งานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติด้านบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์ ครั้งที่ 1 The 1st International Conference on Library and Information Science : “From Open Library to Open Society”

งานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติด้านบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์ ครั้งที่ 1
iCoo 2018
 The 1st International Conference on Library and Information Science :
“From Open Library to Open Society”
วันที่ 18 – 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

————————

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 8.30 น. ลงทะเบียน ชั้น 2 อาคารสัมมนา 1  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ด้านหน้าห้องสัมมนาประกอบไปด้วยมุมต่าง ๆ ดังนี้

1. มุมลงทะเบียนสำหรับผู้เข้าร่วมงานฯ และรับเอกสาร (ประกอบด้วย กระเป๋า กำหนดการ สมุดจด ปากกา รายงานการประชุม (Proceeding) ภายในรายงานประกอบด้วยผลงานของนักวิจัยที่ได้มาแสดงผลงานในการสัมมนา The 1st International Conference on Library and Information Science : “From Open Library to Open Society” (iCoo 2018) 18-19 August, 2018 และแบบประเมินความพึงพอใจ)

 

2. มุมรับใบเสร็จ

3. มุมลงทะเบียนสำหรับผู้ส่งบทความซึ่งประกอบด้วย 4 Session
Session 1 Open Library
Session 2 Digital Humanities
Session 3 Open Society
Session 4 Open Technology

4. มุมประชาสัมพันธ์จากบริษัทต่าง ๆ  

ภายในห้องสัมมนา

บรรยากาศภายในห้องสัมมนา จัดพื้นที่สำหรับเป็นเวที ประกอบด้วย โต๊ะหมู่บูชาพระ รูปในหลวง รัชกาลที่ 10 พื้นที่สำหรับวิทยากรบรรยาย และพื้นที่สำหรับพิธีกร

เมื่อเริ่มงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลักษมี  นวมถนอม คีมูระ รับหน้าที่เป็นพิธีกร

เรียนเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวต้อนรับและเปิดงานสัมมนาฯ

ต่อจากนั้นมีการถ่ายภาพร่วมกันโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มคณะทำงาน และผู้เข้าร่วมงาน

พักรับประทานอาหารว่างและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้าร่วมงานสัมมนาฯ โดยมีจุดรับอาหารว่าง 2 จุด

ช่วง KeyNote Speakers* : From Open Library to Open Society
คำอธิบายศัพท์ Keynote speaker ความหมายคือ ผู้พูดหรือผู้บรรยายที่เป็นผู้กำหนดและควบคุมประเด็นหลักของการประชุมหรือสัมมนา

เรื่องที่ 1 Open access, enforced pressure from the public or noblesse oblige of the scholars? โดย Prof.Dr. Dong-Geun Oh, President of LISSASPAC, Keimyung University, South Korea

ศาสตราจารย์โอะห์ จากมหาวิทยาลัยแคมยอง ประเทศเกาหลี กล่าวถึง Open Access ที่กำลังมาแรงและส่งผลกระทบต่อวงการศึกษา ถึงขนาด Budapest Open Access Initiative (BOAI) 2001 ได้แนะนำว่า open access เป็น paradigmใหม่สำหรับการสื่อสารทางวิชาการ (Yiotis2013)  โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ Forbes เป็นความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังระดับโลกคือ Panos Mourdoukoutas  เขาพูดว่า Amazon จะมาแทนที่ห้องสมุดชุมชนเพื่อช่วยประหยัดเงินภาษี แต่ยังโชคดีที่เรื่องนี้ถูกโต้แย้งด้วยข้อความที่อ่อนโยนจากผู้เขียนของ Forbes ว่า   “ห้องสมุดนั้นยังคงมีบทบาทสำคัญต่อสังคมของเราอยู่” แม้ว่าบทความนี้จะไม่ได้วางอยู่ในที่เฉพาะที่โดดเด่นแต่ก็มีผู้สนใจและเปิดอ่านเป็นจำนวนมาก ความคิดเห็นดังกล่าวถูกนำมาพูดถึงและวิพากษ์ว่าพูดได้ดี ระบบซัพพลายเออร์ของตลาดซื้อขายสารสนเทศในแบบดั้งเดิมถูกยกมาพูดถึง เรื่องนี้ได้รับเผยแพร่จากกลุ่มคนที่สนับสนุนแต่ก็เป็นเรื่องที่ใหญ่มากเกี่ยวกับความคิดเห็นนี้จึงต้องมีการพูดคุยเพื่อหาคนช่วยในด้านความรู้และข้อมูลการตลาด

แท้จริงแล้วการตอบโต้กับเรื่องนี้ได้มีการตีพิมพ์ผลงานน่าสนใจในหัวข้อ “ทำไมห้องสมุดยังคงมีประโยชน์ในยุค 2018 : ห้องสมุดคงอยู่เพื่อสาธารณะ แต่อเมซอนคงอยู่เพื่อผลประโยชน์สูงสุด” ซึ่ง Gredy (2018) พูดเป็นนัยว่า สำนักพิมพ์ที่มีอยู่เพื่อกำไรสูงสุดเป็นองค์กรที่หวังผลประโยชน์นั้นได้สร้างและพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าอย่างมากในเกือบจะทุกสาขาวิชาที่มีอยู่รวมทั้งผลงานวิชาการและความก้าวหน้าในการเรียนรู้ใหม่ ๆ  เวลานี้จึงควรสร้างระบบการสื่อสารผลงานวิชาการสู่สาธารณะคล้าย ๆ กับห้องสมุดในวงการศึกษาจึงทำให้เกิดแนวโน้มผู้สนใจ open access เป็นอย่างมาก และหลายองค์กรก็พยายามสร้างความเชื่อมโยงด้านส่วนตัวและส่วนรวม รวมถึงการทำคลัง IR ผลงานวิชาการขององค์กร ขณะนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ถึงคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามานี้ จึงต้องเตรียมตัวยอมรับและปรับเปลี่ยนด้วยความกระตือรือร้นอย่างรวดเร็วในทุกกรณี และต้องพยายามที่จะสนุกกับเทรนด์ใหม่ ๆ และสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ กับผู้ที่มาใช้ห้องสมุด

เรื่องที่ 2 Collaboration and Networking for Open Libraries and Open Education. โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา สัจจานันท์ ตำแหน่งนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย

ศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา สัจจานันท์ ได้กล่าวถึง ภาพองค์รวมด้านสภาพแวดล้อมของการศึกษาระบบเปิดและห้องสมุดระบบเปิดของประเทศไทย ซึ่งแนวโน้มมีทิศทางเป็นแบบให้ความร่วมมือระหว่างกัน และ ทำงานสอดประสานเป็นระบบเครือข่าย ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นและบริหารกลยุทธ์บนความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิตอลรวมถึงการยกระดับการทำงานห้องสมุดและวงการวิชาชีพด้านสารสนเทศและวงการศึกษาด้านสารสนเทศ ด้วยโมเดล 3P และ 3C ดังนี้

3P คือ
1. Policy (นโยบาย)
2. People (ประชาชน)
3. Process (กระบวนการ)

3C คือ
1. Communication (การสื่อสาร)
2. Commitment (ความรับผิดชอบ)
3. Credibility (ความน่าเชื่อถือ)

ผู้บรรยายกล่าวเน้นว่า ความร่วมมือในเครือข่ายห้องสมุดเป็นธรรมชาติของการเรียนรู้ถือเป็นจุดสำคัญ พร้อมได้ยกตัวอย่างของเครือข่ายความร่วมมือห้องสมุดระบบเปิด และการศึกษาระบบเปิดที่สำคัญและน่าสนใจของประเทศไทย

เรื่องที่ 3 Open and Distance Learning (ODL) in Library and Information Science in India. โดย Prof. B Ramesh Babu, Former Prof., Dept. of Library and Information Science, University of Madras, India

ศาสตราจารย์บาบู อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาดรัส ประเทศอินเดีย ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประเทศไทย ได้พูดถึงการศึกษาทางไกลแบบเปิดของประเทศอินเดีย โดยเริ่มเล่าประวัติความเป็นมาของการสอนบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์ (LIS-Library and Information Sciences) ในอินเดีย ย้อนไปแต่แรกเริ่มในปี 1911 โดยท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานและหลักสูตรในหลายระดับชั้น ทั้งในส่วนของเนื้อหารายวิชา ด้านการฝึกอบรมครู และรวมถึงบทบาทด้านงานวิจัยในศาสตร์บรรณารักษ์นี้ เขาพบว่า มีผู้ริเริ่มไม่กี่คนที่มีส่วนร่วมสำคัญด้านการศึกษาบรรณารักษ์ในอินเดีย การเรียนรู้แบบเปิดและทางไกล (ODL-The Open and Distance Learning) หรือ การศึกษาทางไกล (DE- Distance Education) ได้เกิดขึ้นและกลายเป็นองค์ประกอบที่สร้างชีวิตชีวาให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศ การศึกษาทางไกลในอินเดียนั้นเริ่มมาตั้งแต่ต้นยุค60 หลังจากนั้นก็มีการเติบโตอย่างมาก มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน LIS ผ่าน ODLจำนวนมากตั้งแต่มีการอนุญาตให้แต่ละรัฐกำหนดนโยบายเอง รัฐบาลกลางกำหนดนโยบายได้ และมหาวิทยาลัยก็มีอิสระในการกำหนดนโยบายของตนได้เอง  พบว่า มีมหาวิทยาลัยมากกว่า 36 แห่ง ที่นำเสนอรายวิชา LIS ผ่านทางระบบ ODL  งานวิจัยนี้ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบ ODLในการศึกษา LIS ของอินเดีย  พบข้อเสียในการใช้ ICT ในการเรียน LIS พบทั้งอุปสรรคและความท้าทายในการใช้ ICT ในการฝึกอบรม และการสอน LIS ผ่านระบบทางไกลในอินเดีย สรุปว่า ODL เป็นระบบที่สามารถนำมาใช้กับการเรียน LIS ได้ แต่ก็มีข้อต้องพึงระวังเช่นกัน

สรุปว่าการพัฒนาหลักสูตร มี 2 แนวทาง

  1. การนำครูมาอบรมให้ความรู้
  2. การศึกษาทางไกล / การศึกษาในองค์กร

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมาพัฒนาอะไรให้กับห้องสมุดและมีผลกระทบอะไรบ้าง

เรื่องที่ 4 What We Mean by “Open”: Disciplinarity, Information, and Representation โดยProf. Dr. Gary Burnnett, College of Communication & Information at Florida State University, Florida State, USA

ศาสตราจารย์แกรี่ เบอร์เน็ต จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ได้ชวนคุยเพื่อเจาะลึกถึงความหมายที่แตกต่างของคำว่า “openness”  ได้อย่างน่าฟัง ทั้งนี้โดยสรุปการตีความหมายย่อมขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางบรรณารักษศาสตร์และการให้ข้อมูล โดยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างสารสนเทศและบริบททางสังคมที่ได้รับคุณค่าและความหมาย แนวคิดความสัมพันธ์ที่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติงานห้องสมุด คือ เผยแผ่เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางด้วยการสร้างปรากฏการณ์ “open access” การเข้าถึงข้อมูลอย่างเสรี หรืออาจใช้ว่า “open stacks” ซึ่งหมายถึง ชั้นแบบเปิด (ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงสารสนเทศได้)  แนวคิดนี้มีความหมายโดยนัยที่กว้างขวางมากขึ้น พวกเราสามารถใช้คำว่า “open” ในความหมายของการเปิดประสบการณ์ใหม่ เช่นเดียวกับคำว่าเปิดประตู (ไปพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ) เราสามารถค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในขณะที่เราเคลื่อนตัวผ่านแหล่งเรียนรู้ open นับเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และการวิจัย แต่ในทางตรงกันข้าม คำว่า “openness” หมายถึง ความใจกว้าง การเปิดกว้าง  ก็สามารถทำให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้อันตรายได้เช่นกัน มีการสำรวจพบว่า “open” อาจมีดีที่เปิดเผยให้เห็นแต่ก็อาจทำให้เป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึงได้เช่นกัน

ในแง่ของวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์ และอาชีพด้านสารสนเทศนั้น คำว่า “open” นั้นไม่เพียงเกิดมาจากประสบการณ์ที่มีอยู่ดั้งเดิม แต่ยังมีการผสมผสานเข้ากับการเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ บนความแตกต่างและบรรทัดฐานของบุคคลและองค์กร นำมาปรับแก้เพื่อนำเสนอสารสนเทศโดยออกมาจากจิตวิญญาณถือเป็นการ “open” โดยแท้จริง

สังคมที่ไม่อาจ “open” ทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ  และการ “open”ไม่ได้บอกว่าไม่อันตราย แต่การแสวงหาข้อมูลและองค์ความรู้แบบเปิด “open”เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผู้บรรยายกล่าวสรุป

เรื่องที่ 5 Open by default: Embedding open access, open data and open science in early career researchers’ training. โดย คุณสร้อยทิพย์ สุกุล ผู้บริหารเครือข่ายห้องสมุด EIFL-Thailand (EIFL Country Coordinator) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ, Chair of Thai LISSASPAC Chapter, คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คุณสร้อยทิพย์ สุกุล  และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ ในฐานะตัวแทนของ EIFL แห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของ EIFL ในการส่งเสริมสนับสนุนสำหรับผู้เริ่มทำงานวิจัยและกล่าวถึงผลงานที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนแก่ประเทศต่าง ๆ ดังนี้ Cambodia, China, Fiji, Kyrgyzstan, Laos, Maldives, Myanmar, Nepal, Thailand และ Uzbekistan โดยสนับสนุนการฝึกอบรม สนับสนุนฟรีโอเพนซอร์สซอฟแวร์ และสนับสนุนแหล่งทรัพยากรสารสนเทศที่เข้าถึงได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายในหลายสาขาวิชา  EIFL เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่น่าสนใจ ให้การส่งเสริมห้องสมุด ผู้สนใจติดต่อข้อมูลได้ที่คุณสร้อยทิพย์ สุกุล  ดูเพิ่มที่

→ http://www.thailibrary.in.th/2013/02/05/eifl-fos/

ช่วงท้าย เป็นช่วงถาม-ตอบ เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อสงสัยแก่ผู้เข้าร่วมงาน

และรับประทานอาหารกลางวัน โดยมีจุดตักอาหารแยกโซนสำหรับอาหารอิสลาม อาหารมังสวิรัติ และอาหารไทยปกติ

กิจกรรม Thai Artificial Flower Bouquets Demonstration ในช่วง Cultural Activities

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ คณะทำงานจัดกิจกรรม Thai Artificial Flower Bouquets Demonstration ในช่วง Cultural Activities ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมฯ โดยจัดกิจกรรมสาธิตการทำดอกไม้ประดิษฐ์ จากฝีมือการถ่ายทอดของพี่กัญญา วิมลนันทพงศ์ งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งในวันนั้นได้สอนทำดอกแก้วกัลยาซึ่งเป็นดอกไม้ในจินตนาการ

วัสดุอุปกรณ์ในการทำดอกไม้ประดิษฐ์

  1. ผ้าประดิษฐ์ดอกไม้ (Fabric flower)
  2. ลวดทำดอกไม้ เบอร์ 24 (wire)
  3. เกสรดอกไม้ (pollen)
  4. กาวลาแท็กซ์ (Latex Glue)
  5. แบบตัวกลีบดอกไม้ (Pattaern)
  6. น้ำเปล่า (water)
  7. ฟองน้ำ (sponge)
  8. โบว์ (bow)

ขั้นตอนการทําดอกไม้ประดิษฐ์

  1. วัสดุในชุดมี ทั้งหมด11 ชิ้น: กลีบดอก 8 ชิ้น, ใบ 1 ชิ้น : เกสร 1 ชิ้น และ ผ้าพันก้าน 1 ชิ้น (The material in the set has 11 pieces: 8 petals, 1 leaf, 1 pollen, and 1 floral tape)
  2. ทากาวที่กลีบดอก 3 ชิ้น บริเวณโคนกลีบ (Apply Glue at the base of 3 petals.)
  3. วางทับซ้อนกัน (Put them in an overlapped position)
  4. วางเกสรตรงกลาง (Place pollen at the middle.)
  5. ขยุ้มโคนดอก เสร็จชั้นที่ 1 (Gently squeeze the first class flowers. At this step, part I is finished)
  6. ทากาวที่กลีบดอก 5 ชิ้น (Glue 5 pieces of flower petals)
  7. วางให้โคนกลีบดอกเสมอกับชิ้นที่ 1 (Place the base of the petals with the part I)
  8. วางให้ครบ 5 กลีบ (Put up to 5 petals.)
  9. ขยุ้มโคนดอก (Gently squeeze the first class flowers.)
  10. พันโคนดอก (Make floral tape all around the first class flowers.)
  11. พันเฉียงลงมาที่ลวด (Stripped down the wire.)
  12. ทากาวที่โคนใบ (Apply the glue at the base of leave.)
  13. วางให้ก้านดอกอยู่กึ่งกลางโคนใบ (Place peduncle at the middle of the base of leave.)
  14. บีบโคนให้แน่น จัดให้สวยงาม (Squeeze the base tightly to make it beautiful.)
  15. ผูกโบว์ (Tie Bow)

ภาพบรรยากาศการจัดเตรียมสถานที่จัดกิจกรรรมฯ


ภาพบรรยากาศภายในการจัดกิจกรรมฯ




นอกจากกิจกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้ ยังมีการบรรเลงดนตรีไทยด้วยขิม  มีการจัดซุ้มสอยดาว (lucky door) และมีมุมถ่ายภาพ ผู้ร่วมประชุมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากให้ความสนใจกิจกรรมและร่วมกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์กันอย่างมีความสุขตลอดช่วงเวลาก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารเย็นที่ทางเจ้าภาพจัดไว้เลี้ยงต้อนรับ

ในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 8.30 น. เข้าร่วมฟังการนำเสนอผลงานโดยแบ่งเป็น 4 Session คือ

Session 1 Open Library
Session 2 Digital Humanities
Session 3 Open Society
Session 4 Open Technology

ทั้ง Session 1 – 4 เป็นการนำเสนอผลงานวิจัย โดยแบ่ง Theme ของแต่ละ Session ผู้ฟังสามารถเลือกเข้าฟังการนำเสนอในหัวข้อที่ตนสนใจได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องฟัง session ใดเพียง session เดียว สามารถฟังสลับ session ได้ ทั้งหมดนี้จะเป็นการนำเสนอ ผลการวิจัยของผู้บรรณารักษ์ห้องสมุด  ผลการวิจัยของนักศึกษา ที่ทำปริญญานิพนธ์ในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก หรือ ผลงานวิจัยของอาจารย์บรรณารักษ์ผู้สอน ก็ได้ ผู้อ่านท่านใดสนใจก็สามารถนำผลงานมานำเสนอในการประชุมนี้ได้ เนื่องจากหัวข้อบรรยายมีเป็นจำนวนมาก ท่านผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของ session 1 ถึง session 4 ได้ที่

https://drive.google.com/drive/mobile/folders/1hHQSq1nSwPj-d2vuaxlKI9b0ab8fjhod

บรรยากาศภายในห้องนำเสนอผลงาน


ช่วงบ่ายได้มีโอกาสเข้าร่วมงานมหกรรมหนังสือ BIG BADWOLF ที่เมืองทองธานี ด้านหน้าทางเข้ามีการตกแต่งสถานที่น่าดึงดูด ดังภาพ


เมื่อเข้าไปมีการจัดหนังสือเป็นเป็นโซนและมีป้ายแสดงชัดเจน



มีพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่

พื้นที่สำหรับการชำระเงิน

มหกรรมหนังสือ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2018 เปิดให้เลือกซื้อหนังสือกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระยะเวลาถึง 11 วัน 255 ชั่วโมง แบบไม่หยุดพัก ที่ ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 10-20 สิงหาคม 2561 งานนี้จัดปีละ 1 ครั้ง ในปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่และพิเศษมากยิ่งกว่าเดิม ภายในงานมีหนังสือภาษาอังกฤษคุณภาพกว่า 3 ล้านเล่ม มากกว่า 50,000 เรื่อง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหนังสือสำหรับเด็กน่าอ่านมาก หนังสือทุกเล่มลดราคาตั้งแต่ 60 – 80%  นับเป็นโอกาสดีมากที่ได้มางานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ ทำให้ ได้ซื้อหนังสือดี ๆ มาฝากลูกหลานของคนที่เรารักหลายเล่ม

เขียนโดย
นางสาวอาทิตยา ทรัพย์สิน

ตรวจสอบโดย
นางสุรัสวดี ดิษฐสกุล หัวหน้าห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน

อ้างอิง

Wipawin N., & Smith, T. J., eds. (2018). Proceedings of the 1st International Conference on Library and Information Science: From open library to open society; 2018 Aug18-19, Sukhothai Thammathirat Open University (STOU) Nonthabuti, Thailand.