โครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ กิจกรรม : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่”

โครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ

กิจกรรม : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่”

 

 

เมื่อวันที่ 9 -10 พฤษภาคม 2561 กลุ่มบริการทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ กิจกรรม : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่” ณ ห้องประชุมสำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการดังกล่าว เพื่อให้บุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมทราบและเรียนรู้เทคนิค วิธีการซ่อมอนุรักษ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เห็นความสำคัญของการซ่อมอนุรักษ์แผนที่ อีกทั้งยังส่งเสริมเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนความรู้ในการสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดไป โดยมีวิทยากรในการบรรยาย และสาธิต ได้แก่

  1. นายการุณ โรหิตรัตนะ นายช่างพิมพ์อาวุโส สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
  2. นายนราชัย แซ่อึง นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
  3. นางสาวเกศสรินทร์ ประมวลพัฒน์ นายช่างพิมพ์ชำนาญงาน สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
  4. นางสาวอุษา สาริกบุตร นายช่างพิมพ์ปฏิบัติงาน สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

 

ตัวอย่างแผนที่

 

วัสดุ และอุปกรณ์ในการซ่อมอนุรักษ์

 

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่” ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม เวลา 08.00 – 08.30 น. และเปิดการฝึกอบรมเวลาประมาณ 08.30 – 09.00 น. โดย นางประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม และ นางสาวกนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดโครงการครั้งนี้

 

นางประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร

 

นางสาวกนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

 

กระทั่งเวลา 09.00 น. เริ่มการบรรยาย และสาธิต “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่” โดยมี นายการุณ โรหิตรัตนะ เป็นวิทยากร สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรม จะแบ่งเป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับแจกแผนที่ จำนวน 2 แผ่น และเริ่มการตรวจสอบสภาพการชำรุดของแผนที่ (ลักษณะการชำรุดทางกายภาพ) การฉีกขาดของแผนที่ สภาพของกระดาษ เช่น กระดาษมีความเหลือง กระดาษมีความบาง ความหนา มีความกรอบ พร้อมบันทึกลงข้อมูลลง “แบบกรอกข้อความ” หลังจากนั้นดำเนินการทดสอบสภาพความเป็นกรดของแผนที่ โดยนำน้ำสะอาดหยดลงบนพื้นที่ว่างของกระดาษทิ้งไว้สักครู่ นำกระดาษทดสอบค่า pH-paper วางทับลงบนรอยเปียก ปิดด้วยแผ่นพลาสติกใสทัพด้วยของมีน้ำหนักทิ้งไว้สักครู่ จึงนำกระดาษทดสอบค่า pH-paper ไปตรวจวัดหาค่าความเป็นกรด โดยเทียบกับตารางสีที่อยู่บนกล่อง จดบันทึกค่าที่ได้ไว้ โดยแถบสีที่ปรากฏสามารถแสดงค่าเป็นตัวเลขเพื่อบอกค่าความเป็นกรดเป็นด่างของเอกสารได้ ดังนี้

หมายเลข         0 – 6            แสดงค่าความเป็น         กรด

หมายเลข         7                  แสดงค่าความเป็น         กลาง

หมายเลข         8 – 14           แสดงค่าความเป็น         ด่าง

หลังจากนั้นดำเนินการทดสอบการละลายหมึก โดยนำแอลกอฮอล์ชุบสำลีแตะบริเวณที่มีหมึก หากไม่ละลายสามารถดำเนินการขั้นต่อไป

 

นายการุณ โรหิตรัตนะ นายช่างพิมพ์อาวุโส สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร วิทยากรบรรยาย

 

แผนที่ จำนวน 2 แผ่น ที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติ

 

ตัวอย่างแบบกรอกข้อความ สำหรับรายละเอียดของแผนที่

 

การทดสอบค่าความเป็นกรดของแผนที่ (ค่า pH-paper)

 

การทดสอบการละลายหมึกด้วยแอลกอฮอล์

 

การทำความสะอาดแห้ง โดยการใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นออกไปด้านข้างในทางเดียวกัน หากยังไม่สะอาดให้นำฟองน้ำ หรือ ยางลบผง ทำความสะอาดบริเวณที่มีรอยเปื้อน ค่อย ๆ ลบบริเวณที่มีรอย สำหรับการกำจัดฝุ่นที่แผนที่สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นได้ แต่ต้องเลือกใช้เครื่องดูฝุ่นกำลังลมอ่อน ๆ โดยต้องตรวจสอบดูสภาพกระดาษก่อนว่ามีความแข็งแรงมากน้อยเพียงใด หากกระดาษมีความเปราะ ขาดความแข็งแรง นำตะแกรงมุ้งพลาสติก วางทับลงบนหน้ากระดาษ แล้วดูดฝุ่นผ่านตระแกรง หรือ ใช้ผ้าขาวบางตาห่างหุ้มปลายท่อของเครื่องดูดฝุ่น

 

การทำความสะอาดแห้ง

 

การลดกรดในกระดาษ ด้วยสารละลายแมกนีเซียมไบคาร์บอเนต ซึ่งการสาธิตและฝึกปฏิบัติครั้งนี้ ใช้วิธีการ นำแผนที่ลงแช่ในสารละลาย แมกนีเซียมไบคาร์บอเนต โดยนำสารละลายเทลงในภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ ¾ ของถาด นำแผนที่ลงแช่ทีละแผ่น หากเนื้อกระดาษกรอบ เปราะมาก ให้วางรองด้วยแผนพลาสติกใส กดแผนที่เบา ๆ เพื่อให้สารละลายท่วมหมดทั้งแผ่น แช่ทิ้งไว้ ประมาณ 10-15 นาที (ระยะเวลาของการแช่เอกสารเพื่อการลดกรด ขึ้นอยู่กับว่าแผนที่แผ่นดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดมากหรือน้อย) หลังจากนั้นนำแผนที่ขึ้นตากที่ตะแกรงหรือราวหนีบ โดยถ้าตากที่ตะแกรง สามารถนำแผนที่ตากได้เลย แต่ตะแกรงต้องปลอดสนิม แต่หากตากแผนที่โดยการหนีบที่ราว กรุณารองแผนที่ด้วยกระดาษสปันบอนด์ (กระดาษสปันบอนด์จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่กว่าแผนที่) แล้วหนีบกระดาษสปันบอนด์กับราวตาก จะไม่หนีบตัวแผนที่กับราวเด็ดขาด และพึ่งในที่ร่มให้แห้ง

 

การสาธิตวิธีการลดกรดในกระดาษ ด้วยสารละลายแมกนีเซียมไบคาร์บอเนต

 

การฝึกปฏิบัติวิธีการลดกรดในกระดาษ ด้วยสารละลายแมกนีเซียมไบคาร์บอเนต

 

ต่อมาคือ การบรรยาย เรื่อง “กาวที่ใช้ในงานอนุรักษ์วัตถุประเภทกระดาษ” โดยมี นายนราชัย แซ่อึง เป็นวิทยากร การเลือกใช้กาวนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการอนุรักษ์เชิงป้องกันและการอนุรักษ์เชิงสงวนรักษา ดังนั้น นักอนุรักษ์จำเป็นต้องเลือกใช้กาวให้เหมาะสมกับชิ้นงาน ซึ่งต้องเข้าใจโครงสร้างและสามารถประเมิน และทดสอบให้แน่ใจว่า จะไม่เกิดปัญหาระหว่างปฏิบัติงาน และปัญหาในอนาคต และสิ่งสำคัญควรเลือกใช้กาวที่ถอดออกได้อย่างสมบูรณ์ โดยการใช้ตัวทำละลายหรือเทคนิคที่เหมาะสม สำหรับกาวที่ใช้ในงานอนุรักษ์ หลัก ๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. กาวที่ได้จากพืช (Vegetable Adhesive)
  2. กาวที่ได้จากโปรตีน (Proteinaceous Adhesive)
  3. กาวโพลีเมอร์สังเคราะห์ (Synthetic Polymer Adhesive)

สำหรับกาวที่ใช้ในการอนุรักษ์วัตถุประเภทกระดาษ คือ กาวที่ได้จากพืช (Vegetable Adhesive) ได้แก่

1. กาวแป้งสาลี (Wheat Starch) แป้งสาลีต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ โดยแยกสารของโปรตีนที่เป็นอาหารของแมลงออก สามารถละลายน้ำได้ดี มีคุณสมบัติเหนียวติดแน่น ข้อเสีย คือ เมื่อละลายแล้วไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน กาวชนิดนนี้เหมะกับงานที่มีชิ้นขนาดใหญ่ เช่น แผ่นที่ โปสเตอร์ เพราะยึดเกาะดี

2. กาวจากสาหร่ายทะเล (Funori) เป็นสาหร่าย ซึ่งมาจากทะเล ชื่อ Gloiopeltis ในประเทศญี่ปุ่น สามารถละลายได้ด้วยน้ำ วิธีการทำกาวโดยการนำ Funori 6 กรัม แช่น้ำ 200 ซีซี ทิ้งไว้ 1 คืน นำไปละลายโดยให้ความร้อนทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นกรองสารละลายผ่านตัวกรอง จะได้กาวสำหรับใช้งาน กาวชนิดนี้สามารถเก็บรักษาได้ในตู้เย็น เมื่อจะใช้ต้องนำมาอุ่นอีกครั้ง กาวชนิดนี้นำเข้าจากต่างประเทศ ข้อเสีย คือ เมื่อต้มแล้วเป็นสีเหลืองอ่อน กาวชนิดนี้เหมาะกับงานกระดาษ งานจิตรกรรม

 

ตัวอย่าง สาหร่ายทะเล (Funori)

 

     3. กาวเมทิลเซลลูโล (Methyl Cellulose) และ กาวเมโธเซล (Methocel) ได้จากการสกัด cellulose ออกจากพืช สร้างพันธะที่มีความยืดหยุ่นสูง แต่เป็นกาวอ่อน ลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น เมื่อละลายน้ำจะเปลี่ยนเป็นเจลใส สามารถละลายได้ในน้ำร้อนและน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิต เมื่อละลายแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน กาวทั้ง 2 ชนิดนี้มีความแตกต่างกันที่ความหนืด คือ กาวเมทิลเซลลูโลจะมีความหนืด 2,000 cPs ที่ 2% ในน้ำ และ กาวเมโธเซล จะมีความหนืดปานกลาง ประมาณ 400 cPs ที่ 2% ในน้ำ (*** กาวเมโธเซล เหมาะสำหรับงานอนุรักษ์ขนาดโมเลกุลสั้น) สำหรับวิธีการทำกาว Methyl Cellulose (MC) ความเข้มข้น 2% โดยละลาย MC 2 กรัม ในน้ำ 100 มิลลิลิตร

    สำหรับในช่วงบ่ายของวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 บรรยาย สาธิต และฝึกปฏิบัติ เรื่อง “การซ่อมเสริมความแข็งแรง” ของแผนที่ด้วยกระดาษสา การฝึกปฏิบัติครั้งนี้ ดำเนินการเสริมความแข็งแรงของแผนที่ด้วยกระดาษสา จำนวน 1 ชั้น ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ นำกระดาษไขวางเรียงต่อกัน ให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของแผนที่เล็กน้อย วางแผนที่คว่ำหน้าลงบนกระดาษไข ฉีดพรมน้ำลงบนแผนที่ให้ทั่วทั้งแผ่น ใช้แปรงทากาวเมทิลเซลลูโลลงบนแผนที่ให้ทั่วทั้งแผ่น พร้อมทั้งเกลี่ยกาวให้เรียบ จากนั้นวางกระดาษสาปิดทับลงบนแผนที่ให้เรียบร้อย ระวังไม่ให้เกิดรอยยับย่น ใช้ฟองน้ำชุดน้ำบีบพอหมาดตบเบา ๆ ลงบนกระดาษสา ตบไล่จากกึ่งกลางออกไปทางขอบด้านข้างทั้ง 4 ด้าน เพื่อไล่ฟองอากาศ และเป็นการทำให้กระดาษสาแนบติดไปกับแผ่นของแผนที่ จากนั้นนำแผนที่ไปพึ่งให้แห้ง (จากภาพการฝึกปฏิบัติ อุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยพยุงแผนที่ เพื่อจะนำแผนที่มาผนึกกับกระดาษสา คือ พลาสติก ไมลาร์ (Mylar))

 

การฝึกปฏิบัติการซ่อมเสริมความแข็งแรงให้กับแผนที่ด้วยกระดาษสา

 

การฝึกอบรมเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 โดย บรรยาย สาธิต และปฏิบัติ เรื่อง “เสริมส่วนที่ขาดหาย” โดยใช้แผ่นกระดาษสาเสริมลงไปในแผนที่ บริเวณที่มีรอยขาด หรือ บริเวณที่หายไปโดยส่วนใหญ่จะเสริมส่วนที่หายบริเวณขอบโดยรอบของแผนที่ หากแผนที่มีภาพขาด หรือเส้นแผนที่ขาด จะไม่ดำเนินการลากเส้นใหม่ให้แผ่นที่ แต่ให้คงสภาพเดิมไว้ เพราะอาจทำให้เกิดความผิดเพี้ยนของแผนที่ได้

1. แผนที่ฉีกขาด ปิดทับด้วยเส้นเทปกระดาษสา จำนวน 1 ชั้น ที่ด้านหน้าและด้านหลังของแผนที่ โดยวางแผนที่คว่ำลงบนแผ่นกระจก จัดส่วนที่ขาดออกจากกันต่อประสานตามรอยเดิม จากนั้นนำเทปกระดาษที่เตรียมไว้วางบนที่รอง สังเกตด้านที่มีความมันหงายขึ้น ใช้สำลีชุปน้ำพอหมาดทาลงบนตัวเทป ประมาณให้มีความยาวกว่ารอยขาดของแผนที่เล็กน้อย เสร็จแล้วนำเทปกระดาษสามาปิดทับตามรอยที่ขาดตลอดแนว ใช้ผ้าแห้งแตะซับลงบนตัวเทป เพื่อให้เทปติดแน่นยิ่งขึ้น ทับไว้ด้วยของที่มีน้ำหนักทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วพลิกไปอีกด้านหนึ่ง ปิดทับด้วยเส้นเทปกระดาษสาด้วยวิธีการเดียวกัน เสร็จแล้วตัดเส้นเทปกระดาษสาส่วนเกินออก

2. แผนที่ฉีกขาดออกจากกัน ชิ้นส่วนที่ขาดยังอยู่ จะนำชิ้นส่วนที่ขาดออกจากกัน วางกลับเข้าตามแนวเดิม ซ่อมด้วยเส้นเทปกระดาษสาด้วยวิธีการเดียวกันกับข้อ 1 ทั้ง 2 ด้าน

3. แผนที่ฉีกขาดออกจากกัน ชิ้นส่วนขาดหายไปโดยมีตัวอักษรหรือไม่ก็ตาม การซ่อมมี 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 เคลือบกระดาษเตรียมไว้ให้ความหนาของแผ่นกระดาษใกล้เคียงกับความหนาของแผ่นแผนที่ นำมาสอดรองใต้แผ่นที่บริเวณที่เนื้อกระดาษขาดหาย วาดเส้นตายรอยที่ขาด นำกรรไกรปลายโค้งขนาดเล็กตัดกระดาษสาให้เป็นรูปตามรอยที่วาดไว้ ลบรอยดินสอออกให้หมด นำมาเสริมให้พอดีกับรอยที่ขาด ปิดทับด้วยเส้นเทปกระดาษสาที่ด้านหน้าและด้านหลังด้วยวิธีเดียวกัน บางครั้งการตัดกระดาษสาสามารถใช้ปลายเข็มเจาะตามรอยดินสอตลอดแนว แล้วค่อย ๆ ดึงกระดาษสาแผ่นที่จะนำมาเสริมส่วนที่ขาดได้อีกวิธีหนึ่ง

แบบที่ 2 เสริมส่วนที่ขาดหายด้วยกระดาษสาทีละชั้น ให้เยื่อกระดาษสาเกาะบนขอบของแผนที่เล็กน้อย ใช้ปากคีบดึงเยื่อกระดาษสาส่วนเกินออก (*** ถ้าต้องการให้แผนที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ปิดทับตามรอยที่ขาดด้วยเส้นเทปกระดาษเพิ่มเติมอีก 1 ชิ้น เป็นจำนวน 2 ชั้น ตัวอักษรที่ถูกปิดทับด้วยเส้นเทปกระดาษจะมัวลงเล็กน้อย)

 

การเสริมความยึดเกาะของแผนที่ด้วยกาว (สำหรับส่วนที่ยังไม่ยึดติดกับตัวกระดาษสา)

 

การเสริมส่วนที่ฉีกขาด หรือขาดหายของแผนที่ ด้วยกระดาษสา

 

การทำขอบแผนที่

 

สำหรับช่วงบ่ายเป็นการบรรยาย สาธิต และ ปฏิบัติ การจัดเก็บแผนที่ ไว้ในแฟ้มกระดาษไร้กรด ซึ่งกระดาษที่นำมาใช้ทำแฟ้มเป็นกระดาษไร้กรด (ACQ.) ชนิด 350 แกรม สีครีมอ่อน ขนาดกว้าง 72 X ยาว 100 เซนติเมตร การทำแฟ้มการทำให้มีขนาดเดียวกัน หรือ ใกล้เคียงกัน นอกจากแผนที่ที่มีขนาดใหญ่กว่ากันมาก ตัดปรับขนาดของแฟ้มให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ควรทำให้เป็นขนาดมาตรฐาน เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดเก็บ

วิธีการทำแฟ้มกระดาษไร้กรด

– วางกระดาษสำหรับทำแฟ้มตามแนวทางยาว วัดระยะห่างจากริมขอบกระดาษทางด้านขวามือ เข้ามา 1 นิ้ว ใช้ปลายโลหะหรือใช้มุมไม้บรรทัดเหล็ก กรีดทำรอยแนวเบา ๆ เป็นทางยาวจากด้านบนลงด้านล่างจนสุดขอบกระดาษ

– วัดระยะหากึ่งกลางของกระดาษจากขอบกระดาษทางด้านซ้ายมือจนถึงรอยแนว เพื่อแบ่งครึ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วกรีดทำรอยเป็นแนวทางยาวลงมาเช่นเดียวกันพับครึ่งตามแนวให้ขอบกระดาษชนพอดีตรงรอยแนวที่ทำไว้ครั้งแรก

– วัดระยะจากขอบกระดาษด้านล่างขึ้นไป 5 นิ้ว กรีดทำรอยเป็นแนวทางขวาง

– ใช้คัตเตอร์ตัดตามรอยแนวจากขอบกระดาษทางด้านซ้ายมือมาจนถึงรอบพับตรงกึ่งกลางกระดาษ แล้วตัดขวางให้เฉียงเล็กน้อยลงมาจนถึงขอบกระดาษด้านล่าง

– ขอบกระดาษทางด้านขวามือใช้คัตเตอร์ตัดตามรอยแนวที่วัดไว้ 1 นิ้ว จากด้านบนจนถึงรอยพับด้านล่างแล้วตัดขวางออกไป ส่วนที่เหลือเป็นปีกกระดาษทำเป็นบานพับ

– พับทบกระดาษด้านล่างขึ้นไปเพื่อทำเป็นซอง ทากาว PVA. ที่บานพับด้านหลังเพื่อยึดติดกับตัวแฟ้ม ทับไว้ด้วยของมีน้ำหนัก ทิ้งไว้ให้แห้ง

การทำแฟ้มจากกระดาษไร้กรดอีกวิธีที่สะดวก แต่มีจำนวนบานพับของซองที่ผนึกกับแฟ้มจำนวน 2 บาน มีวิธีดังนี้

– วางกระดาษทำแฟ้มเป็นแนวยาว หาระยะกึ่งกลางแล้วพับครึ่ง

– นำกระดาษอีกแผ่นมาวัดขนาดและตัดเพื่อทำเป็นซอง ขนาดซองสูง 5 นิ้ว ความกว้างตามขนาดของแฟ้มพับครึ่ง บวกเพิ่มอีก 1 นิ้ว ที่ขอบกระดาษด้านขวามือและด้านล่าง

– กรีดทำรอยแนวเพื่อทำเป็นบานพับ ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก ทากาวที่บานพับแล้วนำมาประกบติดกับตัวแฟ้ม

 

การฝึกปฏิบัติการทำแฟ้มใส่แผนที่ เพื่อการจัดเก็บและอนุรักษ์

 

ภายหลังจากฝึกการปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าร่วมการอบรมรับเกียรติบัตร การฝึกอบรมโครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศกิจกรรม : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่” จาก นางสาวกนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร และกล่าวปิดโครงการครั้งนี้

 

นางสาวปัญจวัลย์ ชาวดง รับมอบเกียรติบัตร จาก นางสาวกนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ

 

การซ่อมอนุรักษ์แผนที่ นับเป็นโครงการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ ฝึกหัด และฝึกฝนของผู้เข้าร่วมการอบรม ซึ่งสามารถนำหลักการ และเทคนิคมาปรับใช้ให้เข้ากับการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถวางแผน หรือเตรียมการป้องกัน รวมถึงการดูแลรักษาแผนที่เบื้องต้นได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ อย่างไรก็ตาม การซ่อมอนุรักษ์แผนที่ จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ทักษะ ความชำนาญในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก

หากท่านใดสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการซ่อมอนุรักษ์แผนที่จากโครงการเครือข่ายสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศกิจกรรม : ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การซ่อมอนุรักษ์แผนที่” สามารถเข้าชมคลิปผ่านทาง Facebook ของ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ตาม URL นี้คะ https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand/

 

โดย นางสาวปัญจวัลย์ ชาวดง (นักจดหมายเหตุ)