ห้องบริการภาพ “ห้องบุรฉัตร” ปิดให้บริการ) ยกเว้นวันเสาร์สุดท้ายของเดือน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ปิดบริการ ปิดบริการเพื่อตรวจสอบเอกสารประจำปี ระหว่างวันที่ 15-30 ธันวาคม

ถนนสนามชัย

กระทรวงยุติธรรม (ด้านหน้า) สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

เสด็จฯ ทรงเปิดเนติบัณฑิตยสภา

พระแม่ธรณีบีบมวยผม (ตั้งอยู่ ณ บริเวณท้องสนามหลวง)

ริ้วขบวนพระอิสริยยศ ขบวนแห่พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร

ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ถนนราชดำเนินนอก

สะพานมัฆวานรังสรรค์

แบบแปลนลานพระบรมรูปทรงม้า ออกแบบโดยชาวต่างชาติ

พระราชพิธีวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งอนันตสมาคม (คนไทยขวาสุด คือ เจ้าพระยายมราช หรือ ปั้น สุขุม)

การก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม

ภาพบน คือ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เพื่อปักที่พระแท่นราชอาสน์ราชบัลลังก์ (ในภาพพราหมณ์ยังไม่ได้ประกอบพิธีเชิญเทวดาขึ้นในกำพูฉัตรดังนั้นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรจึงยังไม่ถูกตั้งขึ้นจะเห็นเป็นวงกลมสีขาวด้านหลังพระแท่นราชอาสน์ราชบัลลังก์) ภาพล่าง ประกอบพระราชพิธีเสร็จสิ้นแล้ว

พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2459 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระที่นั่งอนันตสมาคม

***หมายเหตุ ภาพต้นฉบับที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร มีความละเอียดและคมชัด เนื่องจากอัดขยายจากฟิล์มกระจก ดังนั้นหากผู้สนใจภาพถ่ายโบราณสามารถเข้าชมตามวันและเวลาที่แจ้งไว้ด้านบน

ขอบคุณภาพบรรยากาศภายในงานเสวนา จาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ผู้เขียน : นางสาวปัญจวัลย์ ชาวดง

One thought on “มหัศจรรย์ภาพถ่ายโบราณ ตัวแทนจิตวิญญาณของบรรพชน ตอน ราชดำเนิน…จากพระบรมมหาราชวังถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม

  1. Sawitree Boonpalit

    ชื่นชอบฝีมือการเขียนของคุณปัญจวัลย์ และติดตามมาโดยตลอด ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ภาพประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยากค่ะ

Comments are closed.