เมืองอัจฉริยะ (Smart City)


ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต รายละเอียดของการประชุม ติดตามได้จากเว็บไซต์ https://wunca.uni.net.th/wunca38

เกร็ดความรู้และประเด็นที่น่าสนใจบางตอน ที่ได้จากการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เรื่องแรก เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับ การพัฒนาภูเก็ตสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดย คุณประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนบน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เข้าใจความหมายของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ ระยะ 15 ปี (พ.ศ.2558-2573) เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ “A smart city is an innovative city that uses information and communication or digital technologies and other means to improve quality of life, efficiency of urban operation and services, and competitiveness, while ensuring that it meets the needs of present and future generations with respect to economic, social and environmental aspects.”

Smart City ประกอบด้วยองค์ประกอบหรือตัวชี้วัดที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) Smart Economy 2) Smart Environment 3) Smart Government 4) Smart Living 5) Smart Mobility 6) Smart People

ดังนั้น การทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะอย่างยั่งยืนได้ ภายในระยะ 4 ปี (2016-2019) จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Smart Tourism, Smart Environment, Smart Healthcare, Smart Education, Smart Governance, Smart Economy, และ Smart Safety จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Public Free WiFi, LoRaWAN, NB-IoT, Internet of Things (IoT) Environment Sensors, City Applications, ระบบ CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยทางทะเล (Marine Monitoring) ระบบจัดการเก็บขยะอัจฉริยะ ฯลฯ

ในแง่ของการศึกษา จะต้องสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ (Smart Education) และมีเป้าหมายที่จะเป็น Smart Learning Community ในปี 2020

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองอัจฉริยะ มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานพอสมควร ทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร หากท่านใดสนใจจะศึกษาในกรณีของต่างประเทศ อาจดูตัวอย่างได้จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในโครงการ Amsterdam Smart City ซึ่งชนะเลิศอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Bee Smart City  ซึ่งเป็นฐานข้อมูลรวมรายชื่อเมืองอัจฉริยะจากทั่วโลก หรือถ้าต้องการดูใกล้บ้าน ก็น่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์  ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Smart City of 2018 ในงานประชุม Smart City Expo World Congress ตามโครงการ Smart Nation https://www.smartnation.sg/


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019