ตามรอยราชสกุลมหิดล ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา


In Remembrance of
the MAHIDOL Family

in the USA…

เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 22-31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 การเดินทางครั้งนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชประวัติในสมเด็จพระบรมราชชนก และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย คือที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ณ เมืองบอสตัน (Boston) และที่จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square) ณ เมืองเคมบริจด์ (Cambridge) รัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts) ผู้เขียนรู้สึกปลื้มปิติและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเห็นด้วยตาสักครั้ง กลับมาจึงได้เก็บภาพและเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากผู้อ่าน Mahidol Libraries KM Blog กันค่ะ

เริ่มต้นที่ Harvard University มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่แห่งนี้ สมเด็จพระบรมราชชนกทรงเคยมาศึกษาต่อด้านสุขาภิบาลและด้านการแพทย์ มีข้อมูลจากหนังสือ “เทิดพระนามมหิดล” บรรยายไว้ว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2459 ทรงศึกษาวิชาเฉพาะที่วิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard College) ในฐานะนักศึกษาพิเศษ (Special Student) จากนั้นวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2459 คณะกรรมการโรงเรียนสาธารณสุข (School for Health Officer) ลงมติให้ทรงเป็นผู้มีสิทธิเข้าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรสาธารณสุข (Member of the school and candidate for the certificate in Public Health) 

จากนั้นในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2460 ทรงลงทะเบียนเป็นนักศึกษาแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University Medical School) ซึ่งเปิดเรียนในวันที่ 24 กันยายน ทรงเรียนแพทย์ปีหนึ่ง ในภาคฤดูใบไม้ร่วง (ภาคการศึกษาที่ 1) ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2461 ทรงเริ่มเรียนแพทย์ชั้นปีที่ 2 ทรงฟังบรรยายและทรงศึกษาภาคปฏิบัติรายวิชาต่าง ๆ ทรงศึกษาวิชาอายุรศาสตร์ ประสาทวิทยา และศัลยศาสตร์ ที่ Massachusetts General Hospital และ Boston City Hospital ด้วย

ปีต่อมา วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2462 ทรงลงทะเบียนเป็นนักศึกษาสาธารณสุข ปีที่ 2 ของโรงเรียนสาธารณสุข (School for health Officer) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาจูเซตต์ (MIT) ข้อมูลพระราชประวัติเพิ่มเติมอ่านได้ที่นี่ (คลิก)

ก่อนเดินทางมาที่นี่ มีมุมหนึ่งที่ตั้งใจเดินหาเป็นพิเศษ คือที่ตั้งอาคารสมัยทรงศึกษาที่ Harvard Medical School แบบในหนังสือที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบรรยายไว้ในโอกาสครบรอบ 30 ปี วันพระราชทานนามฯ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา (ผู้สนใจสามารถยืมหนังสืออ่านในหอสมุดฯ ได้นะคะ)

 

พลิกมาหน้า 98 จะปรากฎภาพนี้ ผู้เขียนจึงพยายามเดินหาแล้วลองถ่ายเทียบกัน เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามกาลเวลา สถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันคือ “The Memorial Church of Harvard University” (คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม)

แถมนิดหนึ่งในหน้า 129 จะมีข้อความที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงเขียนไว้เกี่ยวกับความตั้งใจในการเรียนแพทย์ด้วยว่า

“ตั้งแต่หม่อมฉันเกิดมา ก็เห็นแต่สมเด็จแม่ทรงเป็นทุกข์เป็นโศก ไม่มีอะไรที่จะให้ชื่นพระหฤทัยเลย สงสารสมเด็จแม่ จึงคิดว่า ลูกชายของท่านก็เหลืออยู่แต่หม่อมฉันคนเดียว ควรจะสนองพระคุณด้วยการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้สมเด็จแม่ทรงยินดี ด้วยเห็นลูกสามารถทำความดีให้เป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองได้ ไม่เลี้ยงมาเสียเปล่า เมื่อคิดไปว่าทำอย่างไรดี หม่อมฉันคิดเห็นว่า ในทางราชการนั้นก็มีทูลกระหม่อมพระราชโอรส ในสมเด็จพระศรีพัชรินทร์ฯ อยู่หลายพระองค์แล้ว ตัวหม่อมฉันจะทำราชการหรือไม่ก็ไม่ผิดกันเท่าใดนัก จึงคิดว่าการช่วยชีวิตผู้คนพลเมืองเป็นการสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งหม่อมฉันอาจจะทำได้โดยลำพังตัว เพราะทรัพย์สินส่วนตัวมีพอเลี้ยงชีวิตแล้ว จะสละเงินที่ได้รับพระราชทานในส่วนที่เป็นเจ้าฟ้า เอามาใช้เป็นทุนทำการตามความคิดให้เป็นประโยชน์ในบ้านเมือง”

อีกสถานที่สำคัญที่ชาวไทยทุกคนจะต้องมา คือ ที่ “จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square)” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเคมบริจด์ เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

บนแท่นได้จารึกข้อความเกี่ยวกับความสำคัญของจัตุรัส ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น (Mount Auburn Hospital) (เดิมชื่อโรงพยาบาลเคมบริดจ์) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดที่นี่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535

ทั้งนี้ ด้านหลังแท่นยังจารึกข้อมูลสำคัญ เรียกว่า “Trail of Thai Royalty in Massachusetts” บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ที่ราชสกุลมหิดลได้เสด็จมาที่รัฐแห่งนี้ในช่วงเวลาต่าง ๆ อีกด้วย ผู้เขียนรู้สึกประทับใจที่คนไทยและชาวต่างชาติ ได้ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ตอนไปที่นี่มีชาวต่างชาติเดินเข้ามาถามด้วยว่า “คนไทยใช่ไหม?” (พูดเป็นภาษาไทย) และอาสาช่วยถ่ายรูปให้ทันที น่ารักมาก ๆ 

บริเวณโดยรอบจัตุรัสเป็นระเบียบเรียบร้อย สบายตา บริเวณแท่น มีผู้นำช่อดอกไม้มาวางเพื่อถวายความอาลัย และยังคงพบเห็นรอยน้ำตาเทียนตามพื้นในหลาย ๆ จุด ซึ่งเป็นร่องรอยจากเหตุการณ์เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2559 ซึ่งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก มาจุดเทียนบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เพื่อสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรำลึกถึงพระองค์

 

นอกจากสถานที่สำคัญทั้งสองแห่งที่กล่าวไป ผู้เขียนได้เก็บภาพบรรยากาศรอบ ๆ เมืองมาฝากกัน รู้สึกว่าที่นี่มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม บรรยากาศเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

ท้ายสุดนี้ ผู้เขียนต้องขอขอบคุณครอบครัวที่ได้ให้การสนับสนุนการเดินทาง ทำให้ได้ประสบการณ์ และเปิดโลกทัศน์เป็นอย่างมาก ทริป ณ ประเทศสหรัฐอเมริกานี้ ยังมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง มีโอกาสไว้ผู้เขียนมาอัพให้อ่านกันในบล็อกหน้าจ้าา 🙂 


ผู้เขียน :

นางสาวเพชรดา ฐิติยาภรณ์

หัวหน้างานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ (นักเอกสารสนเทศ)

ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล