โครงการสัมมนาทางวิชาการ สมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย เรื่อง “การกำหนดขอบเขตของงาน (TOR : TERMS OF REFERENCE) และการบริหารสัญญา”


  

           เมื่อวันศุกร์ที่ 28 และวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2563 นางอัจฉราพร  อัศเวศน์ นางสาวกิ่งเพชร  ปลื้มเงิน นางสาวสุทธิณี  ฝุ่นครบุรี และนางสาวกมลชนก ศรียศ ได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “การกำหนดขอบเขตของงาน (TOR : TERMS OF REFERENCE) และการบริหารสัญญา” จัดโดยสมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย ระหว่างวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 ถึงวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรม แกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีหัวข้อการสัมมนา 3 หัวข้อหลักดังนี้

  1. หลักการสำคัญและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของงานและกรณีศึกษา
  2. การอุทธรณ์ร้องเรียน และกรณีศึกษา
  3. การบริหารสัญญาและกรณีศึกษา

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563

หัวข้อเรื่อง หลักการสำคัญและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของงานและกรณีศึกษา

บรรยายโดย นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์  (คลังจังหวัดนครพนม สำนักงานคลังจังหวัดนครพนม สังกัดกรมบัญชีกลาง)

การซื้อหรือการจ้าง แตกต่างกันอย่างไร

การซื้อ คือ กรณีที่ผู้ขายสินค้าเป็นผู้กำหนดลักษณะเฉพาะของสิ่งของนั้นๆ ไว้แล้วตามตัวอย่าง/แคตตาล็อค เมื่อมีผู้สั่งซื้อ ผู้ขายจะดำเนินการผลิตตตามตัวอย่าง/แค็ตตาล็อก

การจ้าง คือ งานที่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กำหนดหรือเป็นผู้ออกแบบคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งของที่จะจ้างทำนั้นๆหรือกำหนดแบบรูปรายละเอียดของงานที่จะจ้างตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการก่อนแล้วจึงจะนำแบบที่คิดไว้ไปทำตามแบบที่ต้องการ

TOR คือข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นรายละเอียดของขอบเขตงานที่ผู้ว่าจ้างประสงค์ที่จะให้ผู้รับจ้างทำอะไรบ้างและข้อกำหนดเงื่อนไขการเสนอราคา ซึ่งประกอบด้วยเอกสารแสดงข้อมูลรายการรายละเอียดเทคนิคของสิ่งของหรืองานจ้างเพื่อที่จะประกาศหรือแจ้งให้ผู้ประกอบการได้รับทราบถึงความต้องการตลอดจนเงื่อนไขต่างๆที่จำเป็นของหน่วยงานรัฐนั้น

TOR ที่ดี จะช่วยให้ได้พัสดุตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ประหยัดและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

TOR ที่ดี จะระบุความจำเป็นและคุณลักษณี่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างได้ชัดเจน

TOR ที่ดี จะระบุข้อความที่ไม่กำกวมตรวจสอบได้

TOR ที่ดี ไม่ระบุรายการที่เกินความจำเป็น

รายละเอียดของTOR

  • การบอกถึงรายละเอียดขอบเขตของงานที่ต้องดำเนินการ
  • ระยะเวลาที่ต้องการ
  • คุณสมบัติของผู้รับจ้างที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ทำงานตามขอบเขตงานดังกล่าว
  • สิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ดำเนินการ
  • มีกี่ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • ปฏิบัติงานตามสัญญาจะได้อะไร
  • ผิดสัญญาจะถูกปรับอย่างไร
  • วิธีการดูแลงานของผู้ว่าจ้างว่าเขาจะดูแลงานในส่วนไหน

หัวข้อสำคัญๆใน TOR

  • ความเป็นมา/หลักการและเหตุผล
  • วัตถุประสงค์
  • ขอบเขตของงาน
  • ระยะเวลาการดำเนินงาน
  • งบประมาณ
  • คุณสมบติของผู้เสนอราคา
  • กำหนดยืนราคา (ถ้าใกล้กำหนดยืนราคาให้พัสดุขอขยายเวลาการยืนราคาออกไป)
  • หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
  • การส่งมอบงาน
  • เงื่อนไขในการจ่ายเงิน
  • อัตราค่าปรับ
  • สถานที่ติดต่อเพื่อเสนอแนะวิจารณ์หรือแสดงคามคิดเห็น

ความสำคัญของTOR

  • มีความสำคัญต่อคุณภาพของผลงานที่จะได้

-TOR จะต้องมีความชัดเจนที่สามารถจัดหาหรือปฏิบัติได้

-TOR จะต้องมีความชัดเจนทำให้คัดเลือกผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ง่ายและโปร่งใส

  • เป็นเอกสารอ้างอิงที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง

ถ้าสัญญากับเอกสารส่วนประกอบของสัญญาไม่ตรงกัน ให้ยึดข้อความในสัญญาเป็นหลัก แต่ถ้าเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญาขัดแย้งกันเองให้เป็นคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง

หลักการในการกำหนด TOR

  • การกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรืองานจ้าง/คุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน
  • การวินิจฉัยตีความคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานแต่ละรายเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้หรือไม่
  • เป็นอำนาจของหน่วยงานที่จัดหาพัสดุสามารถใช้ดุลพินิจกำหนดและวินิจฉัยได้ตามความต้องการของหน่วยงาน

แต่ต้องภายใต้หลักเกณฑ์ตามที่กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ คำส่งหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

แนวทางการจัดทำ TOR

มาตรา8 แห่งพรบ.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ TOR ต้อง 1.คุ้มค่า 2.โปร่งใส 3.มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4. ตรวจสอบได้

มาตรา 9 การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างให้หน่วยงานคำนึงถึงคุณภาพเทคนิคและวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้นและห้ามมิให้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะได้ใก้ลเคียงกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งหรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เว้นแต่การจัดซื้อจัดจ้างตามวัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น สามารถระบุยี่ห้อได้

ข้อควรระวัง

การกำหนดขอบเขตของTOR

  • กรณีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว มีผู้มีคุณสมบัติตามที่ตรงตามที่ต้องการรายเดียว อาจถูกร้องเรียนเรื่องlock spec ในกรณีที่พัสดุมีลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อกำหนดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะซึ่งเข้าเงื่อนไขวิธีคัดเลือก/เฉพาะเจาะจงควรดำเนินตามวิธีนั้น

ใครเป็นผู้กำหนด TOR

กรณีการซื้อหรือการจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง – ให้หน่วยงานรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือให้มีเจ้าหน้าที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง รับผิดชอบในการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างรวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วย

กรณีงานจ้างก่อสร้าง – ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือเจ้าหน้าที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจัดทำรูปรายการงานก่อสร้างหรือจะจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างก็ได้ (ระเบียบข้อ21วรรคสาม)

  • เอกสารใดที่ต้องการให้ผู้ยื่นข้อเสนอราคายื่นจะต้องกำหนดในเอกสารประกวดราคาข้อ 3
  • หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ (Price performance) ตามมาตรา 65 ต้องกำหนดเกณฑ์หลักและเกณฑ์ย่อยด้วย
  • การใช้เกณฑ์การประเมิณค่าประสิทธิภาพต่อราคาต้องแบ่งสัดส่วนระหว่างราคากับเทคนิคให้แบ่งน้ำหนักให้เหมาะสม
  • ผลงานประเภทเดียวกันคืองานลักษณะประเภทเดียวกันไม่ใช่การกำหนดเฉพาะ
  • แนบหนังสือเวียนเวียน ว.214 ให้คณะกรรมการรับทราบทุกคร้งที่มีการพิจารณาผล
  • พรบ.มาตรา29 คณะกรรมการสามารถใช้อำนาจขอผ่อนผันกับกรรมบัญชีกลางเพื่อขอผ่อนผัน ห้ามผ่อนผันเองกรณีเรื่องหลักประกันที่มีการส่งเกิน 3 วันทำการ
  • การเป็นผู้ทิ้งงาน บุคคลนั้นจะต้องมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน ถ้ายังไม่มีรายชื่อจะถือว่าเป็นผู้ทิ้งงานไม่ได้

วิธี E-bidding ก่อนการเสนอราคาห้ามเจอกับผู้ค้า แต่เมื่อมีการเสนอาคาแล้วสามารถชี้แจงรายละเอียดหน้างานได้

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563

หัวข้อเรื่อง  การอุทธรณ์ร้องเรียน และกรณีศึกษา

บรรยายโดย  นายสามารถ แสงรินทร์  (นิติกรปฏิบัติการ กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)

การอุทธรณ์ (ม.114)

ผู้ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับหน่วยงานของรัฐ มีสิทธิอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ในกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพรบ. กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามความในพรบ. เป็นเหตุให้ตนไม่ได้รับการประกาศผลเป็นผู้ชนะหรือไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ

ข้อห้ามอุทธรณ์ (ม.115) 

  1. การเลือกใช้วิธี/เกณฑ์การพิจารณาผล

2.การยกเลิกการจดซื้อจัดจางตามมาตรา 67

  1. การละเวนการอ้างถึง พรบ. กฎกระทราวงระเบียบหรือประกาศที่ออกตาม พรบ
  2. กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

แต่ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐ จะต้องเลือกใช้วิธี/เกณฑ์การพิจารณาผลให้ถูกต้องตามระเบียบพัสดุข้อ 83 มิฉนั้นจะถือเป็นการไม่ปฏิบติตามพรบ.มีความผิด

การยื่นอุทธรณ์

การนับระยะเวลาอุทธรณ์เริ่มนับเมื่อผู้อุทธรณ์ส่งหนังสืออุทธรณ์มาถึงหน่วยงานของรัฐภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่มีการประกาศผลผู้ชนะหรือผู้ได้รับการคัดเลือกในระบบ ดังนั้นกรณีผู้อุทธรณ์ได้อุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา 117 จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์

*การที่ผู้เสนอราคาอ้างว่าเสนอราคาผิดพลาดไม่สามารถอ้างได้ ผู้เสนอราคาต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนไม่เป็นเหตุให้ส่วนงานของรัฐยกเลิก

* เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนพิจารณาข้ออุทธรณ์แล้วถือว่าสิ้นสุด

กระบวนการพิจารณาอุทธรณ์

  1. ผู้ที่ไม่ได้ประกาศผลเป็นผู้ชนะ ให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่มีการประกาศผลผู้ชนะหรือผู้ได้รับการคัดเลือกในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ม.117)
  2. หน่วยงานของรัฐ วินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

กระบวนการพิจารณาอุทธรณ์

  1. ผู้ที่ไม่ได้ประกาศผลเป็นผู้ชนะ ให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน7 วันทำการ นับถัดจากวันที่มีการประกาศผลผู้ชนะหรือผู้ได้รับการคัดเลือกในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ม.117)
  2. หน่วยงานของรัฐ วินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
  • กรณีเห็นด้วย ให้ดำเนินการตามความเห็นนั้นภายในเวลา
  • กรณีไม่เห็นด้วย ให้รายงานไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายใน 3 วัน ทำการ (ม.118)
  1. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ วินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน (ถ้าไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายได้ 2 ครั้ง ๆ ละ ไม่เกิน 15 วัน)
  • อุทธรณ์ฟังขึ้นและมีผล อย่างมีนัยสำคัญ ให้ดำเนินการใหม่/เริ่มจากขั้นตอนตามที่เห็นสมควร
  • อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นหรือไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ ให้ดำเนินการต่อไป
  • วินิจฉัยเป็นที่สุด
  • มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล (ม.119)

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563

หัวข้อเรื่อง  การบริหารสัญญาและกรณีศึกษา

บรรยายโดย นางกฤษณา ลิ่มสุวรรณ (อัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ 4 สำนักงานที่ปรึกษากฏหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด)

การทำสัญญา

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 93

  • หน่วยงานของรัฐต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด
  • การทำสัญญารายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบสัญญาตามวรรคหนึ่ง โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบ ก็ให้กระทำได้ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
  • ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามแบบสัญญาตามวรรคหนึ่งได้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เว้นแต่การทำสัญญาตามแบบที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยให้ความเห็นชอบมาแล้วก็ให้กระทำได้

*สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้

(1) เป็นการแก้ไขตามมาตรา 93 วรรคห้า

(2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์

(3) เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ

(4) กรณีอื่นที่กำหนดในกฏกระทรวง

วัตถุประสงค์ของการตรวจร่างสัญญา

1.เพื่อให้ชอบด้วยกฏหมายและระเบียบ

2.เพื่อมิให้ทางราชการเสียเปรียบ

3.เพื่อคุ้มครองสาธารณชน

4.เพื่อความเป็นธรรม

5.เพื่อให้มีความชัดเจน ไม่ขัดแย้งกันเอง และตรงตามเจตนารมณ์ของคู่สัญญา

6.ป้องกันข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทในอนาคต

สาระสำคัญของการยกร่างสัญญา ที่ควรรู้ก่อนยกร่าง

  • รอบรู้เรื่อง TOR ตามพรบ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560-

– จัดทำตามแบบสัญญามาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายฯ หรือตามแบบที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด

-TOR ประกอบด้วย 1. ประกาศTOR 2. TOR 3.ใบเสนอราคา 4. ร่างสัญญา

  • วัตุประสงค์ของสัญญญา
  • ข้อเท็จจริงที่คู่สัญญาจะตกลงกัน
  • เอกสารแนบท้ายสัญญา


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019