โครงการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 เรื่อง “สื่อประชาสัมพันธ์ห้องสมุดยุคดิจิทัล”

              โครงการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561

เรื่อง “สื่อประชาสัมพันธ์ห้องสมุดยุคดิจิทัล”

ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

—————————

            เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 09.00-16.00 น. ผู้เขียน (วรัทยา ศรีบัวทอง)  ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังบรรยาย โครงการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เรื่อง “สื่อประชาสัมพันธ์ห้องสมุดยุคดิจิทัล” ณ ห้องประชุมใหญ่  สำนักหอสมุดแห่งชาติ  มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้วิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์และความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อถ่ายทอด เพิ่มพูนทักษะ และความรู้ด้านวิชาการแก่บุคลากร และเพื่อสนับสนุนให้ใช้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมาย ข้าราชการ บุคลากรของสำนักหอสมุดแห่งชาติส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคและบุคลากรห้องสมุดอื่น ๆ  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน และมีหัวข้อที่น่าสนใจ จึงได้รับความสนใจในการเข้าร่วมฟังบรรยายดังกล่าว

1. การประชาสัมพันธ์ห้องสมุดด้วย Infographics

            ช่วงแรก 09.00 น. เริ่มลงทะเบียน และการกล่าวเปิดงานของ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ          นางสาวกนกอร  ศักดาเดช และต้อนรับวิทยากร ในหัวข้อแรก คือ การประชาสัมพันธ์ห้องสมุดด้วย Infographics  โดย คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์ ผู้จัดการด้านงานสร้างสรรค์และสื่อสารสาธารณะ    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)

              Data Visualization  ในโลกยุคที่มีการหลั่งไหลข้อมูลสารสนเทศจำนวนมาก ในแต่ละวัน เรียกได้ว่ามาไว ไปไว ส่งผลกระทบในทุกด้านกับวิถีชีวิตของคน ดังนั้นการจัดการสารสนเทศที่เข้ามาเพื่อให้รับข่าวสาร เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา จึงได้นำข้อมูลมาสร้างในรูปของ Infographics และยังเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานทุกองค์กร

กล่าวโดยสรุปคือ Infographics  เป็นการนำข้อมูล และกราฟฟิก ที่บาลานซ์ มาสร้าง โดยใช้สี และ Icon  เป็นตัวกำหนดอารมณ์  Infographics ต้องอยู่ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องอธิบาย

ภาพตัวอย่าง เศรษฐกิจไทยอยู่ขั้นไหน

จากภาพจะเห็นได้ว่าผู้ผลิตสื่อใช้สีแดงแทนประเทศไทย  เพื่อเป็นการเน้น ให้ดูเด่น ทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็วและสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายในเวลาอันรวดเร็ว เป็นตัวอย่างการผลิตสื่อที่มีประสิทธิภาพ

——————————————-

2. เทคนิคการผลิตและสื่อสารเนื้อหาในยุคดิจิทัล

ช่วงบ่าย เวลา 13.30 น  หัวข้อ เทคนิคการผลิตและสื่อสารเนื้อหาในยุคดิจิทัล โดยคุณกนกพร  ประสิทธิ์ผล

ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อใหม่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

Social Media

ในข้อหัวนี้จะเขียนยาวนิด เพราะเนื้อหาจะเน้นไปทางสถิติ และการใช้โซเชียลเพื่อการประชาสัมพันธ์ ลองมาดูสถิติกันค่ะ

เริ่มจากสถิติผู้ใช้ในประเทศไทย จากจำนวนประชากรทั้งหมด 68 ล้านคน

เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของประชากร

มีจำนวนเบอร์มือถือ/ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนมากกว่า 82.78 ล้านบาท มากกว่าจำนวนประชากรทั้งหมด

มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียผ่านมือถือ 34 ล้านคน

คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยเท่าไรไปกับสิ่งเหล่านี้

ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแล็บท็อป/พีซี วันละ 4 ชั่วโมง 45 นาที

ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ วันละ 3 ชั่วโมง 53 นาที

ใช้เวลาเล่นโซเชี่ยล วันละ 2 ชั่วโมง 52 นาที

ใช้เวลาดูทีวี วันละ 2 ชั่วโมง 27 นาที

 

สถิติที่น่าสนใจของ Facebook

  1. Facebook มียอด Active User ต่อเดือนประมาณ 1.87 พันล้านคน ทั่วโลก
  2. มากกว่า 87% นั้นใช้งานผ่านมือถือ
  3. 55% ของผู้ใช้ เข้าใช้งาน Facebook ทุกๆวัน
  4. กลุ่มคนที่เข้าใช้งาน Facebook ส่วนใหญ่อยู่ที่อายุ 20-29 ปี
  5. ประเทศที่ใช้งาน Facebook มากที่สุดยังเป็นอเมริกา อยู่ที่ 214 ล้านคน ส่วนเมืองที่ใช้งาน Facebook มากที่สุดคือ กรุงเทพ ที่ 24 ล้านคน

Thailand Zocial Awards 2017

– คนไทยใช้ Facebook จำนวน 47 ล้านคน มีอัตราการเติบโตจากปีก่อน 15%

– คนไทยใช้ Instagram จำนวน 11 ล้านคน มีอัตราการเติบโตจากปีก่อน 41%

– คนไทยใช้ Twitter จำนวน 10.1 ล้านคน มีอัตราการเติบโตจากปีก่อน 70%

จากสถิติจะเห็นได้ว่า ประเภทแพลตฟอร์มที่น่าจับตามองมากที่สุดก็คือ Twitter เพราะเมื่อเทียบกับ โซเชียลมีเดีย ในแพลตฟอร์มอื่นๆ แล้ว Twitter มีการเติบโตมากที่สุด เพราะจากเดิมที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 5.3 ล้านคนเท่านั้น แต่มาในปีนี้กลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 10.1 ล้านคนเลย นั่นอาจเป็นเพราะอิทธิพลจากดารานักร้องต่างประเทศ ที่ทำให้มีการใช้งาน Twitter มากขึ้นนั่นเอง

ช่วงเวลาที่คนไทยนิยมใช้งาน โซเชียลมีเดีย บนแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนไทยอย่าง Facebook, Instagram และ Twitter ดังนี้

Facebook ช่วงที่คนไทยนิยมใช้งานมากที่สุดได้แก่ 18.00 น. – 23.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตลอดทั้งวัน

 Instagram ช่วงที่คนไทยนิยมใช้งานมากที่สุดได้แก่ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตลอดทั้งวัน

 Twitter ช่วงที่คนไทยนิยมใช้งานมากที่สุดได้แก่ วันพฤหัสบดี, วันศุกร์ และวันเสาร์ ระหว่างเวลา 20.00 – 24.00 น.

ไม่ได้จะมาวิเคราะห์สถิติอะไรให้ปวดหัวนะคะ Social Media ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก ก็คือ Facebook ซึ่งบางคนมองว่าเป็น Line แต่จริงๆ แล้ว Application Line ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากประเทศญี่ปุ่น มีประเทศที่ใช้ App Line เพียงแค่ 4 ประเทศ เท่านั้นเรียงตามลำดับจำนวนความนิยม คือ ญี่ปุ่น ไทย ใต้หวัน และอินโดนีเซีย

Facebook

ต่อไปจะมาพูดถึง Facebook  ในช่วงนี้เป็นการบรรยายที่ได้สาระที่แน่นมาก ๆ ทุกอย่างเป็นเทคนิคที่วิทยากรส่งต่อแบบอยากให้ทุกคนที่ทำหน้าที่เป็น Admin นำไปปรับใช้การ Page Facebook ของตนเอง เป็น การสร้าง Content ที่ต้องมาพร้อมกับคำว่า Marketing

ช่วงเวลามีผลกับพฤติกรรม ต้องดูจาก Target group ต้องการส่งไปให้ใคร และลักษณะ Content นั้นต้องตรงกับพฤติกรรมและเวลาของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ในช่วงเช้า ลักษณะของ Content ต้องไม่มีเสียง เนื้อหาสั้น ๆ ช่วงสาย ๆ กลางวัน Content เป็นแบบกลาง ๆ และช่วงเย็น  สามารถเป็นแบบ Long Form

เหตุผลที่คนจะแชร์

  • บันเทิง สนุกสนาน 48%
  • คำเตือน 17%
  • ความรู้สึก 13%
  • และ สาระประโยชน์ 12%

เทคนิคในการเขียนโพสต์

  • ไม่ใช้คำซ้ำ คำฟุ่มเฟือย
  • ย่อหน้า เว้นวรรค
  • ตรงประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ
  • Bullet Point
  • Hashtag ที่คนน่าจะใช้ค้นหา
  • ทิ้งท้ายด้วย Call to Action

Facebook ยิ่งโพสต์สั้นยิ่งเวิร์ค อย่าเวิ่นเว้อ

ปัจจัยของการเขียน Content ให้ปัง

  • ต้องเพลิดเพลิน
  • ต้องสม่ำเสมอ
  • ต้องจริงใจ
  • ต้องมีคุณค่า

เราจะมีเพจแค่เพียงเพจเดียว/ Accout เดียว หรือ มีหลายเพจ หลาย Accout ต่างมีข้อดีข้อเสีย อยู่ที่การจัดการของแต่ละหน่วยงานหรือของแต่ละคน แต่ละ Admin นั่นหมายถึงว่า ต้องใส่ใจกับทุก Feedback ทุกช่องทาง ทั้งใน Inbox , Review และ Comment  และในส่วนของการสร้างเพจใช้เครื่องมือให้คุ้ม

ลักษณะของ Admin

  • Digital Lifestyle
  • Service Mind
  • Analyst Skill
  • Positive Attitude

หลังจากที่ได้รับฟังบรรยายทำให้ได้รับความรู้มากขึ้นในเรื่องของการสื่อสารและการใช้เครื่องมือต่าง ๆ การเขียนนี้อาจได้เพียงบางส่วนเท่านั้นที่อยากจะส่งต่อ และที่ชื่นชอบหัวข้อของ เทคนิคการเขียนโพสต์ ในเรื่องของ Call to Action ซึ่งเป็นวิธีการที่สามารถให้ได้เพจได้รับความสนใจและได้ Like เพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น การโพสต์ในช่วงวันหยุดเทศกาล หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจเป็นการตั้งโพสต์ให้น้อง ๆ มาตอบ เช่น วันหยุดนี้น้องอ่านหนังสืออะไรกัน หรือ วันหยุดนี้น้องไปเที่ยวที่ไหนกัน หรือถ้าหากเป็นช่วงเทศกาล อาจมีการโพสต์ให้ความรู้ในวันหยุดนักขัตฤกษ์และมีกิจกรรมให้มาร่วมตอบคำถามและมีการแจกของรางวัลเล็ก ๆ ที่น่าสนใจ สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอขอบคุณที่ได้รับโอกาสจากหน่วยงานให้ได้เข้ารับฟังบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งมีประโยชน์สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงนำไปพัฒนางานและพัฒนาตนเอง หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ โอกาส นี้

วรัทยา  ศรีบัวทอง/ผู้เขียน/ถ่ายภาพ