Union Catalog of Thai Academic Libraries (UCTAL)


ฐานข้อมูลระบบสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย

Union Catalog of Thai Academic Libraries (UCTAL)

http://uc.thailis.or.th

 

สืบเนื่องจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 โดยมีอำนาจหน้าที่คณะกรรมการ ดังนี้

  1. วิเคราะห์ และจัดทำโครงการพัฒนาระบบสหบรรณานุกรม (Union Catalog)
  2. กำหนดมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลบรรณานุกรม
  3. ตรวจสอบแนะนำแนวทางการพัฒนาและดำเนินโครงการพัฒนาระบบสหบรรณานุกรม
  4. กำกับดูแล และพิจารณากลั่นกรองโครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา

เพื่อปฏิบัติหน้าที่กรรมการ จึงต้องเดินทางไปยังห้องสมุดสมาชิกเครือข่าย UCTAL 4 ภูมิภาค เพื่อเข้าร่วมประชุม อบรม และวิเคราะห์ปัญหาการใช้งาน และให้ความคิดเห็นเพื่อพัฒนาระบบสหบรรณานุกรม ต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ต่อไป

เมื่อกล่าวถึง UCTAL หลายๆ คน คงสงสัยว่า UCTAL คืออะไร มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับการทำงานของห้องสมุดของเราอย่างไร ดังนั้น จึงจะขอแนะนำ UCTAL ให้รู้จักกัน

 

ความเป็นมา

โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) เป็นการดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนกลาง (Thai Library Network – Metropolitan : Thailinet) เครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial University Library Network : Pulinet) และสำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เข้าด้วยกันบนเครือข่าย UniNet เพื่อประโยชน์ในการขยายเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดหน่วยงานอื่นๆ และห้องสมุดประเภทอื่นๆ ในอนาคต ก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพของห้องสมุดอุดมศึกษาและเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย โดยนำระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้งานห้องสมุด พัฒนาให้เป็นระบบอัตโนมัติ (Automated Library System) สร้างระบบเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัย เพื่อให้การจัดบริการสารสนเทศมีความครบถ้วนสมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น เกิดระบบการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) เป็นฐานข้อมูลที่จัดทำขึ้น ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคได้ร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการเข้าถึงรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทที่จัดไว้ในห้องสมุด ซึ่งสมาชิกสามารถค้นหาข้อมูลของห้องสมุดทุกแห่งได้พร้อมกัน ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม จะมีลักษณะคล้ายๆ กับฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศ OPAC (Online Public Access Catalog) เนื่องจากเป็นฐานข้อมูลชี้แหล่งและให้รายการบรรณานุกรมเช่นเดียวกัน แต่ให้ข้อมูลมากกว่า เพราะได้รวบรวมเอาทรัพยากรสารสนเทศจากสถาบันต่างๆ ที่เป็นสมาชิกเข้าไว้ด้วยกัน ค้นหาเพียงครั้งเดียวก็จะทราบว่า สิ่งพิมพ์ที่ตนเองต้องการนั้น มีตัวเล่มที่ห้องสมุดของสถาบันใดบ้าง จากนั้นก็สามารถเดินทางไปหยิบตัวเล่มด้วยตนเอง หรือใช้บริการยืมระหว่างห้องสมุด โดยให้ห้องสมุดเป็นตัวกลางในการดำเนินการยืมเอกสารฉบับเต็มหรือขอถ่ายสำเนาเอกสารให้

ในปีพ.ศ.2546 สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ได้ริเริ่มดำเนินงานโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) โดยมีโครงการสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (Union Catalog) เป็นโครงการหนึ่ง ใน 3 โครงการ

โครงการนี้มีแผนบริหารจัดการในครั้งแรก 5 ปี (2547-2551) โดยมีการประชุมเมื่อวันที่ 24-26 มิถุนายน พ.ศ. 2546 เพื่อกำหนดมาตรฐานในการใช้งานฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) ร่วมกัน สร้างความเข้าใจในการดูแลและบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม

เป้าหมายของโครงการสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (Union Catalog) คือ

1) มีฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) ที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัย/สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

2) เพิ่มความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) ด้วยการรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบสื่อประเภทต่างๆ

3) ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยผ่านระบบการยืมระหว่างห้องสมุด

4) เป็นต้นแบบของศูนย์รวมบรรณานุกรมแห่งชาติ (National Bibliographic Center)

5) เป็นแหล่งทรัพยากรความรู้ที่ใหญ่ที่สุดของชาติ สำหรับบุคลากรของประเทศ ที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์

โครงการสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (Union Catalog) ในระยะเริ่มต้น (พ.ศ. 2546) เริ่มจากการจัดซื้อโปรแกรมสำหรับเป็นฐานข้อมูลระบบสหบรรณานุกรม โดยโปรแกรมที่สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาได้จัดซื้อคือ VTLS Virtua  มีการแต่งตั้งคณะทำงานที่ชื่อว่า  “คณะทำงานระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม Union Catalog”  ซึ่งแบ่งคณะทำงานเป็นชุดย่อย 2 ชุด คือ คณะทำงานด้านวิเคราะห์ทรัพยากร (Catalog) และคณะทำงานด้านระบบ (System) เพื่อร่วมมือกันทำงาน ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ในการใช้งานระบบ รวมทั้งการดำเนินงานด้านกฎเกณฑ์และมาตรฐานการใช้งานร่วมกัน

ในระยะแรก จะจัดทำสหบรรณานุกรมโดยความร่วมมือของห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐรวม 24 แห่งเป็นลำกับแรก โดยมีการประชุมร่วมกันครั้งแรก เมื่อวันที่ 24-26 มิถุนายน พ.ศ. 2546 จากนั้นจึงเริ่มโครงการตามแผน มีปรับปรุงโปรแกรม และข้อมูลบนฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการประชุมคณะทำงานทั้ง 2 ชุด (ปีละ 1-2 ครั้ง) เพื่อให้คณะทำงานเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน นำเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดความสะดวก และชัดเจนในการจัดการข้อมูลของห้องสมุดตนเอง (Local database) และข้อมูลในฐานข้อมูล Union Catalog  ทั้งนี้ ฐานข้อมูล Union Catalog (ยังใช้งานอยู่จนปัจจุบัน)

อย่างไรก็ตาม แม้คณะทำงานซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละห้องสมุดจะให้ความร่วมแรงร่วมใจที่จะทำให้ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (Union Catalog) สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมั่นคง แต่การดำเนินงานฐานข้อมูล Union catalog ก็ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น ด้วยอุปสรรคในการดำเนินงานหลายประการ ทั้งข้อจำกัดของซอฟต์แวร์ และความหลากหลายของการลงรายการบรรณานุกรม ที่แต่ละห้องสมุดได้ส่งเข้ามารวมกัน ทำให้ข้อมูลที่รวมกันอยู่ 3 ล้านกว่าระเบียน ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลและฐานข้อมูลตลอดมา

นอกจากนี้ การตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลของงาน Catalog ของแต่ละห้องสมุดเพื่อส่งขึ้นฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม ทำให้เป็นภาระงานเพิ่มขึ้นจากการทำงานประจำ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขข้อมูลจัดเป็นความสำคัญลำดับสุดท้ายที่จะถูกนำมาดำเนินการ ทำให้ความต่อเนื่องของฐานข้อมูล Union Catalog ชะงักงัน และหยุดการดำเนินการในปีที่ 7 (พ.ศ.2552)

ปี พ.ศ.2555 สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา เห็นว่าเพื่อให้การดำเนินงานฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (Union Catalog) มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเกิดผลในการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น จึงพิจารณาที่จะพัฒนาสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย (Union Catalog of Thai Academic Libraries : UC-TAL) ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อพัฒนาฐานขอมูลรายการบรรณานุกรม (Bibliographic Database)
  2. เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำสำเนารายการ
  3. เพื่อประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ (Shared Catalog) และ
  4. เพื่อการยืมระหว่างหองสมุด (Inter-library Loan)

มอบหมายให้สำนักวิชาการสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นผู้พัฒนาระบบ โดยใช้โปรแกรม Walai AutoLIB โดยความร่วมมือของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเกือบ 80 แห่ง เพื่อรวบรวมรายการบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัย/สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และห้องสมุดสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน  และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยผ่านระบบการยืมระหว่างห้องสมุด

ปัจจุบัน สหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย (UC-TAL) มีจำนวนระเบียนบรรณานุกรมมากกว่า 1,500,000 รายการ ครอบคลุมทรัพยากรสารสนเทศหลายประเภท เช่น หนังสือ วารสาร โสตทัศนวัสดุ แผนที่ ไฟล์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมคณะทำงานระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม Union Catalog เกี่ยวกับข้อตกลง  และการดำเนินการกับข้อมูล ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555  ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้น ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐทั้ง 24 แห่งต่างกำลังดำเนินการกับข้อมูลของห้องสมุดตนเองให้เรียบร้อย และสามารถเข้าร่วมดำเนินการกับฐานข้อมูลใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2557

 

การดำเนินงานพัฒนาสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย (Union Catalog of Thai Academic Libraries : UC-TAL)

การดำเนินงานของหน่วยวิจัยระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.2555 ถึงเดือนกันยายน 2557 มีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านมาตรฐานของข้อมูลและด้านมาตรฐานของซอฟต์แวร์ ตลอดจนเพิ่มมาตรฐานการดาเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลสหบรรณานุกรมให้กับห้องสมุดสมาชิกในเครือข่าย ThaiLIS โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการคือ

(1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมให้สามารถทาสาเนารายการ (Copy Catalog) และแบ่งปันรายการร่วมกัน (Shared Catalog) ของห้องสมุดสมาชิกได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

(2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการทารายการสหบรรณานุกรมให้กับห้องสมุดสมาชิกในการตรวจสอบรายการ การทารายการ และการใช้รายการร่วมกัน

(3) เพื่อฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมของห้องสมุดสมาชิกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา

(4) เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมให้มีมาตรฐาน สามารถรองรับการทางานร่วมกับของห้องสมุดสมาชิกและให้บริการสืบค้นแก่ผู้ใช้ทั่วไปได้

การออกแบบและพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการนำเข้าข้อมูลและการสืบค้นข้อมูลโดยพัฒนาโปรแกรมที่สำคัญคือ โปรแกรมตรวจสอบความถูกต้องของรายการ (MARC Analyzer) โปรแกรมสนับสนุนการทำรายการของห้องสมุดสมาชิก (UC Connexion Client) โปรแกรมการสืบค้นฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (Web OPAC for Union Catalog) และโปรแกรมตรวจสอบและควบคุมรายการหลักฐาน (Union Catalog Authority Control)

ในการนำเข้าข้อมูลบรรณานุกรมของห้องสมุดต่างๆ ต้องยึดมาตรฐานการทำรายการและข้อกำหนดที่สำคัญของ AACR2 และ MARC21 ประกอบด้วย

  • โครงสร้างระเบียนและส่วนประกอบต่างๆ (Leader/Directory/Variable Data Field)
  • รูปแบบและการกำหนดใช้รหัส (เขตข้อมูล/ตัวบ่งชี้/เขตข้อมูลย่อย)
  • โครงสร้างรายการ แหล่งข้อมูลที่กำหนดใช้หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายของ AACR2
  • หลักเกณฑ์การลงรายการหลักและรายการเพิ่ม
  • หลักเกณฑ์การลงรายการในแต่ละส่วน (Area)

นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการทำรายการที่มีความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลของระบบสหบรรณานุกรม UCTAL ดังนี้

  • การทำรายการควบคุมระเบียนของ Leader
  • การทำรายการเขตข้อมูลควบคุม (008)
  • การทำรายการหลักฐาน (Authority Data) ของ UCTAL

ดังนั้น ทีมพัฒนาระบบของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้พัฒนาโปรแกรม MARC Editor เพื่ออำนวยความ สะดวกดังนี้

  • การตรวจสอบไฟล์ ISO2709 ด้วย MARC Editor
  • การตั้งค่าพารามิเตอร์และการ Scanning
  • การทำ Auto fixed และการตรวจสอบรายการ Critical error
  • การรีวิวและสำเนาไฟล์ที่ผ่านการ Scanning
  • การบันทึกและการส่งออก (Export) ไฟล์ที่แก้ไขแล้ว

 

การดำเนินงานระยะที่ 1  Initial load (ก.พ. 2556 – 29 ก.ค. 2556)  ทำการทดสอบเงื่อนไขกับข้อมูลของห้องสมุดสถาบันนำร่อง 7 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKU) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (MSU) มหาวิทยาลัยมหิดล (MU) มหาวิทยาลัยศิลปากร (SU) มหาวิทยาลัยทักษิณ (TSU) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (WU) รวมทั้งสิ้นจำนวน 940,062 ระเบียน

นำข้อกำหนดเงื่อนไขในการตรวจสอบระเบียนที่ผ่านการวิเคราะห์และนำไปทดสอบกับข้อมูลของสถาบันนำร่อง เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาข้อกำหนดในการตรวจสอบระเบียนและได้นำข้อเสนอต่างๆ ไปปรับปรุงโปรแกรม MARC Analyzer และ ส่งโปรแกรม MARC Analyzer ให้กับแต่ละสถาบันเพื่อใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขระเบียน ซึ่งแต่ละสถาบันจะทำการส่งระเบียนที่ผ่านการแก้ไขเรียบร้อยแล้วมายังหน่วยวิจัยเพื่อทำการ initial load ข้อมูล โดยในระยะแรกนี้ มีข้อมูลตั้งต้น 689,292 ระเบียน จำแนกเป็นระเบียนหลัก (Master) จำนวน 535,349 ระเบียนและเป็นระเบียนพ่วง (Symbol) จำนวน 153,943 ระเบียน

ในด้านการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม หน่วยวิจัยนวัตกรรมด้านสารสนเทศ ได้กำหนดภาพรวมของโครงสร้างสถาปัตยกรรมและลักษณะการทำงานของโปรแกรมประยุกต์ที่จะพัฒนาเป็น 3 ส่วน  ได้แก่ 1) การทำงานในส่วนของห้องสมุดสมาชิก (Local library) 2) การจัดการข้อมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) และ3) ส่วนการให้บริการบนอินเทอร์เน็ต (Web-services & UC-TAL OPAC)  ดังภาพ

 

สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม

 

การดำเนินงานในระยะที่ 2 แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยการพัฒนาโปรแกรมเพื่อสนับสนุนการทำงานของห้องสมุดสมาชิกและการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มผู้ใช้

ในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมเพื่อสนับสนุนการทำงานของห้องสมุดสมาชิก ได้พัฒนาโปรแกรม UC Connexion Client ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

1) สามารถตรวจสอบความถูกต้องในการลงรายการตามมาตรฐานการลงรายการ

2) สามารถแก้ไขความผิดพลาดในการลงรายการให้แบบอัตโนมัติหรือเลือกแก้ไขเอง

3) ตรวจสอบความซ้ำซ้อนในไฟล์ที่ต้องการนำเข้า

4) สามารถ Export ระเบียน ออกรายงานผลการตรวจสอบและแก้ไขระเบียนได้

5) นำเข้าระเบียน (Upload File) สู่ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม

6) ตรวจสอบความความซ้ำซ้อนของระเบียนในฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมให้อัตโนมัติ

7) เชื่อมโยงระเบียนกับรายการระเบียนควบคุมรายการหลักฐาน (Authority Data) ให้อัตโนมัติ

 

ปี 2559 เข้าสู่การดำเนินงานในระยะที่ 3 มุ่งขยายการให้บริการตรวจสอบและUpload ระเบียนในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันอื่นๆที่มีความสนใจ โดยขอบเขตในการดำเนินงานประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

  1. การสำรวจและนำเข้าข้อมูลพื้นฐานของสมาชิกกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
  2. การปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบ
  3. การทำ initial load ข้อมูลระเบียนบรรณานุกรมของสมาชิกกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
  4. การกำหนดแผนการบำรุงรักษาข้อมูล
  5. การปรับปรุงความสามารถในการทำงานของโปรแกรม
  6. การพัฒนาความสามารถในการตรวจสอบรายการระเบียนหลักฐาน

จากการนำเข้าข้อมูลพื้นฐานของสมาชิกกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำให้มีจำนวนสถาบันที่เป็นสมาชิก 79 สถาบัน จากการทำ initial load ข้อมูลระเบียนบรรณานุกรมของสถาบันนำร่อง กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำให้จำนวนระเบียนในฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนระเบียนทั้งสิ้น 1,316,949 ระเบียน  รายละเอียดดังตาราง

 

จำนวนระเบียนทั้งหมดในฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม (สรุปเมื่อวันที่ 24/02/2559)

 

ลำดับ ชื่อสถาบัน Symbol Master All Upload
1 มหาวิทยาลัยศิลปากร 4,215 210,884 215,099
2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 49,145 214,131 164,986
3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 67,671 134,750 202,421
4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 5,760 119,343 125,103
5 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29,926 79,275 109,201
6 มหาวิทยาลัยมหิดล 24,915 69,312 94,227
7 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 38,612 64,417 103,029
8 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 43,808 63,624 107,432
9 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 24,506 52,112 76,618
10 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 28,190 42,117 70,307

           ประโยชน์ของฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม

  1. สามารถค้นหารายการทรัพยากรสารสนเทศของสถาบันต่างๆ ที่เป็นสมาชิกได้หลายแหล่งพร้อมๆ กัน ทำให้ประหยัดเวลาในการค้นหา
  2. ทำให้ประหยัดงบประมาณและมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งนี้เพราะห้องสมุดไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อหนังสือทุกเล่มเข้าห้องสมุด ดังนั้น ฐานข้อมูลนี้สามารถชี้แหล่งและให้บริการยืมระหว่างห้องสมุดให้กับสถาบันที่เป็นสมาชิกได้
  3. เป็นแหล่งข้อมูลให้กับบรรณารักษ์ บุคลากรที่ปฏิบัติงานห้องสมุด ตลอดจนห้องสมุดในการค้นหาทรัพยากร และยังสามารถโอนถ่ายรายการทรัพยากรและเลขเรียกหนังสือ (Call Number) ของสิ่งพิมพ์จากสถาบันต่างๆ เข้าสู่ระบบห้องสมุดอัตโนมัติของตนเองได้ด้วย (เฉพาะห้องสมุดที่มีระบบฯ ที่สามารถรองรับได้เท่านั้น) ทำให้ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และประหยัดเวลาในการวิเคราะห์หมวดหมู่ ทำให้บุคลากรของห้องสมุดมีเวลาไปพัฒนางานอื่นมากขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณจันทร์เพ็ญ กล่อมใจขาว บรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากร  คุณสุรีย์ บุหงามงคล บรรณารักษ์จากห้องสมุดสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ สำนักวิชาการสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผู้พัฒนาระบบ