7 ภาคีนำร่องมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งความสุข


การประชุมนักสร้างสุข

7 ภาคีนำร่องมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งความสุข ครั้งที่ 1

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ณ ห้องประชุม 109 (ห้องสระบัว) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

                 ด้วย หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ดร.รุจเรชา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นชอบให้หอสมุดและคลังความรู้ฯ เข้าร่วมเป็น  “7 ภาคีนำร่องมหาวิทยาลัย มหิดลแห่งความสุข”

การเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมเป็น 7 ภาคีนำร่องมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งความสุขนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเสริมสร้างความสุขคนทำงานและเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรแบบยั่งยืน ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล  มีนางสาวพรจิตต์ หมีงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เป็นประธาน คณะทำงานประกอบด้วยบุคลากรจากฝ่าย/งาน ห้องสมุด รวม 15 คน  และ จัดส่งคณะทำงาน รวม 5 ท่าน เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ R2H-Happy University ระหว่างวันที่ 25-26 มกราคม พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมประชาสังคมอุดมพัฒน์ สถาบันวิจัยประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งรายละเอียด ติดตามได้ที่ KM Blog ของหอสมุด หัวข้อ “การอบรมเชิงปฏิบัติการ R2H-Happy University” เขียนโดย นางสาวสุทธิณี ฝุ่นครบุรี และ นางสาวอาทิตยา ทรัพย์สิน

รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม กล่าวต้อนรับหัวหน้าส่วนงาน 7 ภาคีนำร่อง และทีมนักสร้างสุขมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์ ว่า “7 ภาคีนำร่องมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งความสุข” ที่กล่าวถึงนี้ มาจาก กลุ่ม/คณะทำงานสร้างสุขจาก 7 ส่วนงาน ที่ได้รับการเชื้อเชิญให้ร่วมเป็นภาคีนำร่อง เนื่องจาก มีผลการดำเนินงานตอบแบบประเมิน และผลสำรวจความสุขบุคลากรด้วย แบบ HAPPINOMETER ค่อนข้างมาก และค่าคะแนนรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ส่งเสริมให้สูงขึ้นได้ คือ

  1. วิทยาลัยการจัดการ
  2. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  3. คณะพยาบาลศาสตร์
  4. คณะเภสัชศาสตร์
  5. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
  6. สถาบันโภชนาการ
  7. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

รองศาสตราจารย์ ดร.ศิรินันท์ นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดประชุม พร้อมกล่าวสรุป ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ด้านความสุขและความผูกพัน สู่การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ว่า แนวทางการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2559–2562 ด้านทรัพยากรบุคคล (Talent Workforce) ตัวชี้วัดที่ 4.1 ระดับความผูกพันของบุคลากร (เฉพาะกลุ่ม Talent) สิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปเพื่อความอยู่รอดและความเป็นเลิศ คือ บุคลากรทุกคน ซึ่งนับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเกียรติภูมิ สมควรได้รับการสร้างเสริมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนบุคลากรในทุกด้านตามนโยบายหรือแผนงานขององค์กร ดังนั้น บุคลากรที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคล หรือบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร จำต้องมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการบริหารจัดการความรู้ เพื่อให้บุคลากรขององค์กรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความรักความผูกพันองค์กร และมีความสุข ทำงานอย่างมีคุณภาพ ส่งผลไปสู่การเพิ่มผลผลิตของงาน และ ผลประกอบการที่สร้างความเป็นเลิศให้แก่องค์กร

อย่างไรก็ตาม การสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรองค์กรเพื่อให้บุคลากรเกิดความรักและความผูกพันองค์กรดำเนินวิถีชีวิตอย่างสมดุล เกิดความสุขในชีวิตรอบด้าน โดยเฉพาะอย่าง ชีวิตการทำงานด้วยนั้นผู้บริหารองค์กร ต้องนับเป็นภารกิจหลักที่ระบุในแผนพัฒนาบุคลากรขององค์กรระบุเป็นกลยุทธ์สำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ตามตัวชี้วัดที่กำหนด และต้องตระหนักให้มีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผลลัพธ์จากการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรองค์กรจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกขององค์กรในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร การผลิตการตลาด และ การพัฒนาอื่นๆ

รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม กล่าวสรุป แนวทางการจัดทำแผน การติดตามผลสำเร็จกิจกรรมของแผน  ไว้เป็นประเด็นสำคัญ ดังนี้

แผนปฏิบัติการสร้างความผูกพันและความสุข เป็นแนวคิดหรือวิธีการดำเนินการที่ผ่านการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ หรือ ทำ SWOT Analysis แล้วว่า สามารถนำไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และจัดสรรทรัพยากร รวมถึงกำหนดกรอบของเวลาดำเนินการไว้แล้วอย่างชัดเจน

การเขียนแผนปฏิบัติการสร้างความผูกพันและความสุขที่ดี ต้องมีการวางแผนอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน จะทำให้การดำเนินงานได้ผลลัพธ์ที่ดีตามเป้าหมาย ในการวางแผน ต้องคำนึงถึง ชนิดของความยากง่ายของงาน จำนวนบุคคล เวลาที่กำหนด งบประมาณ และ ทรัพยากรที่ใช้

การเขียนแผนปฏิบัติการสร้างความผูกพันและความสุขที่ดี

  1. ต้องมีภาพรวมของงานที่ชัดเจน เช่น ตอนนี้เรากำลังจะทำอะไรกัน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อให้แต่ละฝ่ายทำงานกันได้อย่างสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน
  2. ลำดับขั้นตอนการดำเนินงานให้ดี เพื่อการจัดสรรทรัพยากรที่ต้องใช้ให้เพียงพอกับเวลา และตรงกับลักษณะของงานในแต่ละขั้นตอน
  3. จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำก่อน หลัง เพราะในบางขั้นตอนอาจต้องเตรียมการล่วงหน้าไปพร้อม ๆ กัน เป็นการบริหารเวลาให้เหมาะสม
  4. กำหนดหน้าที่ และวิธีการประสานหรือดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเวลาที่กำหนด
  5. กำหนดระยะเวลาการทำงานของแต่ละขั้นตอนให้เหมาะสม โดยกำหนด Timeline ที่ชัดเจน เพื่อการติดตามผลและตรวจสอบความถูกต้อง
  6. คอยติดตามผลงานของแต่ละขั้นตอน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และความเรียบร้อยของงาน หากมีปัญหาในขั้นตอนไหน จะได้แก้ไขได้เสร็จตามเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนในการเขียนแผนปฏิบัติการสร้างสุข (Happiness Action Plan)

ขั้นตอนที่ 1. ศึกษาปัญหา

  • ควรศึกษาปัญหาหรือกิจกรรมว่ามีอะไรบ้างที่ควรคำนึงถึง
  • ควรทำเป็นทีมงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม และ เป็นการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม

ขั้นตอนที่ 2. กำหนดเป้าหมายที่บรรลุผลได้

  • ควรมีการกำหนดเป้าหมายที่บรรลุผลได้ไว้อย่างชัดเจน (วัดได้อย่างไร)
  • ควรมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือถกเถียง กันบ้าง เพื่อแสดงถึงความสนใจ และ ได้รับความร่วมมือตามเป้าหมาย

ขั้นตอนที่ 3. ประชุมวางแผนปฏิบัติงาน

  • มีการวางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน
  • คำนึงปัจจัยที่สำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ คือ

คน (Man)

เงิน (Money)

วัตถุดิบ (Material)

เครื่องจักร (Machine)

ตลาด/ลูกค้า (Market)

แรงจูงใจ (Motivation)

เวลา (Time) และเทคโนโลยี (Technology)

ขั้นตอนที่ 4. การกำหนดแผนการติดตามและประเมินผล

  • มีการกำหนดแผนการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • มีการปรับปรุงงานตามแผนการติดตามฯ โดยจัดทำเป็นตารางที่สามารถทบทวนได้ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้บรรลุผลได้อย่างแน่นอน

องค์ประกอบของแผนปฏิบัติการสร้างสุข

  1. ชื่อโครงการ

ชื่องาน/โครงการ ต้องชัดเจน (ในแต่ละปีจะมีแผนงาน/โครงการเป็นจำนวนมาก จะได้จำได้ง่าย) น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ เพื่อผู้เกี่ยวข้องจะได้จำแผนปฏิบัติการของเราได้ และเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของแผนปฏิบัติการของเราด้วย

           ข้อควรคำนึงถึง

เป็นชื่อที่สื่อให้รู้ว่า จะทำอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร เช่น

           ความสำคัญและที่มาของปัญหา

– สถานการณ์ปัญหา

– ค่าคะแนนเฉลี่ยที่ต่ำ เกิดจากอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

– ค่าคะแนนเฉลี่ยที่ต่ำ นั้น ต่ำจริง หรือไม่ เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

– มีข้อเท็จจริง หรือ ข้อมูล อื่น ๆ ที่นำมาอ้างอิง สนับสนุน สถานการณ์ปัญหา หรือไม่อย่างไร

  1. เป้าหมาย (Goal)

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาในระดับที่สูงกว่าโครงการ มุ่งให้บรรลุผลลัพธ์บั้นปลาย หรือ เป้าหมายสุดท้าย (วิสัยทัศน์องค์กร) ผลที่โครงการมุ่งจะบรรลุผลภายในระยะเวลาที่กำหนดของโครงการ ซึ่งจะบรรลุผลตามที่กำหนดไว้เมื่อโครงการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามที่ต้องการ

  1. วัตถุประสงค์ (Objective)

ผลเฉพาะเจาะจงที่โครงการมุ่งจะบรรลุผลภายในระยะเวลาอันสั้นของโครงการ จึงเป็นวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการ ซึ่งจะบรรลุผลตามที่กำหนดไว้เมื่อผลผลิตของโครงการทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

ตัวอย่าง

  1. เพิ่มมิติความสุข……….. จาก ร้อยละ ………………ในปี 2561 เป็น ร้อยละ ………….. ในปี 2562
  2. เพิ่มมิติความผูกพัน……….. จาก ร้อยละ …………….ในปี 2561 เป็น ร้อยละ ………….. ในปี 2562

วัตถุประสงค์ที่ดี ต้องสามารถประเมินผลได้ ควรลงรายละเอียดว่า การทำโครงการ/แผนงานนี้ จะทำให้องค์กรได้รับผลลัพธ์ (Outcome) อะไรบ้าง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานหรือประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรได้มากน้อยเพียงใด ต้องนำไปสู่ ความชัดเจนในการกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ของงาน

  1. กลุ่มเป้าหมาย

ระบุกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการว่าเป็นใคร (กรณีที่มีโครงการเฉพาะ) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการวัดผลสำเร็จ เช่น

–  บุคลากรสายวิชาการ(มีแหล่งอ้างอิงสนับสนุนหรือไม่)

–  บุคลากรสายสนับสนุน (มีแหล่งอ้างอิงสนับสนุนหรือไม่)

–  บุคลากรกลุ่ม Young Generation (มีแหล่งอ้างอิงสนับสนุนหรือไม่)

–  บุคลากรกลุ่ม Gen Y (มีแหล่งอ้างอิงสนับสนุนหรือไม่)

  1. ผู้รับผิดชอบ

ควรมีการกำหนดชื่อบุคคล หรือตำแหน่ง ผู้ที่รับผิดชอบแผนปฏิบัติการหลักไว้ ในแต่ละกิจกรรม ควรกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจนเช่นเดียวกัน ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป ผู้รับผิดชอบควรเหมาะสมกับกิจกรรมนั้น ๆ

  1. กิจกรรมและกระบวนการ

คือการกำหนดว่า วิธีการ หรือกิจกรรมใดต้องทำก่อน หรือ หลัง จึงจะดีที่สุด เพื่อให้วัตถุประสงค์ที่ตั้งมานั้น บรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในแผนปฏิบัติการ ควรกำหนดขั้นตอน/กระบวนการหลัก ๆ ไว้ให้ชัดเจน  กำหนดกิจกรรมย่อยของแต่ละขั้นตอนว่ามีอะไรบ้าง เช่น ขั้นตอนการฝึกอบรม การติดต่อวิทยากร การแจ้งกำหนดการฝึกอบรมให้หน่วยงานต่าง ๆ รับทราบ ฯลฯ

  1. ระยะเวลา

ให้ระบุว่า กิจกรรมในแต่ละข้อนั้น จะทำเมื่อไหร่ จะใช้ระยะเวลาในการทำงานเท่าไร  ให้กำหนดเป็น ปี เดือน วัน หรือ ชั่วโมง ก็ได้ แต่ต้องมีความละเอียดและชัดเจน เพื่อสามารถดูภาพรวมของแผนปฏิบัติการได้  ให้กำหนด สถานที่ด้วย

  1. งบประมาณ หรือ ปัจจัยการลงทุน

ให้ระบุว่า ค่าใช้จ่ายของโครงการ/แผนงาน กำลังคน วัตถุดิบ เทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์และกำหนดงบประมาณจากทุกกิจกรรม ช่วยทำให้แผนปฏิบัติการมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น การประมาณการงบประมาณย่อยมากเท่าไหร่ โอกาสที่งบประมาณโดยรวมจะผิดพลาดก็จะน้อยลงมากเท่านั้น

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Output)

ให้ระบุผลที่ควรได้รับ ในแต่ละงานหรือกิจกรรม ผลนี้เกิดจากการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการนี้

การติดตามประเมิน แผนปฏิบัติการสร้างความผูกพันและความสุข

ประเด็นหลักของการติดตามประเมินผล โครงการนี้กำลังทำอะไร? และกำลังทำอย่างถูกต้องหรือไม่? โครงการนี้ดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่? โครงการนี้เข้าถึงประชากรเป้าหมายหรือไม่ ? มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่? มีการปรับปรุงให้เกิดผลดีแก่ประชากรกลุ่มเป้าหมายหรือไม่? ผลที่ได้นี้เกิดจากการใส่กิจกรรมในโครงการหรือไม่ ? การทุ่มเทความพยายามต่างๆ จากโครงการก่อให้เกิดผลกระทบหรือไม่?

การประเมินผล (Evaluation)

พิจารณาจาก ปัจจัยนำเข้า (Input) คือคน เงินทุน เครื่องจักร วัตถุดิบ การบริหารจัดการ เวลา กฎระเบียบ

กระบวนการ (Process) หมายถึง กิจกรรม หรือ แผนดำเนินกิจกรรม

ผลผลิต (Output) หมายถึง สิ่งที่ได้ออกมาเป็นรูปธรรม หรือรับรู้ได้ ที่จัดทำขึ้นหรือผลิตขึ้นโดยหน่วยงาน  เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือบุคลากร ได้ใช้ประโยชน์  หรือ คือ การตอบคำถามที่ว่าจะได้รับอะไรจากการดำเนินงานและหรือกิจกรรม นั้น ๆ

ผลลัพธ์ (Outcome) หมายถึง ผลประโยชน์ที่ได้จากผลผลิต และผลกระทบที่มีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และสิ่งแวดล้อม จากการใช้ประโยชน์จากการจัดทำผลผลิตขึ้นมา  หรือ คือ การตอบคำถามที่ว่าทำไมจึงมีการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลผลิต นั้น

ผลกระทบ (Impact) ผลที่ตามมาจากการดำเนินโครงการและการใช้ประโยชน์โครงการ

ในฐานะ 1 ในส่วนงาน 7 ภ่าคีนำร่อง  หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทีมนักสร้างสุของค์กรฯ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จากการตอบแบบวัดความสุข HAPPINOMETER ประจำปี 2560  ของมหาวิทยาลัย และพบว่า ค่าความสุข บางด้าน เช่น Happy Body และ Happy Relax เฉลี่ย น้อยเกิน ไป สาเหตุหลักๆ คือ ไม่มีการออกกำลังกาย  และ มีค่า BMI ที่มากเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น จึงได้นำเสนอแผนงานโครงการเร่งด่วน  อาทิ  1. Fit & FIRM by BOSS BOSS  2. โครงการดนตรีในสวน  เป็นต้น  ทั้งนี้จะมีการเปิดตัวโครงการดังกล่าวเร็วๆ นี้

สรุป

การจะทำให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข (Happy University) นั้น นักสร้างสุขทุกส่วนงาน ต้องร่วมมือกัน ขยายผล สร้างความร่วมมือเครือข่าย โดยการเพิ่มสมาชิก จนครอบคลุมทั่งมหาวิทยาลัย