ห้องสมุดมารวย ก้าวสู่ “ห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล” ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์

บรรยายวิชาการเรื่อง ห้องสมุดมารวย ก้าวสู่ “ห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล” ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์  โดย นายเมฆินทร์ ลิขิตบุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความรู้การเงินขั้นพื้นฐาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เวลา 13.00-14.30 น. วันที่ 24 มีนาคม 2560  ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร    คลิกเพื่อดาวน์โหลด

สุรัสวดี  ดิษฐสกุล ผู้เรียบเรียง

ห้องสมุดมารวยเดิมคือ ห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งในปีพ.ศ.2518 เพื่อเป็นแหล่งสารสนเทศเฉพาะทางด้านตลาดการเงิน การลงทุน เน้นให้บริการแก่ผู้ประกอบอาชีพหลักทรัพย์และนักลงทุน  ต่อมาปีพ.ศ. 2547 ปรับปรุงรูปลักษณ์ห้องสมุดใหม่พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “ห้องสมุดมารวย” โดยเน้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเงิน การลงทุนที่ทันสมัยครบวงจรสำหรับประชาชนที่สนใจด้านการเงินและการลงทุน ห้องสมุดมีลักษณะเป็นแบบสมัยใหม่ มีสารสนเทศครบถ้วน เข้าถึงได้รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับทุกความต้องการ และสร้างบรรยากาศที่ลงตัว เอื้อต่อการเรียนรู้เสมือนนั่งอ่านหนังสือภายในบ้าน

ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามาส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้บริการห้องสมุดเป็นอย่างมาก ห้องสมุดจึงเล็งเห็นความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาและยกระดับการให้บริการจากให้บริการทางกายภาพสู่การให้บริการทางออนไลน์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554 และยกระดับเป็นห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัลครบวงจรในปีพ.ศ.2558 มีแนวทางในการพัฒนา 2 ส่วน คือ พัฒนาห้องสมุดมารวยด้านกายภาพสู่การเป็นห้องสมุดดิจิทัลต้นแบบ พัฒนาการบริการรวมทั้งให้คำปรึกา คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลต้นแบบ และการพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการในการเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

แนวทางการให้บริการอย่างสร้างสรรค์ ของห้องสมุดมารวย ตัวอย่างเช่น

  • ทีมบรรณารักษ์ได้คิดรูปแบบการจัดหมวดหมู่หนังสือแบบใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “การจัดหมวดหมู่หนังสือด้านตลาดทุน” (Capital Market Classification หรือ CMC)
  • นำหัวเรื่องหลักของความรู้ด้านตลาดการเงิน การลงทุน มาเป็น call no. หลัก
  • จัดเก็บหนังสือตามมุมความรู้ (corner) ด้านตลาดทุน รูปแบบการจัดหนังสือในลักษณะนี้จะคล้ายกับการจัดหนังสือในร้านขายหนังสือ

     

เสริมด้วยกลยุทธ์แนะนำหนังสือและประชาสัมพันธ์หนังสือที่น่าสนใจ โดยทีมบรรณารักษ์กับทีมการตลาดและประชาสัมพันธ์   ดำเนินการคัดเลือกหนังสือที่น่าสนใจและสร้างการมีส่วนร่วมของทีมด้วยการทำ book review หนังสือที่น่าสนใจ เพื่อนำไปขึ้นเว็บไซต์ของห้องสมุดและลงสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าสนใจหนังสือและเข้าใจหนังสือเบื้องต้นก่อนใช้บริการยืมคืน

นำเทคโนโลยีมาใช้แล้วเปลี่ยนชีวิตใคร?

1. เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตลูกค้า

ซึ่งเดิมต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้หนังสืออ่านสักเล่ม ต่อมาห้องสมุดนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การใช้บริการสะดวก รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น เช่น จากเดิมลูกค้าต้องเดินมาที่ห้องสมุดก็เปลี่ยนเป็นค้นหาหนังสือจากที่ใดก็ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าหนังสือที่ต้องการอยู่ที่ห้องสมุด ลูกค้าค้นหนังสือที่ต้องการอ่านใน Maruey eLibrary ถ้ามี ก็สามารถอ่าน e-book ได้ทันทีไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลา

2.  เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตคนทำงานห้องสมุด 

การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงานห้องสมุด ระยะแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวและเรียนรู้ค่อนข้างมาก แต่ผู้บรรยายบอกว่ามันคุ้มค่ามาก เพราะลดเวลาทีมงาน ลดค่าใช้จ่ายได้ ตัวอย่างเช่นการนำระบบ Self check Kiosk มาใช้ เพื่อให้งานเคาน์เตอร์คล่องตัวขึ้น และลดจำนวนเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์จาก 2-3 คน เหลือ 1-2 คน ค่าใช้จ่ายการจ้างพนักงานก็ลดลง การทำงานด้วยระบบอัตโนมัติทำให้เจ้าหน้าที่ให้บริการได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งทำให้มีเวลาคิดสร้างสรรค์งานบริการใหม่ ๆ ในห้องสมุดมากขึ้นด้วย

ห้องสมุดมารวย นำเทคโนโลยีอะไรมาใช้บ้าง?

  1. ห้องสมุดมารวยใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติ เมื่อโทรเข้าหมายเลข 0 2009 9777 ลูกค้าจะพบกับข้อมูลอัตโนมัติ เช่น ข้อมูลพื้นฐานของห้องสมุด รายชื่อหนังสือใหม่ รวมถึงการเชื่อมต่อกับโปรแกรมบริหารจัดการของห้องสมุด ต่ออายุการยืมหนังสือห้องสมุดด้วยตนเอง เพียงกดหมายเลข barcode สมาชิก และ barcode ของหนังสือที่ต้องการยืมต่อ ระบบนี้ให้บริการได้ 24 ชั่วโมง
  2. ห้องสมุดมารวยออนไลน์ Maruey eLibrary เป็นช่องทางในการใช้บริการดาวน์โหลด มี ebook มากกว่า 450 ชื่อเรื่อง ให้บริการครั้งแรกในปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาช่องทางและรูปแบบให้รองรับการอ่านในทุกช่องทาง อ่านผ่าน App ใช้ได้ทั้ง IOS และ Android

  3. ห้องสมุดมารวย ใช้เทคโนโลยี RFID แบบ Ultra-high Frequency หรือ UHF เพิ่มความสะดวกสบายให้     ลูกค้ายืมคืนหนังสือได้เองด้วยเครื่อง Self Check Kiosk การนำ RFID มาใช้ช่วยได้หลายอย่าง ช่วยป้องกันหนังสือหาย ช่วยเช็คสต็อกหนังสือ (Inventory) จากเดิมใช้เวลา 2-3 วัน เมื่อนำระบบ RFID มาใช้ทำให้    สามารถเช็คสต็อกหนังสือเสร็จภายใน ครึ่งวัน เริ่มนำระบบนี้มาใช้ในปีพ.ศ. 2559 ตามแผนพัฒนาห้องสมุดมารวย สู่ “ห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล”
  4. ห้องสมุดมารวยมี Digital Shelf บริการชั้นหนังสือดิจิทัล ลูกค้าจะพบกับหนังสือใหม่ หนังสือยอดนิยม และหนังสือแนะนำจากห้องสมุดมารวย ผ่านหน้าจอสัมผัส โดยแนวคิดของบริการนี้คือ “Browse then Borrow” แก้ปัญหาซึ่งข้อมูลจาก OPAC ให้ข้อมูลบรรณานุกรมอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกยืม เมื่อมี Digital Bookshelf จะสามารถดูเนื้อหาบางส่วน เช่น สารบัญ บทนำ เนื้อหาบางส่วนจำนวน 10 หน้า ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  1. ในยุคของ Big Data ซึ่งผู้บรรยายได้พูดถึง Big Data ว่า เป็นเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ สกัด เอาคุณค่าออกมาจากข้อมูลขนาดใหญ่ โดยอ้างถึงนิยามของ Big Data ที่ Gartnerให้ไว้ = 3V คือ 1.High-volume, 2.High-velocity,3.High-variety หมายถึง ข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีความหลากหลายทางโครงสร้าง  ปัจจุบันห้องสมุดมารวยใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายอย่าง เช่น บางข้อมูลต้องวิเคราะห์ในแบบ Pivot Table บางข้อมูลต้องสร้างฐานข้อมูลจำลองบน  Microsoft access บางข้อมูลก็ใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น Google Analytics / facebook insight ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเดิมจะสังเกตุว่ามีรูปแบบในเชิงโครงสร้างต่างกันและต้องดึงข้อมูลออกมาค่อนข้างบ่อย ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ จึงได้นำเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้เพื่อสร้าง Data Mining และนำเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบธุรกิจ Business Intelligent (BI) มาใช้เพื่อสร้างระบบประมวลผลข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อให้ห้องสมุดมารวยสามารถดึงข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ได้ง่ายต่อไป
        

ใช้กลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริการด้วยภาคีเครือข่าย

ภาคีเครือข่ายห้องสมุด เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและส่งต่อความรู้ไปยังผู้ใช้บริการอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องเสมอมา การมีภาคีเครือข่ายส่งผลให้พันธกิจต่าง ๆ บรรลุจุดประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ห้องสมุดมารวยเห็นความสำคัญของการทำงานแบบเครือข่าย โดยเครือข่ายความร่วมมือที่ห้องสมุดมารวยเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้แก่ ศูนย์ประสานงานสารนิเทศสาขาเศรษฐศาสตร์ มีสมาชิกเครือข่าย 13 แห่ง คือ ห้องสมุดมารวย ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นอกจากนี้ห้องสมุดมารวยยังเป็นสมาชิกนิติบุคคลแบบตลอดชีพของชมรมห้องสมุดเฉพาะ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ห้องสมุดมารวยยังมีเครือข่ายพันธมิตรกับหน่วยงานภายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ มุมความรู้ตลาดทุน (SET Corner) ศูนย์การเรียนรู้การลงทุน (SET Investment Center หรือ SET IC) และแหล่งเรียนรู้ล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์ณ คือ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (INVESTORY)  ห้องสมุดมารวย มีแนวทางในการสนับสนุนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยให้คำปรึกษาในเรื่องการจัดการห้องสมุดยุคใหม่  ด้านการแลกเปลี่ยนทรัพยากรสารสนเทศ  กิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

 บทสรุปในวันนี้

“ผลการดำเนินงานห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล ในช่วง 3ปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2558 ยอดผู้เข้าใช้บริการออนไลน์ (ดาวน์โหลดและอ่านe-books) 8,000ครั้ง ปีพ.ศ. 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ครั้ง และในปี 2560 คาดว่ายอดจะเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ครั้ง เห็นได้ว่าแนวโน้มการเข้าใช้บริการออนไลน์มีตัวเลขเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่จำนวนการยืมคืนทรัพยากรปกติและตัวเลขการเข้าใช้ห้องสมุดทางกายภาพขยับขึ้นทีละน้อยและมีแนวโน้มคงที่ จะเห็นว่าโอกาสในการพัฒนาห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัลยังมีอีกมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และ เทคโนโลยีที่ทีมงานห้องสมุดจะต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ต่อไป”

ห้องสมุดไม่ดี สร้างแต่ทรัพยากร   –   ห้องสมุดที่ดี สร้างบริการ     – ” ห้องสมุดที่สุดยอด สร้างชุมชน”

อ้างอิง
สุรัสวดี  ดิษฐสกุล ผู้เรียบเรียง. ห้องสมุดมารวย ก้าวสู่ “ห้องสมุดตลาดทุนดิจิทัล” ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์  บรรยายโดย นายเมฆินทร์.  ในประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เวลา 13.00-14.30 น. วันที่ 24 มีนาคม 2560  ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร