การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส

การอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณธรรม

และความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดล

ประจำปีงบประมาน 2561

——————————————

     วันที่ 5 มีนาคม 2561 เข้าร่วมการอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีงบประมาน 2561 ณ ห้องประชุม 322 ชั้น 3 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ร่วมกับ ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการและพันธกิจพิเศษ นางจิตาภา สัจจโสภณ เลขานุการหอสมุด นางพรรณทิพา โรจนกร หัวหน้าฝ่ายเทคนิคห้องสมุด นางธีรนุช ศิริพิพัฒน์ ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด และนายชัยวัฒน์ จันทสาร พนักงานสถานที่ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์โชคชัย เมธีไตรรัตน์ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ปรีชา สุนทรานันท์ และ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา

วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ คือ เพื่อให้ความรู้ด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดลและเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกระดับเพื่อรับการสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน โดยใช้กรอบการประเมินของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

ความเป็นมาและความสำคัญ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้พัฒนาเครื่องมือการประเมินเชิงบวกเพื่อเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตและเป็นกลไกในการสร้างความตระหนักให้หน่วยงานภาครัฐ มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีคุณธรรมโดยใช้ชื่อว่า “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)” การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐได้เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา และมีการขยายขอบเขตและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ทำให้รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำ คัญของระบบ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานเข้าร่วมรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2560 ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. เสนอ

ปัจจุบัน การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐได้ถูกกำหนดเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ซึ่งถือเป็นการยกระดับให้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็น “มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุก” ที่หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศจะต้องดำเนินการ โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินได้ผลการประเมินและแนวทางในการพัฒนาและยกระดับหน่วยงานในด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม และที่ผ่านมาพบว่าหลายหน่วยงานนำการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐไปเป็นกรอบในการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการ และการอำนวยความสะดวกต่อประชาชนให้เข้าถึงการบริการสาธารณะด้วยความเป็นธรรมผ่านการปฏิบัติงานอย่างมีมาตรฐาน มีการประกาศขั้นตอนและระยะเวลาในการให้บริการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในด้านบริหารจัดการในหน่วยงาน ก็ยังพบว่าหน่วยงานให้ความสำคัญกับการป้องกันในประเด็นที่อาจเป็นความเสี่ยงหรือเป็นช่องทางที่อาจจะก่อให้เกิดการทุจริต การรับสินบน หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และสามารถยับยั้งการทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทันสถานการณ์ ซึ่งเมื่อหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศมีการป้องกันการทุจริตเชิงรุกในลักษณะดังกล่าว ก็จะทำให้การทุจริตในภาพรวมของประเทศลดลงได้ในที่สุด ตลอดจนยังผลักดันให้เกิดทิศทางการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานภายในหน่วยงานในภาพรวมของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ จากความสำเร็จของการดำเนินการที่ผ่านมาดังกล่าว ทำให้ “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ” ถูกยกระดับให้เป็นกลไกและเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส ทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล อาทิ

ระดับประเทศ

  1. เป็นกลไกการขับเคลื่อนและถูกกำหนดเป็นตัวชี้วัดระดับยุทธศาสตร์ตามยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)
  2. เป็นกลไกขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวนโยบายของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โดยมีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)
  3. ถูกกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดแนวทางที่ 2 “การป้องกันการทุจริตเชิงรุก” ตามแผนบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  4. เป็นกลไกขับเคลื่อนการยกระดับธรรมาภิบาลตามรายงานเรื่อง “การปฏิรูปมาตรการเสริมสร้างระบบการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลในภาครัฐ” โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ระดับสากล

  1. เป็นเครื่องมือในการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย
  2. เป็นเครื่องมือในการวัดความสำเร็จตามเป้าประสงค์ที่ 16.5 เรื่อง “การลดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ” ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

ดังนั้น การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐนั้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หน่วยงานที่รับการประเมินได้มีการตรวจสอบและสอบทานตนเอง มีการปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่อง มีการพัฒนาระบบงานให้เกิดความโปร่งใส มีการปรับปรุงการบริหารงานและการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม ทั้งต่อบุคลากรในหน่วยงานและต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงานได้เป็นอย่างดี

หลักการประเมิน

การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) เป็นการประเมินเชิงบวกที่ครอบคลุมการปฏิบัติราชการของหน่วยงานภาครัฐในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารงานของผู้บริหารและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน ตลอดจนประเมิน “ระบบงาน” โดยเฉพาะกระบวนการเปิดเผยข้อมูล กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใส รวมถึงขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติงานและการให้บริการที่มีมาตรฐานและมีความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติตลอดจนมีคุณลักษณะที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล รวมไปจนถึงการประเมิน “วัฒนธรรม” ในหน่วยงานที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมวัฒนธรรมและค่านิยมสุจริต และประเมินแนวทางในการป้องกันการทุจริตและการป้องกันการปฏิบัติงานที่อาจจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนประเมินผลการปฏิบัติงานในภาพรวมที่สะท้อนได้จากการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญและสามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะที่ดีในการดำเนินงานที่มีคุณธรรม และมีธรรมาภิบาล ที่หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พึงจะต้องมีและยึดถือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

กรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) แบ่งออกเป็น 5 ดัชนี ดังนี้

(1) ดัชนีความโปร่งใส (Transparency Index)

(2) ดัชนีความพร้อมรับผิด (Accountability Index)

(3) ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน (Corruption – Free Index)

(4) ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร (Integrity Culture Index)

(5) ดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน (Work Integrity Index)

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) มี 3 เครื่องมือ ได้แก่

(1) แบบสำรวจหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence – Based Integrity and Transparency Assessment: EBIT) เป็นการประเมินจากระบบการดำเนินงานของหน่วยงาน

(2) แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) เป็นการสำรวจความคิดเห็น โดยจะจัดเก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน

(3) แบบสำรวจความคิดเห็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) เป็นการสำรวจความคิดเห็น โดยจะจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดลตามดัชนีชี้วัดการประเมิน ITA ปีงบประมาณ 2561

ในการดำเนินงานตามเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีกรอบการประเมินและตัวชี้วัด ดังนี้

 

 

ในการอบรมครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการในสำนักงานอธิการบดี ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำแนะนำในการดำเนินงานสำหรับส่วนงานที่เข้าร่วมการอบรม ในการปรับรูปแบบการดำเนินงานและการแสดงผลลัพท์ที่ตอบสนอง เกณฑ์การประเมินของแต่ละดัชนีชี้วัด ดังนี้

(1) ดัชนีความโปร่งใส (Transparency Index)  ให้ความรู้โดย นางสาวอนุช จิระวันชัยกุล ผู้อำนวยการกองคลัง

     เป็นดัชนีที่ประเมินเกี่ยวกับกระบวนการของหน่วยงานในการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานอย่างตรงไปตรงมา มีความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ประชาชนและภาคประชาสังคม สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก สามารถตรวจสอบการดำเนินของหน่วยงานตามนโยบายที่ประกาศให้ไว้กับประชาชน สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นยังพิจารณาถึงกระบวนการของหน่วยงานในการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของหน่วยงานซึ่งถือเป็นหลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งของความโปร่งใส รวมไปถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งหน่วยงานจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการความโปร่งใสตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย โดยหน่วยงานจะต้องมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยดัชนีความโปร่งใส ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด และมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในแต่ละตัวชี้วัด ดังนี้

     ตัวชี้วัดที่ 1.1 การเปิดเผยข้อมูล

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานอย่างตรงไปตรงมามีความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และสามารถตรวจสอบการดำเนินของหน่วยงานตามนโยบายที่ประกาศไว้

     EB1 (1) หน่วยงานมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย

2) นำเสนอ แผนผังเว็บไซต์ (Site Map)

3) แสดงขั้นตอน (Flowchart) การประชุมคณะทำงานปรับปรุงเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

4) แสดงขั้นตอน (Flowchart) การดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยของงานสื่อสารองค์กร (เฉพาะข้อมูลที่งานสื่อสารองค์กรรับผิดชอบ)

5) แสดงขั้นตอน (Flowchart) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลบนโปสเตอร์ / สื่อสิ่งพิมพ์ของกองวิเทศสัมพันธ์

6) แสดงขั้นตอน (Flowchart) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลบนเว็บไซด์ และ Facebook “Opinter Mahidol ”

     EB1 (2) หน่วยงานมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) แสดงหน้าเว็บไวต์หลัก www.mahidol.ac.th

2) แสดงข้อมูลพื้นฐานของหน่วยงานที่เป็นปัจจุบัน อาทิ ทีมบริหาร วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป็นต้น

     ตัวชี้วัดที่ 1.2 การมีส่วนร่วม

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีกระบวนการในการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงานได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานของหน่วยงาน เช่น การแสดงความคิดเห็นร่วมรับรู้ และร่วมคิด หรือร่วมเสนอความเห็นในการตัดสินใจปัญหาสำคัญ หรือยกระดับไปสู่การมีส่วนร่วมในการประสานพลังระหว่างภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ (Collaboration) เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศพัฒนาระบบงาน พัฒนาการให้บริการ หรือการสร้างนวัตกรรมในการต่อยอด ทั้งในรูปของนวัตกรรมเชิงนโยบาย นวัตกรรมการให้บริการ หรือนวัตกรรมการบริหารองค์กร หรือการแก้ปัญหาความต้องการของประชาชนที่มีความสลับซับซ้อน และรับผิดชอบต่อความสำเร็จร่วมกัน

     EB2 (1) หน่วยงานมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบให้ภาคประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) แสดงแผนผังการขับเคลื่อนงานพันธกิจสัมพันธ์

2) แสดงคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านพันธกิจสัมพันธ์ชุดต่างๆ

     EB2 (2) หน่วยงานมีการปฏิบัติตามมาตรการ กลไก หรือการวางระบบให้ภาคประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) แสดงรายงานการประชุมกรรมการพันธกิจสัมพันธ์

2) แสดงรายงานการติดตามผลการขับเคลี่อนงานพันธกิจสัมพันธ์

3) แสดงรูปภาพประกอบการทำกิจกรรม

     ตัวชี้วัดที่ 1.3 การจัดซื้อจัดจ้าง

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน ที่โปร่งใสมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้ และมีความคุ้มค่า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

     EB3 (1) หน่วยงานมีการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี (ที่ผ่านมา)

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) การเผยแพร่ข้อมูล base on WEBSITE ของหน่วยงาน และ WEBSITE ของกรมบัญชีกลาง

2) รายงานสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง

3) รายงานผล ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข/ผู้บริหารรับทราบ

      EB3 (2) หน่วยงาน มีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบใน การดำเนินการ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) การให้ส่วนงานจัดส่งแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี

2) การปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช.

3) การเปิดเผยราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างทุกประเภท

4) ประกาศเชิญชวนทางเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง

5) แสดงรายงานการจัดซื้อครุภัณฑ์

6) การเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้าง

7) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการติดตั้งรายละเอียดงานก่อสร้าง

     EB3 (3) หน่วยงาน มีการเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) มีการเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี ผ่าน ระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ระบบ e-GP (ภาพถ่ายหน้าจอ)  /  ผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน ระบบ MU e-Procurement Procurement (แนบ Link ) และ ปิดประกาศ ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงาน (ภาพถ่าย)

     EB3 (4) หน่วยงาน มีการเผยแพร่บันทึกรายละเอียด วิธีการ และขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่ มีการเผยแพร่บันทึกรายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ ทุกรายการที่ระบุในแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี ซึ่งมีรายละเอียด คือ ชื่อรายการที่จัดซื้อจัดจ้าง  วงเงินงบประมาณ  ราคากลาง  วิธีการซื้อหรือจ้าง  ผู้เสนอราคาและราคาที่เสนอ  ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและราคาที่ตกลงซื้อหรือจ้าง  เหตุผลที่คัดเลือก  และ เลขที่และวันที่ของสัญญาในการซื้อหรือจ้าง

(2) ดัชนีความพร้อมรับผิด (Accountability Index) ให้ความรู้โดย นายคณพศ เฟื่องฟุ้ง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย

     เป็นดัชนีที่ประเมินเกี่ยวกระบวนการเผยแพร่แผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงาน และกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการในปีที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้สาธารณชนได้ติดตามตรวจสอบว่าหน่วยงานได้ดำเนินภารกิจตามพันธกิจของหน่วยงานและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ ยังประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และแนวทางการบริหารผลการปฏิบัติงานและการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ ผู้มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานต่ำ รวมถึงประเมินเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริหารของหน่วยงาน โดยการแสดงเจตจำนงที่แน่วแน่ว่าจะบริหารงานให้บรรลุตามพันธกิจของหน่วยงานตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้สาธารณชนเกิดความเชื่อมั่น และประเมินเกี่ยวกับกระบวนการของหน่วยงานในการให้ความสำคัญกับรับฟังเสียงสะท้อนหรือข้อร้องเรียนจากผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสาธารณชน โดยจะต้องมีกระบวนการจัดการและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม ซึ่งหน่วยงานจะต้องมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยดัชนีความพร้อมรับผิด ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด และมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในแต่ละตัวชี้วัด ดังนี้

     ตัวชี้วัดที่ 2.1 การดำเนินงานตามภารกิจ

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการเผยแพร่รายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการในปีที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่แผนปฏิบัติราชการประจำปี เพื่อให้สาธารณชนได้ติดตามตรวจสอบว่าหน่วยงานได้ดำเนินภารกิจตามพันธกิจของหน่วยงานและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนหรือไม่ ตลอดจนประเมินกลไกการกำกับติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงาน

     EB4 (1) หน่วยงาน มีการเผยแพร่แผนปฏิบัติราชการประจำปี

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) เผยแพร่แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559-2562 บนเว็บไซต์

2) เผยแพร่ ข้อตกลงการปฏิบัติงาน (PA) ประจำปีงบประมาณ 2560

     EB4 (2) หน่วยงาน มีการเผยแพร่รายงานการประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปี (ที่ผ่านมา)

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) สรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์มหาวิทยา ลัยประจำปีงบประมาณ 2560

2) แสดงรายงานประจำปี

     EB4 (3) หน่วยงาน มีการเผยแพร่การกำกับติดตามการดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติราชการประจำปี

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) แสดงความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการหรือกิจกรรม PA 2560

2)  แสดงผลการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2560

     ตัวชี้วัดที่ 2.2 การปฏิบัติงานตามหน้าที่

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการกำกับตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมุ่งตอบสนองต่อผู้รับบริการหรือประชาชน

     EB5 หน่วยงานมีการกำหนดมาตรการกลไก หรือการวางระบบในการบริหารผลการปฏิบัติงานและการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ผู้มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานต่ำ

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) แสดงการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี ตาม ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2) แสดงการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมหิดล ตาม ข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

3 ) แสดง กรอบแนวทางการบริหารผลการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานต่ำ  ตาม ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560 และ ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้โอกาสพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงานหรือการสั่งให้ออกจากงานกรณีไม่สามารถปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

     ตัวชี้วัดที่ 2.3 เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร

วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานที่รับการประเมินได้แสดงถึงเจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล

     EB6 หน่วยงานมีการเผยแพร่เจตจำนงสุจริตของผู้บริหารต่อสาธารณชน                               

     การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่ ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง นโยบายคุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คู่มือธรรมภิบาลมหาวิทยาลัยมหิดล แลพ MOU ต่อต้านการทุจริตระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับมูลนิธิต้านการทุจริต

ตัวชี้วัดที่ 2.4 การจัดการเรื่องร้องเรียน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินให้ความสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อนหรือข้อร้องเรียนจากผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสาธารณชน และจะต้องมีกระบวนการจัดการและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม

     EB7 หน่วยงานมีการกำหนดมาตรการกลไก หรือการวางระบบในการจัดการเรื่องร้องเรียนของหน่วยงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1)  ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง แนวทางการจัดการข้อร้องเรียน พ.ศ. 2560

2 ) ขั้นตอนดำเนินการ (Flowchart) ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง แนวทางการจัดการข้อร้องเรียน พ.ศ. 2560

3 ) คำสั่งมหาวิทยาลัยมหิดล แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน (Ombudsman committee)

(3) ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน (Corruption – Free Index) ให้ความรู้โดย นายธรรญา สุขสมัย ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการความเสี่ยง

     เป็นดัชนีที่ประเมินเกี่ยวกับพฤติกรรมการทุจริตของเจ้าหน้าที่ เช่น การเรียกสินบน หรือการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น การใช้อำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งหน้าที่ ในการเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง หรือผู้อื่น การแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันกับองค์กรธุรกิจเอกชน และประเมินเกี่ยวกับกระบวนการในการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการป้องกันการรับสินบน ตลอดจนการประเมินการชี้มูลความผิดและเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย โดยดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 1 ตัวชี้วัดและมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้

     ตัวชี้วัดที่ 3.1 การรับสินบน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินได้รับทราบสถานการณ์การทุจริต การรับสินบนที่เกิดขึ้นอันจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการป้องกันการรับสินบน ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

     EB8 หน่วยงานมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการป้องกันการรับสินบน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) ประกาศ คู่มือธรรมาภิบาลแห่งมหาวิทยาลัย มหิดล

2) ประกาศ นโยบายคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย

3) ประกาศ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti – Corruption Policy)

4) ประกาศ นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล

5) มีกรอบแนวทางการป้องกันการรับสินบน โดยมหาวิทยาลัย กำหนดบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการกฎหมาย และ ธรรมาภิบาล ไว้อย่างชัดเจน พร้อมตัวอย่าง หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สามารถแสดงถึงกรอบแนวทางการป้องกันการรับสินบน

6 ) มีกลไกการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย การปฏิบัติงานตามขั้นตอน หรือ ระบบการปฏิบัติงานปกติของส่วนงาน / หน่วยงาน การบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งมีการประเมินความเสี่ยง เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน ทั้งใน ระดับมหาวิทยาลัย ระดับส่วนงานและหน่วยงาน  การตรวจสอบภายใน เพื่อถ่วงดุลการปฏิบัติงานในส่วนงาน / หน่วยงาน  มีการกาหนดนโยบาย เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งมหาวิทยาลัยในการปฏิบัติงาน  มีข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการทุจริตในการปฏิบัติงาน ให้ถือปฏิบัติเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานปกติ

(4) ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร (Integrity Culture Index) ให้ความรู้โดย นางสุวรรณา เจนสวัสดิ์พงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบภายใน

     เป็นดัชนีที่ประเมินเกี่ยวกับความพยายามของหน่วยงานในการเสริมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน ตลอดจนการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานที่เป็นรูปธรรม และชัดเจน ผ่านกลไกการจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมไปจนถึงการประเมินกลไกการตรวจสอบภายในหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ ไม่ถูกแทรกแซง ปราศจากอคติ มีความเป็นกลาง และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันการทุจริตในหน่วยงาน โดยประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด และมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในแต่ละตัวชี้วัด ดังนี้

     ตัวชี้วัดที่ 4.1 การเสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริต

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการส่งเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและไม่ทนต่อการทุจริต และพัฒนาให้เป็นวัฒนธรรมและค่านิยมของหน่วยงาน

     EB9 หน่วยงาน มีการเสริมสร้างวัฒนธรรม และค่านิยม สุจริตและการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน

      การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) คู่มือธรรมาภิบาล-ตั้งแต่ปี 2559 รวบรวมรายชื่อจรรยาบรรณ และประกาศนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติตน และปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง สุจริต ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยกำหนดให้บุคลากรใหม่ต้อง ลงนามรับทราบคู่มือธรรมาภิบาลในวันที่เข้ารายงานตัว

2) ค่านิยมหลัก M-A-H-I-D-O-L โดยเฉพาะค่านิยมตัว “I” – Integrity สื่อสารต่อบุคลากรใหม่ – ปฐมนิเทศบุคลากร

3) ข้อบังคับว่าด้วย วินัยนักศึกษา พ.ศ. 2553 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการส่งเสริมค่านิยมสุจริต ในวันประชุมผู้ปกครองนักศึกษาใหม่ ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันขึ้นทะเบียนนักศึกษาใหม่

4)  แสดงกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และอย่างเหมาะสมตามหลักธรรมาภิบาล เช่น กองกฎหมาย ให้ความรู้ด้านกฎหมายให้แก่ผู้บริหาร  กองทรัพยากรบุคคล ให้ความรู้ด้านการบริหารองค์กร การบริหารการคลังและพัสดุและข้อควรระวังด้านกฎหมายเพื่อการบริหาร

5) กิจกรรมนักศึกษา ที่เกี่ยวกับ การเสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริต  โครงการสืบสานพุทธธรรม โดยชมรมพุทธศาสตร์ เน้นการตักบาตร เพื่อให้นักศึกษารู้คุณค่าของการให้ และการแบ่งปัน รวมถึงการฟังพระธรรมเทศนา เพื่อขัดเกลาจิตใจ

     ตัวชี้วัดที่ 4.2 การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงาน เพื่อพัฒนาไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงาน

     EB10 (1) หน่วยงานมีการวิเคราะห์ความเสี่ยง และการจัดการความเสี่ยงเกี่ยว กับ ผล ประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) มีกระบวนการบริหารและจัดการความเสี่ยง และความเสี่ยงที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน

      EB10 (2) หน่วยงาน มีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงาน

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) มีประกาศ นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์

2 )  จรรยาบรรณผู้บริหาร พ.ศ. 2559

3) คู่มือการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพอาจารย์

4) จรรยาบรรณนักวิจัยและแนวทางปฏิบัติ พ.ศ. 2554 (อ้างอิง สภาวิจัยแห่งชาติ)

5)  ข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยจรรยาบรรณบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล และการดำเนินการทางจรรยาบรรณ พ.ศ.2552, 2554 และ 2557

     ตัวชี้วัดที่ 4.3 แผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงาน โดยจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและมีการดำเนินการอย่างจริงจัง

     EB11 (1) หน่วยงานมีการจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือแผนที่เกี่ยวข้อง

     การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1)  ประกาศ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น พ.ศ. 2559

      EB11 (2) หน่วยงานมีการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนป้องกันและปราบปรา มการทุจริต หรือ แผนที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1 )  การจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

     ตัวชี้วัดที่ 4.4 การตรวจสอบถ่วงดุลภายใน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีกลไกการตรวจสอบภายในหน่วยงาน ที่มีความเป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซง ปราศจากอคติ มีความเป็นกลาง และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันการทุจริตรวมไปถึงมีกระบวนการลงโทษทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการทุจริตอย่างจริงจัง

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่

1) ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตรวจสอบภายใน

2) แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประจำมหาวิทยาลัยมหิดล

3) แสดงรายงานต่อสภามหาวิทยาลัย

4)  ข้อบังคับว่าด้วยการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยมหิดล และ การอนุมัติแผน และการติดตามผลการตรวจสอบภายใน

5)  ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การลงโทษทางวินัย ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยวินัยการดำเนินการและการลงโทษทางวินัยพ.ศ.2555 7) มีการประชาสัมพันธ์ถึงข้อควรระวังด้านกฎหมาย-วินัยในการปฏิบัติงานในมหิดลสาร เป็นต้น

(5) ดัชนีคุณธรรมการทํางานในหน่วยงาน (Work Integrity Index) ให้ความรู้โดย นางจริยา ปัญญา ผู้อำนวยการกองทรัพยากรบุคคล

     เป็นดัชนีที่ประเมินเกี่ยวกับกระบวนการของหน่วยงานที่แสดงถึงการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามคู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดมาตรฐานและความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานและการให้บริการ และประเมินกระบวนการมุ่งตอบสนองต่อผู้รับบริการหรือประชาชน ด้วยการพัฒนากระบวนการอำนวยความสะดวก การให้บริการประชาชน ด้วยการแสดงขั้นตอน ระยะเวลาที่ใช้ (กรณีที่เป็นหน่วยงานให้บริการ อนุมัติ อนุญาต) และประเมินกระบวนการของหน่วยงานที่แสดงถึงการมีคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลภายในหน่วยงาน ทั้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น การคัดเลือก การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายพิจารณาความดีความชอบ ด้านกระบวนการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและการธำรงรักษาคนดี คนเก่งและด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การบริหารงบประมาณ เช่น การใช้จ่ายเงินงบประมาณจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และจะต้องพิจารณาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณแล้ว ก็จะต้องมีการรายงานตามข้อเท็จจริงเช่นกันการมอบหมายงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องคำนึงถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ขอบเขตตามคำบรรยายลักษณะงานที่หน่วยงานกำหนด หรือขอบเขตตามภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบมีความเป็นธรรม เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งหน่วยงานจะต้องมีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงานประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด และมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในแต่ละตัวชี้วัด ดังนี้

ตัวชี้วัดที่ 5.1 มาตรฐานและความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานและการให้บริการ

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินมีการกำกับดูแล มาตรฐานและความเป็นธรรม ในการปฏิบัติงานและการให้บริการ ที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

      EB12 (1) หน่วยงาน มีการกำหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามคู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน

      การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่ -ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การบริหารงานบุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัย(ชื่อส่วนงาน) พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคล การบรรจุและแต่งตั้งและการทดลองปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.2556 ฯลฯ

      EB12 (2) หน่วยงาน มีการเผยแพร่กระบวนการอำนวยความสะดวกหรือการให้บริการประชาชน ด้วยการแสดงขั้นตอนระยะเวลาที่ใช้ (เฉพาะหน่วยงานที่มีภารกิจให้บริการประชาชนอนุมัติ หรืออนุญาต)

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่  แสดงแผนผัง ขั้นตอนกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง

     ตัวชี้วัดที่ 5.2 คุณธรรมการบริหารงาน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินได้รับทราบและตระหนักถึงการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารงานทั้งด้านทรัพยากรบุคคล ด้านงบประมาณ และด้านการมอบหมายงาน เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้การบริหารงานภายในของหน่วยงานมีคุณธรรมมากขึ้น

การดำเนินงานตอบสนองเกณฑ์ ได้แก่  สาระสาคัญ ครอบคลุมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการใช้จ่ายงบประมาณ กลไกการดาเนินงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ/ประกาศของมหาวิทยาลัย

บทสรุป

เพื่อแสดงว่า หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยงานที่มีคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามกรอบการประเมินของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) บุคลากรในหน่วยงานจึงจำเป็นต้องเข้าใจและปฏิบัติบทบาทหน้าที่ ของตนเอง ดังนี้

ผู้บริหารของหน่วยงาน

ต้องมุ่งมั่นบริหารงานตามภารกิจให้บรรลุพันธกิจของหน่วยงาน ยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรม มีส่วนร่วมในการศึกษาวิเคราะห์และพิจารณากรอบแนวทางและขั้นตอนในแต่ละมาตรการหรือกลไกเชิงระบบ รวมทั้ง นำผลการประเมินไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานให้มีคุณธรรมและความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน

ต้องยึดถือหลักการความโปร่งใส ไม่ปิดบังหรือบิดเบือนข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้รับบริการ ปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นไปตามคู่มือ หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่เป็นธรรมหรือเอื้อผลประโยชน์ แก่พวกพ้อง และเป็นกลุ่มตัวอย่างในการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในโดยต้องตอบตามการรับรู้ที่แท้จริง เพื่อให้ ผลการประเมินสามารถสะท้อนระดับคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานได้อย่างแม่นตรง ซึ่งจะทำให้หน่วยงานนำผลการประเมินพัฒนาไปไปสู่การปรับปรุงหน่วยงานให้มีคุณธรรมและความโปร่งใสสูงขึ้นได้

รายละเอียดเพิ่มเติม 

คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and
Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 

URL : https://www.nacc.go.th/download/article/article_20171003170429.pdf