โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตรายวิชาและบทเรียนออนไลน์แบบ SPOC และ MOOC”

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้พวกเรา 4 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานพัฒนาบทเรียนออนไลน์ของ   หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล (พี่ไอซ์) คุณมารุต คล่องแคล่ว (น้องโจ) คุณปิยธิดา เทพวงค์ (น้องบี) และผมนายกฤษฎา แก้วผุดผ่อง (หนุ่ย) ผู้ดำเนินการส่งต่อความรู้  พวกเราจะมาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ดีดีมีประโยชน์ต่อการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ในปัจจุบัน เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันมหาวิทยาลัยมหิดลให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาศักยภาพของบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของสังคมในอนาคต ตามแผนยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยด้านที่ 2 (Excellence in outcome-based education for globally competent graduates) ด้วยกันครับ

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ จัดขึ้นโดยงานพัฒนาการศึกษา กองบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตรายวิชาและบทเรียนออนไลน์แบบ SPOC และ MOOC”  ณ ห้อง 101 ประชาสังคมอุดมพัฒน์  สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • นำเทคโนโลยีการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลเรียนการสอน
  • สนับสนุนและส่งเสริมให้คณาจารย์พัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบ SPOC ที่มีคุณภาพ เพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนแบบ blended learning, flipped classroom และ active
  • การถ่ายทอดเนื้อหาการเรียนรู้ และบทเรียนสำหรับรายวิชาที่มีผู้เรียนจำนวนมากและมีหลาย section ดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานและมีคุณภาพเดียวกัน
  • ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ทบทวน ฝึกปฏิบัติ และวางแผนการเรียนรู้แบบออนไลน์ด้วยตนเองโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา สถานที่ และจำนวนครั้งในการเข้าถึง

รูปแบบของการจัดกิจกรรมเป็นแบบฟังบรรยายและ Workshop มีทั้งหมดจำนวน 2 รุ่น
แต่ละรุ่นแบ่งเป็น 5 กิจกรรม ดังนี้

  • Workshop ที่ 1 หัวข้อ SPOC and MOOC Design and Planning จำนวน 2 วัน
    มุ่งเน้นกลุ่มผู้รับผิดชอบเนื้อหารายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอน
    รุ่นที่ 1 อบรมวันที่ 27-28 ก.พ. 60
    รุ่นที่ 2 อบรมวันที่ 1-2 มี.ค. 60
  • Workshop ที่ 2 หัวข้อ Educational Video Clips and Media Production: Part I จำนวน 2 วัน
    มุ่งเน้นกลุ่มผู้รับผิดชอบเนื้อหารายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอน และนักวิชาการโสตฯ
    รุ่นที่ 1 อบรมวันที่ 6-7 มี.ค. 60
    รุ่นที่ 2 อบรมวันที่ 8-9 มี.ค. 60
  • Workshop ที่ 3 หัวข้อ Educational Video Clips and Media Production: Part II จำนวน 1 วัน
    มุ่งเน้นกลุ่มนักวิชาการโสตฯ ผู้มีหน้าที่ผลิตสื่อฯ
    รุ่นที่ 1 อบรมวันที่ 13 มี.ค. 60
    รุ่นที่ 2 อบรมวันที่ 15 มี.ค. 60
  • Workshop ที่ 4 หัวข้อ SPOC and MOOC Development – Introductory จำนวน 1 วัน
    มุ่งเน้นกลุ่มผู้รับผิดชอบเนื้อหารายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอน และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ผู้มีหน้าที่ดูแลระบบฯ
    รุ่นที่ 1 อบรมวันที่ 14 มี.ค. 60
    รุ่นที่ 2 อบรมวันที่ 16 มี.ค. 60
  • Workshop ที่ 5 หัวข้อ SPOC and MOOC Development – Online Course จำนวน 1 วัน
    มุ่งเน้นกลุ่มนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ผู้มีหน้าที่ดูแลระบบฯ
    รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 เริ่มดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่ 14-31 มี.ค. 60

ภาพบรรยากาศการเปิดงาน Workshop – SPOC and MOOC Design and Planning รุ่นที่ 1

เมื่อวันจันทร์ที่ 27 และอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา พวกเราได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Workshop ที่ 1 หัวข้อ SPOC and MOOC Design and Planning โดยเป็นรุ่นแรกของโครงการนี้ ซึ่งมีบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลจากด้านต่างๆ ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบเนื้อหารายวิชาหรืออาจารย์ผู้สอน นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ รวมแล้วกว่า 60 คน โดยมาจาก 16 คณะ ได้แก่

  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • คณะสัตวแพทยศาสตร์
  • คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
  • คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
  • คณะกายภาพบำบัด
  • สถาบันโภชนาการ
  • สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
  • สถาบันสุขภาพอาเซียน
  • สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล
  • วิทยาลัยนานาชาติ
  • หอสมุดและคลังความรู้
  • บัณฑิตวิทยาลัย
  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา
  • คณะวิทยาศาสตร์
  • วิทยาเขตกาญจนบุรี

พิธีกรผู้ดำเนินรายการตลอดระยะเวลาสองวันของกิจกรรม Workshop ที่ 1 ในรุ่นที่ 1 คือ
ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายการศึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติพร อนุตริยะ หรือ อาจารย์เก๋ ครับ

อาจารย์เก๋ เริ่มต้นกิจกรรมในโครงการนี้ด้วยการเล่าถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม และสิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Workshop ที่ 1 คือ
– ให้เราเห็นความหมาย ความแตกต่างของคำว่า SPOC และ MOOC
– ทราบแนวโน้มด้านการศึกษาในระบบ MOOC ทั่วโลก ในปัจจุบัน
– เข้าใจขั้นตอนและกระบวนการผลิตรายวิชาออนไลน์

อาจารย์เก๋ กล่าวต่อว่า ระบบ MOOC จริง ๆ เกิดขึ้นมาสักประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาเห็นจะได้ แต่การเจริญเติบโตในด้านการใช้งานของ MOOC ยังคงมีแนวโน้มที่เพิ่มและสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
ลำดับถัดมาได้เข้าสู่กิจกรรมแรกของโครงการโดยให้ผู้เข้าฝึกอบรมที่มาจากต่างส่วนงานกันได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการจัดทำบทเรียนออนไลน์ เมื่อผมเองได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่ได้ผลิตสื่อตัวจริงทางด้าน SPOC และ MOOC  จากนักวิชาการโสตฯ ท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า คุณชยานนท์ พูนทอง (คุณโอ๊ต) จากวิทยาลัยนานาชาติ ทำให้ทราบความหมายของ SPOC และ MOOC ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อาจารย์เก๋ ได้ให้แลกเปลี่ยนความรู้

คุณโอ๊ตได้อธิบายง่ายๆ ว่า SPOC เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ทำขึ้นมาเพื่อเสริมการเรียนรู้บทเรียนที่เรียนประจำในชั้นเรียนโดยผู้เรียนสามารถมาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในรายวิชานั้นๆ จากนอกชั้นเรียนได้ แต่ MOOC เป็นสื่อการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มต้นจนจบหลักสูตรโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน
(ผมนึกในใจว่าโชคดีของผมแล้วที่ได้เจอคนทำงานจริงๆ ซึ่งทำให้ผมได้เห็นมุมมองของ SPOC และ MOOC ดียิ่งขึ้น… ต้องขอขอบคุณคุณโอ๊ตด้วยครับ..)

เมื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันตามเวลาพอสมควรแล้ว อาจารย์เก๋ ได้อธิบายให้ฟังว่า MOOC (Massive Open Online Course) หรือ คอร์สออนไลน์แบบเปิดขนาดใหญ่ คือ รายวิชาหรือคอร์สออนไลน์ ที่เปิดให้ผู้เรียนจำนวนมาก เรียนพร้อมๆ กัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ให้นิยามสั้น ๆ ของแต่ละคำไว้ดังนี้
Course (คอร์ส)
คือ รายวิชาครบหนึ่งชุดความรู้
Online (ออนไลน์) คือ เรียนที่ไหน เมื่อไรก็ได้
Open (แบบเปิด) คือ  เรียนฟรี ใครลงทะเบียนก็ได้ จากที่ไหนก็ได้
Massive (ขนาดใหญ่) คือ รองรับผู้เรียนได้จำนวนมาก (เป็นหมื่นหรือแสนคน)

ปัจจุบันสถิติของผู้เรียนบทเรียนออนไลน์ทางด้าน MOOC มีจำนวนมากกว่า 58 ล้านคน ใน 6,850 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัยมากกว่า 700 แห่งทั่วโลก โดย MOOC สามารถรองรับผู้เรียนได้ไม่จำกัด ซึ่งสถิติของวิชาหนึ่ง
ที่มีผู้เรียนสูงสุดคือ 4.4 แสนคน แต่ทั้งนี้อาจไม่ได้เข้าใช้งานพร้อมๆ กัน
สำหรับผู้ให้บริการหลักสูตรออนไลน์ระบบ MOOC ทั่วโลกที่มีผู้ใช้บริการมากสูงสุด 5 ลำดับได้แก่
1. Coursera  มีผู้ใช้งานลงทะเบียนประมาณ 23 ล้านคน
2. edX มีผู้ใช้งานลงทะเบียนประมาณ 10 ล้านคน
3. XuetangX มีผู้ใช้งานลงทะเบียนประมาณ 6 ล้านคน
4. FutureLearn มีผู้ใช้งานลงทะเบียนประมาณ 5.3 ล้านคน
5. Udacity มีผู้ใช้งานลงทะเบียนประมาณ 5.3 ล้านคน

ทั้งนี้ระบบ MOOC โดยส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติ ที่อำนวยความสะดวกต่อผู้เรียนที่คล้ายกันได้แก่
– สามารถเรียนจากที่ไหนก็ได้แค่มีระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต
– สามารถสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนด้วยกันเองได้จากนอกชั้นเรียน
– มีระบบรายงานผลการเรียนรู้
– สามารถเรียนได้ทุกเวลา
– สามารถศึกษาผ่านสื่อการสอนได้หลากหลายรูปแบบ
– ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความหลากหลาย
– เมื่อเรียนจบแล้วมีประกาศนียบัตรให้ (แต่อาจมีค่าใช้จ่าย)

หากแยกตามประเภทรายวิชาหรือ subject ที่ผู้เรียนให้ความสนใจสูงสุดแบ่งได้ตามรายวิชาดังนี้
1. Business & Management 19.3 %
2. Computer Science and Programming 17.4 %
3. Science 10.4 %
4. Social Sciences 9.82 %
5. Humanities 9.82 %
6. Education & Teaching 9.26 %
7. Health & Medicine 7.68 %
8. Art & Design 6.47 %
9. Engineering 6.32 %
10. Mathematics 3.64 %

ประเด็นสำคัญของรูปแบบการเรียนแบบ MOOC ที่ต้องคำนึงถึงคือ

  • เนื้อหาควรบรรยายให้สั้นลง
  • ภายในระยะเวลาที่กระชับ
  • หลักสูตรควรมีความยืดหยุ่น เป็นแบบ anywhere, anytime, anyone
  • สื่อ เนื้อหา ที่ให้เรียนรู้ ควรมีรูปแบบที่หลากหลาย และโต้ตอบกับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนหรือผู้อบรม ได้ทันที

SPOC (Small Private Online Course) เมื่อพูดถึง SPOC  จะมีความหมายที่ตรงกันข้ามกับ MOOC

Course (คอร์ส) คือเน้นสื่อการสอนแบบวิดีโอ สื่อแบบinteractive แบบฝึกหัดและการวัดผลแบบต่างๆ
Online (ออนไลน์)
คือ เรียนที่ไหน เมื่อไรก็ได้
Private (แบบเป็นส่วนตัว)
คือ  บางหลักสูตรอาจมีค่าใช้จ่ายก็ได้ มีการจำกัดในการลงทะเบียนเพื่อใช้งาน มักเน้นการใช้งานภายในหน่วยงานที่จำกัดการเข้าถึง เช่น นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเสริมจากรายวิชา
Small (ขนาดเล็ก) คือ รองรับผู้เรียนได้จำนวนน้อย (แค่หลักร้อยหรือหลักพัน)

อาจารย์เก๋ ได้ให้นิยามเพิ่มเติม เกี่ยวกับคำศัพท์ ทางด้าน Learning สองคำที่เราจำเป็นต้องรูัจัก คือ
Flipped Learning และ Blended Learning
Flipped Learning  เป็นการนำบทเรียนออนไลน์มาช่วยเสริมการเรียนภายในชั้นเรียน โดยผู้เรียนจะเรียนเนื้อหาที่ผู้สอนอยากจะถ่ายทอดจากที่บ้าน ผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ต่าง ๆ เมื่อมาเข้าในห้องเรียนก็เพียงแต่มาร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมกัน ซึ่งเป็นแนวทางการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนจะมีพื้นฐานความรู้ที่เท่ากัน ก่อนเข้าในชั้นเรียน
Blended Learning เป็นการเรียนแบบผสมผสาน หมายถึง การผสมผสานกันระหว่างการเรียนรู้จากบทเรียนออนไลน์ กับการสอนของผู้สอนในชั้นเรียนหรือที่เรียกว่า face to face  โดยมีเป้าหมายหลักคือ ต้องการให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้เป็นสำคัญ

สำหรับกระบวนการผลิตรายวิชาออนไลน์ทั้ง SPOC และ MOOC ได้ใช้แนวทางรูปแบบที่เรียกว่า
ADDIE Model ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนารูปแบบการสอน แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลักคือ
Analysis เป็นการเลือกรายวิชาที่่นำมาทำบทเรียนออนไลน์ ซึ่งจะมีการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
พื้นฐานของผู้เรียน และวิเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนการสอน รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้
Design เกี่ยวกับการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และผลลัพธ์การเรียนรู้ รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ รูปแบบการนำเสนอ การจัดกิจกรรม การวัดผล เป็นต้น
Develop เป็นการผลิตสื่อ เนื้อหาการเรียนการสอน บทเรียน และแบบฝึกหัด รวมถึงการถ่ายทำวิดีโอ ตัดต่อ เรียบเรียงเนื้อหา upload ขึ้นระบบออนไลน์ และทดสอบ ประเมิน ปรับปรุงคุณภาพ
Implement (Run) เป็นขั้นตอนที่เริ่มการเรียนการสอนแบบออนไลน์ มีการกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านระบบออนไลน์ ตลอดทั้งสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรม ความสม่ำเสมอ การมีส่วนร่วมของผู้เรียน
Evaluate เป็นขั้นตอนสุดท้าย ที่ทำการวิเคราะห์และประเมินผลการเรียนในด้านต่างๆ รวมถึงปัญหา อุปสรรคที่พบ และวางแผนการพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนแบบออนไลน์

เมื่อเรารู้จัก SPOC และ MOOC กันในระดับหนึ่งแล้ว ลำดับถัดไป จะให้น้องบีมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมครั้งนี้ให้ฟังเพิ่มเติมกันครับ :
สวัสดีค่ะ น้องบีขอรับช่วงต่อจากพี่่หนุ่ย มาเล่าสู่กันฟังในการจับกลุ่มร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษารูปแบบและวิธีการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์ในระบบ MUx (Mahidol University Open edX)  ในมุมมองของผู้เรียนที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล โดยอาจารย์เก๋ให้จับกลุ่มเพื่อศึกษาและทดลองลงทะเบียนเพื่อเข้าเรียนวิชา Demo ที่ทางทีมงานสร้างขึ้นมาหลายวิชาให้ทดลองเรียนกัน และเพื่อให้ลองเข้าไปศึกษา ทำความรู้จักกับระบบ MUx ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นของความหลากหลายที่เกิดจากการใช้งานระบบ ตลอดทั้งประเภทรายวิชาที่เปิดสอนในระบบ ขั้นตอนหรือรูปแบบการลงทะเบียนเรียน เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้เรียนในแต่ละวิชา การเรียนให้จบและการได้รับประกาศนียบัตร ค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียน ให้ศึกษาร่วมกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้เรียนเพื่อจะเลือกลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่เปิดสอน

ภาพบรรยากาศกิจกรรมกลุ่มเพื่อศึกษาระบบ MUx (Mahidol University Open edX)

จากผลการศึกษาในกลุ่ม ที่ทดลองเข้าใช้งานระบบ MUx ของมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้ได้ผลการศึกษาในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  1.  ประเภทรายวิชา
    • ทางด้านหลักสูตร SPOC จะเน้นรายวิชาไปทางด้านเทคโนโลยี สังคม และสายวิทย์
    • ทางด้านหลักสูตร MOOC จะเป็นรายวิชาทั่วไป
  2. ขั้นตอนการลงทะเบียน
    • ทางด้านหลักสูตร SPOC ผู้ใช้งานจะต้องมีชื่อบัญขีผู้ใช้ของมหาวิทยาลัยมหิดลถึงจะเข้าใช้งานได้
    • ทางด้านหลักสูตร MOOC สามารถลงทะเบียนได้โดยใช้ e-mail ภายนอกทั่วไป หรือผ่านทาง facebook
  3. คุณสมบัติผู้เรียน
    • ทางด้านหลักสูตร SPOC ผู้เรียนเน้นไปที่บุคลากร นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล
    • ทางด้านหลักสูตร MOOC เน้นไปที่บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการเรียน
  4. ด้านค่าใช้จ่าย
    • ทางด้านหลักสูตร SPOC จะไม่มีค่าใช้จ่าย
    • ทางด้านหลักสูตร MOOC อาจมีทั้งค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายได้ตามความเหมาะสม
  5. ปัจจัยในการตัดสินใจ
    • ทางด้านหลักสูตร SPOC การเข้ามาเรียนจะขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้เรียน หรืออาจารย์บังคับ
    • ทางด้านหลักสูตร MOOC จะขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้เรียนโดยทั่วไป

นอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมในกิจกรรมแล้ว น้องบียังได้รับความรู้เพิ่มเติมจาก ท่านวิทยากรรับเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.วิลาศ วูวงศ์ (ปัจจุบันท่านยังเป็นที่ปรึกษาอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล) มาพูดให้คำแนะนำถึงพื้นฐานสำคัญบางประการในการจัดทำบทเรียนออนไลน์ที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งสรุปสาระสำคัญบางประการได้ดังนี้
– การสื่อสารด้วยรูปภาพจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ดีกว่าการมีแต่ข้อความ
– ควรจัดวางตำแหน่งของภาพและข้อความที่อยู่ในสื่อการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมต่อการศึกษาของผู้เรียน เช่น ภาพและข้อความต้องมีความสอดคล้องกัน ข้อความต้องไม่มากเกินไปจนทำให้ผู้เรียนขาดความสนใจ
– SPOC และ MOOC ที่ดี คนเรียน ต้องเรียนแล้วสนุก ได้ความรู้ เรียนแล้วสามารถจบหลักสูตรได้ นำไปใช้งานได้จริง
– การออกแบบหลักสูตร ต้องคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยออกแบบอย่างไรให้ตรงใจกับผู้เรียน หรือช่วยเป็นแนวทางในแก้ไขปัญหาใดๆ ให้กับผู้เรียนได้

ถัดจากน้องบีมาแล้ว เรามาฟังประสบการณ์ดีดีจากพี่ไอซ์กันต่อเลยครับ :
สวัสดีครับ ผมดร.อภิภู ครับ   ในกิจกรรมลำดับถัดมา อาจารย์เก๋ ได้ให้รวมกลุ่มเพื่อศึกษาการจัดทำข้อเสนอโครงการ SPOC / MOOC ตามแบบฟอร์มการเสนอขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนารายวิชา/บทเรียนออนไลน์ โครงการพัฒนารายวิชา/บทเรียนออนไลน์แบบ SPOC หรือ MOOC ภายใต้ระบบ MUx มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจัดทำโดยกองบริหารการศึกษา สำนักงานอธิการบดี

อาจารย์เก๋ ได้ให้แนวทางที่สำคัญที่ต้องมีข้อมูลมาประกอบการพิจารณา หรือวางแผนไว้ดังนี้
– วิชาที่จะพัฒนา SPOC/MOOC
– ผู้เรียน/ กลุ่มเป้าหมาย
– ประโยชน์ที่ได้รับ
– คณะทำงาน
– ความเป็นไปได้ ทางด้านกรอบเวลา ทรัพยากร เป็นต้น
– แผนการดำเนินงาน

ก่อนเริ่มกิจกรรมในการวิเคราะห์เพื่อสร้างหลักสูตรให้กับผู้เรียน (Course Analysis) อาจารย์เก๋ ได้จัดกิจกรรมทบทวนความรู้ เกี่ยวกับคำจำกัดความของ MOOC (Massive Open Online Course) และ SPOC (Small Private Online Course) โดยมีบัตรกระดาษ ที่เป็นคำจำกัดความต่าง ๆ ที่่เกี่ยวข้องทั้ง MOOC และ SPOC ให้คนในกลุ่มได้ร่วมกันจัดเรียง ว่าความหมายใดเป็นของ MOOC และ ความหมายใดเป็นของ SPOC หรือความหมายใดที่เป็นได้ทั้ง MOOC และ SPOC

จากกิจกรรมสรุปได้ว่า
MOOC (Massive Open Online Course) มีคำจำกัดความได้ดังนี้
– เน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Fully Online Course
– ใครก็สามารถลงทะเบียนเรียนได้ ไม่จำกัดอายุ เพศ คุณวุฒิ
– ไม่จำกัดจำนวนผู้เรียน
– เป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ทุกคนมีโอกาสเข้าเรียนได้ไม่มีการสอบเข้า
– เป็นช่องทางการเผยแพร่ความรู้และการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

SPOC (Small Private Online Course) มีคำจำกัดความได้ดังนี้
– สามารถกำหนดคุณสมบัติผู้เรียนและเงื่อนไขการลงทะเบียนได้
– เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน สามารถส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้มากขึ้น
– สามารถจำกัดจำนวนผู้เรียนได้
– สามารถใช้เป็นเครื่่องมือในการจัดสอนร่วมกับการเรียนในห้องเรียนแบบ Face-to-Face ได้
– นำมาใช้จัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)  หรือ การจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ได้

คำจำกัดความที่เป็นได้ทั้ง MOOC และ SPOC มีดังนี้
– ผู้เรียนและผู้สอนสามารถดูคะแนนติดตามผลการเรียน ความก้าวหน้าในการเรียนได้ด้วยตนเอง
– มีแบบฝึกหัด และข้อสอบ เพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจแบบออนไลน์
– ผู้เรียนเข้ามาเรียนในเวลาใดก็ได้ที่สะดวก
– มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน-ผู้เรียน และ ผู้เรียน-ผู้สอน ผ่านช่องทางออนไลน์
– มีการให้ certificate เมื่อเรียนจบตามเงื่อนไข
– เน้นสื่อการสอนแบบวิดีโอ สื่อแบบ interactive แบบฝึกหัดและการวัดผลแบบต่าง ๆ

ในขั้นตอนการวิเคราะห์หลักสูตร อาจารย์เก๋ได้ให้แนวทางสำคัญเพิ่มเติมไว้ดังนี้
– ศึกษาถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา/บทเรียนออนไลน์
– ศึกษาถึงผู้เรียน / กลุ่มเป้าหมาย
– วิเคราะห์ปัญหา หรือความท้าทายในการจัดการเรียนการสอน (Problem)

และสำหรับขั้นตอนการออกแบบหลักสูตร มีแนวทางสำคัญดังนี้
– ศึกษารูปแบบ และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
– ศึกษารายละเอียดการจัดการเรียนการสอนออนไลน์
– ศึกษาโครงสร้างเนื้อหา
– ศึกษาเกณฑ์การวัดผลและประเมินผล
– ศึกษากิจกรรมและรูปแบบการจัดการเรียนรู้บนระบบออนไลน์
– ศึกษาแผนการผลิตสื่อ VDO และสื่ออื่น ๆ

ในวันสุดท้ายของกิจกรรม Workshop ที่ 1 ของรุ่นที่ 1 ขอส่งต่อให้น้องโจเป็นผู้ปิดท้ายกิจกรรม Workshop ในครั้งนี้กันครับ :
สวัสดีครับ ผมโจครับ ขอรับช่วงต่อจากพี่ไอซ์ มาเล่าความรู้ดีดีที่ได้รับจากท่านอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ
ซึ่งท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / ที่ปรึกษาของสสวท / และที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนคิวบิกครีเอทีฟ
อาจารย์ได้มาเล่าสู่กันฟังในหัวข้อ SPOC และ MOOC กับการศึกษาไทย : ทิศทาง โอกาส และความท้าทาย
อาจารย์ยืน กล่าวว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก เราแค่รู้จักปรับตัว รู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม จะเกิดประโยชน์อย่างมาก การจะปรับตัวได้อย่างรวดเร็วจำเป็นต้องมีการศึกษา ที่สามารถแยกได้ระหว่าง fact กับ opinion และยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันเช่น
– การใช้ Google Voice เพื่อสั่งงานด้วยเสียงให้ได้ผลลัพธ์การค้นหาตามที่เราต้องการ
– การพิมพ์งานผ่าน Google spreadsheet บนระบบ Cloud ประยุกต์ใช้ร่วมกับ Google Voice เพื่อสั่งพิมพ์ด้วยเสียงของเราเอง ซึ่งหากเรารู้จักปรับใช้ให้เหมาะสมในงานของเราก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

การปรับเปลี่ยนตามยุคดิจิทัล
การศึกษาที่ดีควรมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยกับปัจจุบัน นำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที ตรงกับความต้องการใช้งาน
การเรียนการสอนจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นยุคที่มีข้อมูล ข่าวสาร สื่อต่างๆ ในจำนวนมหาศาล โดยสิ่งที่จับต้องได้หลายอย่าง จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบของดิจิทัล ที่ผู้ใช้เข้าถึงได้สะดวก ง่ายยิ่งขึ้น การปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนด้านยุทธศาสตร์ในระดับชาติ ตัวอย่างเช่น การรวมกันของโลกดิจิทัลกับโลกที่แท้จริง การนำเทคโนโลยีแทรกเข้าไปกับแพลตฟอร์มในการให้บริการต่าง ๆ เพื่อสร้างพื้นฐานของระบบอัจฉริยะในการให้บริการ

ความท้าทาย
ความสำเร็จของการศึกษาในวันนี้อยู่ที่การสร้าง Platform เช่น Wikipedia ที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ในหลายๆด้าน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนเนื้อหา วิธีการ และเทคโนโลยีด้านการศึกษาต่อผู้เรียน ไปสู่การศึกษาในรูปแบบของ 4.0 มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายประการ ได้แก่
– การศึกษาที่จัดขึ้นเฉพาะบุคคล
– ต้องนำจุดเด่น ความเก่งของแต่ละคนออกมา
– ต้องเกี่ยวข้องสิ่งแวดล้อมทางดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
– ความรู้จะไม่มีประโยชน์ถ้าเอามาใช้ไม่เป็น
– ต้องเข้ากันได้กับระบบเดิม
– ต้องต้นทุนต่ำ
– ต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาความเจริญของมนุษย์ เช่น เรื่องศาสนา การเมือง เป็นต้น
– การเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้เรียนที่เปลี่ยนไป เช่น คนรุ่นใหม่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่อ่านหรือสนใจสื่อที่มีข้อความมาก ๆ แต่ชอบให้ความสนใจเป็นตอน ๆ หรือ เป็นส่วน ๆ ไป

อาจารย์ยืนยังเล่าต่อว่าทั้ง MOOC และ SPOC  ต่างก็เกิดขึ้นจากชิ้นส่วนของดิจิทัล ที่มาประกอบรวมกันเป็นบทเรียน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งนับเป็นทรัพยากรดิจิทัลแบบเปิด (open resource) และแบ่งปันกันใช้งานได้ตามการกำหนดสิทธิ์  โดยบางรายการที่เป็นดิจิทัลอาจมี รหัสประจำชิ้นส่วนดิจิทัล หรือเรียกว่า DOI-Digital Object Indentifier ซึ่งแสดงความเป็นเจ้าของของรายการดิจิทัลนั้น ๆ โดยรหัส DOI นี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งาน

อาจารย์ยืนกล่าวทิ้งทายถึงปัจจัยในการทำให้การเรียนการสอนบนระบบออนไลน์แบบทางไกลให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จะต้องให้ความสนใจในหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เนื้อหา คุณภาพของดิจิทัลที่ผลิต  รูปแบบการให้บริการแบบออนไลน์  ประโยชน์ที่ผู้รับจะได้จากการเข้าถึงข้อมูลเป็นสำคัญ และที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ ทีมงานผู้ผลิตสื่อ ที่ต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงใจ ความรู้ความสามารถ ที่จะมุ่งมั่นผลิตสื่อดีดี มีคุณภาพ ตอบสนองได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน

สุดท้ายนี้พวกเราทั้ง 4 คน ขอขอบพระคุณ วิทยากรทุกท่าน อาจารย์เก๋  อาจารย์และเพื่อน ๆ
ผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพวกเรา เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปสร้างสรรค์บทเรียนออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน และมุ่งหวังให้
หอสมุดและคลังความรู้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการผลักดันเพื่อสร้างบัณฑิตให้สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง ทั้งด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างสืบไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://muxweb.mahidol.ac.th
https://www.facebook.com/MUx.Mahidol
https://muxdev.mahidol.ac.th/courses/course-v1:MAHIDOL_LIBRARY+IL.101+IL.2016/about