Daily Archives: September 1, 2017

การประสานงานความร่วมมือระหว่างห้องสมุดในการพัฒนาเครือขายห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย

โอกาส ความท้าทายและการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย

Digital Library Collaboration in Thailand

รศ.ดร. น้ำทิพย์  วิภาวิน

ห้องสมุดดิจิทัลคือ…

  • องค์กรที่ทำหน้าที่รวบรวม จัดการ บริการและอนุรักษ์ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลเพื่อการใช้งาน

ในระยะยาวสำหรับกลุ่มผู้ใช้แต่ละกลุ่ม โดยคำนึงถึงคุณภาพและนโยบาย

  • ระบบซอฟแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการและให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลสำหรับผู้ใช้แต่ละกลุ่มตามสาขาวิชา

บทบาทหน้าที่ของห้องสมุดทางกายภาพและดิจิทัล

          To collect      • Printed / Electronic materials

 

  • Collection Development

To organize    • Classification , Cataloging, Metadata, Indexing

  • Information Organization

To disseminate  • Reference, User inauiry, Literacy

  • Information Services

พัฒนาการของห้อสมุดดิจิทัล

ประเภทของห้องสมุดดิจิทัล

   1. ระบบห้องสมุดดิจิทัลที่พัฒนาจากทรัพยากรสารสนเทศที่จัดหา Custom-built system

   2. ระบบที่พัฒนาเป็นคลังสารสนเทศสถาบัน Institutional Repository toolkits

3. ระบบที่พัฒนาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและทรัพยากรการศึกษา Cultural heritage and

education resources

องค์ประกอบของการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล

  • Digital Contents (Digital Library)
  • ซอฟต์แวร์ระบบห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library System)
  • ระบบบริหารจัดการ (Digital Library Management System)สถาปัตยกรรมการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล
    • Metadata คือมาตรฐานการลงรายการเพื่ออธิบายไฟล์ดิจิทัล
    • Database คือ Digital Contents ซึ่งต้องคำนึงถึง ลิขสิทธิ์ และมาตรรฐานไฟล์ดิจิทัล
    • Interface คือ Services

    การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ : ห้องสมุดดิจิทัล (Resources/Interoperability/Colaboration)

    ระดับของเครือข่ายความร่วมมือห้องสมุดดิจิทัล

    แบ่งความร่วมมือตาม

    • ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ (Type of resources)
    • หัวเรื่อง (Subject)

    แบ่งระดับของเครือข่ายความร่วมมือห้องสมุดดิจิทัล

    • ระดับองค์กร
    • ระดับชาติ
    • ระดับนานาชาติ

      ระดับองค์กร : หอสมุดแห่งชาติ                                        ระดับองค์กร : คลังปัญหาจุฬา 

      •                       ระดับชาติ : ThaiLIS, TCI                                              TCI

           ระดับนานาชาติ : Globethics, Europeana

          

        การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับองค์กร

        • Policy การกำหนดนโยบายในการพัฒนา Collection และกลุ่มผู้ใช้
        • Working group แต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ในองค์กร
        • Copyright จัดทำแบบขออนุญาตลิขสิทธิ์
        • Work plan แผนการทำงานระยะสั้นและระยะยาว Digital files, Metadata, Database ตามมาตรฐาน
        • Training ฝึกอบรมการทำงานและผู้ใช้
        • Evaluation ประเมินควมพึงพอใจผู้ใช้

ส่วนประกอบสำคัญของการเตรียมการความร่วมมือในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล

  •  การวางนโยบาย  (Policy)
  •  การวางแผนการจัดการข้อมูล  (Data management planning)
  •  การวางแผนด้านบุคลากร  (Staffing)
  •  การกำหนดขอบเจตเนื้อหา  (Scope)
  •  การจัดหาและบริการจัดการซอฟต์แวร์ห้องสมุดดิจิทัล  (Software)
  •  การรวบรวมข้อมูล  (Data collection and gathering)
  •  การกำหนดลำดับงาน  (Workflows)
  •  การนำเข้าข้อมูล  (Input)
  •  การอธิบายรายการข้อมูล  (Metadata)
  •  การจัดเก็บข้อมูล  (Storage)
  •  การค้นหาและค้นพบข้อมูล  (Discovery)
  •  ข้อกำหนดด้านกฎหมายและจริยธรรม  (Legal and ethical restrictions)
  •  การจัดการลิขสิทธิ์ในการเข้าถึงและใช้งานข้อมูล  (Licensing)
  •  การรณรงค์และสนับสนุน  (Advacacy)

ประโยชน์ของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือห้องสมุดดิจิทัล

  •  ประหยัดงบประมาณ
  •  แบ่งปันทรัพยากร
  •  เพิ่มจำนวนทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล
  •  อนุรักษ์ไว้ใช้งานในระยะยาว

 

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสื่อดิจิทัล

ผศ.ดร. จุฑาธิป  จันลุน

สื่อที่เป็นข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง เกิดขึ้นโดยเกิดเป็นดิจิทัลเอง หรือโดยการแปลงโดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถเข้าถึงได้ผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัลทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขยายขอบเขตของการใช้งาน หรือการเข้าถึงข้อมูลให้สามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง และสงวนรักษาได้ในระยะยาว

สื่อดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  • ข้อความ (Text)
  • เสียง (Audio)
  • ภาพนิ่ง (Still Image)
  • ภาพเคลื่อนไหว (Animation)
  • วีดีโอ (Video)

การจัดการสื่อดิจิทัล

  • มีการถ่ายทอดและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
  • สามารถให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
  • มีมาตรฐานเพื่อการนามาใช้ใหม่ได้หลายๆ ครั้ง
  • การไหลเวียนผ่านกระบวนการที่สร้างคุณค่า

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสื่อดิจิทัล

  1. มาตรฐานส่วนของข้อมูล ได้แก่มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ISO 2709, OAI
  • มาตรฐานการลงรายการเมตาเดต้า เช่น MARC21, Dublin Core Metadata, PBCore, MODS
  • มาตรฐานการจัดทำรายละเอียดทางบรรณานุกรมและรายละเอียดเพื่อการเข้าถึงเนื้อหา ได้แก่ AACR2 : Anglo-American Cataloguing Rules, 2nd Edition., RDA: Resource Description and Access
  • การจัดการเกี่ยวกับไฟล์และเอกสารประเภทต่างๆ เช่น โฟลเดอร์และแฟ้มเอกสาร ข้อกาหนดภาพดิจิทัล
  • มาตรฐานการบ่งชี้ข้อมูล เช่น Digital object identifier (DOI)
  1. มาตรฐานการทางานที่มีกระบวนการถูกต้อง ได้แก่
  • มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ
  • มาตรฐานการจัดการข้อมูลในคลังสารสนเทศดิจิทัล (Data Seal of Approval)

กรณีศึกษาความร่วมมือการจัดการสื่อดิจิทัล เช่น

  • Indiana University Digital Library Program ซึ่งเป็นการจัดการเกี่ยวกับความร่วมมือในการจัดการสื่อดิจิทัลของหน่วยงานทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัย
  • The EVIA Digital Archive Project เป็นความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดการสื่อดิจิทัลทางด้านชาติพันธุ์

AhlulBayt Digital Islamic Library Project (DILP) เป็นความร่วมมือทางด้านการจัดการสื่อดิจิทัลทางด้านศาสนาอิสลาม

ขั้นตอนการดำเนินงานการจัดการสื่อดิจิทัล

  • การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Developing and maintaining digital library infrastructure) เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร
  • การออกแบบแหล่งสารสนเทศดิจิทัลสำหรับการเรียนการสอน (Creation of digital resources for instruction)
  • การออกแบบแหล่งสารสนเทศดิจิทัลสาหรับการวิจัย (Creation of digital resources for research)
  • การปรึกษากับบุคคลและหน่วยงานที่มีแนวคิดเกี่ยวกับห้องสมุดดิจิทัลที่มีศักยภาพ (Consultation with individuals and department who have ideas about digital projects)

การเริ่มต้นปฏิบัติตามมาตรฐานที่มีอยู่และนวปฏิบัติที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยการศึกษาจากหน่วยงานที่มีความเชียวชาญด้านห้องสมุดดิจิทัลในประเทศ สำหรับห้องสมุดขนาดเล็กที่ไม่สามารถสร้างได้ด้วยตนเอง อาจหาหน่วยงานช่วยเหลือและร่วมมือ พร้อมทั้งหาหน่วยงานสำหรับการจัดเก็บ

การพัฒนาโครงการ  จะมีคำถามว่า ทำไมถึงทำโครงการ ทำขึ้นสำหรับใคร สิ่งที่ต้องการให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์คืออะไร โครงการจะประสบผลสำเร็จได้อย่างไร เมื่อไหร่จึงจะสำเร็จ และจะวัดความสำเร็จได้อย่างไร

การวางแผนกิจกรรม ต้องทำตามลำดับ คือ การเลือกเนื้อหา เลือกมาตรฐานและแนวทางที่เหมาะสม เขียนโครงการเสนอ ระยะเวลาในการดำเนินการ  การจัดทำงบประมาณ และแผนในการทำงานระยะยาว

การเลือกเนื้อหา จะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การพิจารณาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และปัญหาด้านลิขสิทธิ์  ผู้ใช้หลักคือใคร การลำดับความสำคัญของการทำงาน การจัดทำเนื้อหา และสุดท้ายคือข้อพิจารณาอื่นๆ ที่จำเป็นในการกำหนดเวลา

การดำเนินโครงการ คือ การแปลงเป็นดิจิทัล  การจัดการกับข้อความ และการเลือกเมตาดาตา โดยต้องคำนึงถึงมาตรฐาน คือ ต้องคมชัด มีความลึกของสี และการสะท้อนของแสงด้วย

การเลือกเมตาดาต้า ต้องคำนึงถึง ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ รูปแบบของทรัพยากรสารสนเทศ หน่วยงานที่จัดเก็บ ดูแล ผู้ใช้งาน และดูจากสถาบันอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการ ในการเลือกที่ดีในเบื้องต้น มักนิยมเลือก Dublin Core

การจัดก็บ เซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรต้องพร้อมในการสำรองข้อมูล และต้องจัดเก็บไฟล์ที่ไม่ใช่ต้อนฉบับในระบบอื่นๆ เพื่อให้บริการด้วย

การเข้าถึงบริการ โดยผ่านทาง www ผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติ หรือระบบการจัดการสารสนเทศอื่นๆ โดยต้องคำนึงถึงระบบการให้บริการที่ดี คือ เข้าถึงได้ง่าย  มีส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งานที่สะดวก สามารถเชื่อมโยงไปยังตัวทรัพยากรสารสนเทศโดยตรง นำเข้าหรือส่งออกสารสนเทศได้ง่าย และแบ่งปันสารสนเทศไปยังส่วนอื่นๆ ได้

มาตรฐานที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการจัดการสื่อดิจิทัล

  • Resource Description Standards –Metadata Standards
  • Linked Open Data (LOD)
  • International Standard Identifiers–Digital object identifier (DOI)
  • Digitization of Library Materials
  • Usability and Web Accessibility

 

มาตรฐานสื่อดิจิทัลสำหรับการสร้างเครือข่ายห้องสมุดดิจิทัล : กรณีศึกษาเครือข่ายห้องสมุดดิจิทัลระดับชาติ

 ดร,ประสิทธิชัย  เลิศรัตนเคหกาล

กรณีศึกษา : เครือข่ายความร่วมมือระดับชาติ Trove หอสมุดแห่งชาติออสเตรเลีย

Trove is a free search engine. It searches across a large aggregation of Australian content. The treasure is over 90 million items from over 1000 libraries. Museums, archives and other. โดยมีกระบวนการพัฒนา ดังนี้

  1. MOU
  2. Test harvesting
  3. Tast harvest review
  4. Production load

กรณีศึกษา : เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ Europeana : European Digital Library

Europeana connects the collections – 45 million items and counting – of more than 3,500 cultural institutions. We do this by harvesting metadata into the Europeana repository. This lets people browse and explore millions of records – all in one place.

 

กรณีศึกษา : เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ  ASEAN Digital Library : ห้องสมุดดิจิทัลอาเซียน

               ห้องสมุดดิจิทัลอาเซียน (ADL) มีอุปกรณ์ดิจิทัลหลายชนิด ที่ได้รับจากประเทศสมาชิกอาเซียน เปิดบริการให้แก่ประชากรในอาเซียน โดยผ่านฐานข้อมูลออนไลน์ ภายในห้องสมุดดิจิทัลอาเซียน (ADL) มีข้อมูลมากมายบรรจุอยู่ในหนังสือ แผนที่ ภาพถ่าย ภาพวาด ไฟล์เสียง วิดีโอ และหนังสือพิมพ์

ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาเนื้อหา โดยสามารถกำหนดประเภท ประเทศ ประเภทของเอกสาร เลือกภาษาได้ ห้องสมุดดิจิทัลอาเซียน (ADL) แห่งนี้จะอัดแน่นไปด้วยข้อมูลอาเซียน ที่ได้รับการช่วยเหลือและร่วมมือจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด ที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลแห่งเดียวในอาเซียนที่ทุกคนสามารถเข้าถึงง่าย โดยคาดหวังว่า จะมีผู้เข้ามาใช้บริการมากมาย จะมีข้อมูลด้านอาเซียนที่ให้ค้นหามากขึ้น ซึ่งการที่ได้รับความร่วมมือเรื่องข้อมูลจากประเทศสมาชิกอาเซียนมามากมายนั้น ทาง ADL จะบริหารจัดการข้อมูลให้ทุกคนเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย มีข้อมูลที่ดี ๆ หลากหลายเป็นจำนวนมาก และเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ถือว่าเป็น “มรดกของชุมชนอาเซียน” สำหรับทุกคน


 

ถอดบทเรียน “คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด

โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติฯ

นายบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ 

                การเรียนรู้แบบร่วมมือ เป็นการแบ่งปันความรู้ ไม่ยึดถือในความเป็นเจ้าของมากเกินจนไปขัดโอกาสการเข้าถึง โอกาสการเรียนรู้ของผู้อื่น แนวคิดการสร้างช่องทางการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้อิสระเสรี จึงเป็นแนวคิดของการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การแบ่งปันแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาที่มีคุณภาพสู่สังคมโลกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาได้อย่างเสรี แหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิด หรือ OER : Open Educational Resources จึงก่อเกิดขึ้นมาภายใต้แนวคิดดังกล่าว โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO)  ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) สถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพัฒนา รวบรวมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเปิด (Open Courseware) เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ ที่มีวัตถุประสงค์ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน ความสำเร็จของโครงการทำให้แนวคิดในการพัฒนาและแบ่งปันความรู้แก่มวลมนุษชาติได้รับการยอมรับในชื่อของ “แหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิด” หรือ Open Educational Resources หรือ OER

เป็นการสร้างธรรมาภิบาล คือเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทางวิชาการ มีความโปร่งใสของการพัฒนาสื่อเรียนรู้ ต่อยอดระบบต่างๆ โดยเป็นการพัฒศนากำลังคน การประเมินทางวิชาการ ระบบการเรียนเทียบโอน สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีเนื้อหามาจากทุกภาคส่วน รองรับผู้เรียนทุกคน

หน่วยงานตั้งต้นโครงการ

  1. มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
  3. กระทรวงศกึษาธกิ าร ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศกึษาขนั้ พนื้ ฐาน (สพฐ.) สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน)
  4. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  5. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

                ยุทธศาสตร์ที่ 3. สร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างการมีส่วนร่วม การใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

  • ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มผู้อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ และคนพิการ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
  • ประชาชนทุกคนมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์
  • ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษา สาธารณะสุขและบริการสาธารณะ ผ่านระบบดิจิทัล

ประเทศไทยมีปัญหาเรื่อง “ลิขสิทธิ์” เพราะว่า

  •   โปรแกรมที่ใช้สร้างสื่อ… อาจละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์  เนื้อหา
  •   เนื้อหา, ภาพ, ฟอนต์, สื่อประกอบที่ใช้สร้างสื่อ… อาจจะละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

  

 

นานาชาติผ่านวิกฤต “ลิขสิทธิ์” มาได้อย่างไร

Roadmap การจัดการเรียนการสอนด้วยไอซีทีของประเทศไทย

รู้จักกับสัญญาอนุญาต

  • สงวนลิขสิทธิ์  Copyright (c)
  • สมบัติสาธารณ  Public Domain (pd)
  • CreativeCommons  (cc)
  • OpenAccess  (OA)

สัญญาอนุญาตแบบเปิด

ปรับกลยุทธ์เริ่มจากสัญญาอนุญาตแบบเปิดสู่คลังทรัพยากร การศึกษาแบบเปิด ก่อนก้าวสู่ MOOC

เหตุที่ต้องพัฒนาระบบนี้

สื่อที่มีอยู่ไม่มีความชัดเจนใน “ลิขสิทธิ์” และ “เงื่อนไขการให้ใช้สิทธิ์”

  • ผู้สร้างสรรค์ไม่ประกาศ
  • ผู้ใช้งาน “เข้าใจเอง” ว่า “ผู้สร้างสรรค์อนุญาต”
  • ผู้ใช้งานนำไปใช้งาน “เกินกว่าความยินยอมของผู้สร้างสรรค์”
  •   ผู้พัฒนาขาดเครื่องมือ/กลไกช่วยเหลือในการลงทะเบียนสื่อ
  •   ประเทศไทยควรมีคลังสื่อเก็บไว้ในราชอาณาจักร แทนที่จะไปเก็บสื่อไว้ในระบบของต่างประเทศ

บทเรียนออนไลน์แบบเปิด

โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์ฯ

  

สืบค้นง่าย ใช้งานได้ปลอดภัย เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมทางการศึกษา

ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด https://oer.learn.in.th/search_detail/result/44581

เลือกเรียน เพิ่มทักษะ ด้วยหลักสูตรออนไลน์หลากหลายจากหน่วยงานเครือข่าย

 บทเรียนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต               หลากหลายสื่อเพื่อการเรียนการสอน

  

            คลังจดหมายเหตุดิจิทัล                                    พิพิธภัณฑ์ออนไลน์

  

         คลังเอกสารสำคัญของชาติ                            สื่อน่าสนใจจากบุคคลต่างๆ

  

ทำไมต้องพัฒนาคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด หรือ OER

สื่อในอินเทอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ มีมากมาย แต่รัฐบาลต้องการให้พัฒนาคลังทรัพยากรการศึกษาแบบ

เปิด เนื่องจาก

• พฤติกรรมของผู้ใช้ส่วนมากจะค้นสื่อที่ต้องการใช้งานจาก internet หรือแหล่งต่างๆ โดยไม่สนใจถึง

ประเด็นของลิขสิทธิ์ โดยคิดว่าผู้สร้างสรรค์อนุญาต หรือเข้าใจว่า “ใช้เพียงเล็กน้อย / ใช้เพื่อการเรียนการสอน /

ใช้โดยไม่ได้หากำไร” ไม่ผิดลิขสิทธิ์

• ผู้สร้างสรรค์ขาดเครื่องมือหรือกลไกที่ช่วยเหลือในการลงทะเบียนสื่อเพื่อการประกาศเงื่อนไขทาง

ลิขสิทธิ์ที่เหมาะสม

• โครงการฯ พัฒนา “คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด หรือ OER” เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ที่ต้องการเผยแพร่

ผลงานและอนุญาตให้ผู้ใช้งานได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ มีแหล่งลงทะเบียนเผยแพร่สื่อ

• โครงการฯ ยังทำหน้าที่รณรงค์ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ผู้ใช้ทุกภาคส่วน จึงลดภาระการ

สื่อสารของผู้สร้างสรรค์

• “ทรัพย์สินมีค่าอันเกิดจากการสร้างสรรค์ของผู้สร้างสรรค์” ได้รับการบริหารจัดการ การจัดเก็บไว้ใน

ระบบที่รัฐบาลเป็นผู้พัฒนาและดูแล อันจะเป็น “สมบัติสำคัญของชาติ” ต่อไป (แทนที่จะถูกเก็บไว้ในเครื่องแม่ข่าย

ของผู้ให้บริการในต่างประเทศ)

• การอ้างอิงเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการ ไม่กระทบถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์

• กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดทำหนังสือ “คู่มือลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม”

• โครงการฯ ให้การรองรับทุกคนทุกอาชีพและเห็นว่าทุกอย่างเป็น “ความรู้”

• ผู้สร้างสรรค์อาจจะเผยแพร่สื่อในรูปแบบภาพจากชีวิตประจำวัน เช่น ภาพอาหาร ภาพสิ่งของในบ้าน

สื่อวีดิทัศน์ที่ผลิตโดยหน่วยงาน หรือเอกสารแผนการสอนของครู

• สื่อทุกอย่างยังเป็นของผู้สร้างสรรค์ สามารถนำเข้า เอาออก ปรับเปลี่ยนสัญญาอนุญาต หรือเงื่อนไข

การใช้งานสื่อได้ตามต้องการ โดยที่โครงการฯ ทำหน้าที่เพียงบริหารจัดการระบบและช่วยประชาสัมพันธ์สื่อ ส่ง

เสริมคุณธรรมจริยธรรมในการใช้สื่อ

• การมีความเข้าใจเกี่ยวกับ “ลิขสิทธิ์” คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็น “สิทธิที่เป็นธรรม”


 

โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (THAILIS)

นายจีระพล  คุ่มเคี่ยม

              โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (THAILIS) เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายห้องสมุด

มหาวิทยาลัยส่วนกลาง (Thai Librar Network – Metropolitan : Thailinet) กับ เครือข่ายห้องสมุด

มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial University Library Network : Pulinet) และสำนักงานปลัดทบวง

มหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน บนเครือข่าย UniNet เพื่อประโยชน์ในการขยายเคือข่ายห้องสมุดอุดมศึกษาในสังกัด

หน่วยงานอื่นๆ และห้องสมุดประเภทอื่นๆ โดยการสร้างระบบเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัย

เพื่อให้การบริการสารสนเทศทำได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์และรวดเร็ว มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมี

ประสิทธิภาพ

คณะทำงานและคณะกรรมการต่างๆ ในโครงการ

  • คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย (ThaiLIS)
  • คณะทำงานพัฒนาระบบสหบรรณานุกรม
  • คณะทำงานพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์
  • คณะทำงานพัฒนาโครงการบอกรับฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น
  • คณะทำงานพัฒนาโครงการจัดทำระบบห้องสมุดอัตโนมัติสำหรับสถาบันอุดมศึกษาฃ
  • คณะทำงานเอกสารมรดกไทย
  • คณะทำงานด้านข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา
  • คณะทำงานฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • คณะทำงานฝ่ายบริการ
  • คณะทำงานฝ่ายวารสารและสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง
  • คณะทำงานสื่อโสตทัศน์ฯ
  • คณะทำงานฝ่ายจัดหา
  • คณะทำงานฝ่ายวิเคราะห์

 PROJECT UNDER THAILIS

THAILIS PROJECTS

  • Union Catalog
  • Thai Digital Collection
  • Reference Database
  • Library Automation System
  • Union Circulation
  • Thailand Virtual Union Catalog
  • Thai Archive Repository

 

ถอดบทเรียน “การพัฒนาคอลเลกชั่นดิจิทัลหนังสือหายาก หอสมุดสาขาวังท่าพระ”

จรินทร์ คิดหมาย

        หอสมุดวังท่าพระ เริ่มโครงการแหล่งสารสนเทศอิเล็กทรอนิกทางศิลปะในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 – 2560 ฐานข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นต่อเนื่อง 19 ปี ได้แก่ แฟ้มข้อมูลผลงานศิลปิน ห้องสมุดดิจิตอลศ.มล.สุภัทรดิส ดิสกุล ข่าวศิลปออนไลน์, นิทรรศการภาพพิมพ์, ฐานข้อมูลหนังสือหายาก, E-Book on art, วารสารออนไลน์, ฐานข้อมูลภาพเก่า มศก., ฐานข้อมูลวัดในกทม., ฐานข้อมูลรศ.กัญญา เจริญศุภสกุล, จุลสารออนไลน์, E-Art Exhibition Catalog, และคลังสะสมศิลปกรรม

    

ในการถอดบทเรียนนี้ได้อธิบายถึงการทำฐานข้อมูลดิจิทัล 2 ฐานคือ

  1. ห้องสมุดดิจิทัล ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล
  2. ฐานข้อมูลหนังสือหายากอิเล็กทรอนิกส์

ฐานข้อมูลดิจิทัลศ.มจ.สุภัทรดิศ เกิดขึ้นจากการที่ญาติได้นำหนังสือ วารสาร เอกสารต้นฉบับ รูปภาพ

ปฏิทินที่ท่านในฐานะอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร สะสม เก็บรักษาไว้กว่า 20,000 รายการ มาบริจาคให้

หอสมุดฯ เมื่อท่านได้เสียชีวิตลง หอสมุดวังท่าพระจึงได้จัดทำเป็นเอกสารดิจิทัล และตัวเล่มจริงได้จัดห้องให้

บริการไว้ เมื่อจัดทำรายการเสร็จ จึงได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพฯ เปิดห้องสมุด ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล และ

ได้จัดทำฐานข้อมูลหนังสือหายากอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมอีก 1 ฐาน เนื่องจากมีทรัพยากรหนังสือหายากอยู่เป็น

จำนวนมากภายในห้องสมุด

ลักษณะของหนังสือหายาก เป็นหนังสือเก่าซึ่งมีความสำคัญในด้านที่เป็นเอกสารปฐมภูมิในด้าน

ประวัติศาสตร์การพิมพ์ของแต่ละประเทศหรือแต่ละภูมิภาค โดยทั่วไปจะกำหนดช่วงเวลา 50-80 ปี แรกของการ

จัดพิมพ์ หนังสือที่มีประวัติการครอบครอง ว่าเคยเป็นของผู้ใดมาก่อน มีบรรณสิทธิ์คือป้าย ตราประจำตัวของ

เจ้าของหนังสือปรากฎอยู่ โดยที่ต้องศึกษาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ทั่วไปที่เจ้าของลิขสิทธิ์

เป็นผู้ทำขึ้น ลิขสิทธิ์ของผลงานชิ้นนั้น ๆ จะมีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และจะยังคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปี

นับตั้งแต่ที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตลง

การวางแผนดำเนินงานจัดทำห้องสมุดดิจิทัล เริ่มจากการคัดเลือกสารสนเทศ ผู้รับผิดชอบได้แก่

บรรณารักษ์, นักเอกสารสนเทศ การสแกนเอกสารต้นฉบับด้วยเครื่องแสกน และโปรแกรม Photoshop บันทึก

รายการบรรณานุกรม Dublin core 15 elements ผู้รับผิดชอบได้แก่ บรรณารักษ์, นักเอกสารสนเทศ และ เจ้า

หน้าที่ห้องสมุด การเขียนโปรแกรมฐานข้อมูล การออกแบบเว็บเพจ การเขียนโปรแกรมสืบค้นผ่านหน้าเว็บ ผู้รับผิด

ชอบได้แก่ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (โปรแกรม KVISoft Flipbook Maker ทำ E-Books)

ปัญหาที่พบ คือ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ และมีใจรักในการรับผิดชอบงานจัดทำหนังสือหา

ยากดิจิทัล  ขาดอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการดำเนินงาน  ไม่มีกระบวนการอนุรักษ์หนังสือหายากตามหลักวิชาการ

ก่อนนำมาจัดทำในรูปดิจิทัล  จำนวนหนังสือหายากดิจิทัลในฐานข้อมูลมีน้อยเนื่องจากการจัดทำใช้เวลานาน

การเผยแพร่หนังสือหายากดิจิทัลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปเอกสารฉบับเต็ม (Fulltext) เสี่ยงต่อการถูก

ละเมิดกรรมสิทธิ์  : http://www.thapra.lib.su.ac.th/thapra/web/sudl.php?type=1

 


 

ถอดบทเรียน “การพัฒนาฐานข้อมูลภาพข่าวและรายการข่าว ไทยพีบีเอส”

วันเพ็ญ สินธุวงศ์

การจัดเก็บภาพข่าว 3 ประเภท คือ

  • Footage (โต๊ะข่าว)
  • Master Onair (รายการข่าวที่ออกอากาศแล้ว)
  • รายการข่าว 

จัดทำฐานข้อมูลภาพข่าว

  • การกำหนด ID / วิเคราะห์หมวดหมู่
  • Metadata จัดทำรายละเอียดภาพข่าว
  • บันทึกข้อมูล ตรวสอบ แก้ไข เพิ่มเติม Keywords
  • โอนถ่ายข้อมูลไป LTO
  • Restore กลับมาเพื่อให้บริการ

    

การแบ่งหมวดหมู่

หมวดหมู่ Footage โต๊ะข่าว

หมวดหมู่ Footage รายการข่าว / Onair รายการข่าว

  

งานบริการศูนย์ข้อมูลข่าว

  • ให้บริการภาพข่าว ภายใน ส.ส.ท. และหน่วยงานภายนอก
  • ทำสำเนาภาพข่าวให้หน่วยงานต่างๆ ตามที่ได้รับอนุมัติ
  • แปลงระบบ / แปลง File
  • แลกเปลี่ยนภาพข่าวกับสำนักข่าวต่างประเทศ (AP/Reuters/MBC)

 

ถอดบทเรียน “การพัฒนาคอลเลกชั่นดิจิทัลสำหรับเอกสารโบราณ”

นายดอกรัก พยัคศรี

           โครงการจัดทำฐานข้อมูลเอกสารโบราณ ภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์เนื้อหาของเอกสารโบราณในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทยไว้ในรูปแบบดิจิทัล และ

เผยแพร่สู่สาธารณะในรูปแบบระบบฐานข้อมูล การสร้างไฟล์สำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณด้วยกล้องดิจิทัลความ

ละเอียดสูง และมีมาตรฐานภาพถ่ายดิจิทัล กระบวนการทำสำเนาเอกสารโบราณนั้นจะถ่ายทำในสถานที่ที่เป็น

แหล่งข้อมูลเท่านั้น คัดเลือกเอกสารตามวัดต่าง ๆ ในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทย เช่น เอกสารใบลาน ภาพ

สมุดไทย มีการให้รหัสเอกสาร ชื่อเรื่อง วันที่ถ่าย กำกับไว้ในภาพแรก รูปแบบของไฟล์ภาพเป็น JPG, PNG, GIF

การสืบค้นข้อมูลสามารถค้นได้จาก ชื่อเอกสารโบราณ รูปแบบอักษร ภาษาที่ใช้ รหัสเอกสารโบราณ และค้นจาก

คำสำคัญ ผู้ใช้งานสามารถเข้าชม อ่าน คัดลอก และพิมพ์ข้อมุลผ่านระบบออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  1. การเลือกข้อมูล (Selecting for Digitization) มีวัตถุประสงค์ เพื่ออนุรักษ์เนื้อหาของเอกสารโบราณในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทยไว้ใช้ในรูปแบบดิจิทัล และเผยแพร่สู่สาธารณในรูปแบบระบบฐานข้อมูล
  2. การสร้างไฟล์ดิจิทัล (Creating Digital Content) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสำเนาดิจิทัลของเอกสารโบราณ และทะเบียนเอกสารโบราณ
  3. การให้คำอธิบายข้อมูล

3.1 การกำหนดรหัสเอกสาร และตั้งขื่อไฟล์สำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณ

3.2 การทำชุดมาตรฐานข้อมูล (metadata) ของสำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณ โดยใช้มาตรฐานฐานข้อมูลของ

Dublin Core

3.3 การเพิ่มข้อมูลคำอธิบายไฟล์สำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณ

3.4 การสำรองข้อมูล เป็นการเก็บรักษาไฟล์ดิจิทัลของข้อมูลทั้งหมด โดยเก็บรักษาไว้ในหน่วยความจำฮาร์ดดิสก์

  1. การจัดทำเนื้อหาข้อมูลดิจิทัล (Managing Digital Content) เพื่อกำหนดสิทธของผู้จัดการเนื้อหาดิจิทัล
  2. การสงวนรักษาเนื้อหาดิจิทัล (Preserving Digital Content) เพื่อการสำรองข้อมูลทั้งหมด เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือสูญหาย
  3. การจัดทำเครื่องมือช่วยค้น (Discovering) เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการค้นคืนข้อมูลให้สอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด
  4. การอนุญาตให้ใช้ข้อมูลและการนำข้อมูลไปใช้ใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  

ปัญหาที่พบคือเอกสารโบราณ ประสบภัยธรรมชาติเช่นไฟไหม้ น้ำท่วม และเจ้าอาวาสท่านเดิมนำไปด้วย

พอเปลี่ยนเจ้าอาวาสก็จะหาไม่พบ http://www.sac.or.th/databases/manuscripts/main.php?

m=document&p=index


 

ถอดบทเรียน “การพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของหอสมุดแห่งชาติ”

ดร.ประสิทธิชัย เลิศรัตนเคหกาล

        โครงการ D-Library เป็นโครงการห้องสมุดดิจิทัลของหอสมุดแห่งชาติในการจัดเก็บ การอนุรักษ์ การเผย

แพร่เนื้อหาดิจิทัลทางมรดกภูมิปัญญาของชาติให้ผู้ใช้สามารเข้าถึงเนื้อหาดิจิทัลได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว นำไป

ใช้ประโยชน์ได้ทันทีผ่านออนไลน์ ได้แก่ หนังสือหายาก  มีอายุประมาณ 50-150 ปี หนังสือพิมพ์เก่า    เก็บ

รวบรวมหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ปี 2465 ถึงปัจจุบัน เอกสารโบราณ  มีอายุมากกว่า 150 ปีขึ้นไป และ

ภาพถ่ายเก่าและโปสเตอร์ 

  

จุดเด่นของฐานข้อมูลนี้จะพบในการค้นหลักศิลาจารึกมีการนำ Google Maps เข้ามาใช้ประกอบการปักหมุด

ตำแหน่งที่พบศิลาจารึกในแผนที่ประเทศไทยให้เห็นแผนที่โดยละเอียด โปรแกรม OMEKA ในการทำฐานข้อมูล

ใช้ Dublin Core เป็นมาตรฐานในการลงรายการ มี Single Search ชื่อ Primo ซึ่งแถมมากับการบอกรับฐาน

ข้อมูล LIBNET เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสืบค้นที่จุดเดียว http://164.115.27.97/digital/

         จากการถอดบทเรียนการจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลทั้ง 4 แห่งพบว่ามีความคล้ายคลึงกันในด้านเนื้อหา รูปแบบ

การลงรายการบรรณานุกรมโดยใช้ Metadata วัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของโปรแกรม

และ Software  ปัญหาต่าง ๆ ที่พบจะเป็นเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ และสถานที่จัดเก็บ จึงมีผู้ให้ความคิดเห็น

ว่าการจัดทำฐานข้อมูลนี้น่าจะมีความร่วมมือกันในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูล การใช้ข้อมูลร่วมกัน โดยให้มี

หอสมุดแห่งชาติเป็นเจ้าภาพในการจัดทำฐานข้อมูลและเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่

        เรียบเรียงโดย ทวี  มานะธำรง

                                                                                                                                       ยุวดี  ชุนลิ้ม