14th AUNILO 2018 “Digital Scholarship: A Redefined Role of Librarians in Research Support” (ตอนที่ 2 : การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ)

Xin chào ค่ะ
Xin chào เป็นภาษาเวียดนาม ซึ่งตรงกับคำว่า สวัสดี ในภาษาไทยค่ะ

ใช่แล้วค่ะ.. ผู้เขียนได้รับโอกาสจากท่านผู้บริหารของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลให้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของงานประชุม 14th AUNILO Meeting โดยประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นเจ้าภาพ เว็บไซต์ของงานประชุมอยู่ที่ http://storage.lrc.ctu.edu.vn/aunilo2018/

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฏาคม พ.ศ. 2561 ณ Conference room AB Can Tho University Learning Resource Center (มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ (Can Tho)) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เช่นเดียวกัน ในหัวข้อเรื่อง “Digital Scholarship: A Redefined Role of Librarians in Research Support” เว็บไซต์รายละเอียดของการฝึกอบรมอยู่ที่ http://storage.lrc.ctu.edu.vn/aunilo2018/index.php/program-workshop

วิทยากรและผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

 

วิทยากรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ มี 2 ท่าน คือ คุณ Woei Fuh Wong จากบริษัท Innovative Education Services Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ และคุณ Iris Hsu จากบริษัท IES Consulting ประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

วิทยากรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ : ซ้าย–คุณ Woei Fuh Wong  ขวา–คุณ Iris Hsu

 

หัวข้อการฝึกอบรม มีจำนวน 4 หัวข้อด้วยกัน คือ

1.The Changing Workflow of Researchers for Digital Scholarship

ในหัวข้อนี้ คุณ Iris Hsu วิทยากรได้พูดถึง ขั้นตอนการทำงานของนักวิจัย เริ่มตั้งแต่ Discovery(การค้นพบ) Analysis(การวิเคราะห์) Writing(การเขียน) Publication(สิ่งตีพิมพ์) Outreach(เผยแพร่ประชาสัมพันธ์) และ Assessment(การประเมิน) ดังภาพ

Tools and sites in 6 research workflow phases (<2000 – 2015)
101 Innovations in Scholarly Communication, The Changing Research Workflow
ที่มา : CC-BY-SA – Bosman, Jeroen & Kramar, Bianca (2015)

ในฐานะที่ห้องสมุดและบรรณารักษ์ มีหน้าที่และบทบาทในการสนับสนุนการทำงานวิจัยของนักวิจัย บรรณารักษ์จึงควรตระหนักถึงการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ การให้บริการที่ตอบสนองและตรงกับความต้องการของนักวิจัย สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการทำงานวิจัยได้ มีความรอบรู้ในเครื่องมือวิจัย มีทักษะความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านการทำวิจัย เพื่อสามารถให้การช่วยเหลือด้านการทำวิจัย ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนรายงาน การเลือกวารสารตีพิมพ์ ไปจนถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และการประเมินผลงาน

ตัวอย่างเครื่องมือ/เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการทำงานวิจัย

Typical Workflow Example

101 Innovations in Scholarly Communication, The Changing Research Workflow

(ที่มา: CC-BY-SA – Bosman, Jeroen & Kramar, Bianca (2015))

 

2.Support in Digital Literacy: Learning, Collaborating & Researching

ในหัวข้อนี้ คุณ Woei Fuh Wong วิทยากรได้พูดถึง Digital Learning ว่าประกอบด้วยการเรียนแบบ inquiry-based Learning หรือ เรียนแบบตั้งข้อสงสัย หรือตั้งคำถาม โดยสามารถเรียนรู้ได้จากสถานศึกษา กลุ่มเพื่อน สถานที่ทำงาน ครอบครัว สังคม หรือผ่านสื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ และการเรียนแบบ Micro-Learning ซึ่งคือการเรียนรู้ที่ใช้เวลาสั้น ๆ เช่น การดูคลิปวีดิโอ ควายาว 2-3 นาที การอ่านบทความสั้น ๆ เป็นต้น

สำหรับ POGIL (Process Oriented Guided Inquiry Learning) นั้น คือ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาในห้องเรียนเพื่อนำทฤษฎีหรือความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับ นำมาใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยอาจจำลองสถานการณ์และบทบาทขึ้นและร่วมกัน Communication(สื่อสาร) Management(จัดการ) Teamwork(ทำงานเป็นทีม) Critical thinking(คิดเชิงวิพากษ์) และ Problem solving(แก้ปัญหา) และรับฟัง Assessment(ประเมินผล) และ feedback(ข้อเสนอแนะ) จากผู้สอน

โดยการเรียนแบบ POGIL (การเรียนในห้องเรียน) และ การเรียนแบบ Micro-Learning (เรียนตามความชอบ/ต้องการ) นั้น จะมีการเรียนรู้แบบ inquiry-based Learning เป็นตัวกลาง/เชื่อมระหว่างการเรียนทั้งสอง ซึ่งห้องสมุดสามารถเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้

สำหรับการ Collaborating & Researching นั้น มีเหตุผลหลัก 6 เหตุผลในการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ คือ การติดตามการสนทนา การโพสต์เนื้อหา(งานวิจัย) การได้ค้นพบเพื่อนร่วมงาน การรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับงานวิจัย การได้สำรวจเอกสารที่แนะนำ และการแชร์ลิงก์ไปยังเนื้อหาของผู้เขียน และ มีวิธีการ 7 วิธีในการเพิ่มการมองเห็นหรือการเข้าถึงแบบออนไลน์ คือ การโพสต์ผลลัพธ์ก่อน การกระตุ้นการตอบกลับ การโพสต์งานที่ตีพิมพ์แล้ว การโพสต์วิดีโอที่พูดถึงงาน การแชร์งานในกลุ่มผู้สนใจ การเผยแพร่เรื่องราวที่ประสบความสำเร็จ และการอัปเดตงานวิจัยบ่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีการสรุปไอเดียสำคัญของงานวิจัยโดยการเขียนเนื้อหาที่อ่านได้ง่ายเพื่อให้ผู้สนใจได้ติดตาม เช่น เว็บ KUDOS (https://growkudos.com/) และ สามารถติดตามผลลัพธ์ได้จาก เว็บ Altmetrics หรือ PlumX

 

3.Research Dissemination to Outreach in Digital: Institutional Repository & Open Access

ในหัวข้อนี้ คุณ Iris Hsu วิทยากรได้พูดถึง Institutional Repository(คลังความรู้ของสถาบัน) ถึงหน้าที่ด้านการจัดเก็บรวบรวม รักษา และเผยแพร่ ทรัพยากรประเภทสิ่งพิมพ์ ข้อมูล และสื่อประเภทต่าง ๆ ของสถาบัน เพื่อใช้เป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ ซึ่งสามารถนำเสนอตัวอย่างข้อมูลพร้อมทำการประชาสัมพันธ์ด้วยการเชื่อมโยงรายละเอียดอื่น ๆ เช่น Profile ของนักวิจัย และข้อมูลด้าน research information system หรือ research management system โดยแสดงข้อมูลในรูปแบบ research matrix ต่าง ๆ

สำหรับ Open Access นั้น สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยอิสระ ไม่มีข้อจำกัด และเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคหรือเท่าเทียมกัน เช่น Open Science ScienceOPEN.com (https://www.scienceopen.com)

นอกจากนี้ วิทยากรได้พูดถึง Social / Digital Media ว่า สื่อเหล่านี้ทำให้เราได้รับทราบถึงความสนใจ และการมีส่วนร่วมในการเข้าใช้ข้อมูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ใครบ้างที่เข้าใช้ และเข้าใช้จากที่ไหน เป็นต้น

ผู้เขียนขอแนะนำคลังความรู้ของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่หอสมุดและคลังความรู้ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้บริการแก่ทุกท่าน ดังนี้ค่ะ

 

4.Digital Solution to Research Plagiarism through Blockchain Technology: Research Data & Artefact Management

ในหัวข้อนี้ คุณ Woei Fuh Wong วิทยากรได้พูดถึง Plagiarism หรือ การคัดลอกผลงานหรือขโมยความคิดของคนอื่นโดยไม่อ้างอิงให้ถูกต้อง บางคนเรียกว่า “โจรกรรมทางวิชาการ” หรือ “โจรกรรมทางวรรณกรรม” ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงกันของข้อความ และ การปลอมแปลงหลักฐานต่าง ๆ เช่น ข้อมูล หรือ รูปภาพ

มหาวิทยาลัยมหิดลใช้โปรแกรม Turnitin ในการตรวจสอบการคัดลอกบทความวิชาการ และมีบริการสำหรับนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลที่สนใจจะใช้โปรแกรมนี้ สามารถติดต่อขอรับ Account ID และ Enrollment Password ได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ : http://www.li.mahidol.ac.th/account-turnitin/ นอกจากนี้หากต้องการรับการอบรมการใช้โปรแกรม Turnitin ไม่ว่าจะมาเพียงคนเดียว หรือมาแบบกลุ่ม ทีมงานของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลจัดให้ได้ค่ะ โดยลงทะเบียน ได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ : http://www.li.mahidol.ac.th/turnitin-training/

 

ในปัจจุบันนอกเหนือจากรายงานวิจัยแล้ว ทางผู้ให้ทุนวิจัยต่างต้องการให้นักวิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนของการทำวิจัย จำพวก Data Result Workflows Slides Metadata อีกด้วย

จึงทำให้มี “Blockchain Teachnology” เกิดขึ้น ซึ่ง Blockchain คือเทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความปลอดภัยของข้อมูล เป็นระบบการจัดการฐานข้อมูล สำหรับการยืนยันตัวตน เคลียร์ริ่งธุรกรรม สืบสาวร่องรอย และบันทึกความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ หรืออะไรก็ตามที่เปลี่ยนมือกันได้ มีจุดเด่นเรื่องความโปร่งใสและมีโอกาสในการปลอมแปลงข้อมูลที่น้อยมาก

 

หลังจากจบการบรรยายแล้ว ทางเจ้าภาพได้มอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรทั้ง 2 ท่าน และมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทุกคน

ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการจากประเทศไทย

ซ้าย-ขวา : คุณสถิตาภรณ์ จันทครา(น้องอ้อแอ้)และคุณรตานา ยามาเจริญ(น้องซี) ม.สงขลานครินทร์ วข.หาดใหญ่ — ผศ.ดร.มานพ แก้วโมราเจริญ ม.เชียงใหม่ — คุณสุจรรยา จินดาวงศ์และคุณรุ่งนภา แสงระวี ม.มหิดล — คุณวราวรรณ วีร์วรวงศ์(พี่วรรณ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย –Ms. Hoang Thi Thuc Director of VNU-HCM

 

ในอนาคต หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลจะมีบทบาทอย่างไรในการสนับสนุนการวิจัย ขึ้นอยู่กับการร่วมมือร่วมใจกัน.. ของพวกเราทุกคน

ขอบคุณที่ติดตาม = Cảm ơn bạn ค่ะ

เก็บตก: ภาพบรรยากาศวันฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

Learning Resource Center, Can Tho University

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ

 

ถ่ายภาพ ทักทาย และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

มอบของที่ระลึกให้ท่านผู้บริหาร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และคณะผู้ให้การต้อนรับ

 

อาหารช่วงพัก — ผลไม้พื้นมือง และของหวาน