ไปอบรมเรื่อง Imagine Your Library’s Future


เป็นที่ทราบกันดีว่า  มหาวิทยาลัยมหิดล  มีโครงการที่จะสร้างหอสมุดและคลังความรู้ฯ แห่งใหม่ บนพื้นที่แห่งใหม่ในศาลายา ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างเร็วๆ นี้ เพื่อให้เป็น Learning Space สำหรับนักศึกษา ห้องสมุดในอนาคตควรมีรูปแบบเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องศึกษาแนวโน้มห้องสมุดทั่วโลกเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับมหาวิทยาลัยของเรา  เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 : อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดงาน TK Forum 2018 หัวข้อ “Creating Better Library: The Unfinished Knowledge” ที่โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้ารับการอบรมเชิงปฎิบัติการ (International Workshop) หัวข้อ Imagine Your Library’s Future ตลอดทั้งเช้าและบ่าย ได้รับความรู้มากมาย  จึงขอนำเอาบางประเด็นมาแบ่งปันผ่านบล็อก Mahidol Library KM  ดังนี้

เรื่องที่ 1 : Scenario Planning for Libraries and Information Organization” โดย Steve O’Connor บรรณาธิการวารสาร Library Management หนังสือ Library Management Disruptive Times และผู้แต่งหนังสือเรื่อง  Imaging Your Library’s Future

     

ในยุค Disruptive Technology ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต Steve O’Connor นำเสนอเครื่องมือที่เรียกว่า การวางแผนด้วยสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) เพื่อใช้ในการกำหนดภาพลักษณ์ของห้องสมุดในอนาคต จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า มโนทัศน์เกี่ยวกับห้องสมุด ยังคงเป็น “หนังสือ” Brand ของห้องสมุด ยังคงเป็น “หนังสือ” ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อบรรณารักษ์ สูงขึ้นทุกปี แม้ว่า บรรณารักษ์ไม่ใช่จุดเริ่มต้นในการค้นคว้าหรือขอความช่วยเหลือ แต่เป็น google search engine ห้องสมุดใช้งบประมาณในการจัดซื้อเนื้อหาดิจิทัลมากขึ้น โมเดลธุรกิจของห้องสมุดเปลี่ยนแปลงไปเดิม การวางแผนสร้างสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) จะเป็นแนวทางช่วยในการกำหนดอนาคตของห้องสมุดได้ อนาคตนิยม (Futurism) คือการตระหนักว่าชีวิตนั้นเปลี่ยนแปลงได้ และต้องเปลี่ยนแปลง ทางเลือกมีอยู่เสมอ การวางแผนสร้างสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) ไม่เชิงเป็นการวางแผนกลยุทธ์  (Strategic Planning) แบบที่เรารู้จัก เพราะเป็นทางเลือกเชิงจินตนาการ และเชิงสร้างสรรค์ ต้องอาศัยมโนทัศน์ด้านความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ความไม่แน่นอน ให้สร้างสถานการณ์จำลองห้องสมุดที่พึงประสงค์ รูปแบบต่างๆ ขึ้นมาสัก  2-3 แบบ เพื่อทำการศึกษาผลกระทบในแง่มุมต่างๆ ก่อนตัดสินใจเลือกว่าจะเดินไปทางทิศใดในอนาคต

เรื่องที่ 2 :  “Future Libraries: Transforming Libraries from Physical Space to Active Learning Space” โดย Andrew Harrison ผู้แต่งหนังสือ Designing for the Changing Educational Landscape

การสร้างพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ของชุมชน / การสร้างชุมชนที่มีการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง

จินตนาการถึงห้องสมุดที่สมบูรณ์แบบ (Imagine your perfect library) และตอบคำถาม 4 ข้อ ต่อไปนี้

  1. Describe the future library experience you want to create
  2. What will make people want to come to your library ?
  3. What are the biggest challenges in making this happen ?
  4. Who could you partner with to make this vision a reality?

ห้องสมุดแห่งอนาคต เป็นการสร้างชุมชนที่มีการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง (learning-centerd communities) จะต้องคำนึงถึงการบรรจบกัน ระหว่างพื้นที่เชิงกายภาพ (Physical Space) และพื้นที่เสมือน (Virtual Space)   มีพื้นที่เพื่อการประดิษฐ์  (Marker Spaces)  เป็นพื้นที่ผสม (Hybrid Spaces) เนื่องจากอาณาเขตระหว่างการเรียนรู้ การทำงาน การดำเนินชีวิต และกิจกรรมสันทนาการ กำลังพร่าเลือนจางลงไป

Andrew ได้แนะนำห้องสมุดที่น่าสนใจ ทั้งด้านการออกแบบและจัดกิจกรรม อาทิ

The Seattle Public Library / Amsterdam Central Library / YOUmedia Chicago Public Library / The Hive, Worcester / Taylor Family Digital Library / University of Melbourne, Learning Hub / British Library

เรื่องที่ 3 :  “How to Apply the Four Spaces Model to Change Your Library” โดย Rolf Hapel ผู้อำนวยการงานบริการประชาชนและห้องสมุด Dokk1 ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของประเทศเดนมาร์ก ที่มีประชากรเพียง 3.3 แสนคน แต่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการได้ถึง 1.3 ล้านคนต่อปี (#dokk1 ใน Instagram) เจ้าของรางวัลระดับโลก IFLA’s Public Library of the Year 2016

องค์ประกอบของความสำเร็จคือ  “การมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการในการออกแบบห้องสมุด” และ การสร้างวัฒนธรรมเมกเกอร์  (Maker Culture) ในห้องสมุด ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ในอนาคตหนังสือจะยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรู้หรือไม่ แต่ มนุษย์ เป็นปัจจัยที่ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนสื่อ กิจกรรม และพื้นที่ เป็นตัวแปร ซึ่งต้องคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เป็นหลัก เป็นการออกแบบห้องสมุดที่สอดคล้องตามความต้องการของมนุษย์ และสอดคล้องกับยุคดิจิทัลของโลกภายนอก

Rolf Hapel แนะนำให้รู้จัก 4-room Model  (Four Spaces Model) และ Mash-up Library ที่เขาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาห้องสมุดประชาชน Dokk1

The four spaces – a new model for the public library : การออกแบบพื้นที่ในห้องสมุด ตามหลักการ 4-room model (Dorte Skot-Hansen, et al. 2012) การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องสมุดให้คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอย 4 ประเภท ได้แก่  (1) พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ inspiration space (2) พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ learning space (3) พื้นที่เพื่อการพบปะสังสรรค์ meeting space และ (4) พื้นที่เพื่อการแสดงออก performative space ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุน  4 เป้าหมาย ได้แก่ (1) experience (2) involvement (3) empowerment และ (4) innovation

จากนั้น เมื่อออกแบบห้องสมุดเสร็จแล้ว ให้ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  1. USERS / BEHAVIOR: Who will typically come and how do they behave?
  2. SPACES: What type of spaces are needed? Open/Closed? Next to…
  3. MATERIALS AND FURNITURE: What type of furniture it require? Special materials?
  4. CREATE A PERSONA: (ผู้ใช้บริการที่พึงปรารถนา) – his/her story, and use your persona

Mash-up Library  ห้องสมุดที่ใช้วิธีผสมผสานกิจกรรมต่างๆ จากคู่ความร่วมมือ (Partners) ที่หลากหลาย

ผู้สนใจรายละเอียด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://tkforum.tkpark.or.th และหนังสือ “กล่อง : โลกห้องสมุด โลกการเรียนรู้ โลกประสบการณ์”