เข้าร่วมฟังสัมมนาด้านสิทธิบัตรและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี งาน IP Fair 2017

มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา IP Fair 2017
Innovation for Life & Better Future

  • เมื่อวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา IP Fair 2017 ในหัวข้อ Innovation for Life & Better Future นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ณ อาคาร EH103
    ไบเทคบางนา
  • ในการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การจัดงานดังนี้ ที่ส่งเสริม สนับสนุน ประชาสัมพันธ์ และเปิดโอกาสให้ประชาชน นักประดิษฐ์ ผู้สร้างสรรค์และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ได้ชื่นชมพระปรีชาสามารถด้านทรัพย์สินทางปัญญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาตามรอยพระยุคลบาท เพื่อแสดงผลงานนวัตกรรมและผลงานทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย สร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญา กระตุ้นให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเกิดความตื่นตัวในการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง และเพื่อสร้างโอกาสให้นักประดิษฐ์ ผู้สร้างสรรค์และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้พบปะเจรจากับผู้ประกอบการ ผู้ผลิต หรือผู้ส่งเพื่อนำทรัพย์สินทางปัญญาไปพัฒนาหรือไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

ภายในงานมีนิทรรศการ และพาวิลเลี่ยนมากมาย แบ่งเป็นโซนดังนี้

  • Showcase Zone การจัดแสดงผลงานด้านนวัตกรรมที่โดดเด่นจากนักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์ และผลงานด้านการวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศไทย
  • Pavilion Zone การจัดแสดงผลงานนวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน
  • Geographical Indication Zone การจัดแสดงและจัดจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI Café และการสาธิต GI Showcase
  • Retail Zone การจัดจำหน่ายสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงบูทจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของศิลปินดารานักแสดงอย่างคับคั่ง
  • Startup Zone นำเสนอแนวคิดการดำเนินชีวิตและธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของอนาคต ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้อย่างน่าสนใจ
  • Makespace Zone พื้นที่การเรียนรู้แนวใหม่ พื้นที่ขอคนสร้างสรรค์ สานฝันสู่มืออาชีพ
  • IP Champion การจัดแสดงผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัล IP Champion 2017 ที่ประสบความสำเร็จจากการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
  • IP Clinic การให้คำปรึกษาแนะนำและรับคำขอจดทะเบียนด้านทรัพย์สินทางปัญญา
  • Seminar การจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมคามก้าวหน้าทางนวัดกรรม สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา ระหว่างวันที่ 4-7 พ.ค. 2560

บรรยากาศภายในงาน

การจัดแสดงสินค้าของ SCG (บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด)สำหรับการสัมมนามีโอกาสได้เข้าร่วมฟังการสัมมนาในวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคม รายละเอียดการสัมมนาดังนี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560

เวลา 13.00 – 15.00 น. ในหัวข้อ “ประโยชน์ของข้อมูลสิทธิบัตรสำหรับการทำวิจัยและการทำธุรกิจ” โดย ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สวทน.

ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สวทน.

บรรยายถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในหน่วยงาน โดยประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกันดังนี้

  • เนื้อหาในสิทธิบัตรส่วนใหญ่จะมีข้อมูลทางด้านกฎหมาย ธุรกิจ และเทคโนโลยี จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในองค์ประกอบทั้งสามส่วน การอ่านสิทธิบัตรจึงจะต้องมีความละเอียดพอสมควร เช่น คำว่า อย่างน้อย ในความหมายในด้านกฎหมาย ก็มีนัยสำคัญของคำ เป็นต้น
  • Innovation ความซับซ้อนของธุรกิจ ความพร้อมของเทคโนโลยี มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตร ถ้าไม่นับรวมบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสองอย่าง SCG และ PTT ในประเทศไทย ในเรื่องของเทคโนโลยียังไม่ค่อยมีความซับซ้อน ยกตัวอย่างเครื่องปลอกมะพร้าว
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญามีการให้ความสำคัญของเรื่องการใช้ฐานข้อมูลสิทธิบัตรเพื่อให้สามารถตรวจสอบความซ้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งเงินงบประมาณทำวิจัย การลงทุน
  • รูปแบบของการที่จะนำงานไปใช้มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลสิทธิบัตร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจัดตั้งบริษัท Start up ขึ้นมา เราจะรู้ได้ยังไงว่าที่เราทำไม่ได้ไปซ้ำกับงานของคนอื่นที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่า landscape ของ Technology นั้นเป็นอย่างไรว่าไม่ได้เอาของมาย้อมแมวขาย หรือมีเทคโนโลยีอื่นใกล้เคียงกันกับเรา ดังนั้นทางที่จะตรวจสอบได้คือการค้นข้อมูลสิทธิบัตร และวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตร   ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ควรที่จะสืบค้นทั่วโลก เพื่อป้องกันการทำที่สูญเปล่า เพิ่มอำนาจการต่อรองของธุรกิจ เพื่อให้งานมีอิสระในการดำเนินการ (Freedom to Operate) และสามารถต่อยอดงานได้

รูปแบบการนำผลงานวิจัยออกสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ 

การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงการสร้างสรรค์ (Creation)

  • การทำแผนที่สิทธิบัตร

กำหนดทิศทางและขอบเขตการวิจัยป้องกันการละเมิดสิทธิบัตร เหมือนการเริ่มขับรถ วางแผนเส้นทางที่จะใช้เดินทางให้สั้นที่สุด ไม่ติดขัด โดยการเปิด Google map ก็เหมือนกับการทำวิจัย โดยวางแผนให้ไม่ติดขัด หากเจอที่ติดขัดจะได้หาทางใหม่ เพื่อให้ไปต่อได้ และมีอิสระในการเดินทาง โดยการค้นหาข้อมูลสิทธิบัตร แต่หากไม่สืบค้นแล้วพบปัญหาอาจทำให้ถูกฟ้องร้อง หรือดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

  • การตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการสร้างสรรค์

ตรวจสอบว่าโครงการวิจัยที่จะดำเนินการนั้น ผลงานวิจัยที่ได้มาจะนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ โดยการตรวจสอบสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง

  • สัญญาเพื่อการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา ประกอบด้วย สัญญาสนับสนุนงานวิจัย สัญญารับจ้างวิจัย และสัญญาร่วมวิจัย
  • มาตรการในการเก็บรักษาความลับ
  • การบันทึกผลงานวิจัย

เปรียบเทียบระหว่างนักวิจัยในภาครัฐ และเอกชนที่มีความสำเร็จทางด้านธุรกิจงาน การวิจัยของทางภาครัฐที่มีประโยชน์หลายอย่าง ยังไม่ถูกภาคเอกชนนำไปต่อยอดเข้าสู่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากเอกชนมองเห็นว่ายังไม่มีการคุ้มครองที่ถูกต้อง หากนำไปใช้ ก็จะเกิดการเลียนแบบได้ และทางรัฐยังไม่สามารถบังคับใช้สิทธิได้ ก่อนที่เอกชนจะซื้อมาใช้จะต้องตรวจสอบก่อนว่ามีสิ่งที่จะดำเนินการที่จะชอบธรรมตามกฎหมาย ในภูมิภาค และประเทศใดบ้าง เพราะทันทีที่ย้ายจากฝั่งมหาวิทยาลัยมายังภาคเอกชน ภาคเอกชนจะมีคำว่า liability หรือความรับผิดอยู่ด้วยเสมอ แต่ของภาครัฐจะมีข้อยกเว้นในการทำงานวิจัย ดังนั้นวิจัยที่มีศักยภาพของภาครัฐ ที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชน์ จำเป็นจะต้องมองเห็นถึงความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาด้วย

นักวิจัยในภาคเอกชนจะมีการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรก่อนว่างานวิจัยที่จะทำนั้นใหม่หรือไม่ใหม่ โดยการทำ FTO หากสืบค้นแล้วยังไม่มีใครทำเรื่องนั้นมาก่อนก็สามารถที่จะทำต่อไปได้

 FTO, Patentability

  • ข้อควรระวังสำหรับ “ลูกจ้าง” ในหน่วยงานใดๆไม่ว่ารัฐหรือเอกชน นำเอาผลงานวิจัยไปยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นชื่อของตนเองนั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากในฐานะลูกจ้างไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ผลงานจะตกเป็นของนายจ้าง เว้นแต่จะมีการตกลงไว้เป็นอย่างอื่น

ระหว่างการสัมมนามีการพักเบรคประมาณ 15 นาที ขนมเบรคของวันแรกก็ดีงามไม่น้อยค่ะ เครื่องดื่มสามารถเลือกได้ว่าจะรับชาหรือกาแฟค่ะ หลังจากพักเบรคกันอิ่มหนำสำราญแล้วก็กลับเข้าสู่การสัมมนาในหัวข้อต่อไปค่ะ

เวลา 15.15 – 17.30 น.หัวข้อ “สิทธิบัตรและองค์ประกอบของสิทธิบัตร” โดย รศ.ดร.ดวงหทัย เพ็ญตระกูล ผอ.สถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.ดวงหทัย เพ็ญตระกูล

สิทธิบัตร = หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด

ระดับของสิทธิบัตร

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ = ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การเก็บรักษา หรือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • อนุสิทธิบัตร = ความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมากหรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย
  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ = ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่าง ลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากเดิม

การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้

** ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น  คือ ไม่เป็นขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สามารถทำได้ง่าย
** สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม คือ สามารถผลิตซ้ำได้ ไม่จำเป็นต้องคุ้มค่าในทางอุตสาหกรรม

ชั้นตอนการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตร

** การยื่นคำขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตร – เมื่อยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรในประเทศไหน จะได้รับการคุ้มครองในประเทศนั้น เป็นสิทธิบัตรระดับประเทศ ระบบการได้มาซึ่งสิทธิบัตรเป็นระบบจดทะเบียน และอีกรูปแบบจะเป็นสิทธิบัตรระหว่างภูมิภาค เช่น European Patent

โครงสร้างของเอกสารสิทธิบัตร

  1. รายละเอียดการประดิษฐ์ (Description)
  • ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์
  • สาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์
  • ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้อง
  • ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์
  • การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์
  • คำอธิบายรูป เขียนโดยย่อ
  • วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด
  1. ข้อถือสิทธิ (Claims) ** ถือเป็นหัวใจของสิทธิบัตร ที่จะระบุได้ว่าละเมิดหรือไม่ และระบุได้ว่าสิทธิบัตรนั้นใหม่หรือไม่
  • ผลิตภัณฑ์
  • กรรมวิธี
  • การใช้
  1. บทสรุปการประดิษฐ์ (Abstract)
  2. รูปเขียน ถ้ามี (Drawing)

** สิทธิบัตรจะได้รับการคุ้มครองตั้งแต่วันที่ยื่นจดทะเบียน
** การหมดอายุความคุ้มครอง
– สิทธิบัตร 20 ปี หากต่ออายุการคุ้มครองไม่ขาด
– การต่ออายุการคุ้มครอง ยกตัวอย่าง ถ้าได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตร โดยยื่นใน ปี 40 ได้รับจดปี 43 และจ่ายค่าจดทะเบียน พอขึ้นต้นปีที่ 5 จะต้องจ่ายค่ารักษาสิทธิเป็นประจำทุกปี แต่สามารถจ่ายเป็นก้อนได้ จนกว่าจะหมดอายุความคุ้มครอง หากขาดจ่ายก่อนหมดอายุความคุ้มครอง ก็จะถูกตัดสิทธิการถือครองสิทธิบัตร

ตัวอย่างหนังสือสำคัญการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อ้างอิงจาก http://www.ipthailand.go.th/th/patent-011.html

ข้อมูลที่ได้จากสิทธิบัตร

  • แนวโน้มของเทคโนโลยี
  • ความใหม่ของงานวิจัย
  • การวางแผนการทดลองวิจัย
  • การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การเฝ้าระวังและบังคับใช้สิทธิ

     วันที่ 6 พฤษภาคม 2560

เวลา 13.00 – 16.30 น. ในหัวข้อ “เทคนิคการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร” และหัวข้อ “เครื่องมือที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรจาก Free Database” โดยผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ และคุณพัชราวิไล พงษ์วิชชุลดา บริษัท สยามวิจัยและนวัตกรรม

** การสืบค้นสิทธิบัตรเพื่อดูว่างานวิจัยใหม่ และจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ กรมฯจะต้องดูและเปรียบเทียบสิทธิบัตรที่มีอยู่แล้วทั่วโลก

เหตุผลที่ต้องค้นข้อมูลสิทธิบัตร

  1. เพื่อดูว่ามีใครทำอะไรมาก่อนหน้านี้แล้วบ้าง
  2. สิ่งที่ทำเสร็จแล้วมีคุณสมบัติครบที่จะจดทะเบียนหรือไม่ เพื่อดูว่าเหมือนหรือไม่ และดูขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (Patentability Search)

การสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร

การป้อน Keyword ในการสืบค้น

หลักการคือ Junk in Junk out  หมายถึง หากป้อนข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์สำหรับข้อมูลที่ต้องการแล้ว จะได้ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ออกมา ดังนั้นก่อนการสืบค้น จำเป็นต้องคิด วางแผนว่าต้องการข้อมูลในเชิงไหน เพื่อที่การใส่คำค้นที่มีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการมากขึ้น แต่คำสำคัญในการสืบค้นไม่ได้มีแค่คำเดียว เรื่องหนึ่งอาจจะต้องใช้คำค้นหลายคำก็ได้ หลักการคล้ายกับ synonym เช่น ต้องการหาสิทธิบัตรของกาแฟ อาจใช้คำว่า เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น

** ข้อควรระวัง
1. บางฐานข้อมูล sensitive ในตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่
2. British English และ American English

การใช้ Operator

  • Phrase search เป็นการใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (“ ”) ใช้เมื่อคำค้นที่ต้องการค้นเป็นวลี ชื่อบุคคล ชื่อเฉพาะ ให้ค้นคำมีการเรียงลำดับคำตามที่กำหนดเท่านั้น เช่น “”
  • Proximity operator เป็นการระบุขอบเขตของคำสองคำ เช่น
    NEAR/n เช่น A NEAR/5 B หมายถึง A และ B อยู่ห่างกันไม่เกิน 5 คำ
  • Boolean operator เช่น
    AND  ใช้เชื่อมระหว่างคำค้นเพื่อให้ได้เรื่องที่แคบลง และตรงกับเรื่องที่ต้องการมากขึ้น เช่น X AND Y จะต้องค้นเจอทั้ง X และ Y
    OR  ใช้เชื่อมระหว่างคำค้นที่ความหมายใกล้เคียงกัน จะได้ผลการค้นเป็นจำนวนมากขึ้น เช่น X OR Y จะค้นเจอ X หรือ Y ก็ได้
    NOT  ใช้นำหน้าคำค้นที่ไม่ต้องการ เช่น X NOT Y จะค้นเจอ X แต่ไม่เจอ Y
  • Wildcard เช่น
    เครื่องหมายคำถาม (?)  ใช้แทนตัวอักษรอะไรก็ได้ 1 ตัวอักษร เช่น m?n จะเจอคำที่ขึ้นต้นด้วย m และลงท้ายด้วย n เช่น man, men
    เครื่องหมายดอกจัน (*)  ใช้แทนตัวอักษรอะไรก็ได้ กี่ตัวอักษรก็ได้ เช่น vaccine* จะเจอคำค้นเช่น vaccines, vaccinations และใช้แทนการค้นสำหรับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ เช่น student* จะเจอคำค้น student และ students

Free Database

  1. WIPO Patentscope (wipo.int/pctdb)
  2. Lens (www.lens.org/lens)
  3. Patent Search – EPO (https://worldwide.espacenet.com)

สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://idgthailand.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1/

http://idgthailand.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2/