Cloud Computing กับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

ผู้เขียน และ พี่กบ (รักชนก ขำประถม) ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการเสวนาเรื่อง Cloud Computing กับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ” ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 ณ ห้องบรรยาย 3 ศูนย์บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจัดโดย บริษัทแอ้ดวานซ์ มีเดีย ซัพพลายส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทน OCLC (Online Computer Library Center) ประเทศไทย โดยการเสวนาครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

  1. รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ในฐานะผู้เลือกใช้ห้องสมุดอัตโนมัติบนระบบ Cloud computing
  2. Mr. Andrew Wang และ Miss Tsai Shu-En จากบริษัท OCLC ให้ความรู้เรื่องระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WMS (WorldShare Management Services)
  3. อ. ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ อาจารย์ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะของผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

สรุปสาระสำคัญของการเสวนาดังนี้

  1. รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ในฐานะผู้เลือกใช้ห้องสมุดอัตโนมัติบนระบบ Cloud computing

            รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิทยบริการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเป็นผู้ที่ทำงานกับบรรณารักษ์มาเป็นเวลานาน เข้าใจระบบการทำงานของบรรณารักษ์ และ นักวิจัย เป็นอย่างดี ท่านเป็นผู้ริเริ่มการโครงการต่าง ๆ ที่สำคัญในประเทศไทย เช่น การใช้นำระบบห้องสมุดอัตโนมัติ INNOPAC มาใช้ในสำนักวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 การมีอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งแรกของประเทศ การสร้างเครือข่ายจุฬาลิเนท ตลอดจนถึงการขยายเครือข่ายเชื่อมโยงเข้ากับโครงการ THAINET และ PULINET ที่จะเชื่อมโยงระบบห้องสมุดของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และ  ผู้แต่งร่วม หนังสือ “ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ : แนวคิดและประสบการณ์ 2538”

อาจารย์เริ่มต้นการเสวนาด้วยการกล่าวถึงประวัติมหาวิทยาลัยหัวเฉียว โดยจุดกำเนิดเริ่มต้นจากภิกษุหลวงปู่ไต้ฮงหรือไต้ฮงกง เป็นชาวมณฑลฮกเกี้ยน เมื่อยังหนุ่มท่านได้สอบเป็นบัณฑิตระดับจิ้นซือ ภายหลังเห็นสภาพบ้านเมืองมีแต่ความทุกข์ยาก จึงลาออกจากราชการและบวชเป็นภิกษุพุทธศาสนานิกายมหายาน คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากต่าง ๆ เมื่อท่านมรณภาพ ชาวบ้านจึงจัดตั้งศาลขึ้น และใช้ชื่อว่า “ศาลเจ้าป่อเต็กตึ๊ง” ได้รับการกราบไหว้มาจนถึงปัจจุบัน แนวคิดนี้เมื่อมาถึงประเทศไทย จึงมีการจัดตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในปี พ.ศ. 2439 หรือประมาน 100 ปีมาแล้ว คอยช่วยเหลือชาวจีนโพ้นทะเล และคนทั่วไป จากนั้นจึงขยายการทำงานเป็นสถานผดุงครรภ์ โรงพยาบาลหัวเฉียว และ พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในปัจจุบัน โดยการร่วมบริจาคจากชาวไทยเชื้อสายจีน ราว 1,500 ล้านบาท โดยการนำของ ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ ประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในขณะนั้น

พันธกิจของมหาวิทยาลัย คือ การตอบแทนคุณแผ่นดิน มหาวิทยาลัยจึงยึดหลักการ “ให้” ดั่งที่ชาวจีนได้รับโอกาสนั้น มหาวิทยาลัยจึงมิได้มุ่งเน้นผลกำไร ในขณะเดียวกัน ได้พยายามตอบแทนสังคม ผ่านโครงการ   ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น โครงการควบคุมร้านเหล้าปั่นรอบมหาวิทยาลัย การส่งเสริมการใช้จักรยานเพื่อนักศึกษา การคัดกรองนักศึกษาจีนจากประเทศจีนโดยผ่านความตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนก่อนเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว การอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมไทย-จีน การสนับสนุนการดูแลสุขภาพของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาจบการศึกษา และ ทำประโยชน์ให้กับสังคมในทุกระดับต่อไป

แนวคิดในการเลือกระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

ราวปี พ.ศ. 2530 ท่านมีแนวคิดในการเลือกระบบห้องสมุดอัตโนมัติให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแต่เดิมใช้ CDS/ISIS ในอดีตนั้น ในมุมมอง ณ ขณะนั้น การเลือกระบบห้องสมุดอัตโนมัติ เน้นการเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก สามารถทำงานในระบบ UNIX เพื่อรองรับระบบอินเทอร์เน็ต ดังนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงต้องมีอินเทอร์เน็ตเกตเวย์เพื่อใช้รองรับระบบอินเทอร์เน็ตด้วย (หลังจากใช้อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมา 1 ปี ในปีต่อมา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) จึงทำการเชื่อมเกตเวย์ให้ทั้งประเทศ) จากนั้นจึงเลือกซอฟแวร์ อาจารย์มีหลักในการใช้งานซอฟแวร์ คือ ต้องให้คนอื่นใช้ก่อน และเป็นที่นิยม (Proven Products) อาจารย์จึงเลือกระบบ INNOPAC เนื่องจากมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในอเมริกา เช่นในโอไฮโอ ก็ใช้ระบบนี้ทั้งรัฐ หลักในการเลือกระบบห้องสมุดอัตโนมัติของอาจารย์ มีหลักคิด คือ

  • ใช้งานง่าย ทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ทักษะมาก
  • บริษัทมีความมั่นคงทางการเงิน มีทีมที่ดี พัฒนาได้ต่อเนื่อง ประเทศไทยมีคนเก่งจำนวนมาก แต่ไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continues improvement) เช่น เวิร์ดจุฬา (CU Writer) ชุดพัฒนาการพิมพ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่หยุดไปหลังจากมีโปรแกรมโลตัส และ ไมโครซอฟเวิอร์
  • เป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ มีความมั่นคง
  • ราคาที่เหมาะสม
  • มีส่วนร่วมกับการเลือกโปรแกรมทุกระดับ ไม่เพียงแต่ผู้บริหาร แต่ต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมด

 

 

ความต้องการ หรือ ความพึงพอใจ ของลูกค้านั้นจะไม่มีวันหมดเสมอ จะมีเสียงร้องเรียน หรือ ความต้องการอื่น ๆ อย่างไม่รู้จบ ห้องสมุดจึงต้องปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ                                                                                    ปัจจุบัน ระบบห้องสมุดจาก ILS (Integrated library system) ได้ปรับเปลี่ยนเป็นแบบ Library Service Platform ในบริบทของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มองการเลือกระบบห้องสมุดอัตโนมัติว่า พฤติกรรมการใช้ห้องสมุดของนักศึกษาเปลี่ยนไป นักศึกษามีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ สื่อที่ให้บริการก็ต้องปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบของดิจิตอลมากขึ้น ประกอบกับ มหาวิทยาลัยเองไม่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบมากพอจะจัดการกับโปรแกรมต่าง ๆ ตลอดจนในอนาคต Cloud Computing จะมีการใช้งานมากขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลดค่าใช้จ่ายค่าเซิฟเวอร์ ลดกำลังคนในการทำงาน และสถานที่เก็บ เข้าถึงได้ทุกสถานที่ เป็นต้น

 

  1. Mr. Andrew Wang และ Miss Tsai Shu-En จากบริษัท OCLC ให้ความรู้เรื่องระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WMS (WorldShare Management Services) (บรรยายภาษาอังกฤษ)

Mr. Wang ได้อธิบายเรื่องของระบบ Cloud computing คืออะไร อธิบายระบบ WMS ความนิยมในการใช้งานราว 600 ห้องสมุดทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Server        ค่าดูแลรักษาระบบ จำนวนคนทำงานที่ลดลง จากนั้น Miss Tsai Shu-En เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในการ   ติดตั้งระบบให้ห้องสมุดในประเทศฟิลลิปินส์ เวลาที่ใช้ในการติดตั้งระบบราว 6-8 เดือน มีผู้เชี่ยวชาญเป็นคณะทำงานที่จะช่วยเหลือให้การติดตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย และดูแลระบบอย่างดี

  1. อ. ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ อาจารย์ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะของผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

อาจารย์เริ่มเสวนาในหัวข้อ เรื่อง TRENDS IN INTEGRATED LIBRARY SYSTEM: A USER’S PERSPECTIVE ด้วยการถามว่าระบบห้องสมุดอัตโนมัตินั้นจะอยู่ช่วงไหนของการศึกษาวิจัย อาจารย์ใช้ประสบการณ์จากการทำงานวิจัยในฐานะผู้ใช้ห้องสมุด ได้อธิบายกระบวนการในการทำวิจัยเรื่องหนึ่งนั้น มีกระบวนการมากมาย และ จุดใดเป็นจุดที่ต้องใช้งานห้องสมุดอัตโนมัติ

ภาพ แถบสีแสดงจุดปะทะ (Touch point) ระหว่างนักวิจัย กับ ห้องสมุด

นอกจากนี้ อาจารย์ยังได้แสดงผลการวิจัย แสดงการค้นคว้าของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

จากภาพ คนส่วนใหญ่ที่มาห้องสมุดนั้น มาค้นคว้าแบบรู้ว่าต้องการอะไร (Know Item) เพียงอยากทราบว่าห้องสมุดมีสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการหรือไม่ ส่วนกลุ่มที่มีค้นคว้าแบบ Discovery (ค้นแบบทั่วไป) คือกลุ่มนักเรียน หมายความว่า กลุ่มผู้ใช้ใหม่คือ นักเรียน คาดหวังว่า ห้องสมุดจะสามารถให้การค้นคว้าแบบ Discovery ได้ ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญ จะมีการค้นแบบ Discovery ในแหล่งอื่น อาจารย์ยกตัวอย่าง Google ที่ผู้ใช้ส่วนมากเลือกการค้นแบบการสำรวจ (Exploratory Search หรือ Discovery) มากกว่า และ ผู้ใช้ทั่วไปเชื่อ Google เนื่องจากการมีการจัดอันดับ (Ranking) คือ เอาความเกี่ยวข้องมาไว้หน้าแรก ผู้ใช้มักจะเลือกลำดับแรก ๆ จากหน้าแรก ที่ Google ค้นพบ ผู้ใช้น้อยรายที่จะเลือกต่อไปยังหน้าถัดไป หรือ หน้าอื่น ๆ ประเด็นคือ เป็นความท้าทายที่ระบบห้องสมุดจะสร้างความเกี่ยวพันของทรัพยากรของห้องสมุดได้ แม้ว่าในปัจจุบัน ระบบจะมีการพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม

ในฐานะของผู้ใช้ ผู้ใช้เข้าห้องสมุดมาเพื่อต้องการคำตอบ ไม่ต้องการทราบว่าห้องสมุดมี Collection อะไรในห้องสมุด หรือ ห้องสมุดมีฐานข้อมูลอะไรบ้าง ผู้ใช้ต้องการฐานข้อมูลเดียวที่สามารถค้นแล้วหาคำตอบได้หมด ระบบจึงต้องช่วยผู้ใช้ในการค้นหา ไม่ใช่โยนปัญหาให้ผู้ใช้

เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลา อาจารย์ได้เตรียมสไลด์มา 1 ชั่วโมงแต่สามารถนำเสนอได้เพียง 15-20 นาที จึงทำให้การนำเสนอค่อนข้างรวดเร็ว ข้ามสไลด์บ้าง ผู้สนใจสามารถอ่านเอกสารนำเสนอของอาจารย์ ได้จาก https://www.dropbox.com/s/gwzx6xrmo5dxqz7/trendsinlibautomationsystem_170228.pdf?dl=0

ในความคิดเห็นของผู้เขียน มหาวิทยาลัยหัวเฉียว อาจจะยังเป็นมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ซึ่งสามารถปรับการทำงานได้คล่องตัวกว่ามหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ที่มีคณะจำนวนมาก และ วิทยาเขตหลายแห่ง อีกทั้ง ระบบ WMS ยังเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้ที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเป็นที่แรก ผลิตภัณฑ์ยังต้องรอรับการพิสูจน์ (Proven Products) จากการใช้งานในบริบทที่เป็นภาษาไทย การปรับเปลี่ยนฐานข้อมูลแต่ละครั้งนับเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องข้อมูล ค่าใช้จ่าย การใช้งานของผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ สิ่งสำคัญ ฐานข้อมูลที่ดีประการหนึ่ง คือ ระบบที่เป็นสามารถแลกเปลี่ยนบรรณานุกรมระหว่างกันได้ ทั้งระดับห้องสมุด ระดับประเทศ และ นานาชาติ เหมือนหลักการของ OCLC ที่ว่า Because what is known must be shared