อบรมหลักสูตร “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน)” แบบ Public ครั้งที่ 4/2562 ระหว่างวันจันทร์ที่ 8 ถึงวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562


อบรมหลักสูตร “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน)” แบบ Public ครั้งที่ 4/2562

ระหว่างวันจันทร์ที่ 8 ถึงวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562

มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัยทั้งของบุคลากรผู้มาปฏิบัติงาน และผู้มารับบริการทุกคน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย และชุมชนโดยรอบจึงวางแนวทางที่จะพัฒนา ระบบความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการความปลอดภัยในด้านต่างๆ รวมทั้งจัดตั้ง ศูนย์บริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (COSHEM) = Center for Occupational Safety, Health and Environment Management ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.coshem.mahidol.ac.th/aboutus.html             

          หนึ่งในภารกิจหลักของ COSHEM คือ จัดการฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมให้แก่บุคลากรและนักศึกษา จึงเป็นที่มาของการที่หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลได้ตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยส่งผู้เขียนไปเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ในหลักสูตร “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน)” แบบ Public ครั้งที่ 4/2562 ระหว่างวันจันทร์ที่ 8 ถึงวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมทวีวัฒนา 2 ศูนย์ปฏิบัติการโรงแรมศาลายาพาวิลเลียน ชั้น 6 อาคารวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

เอกสารประกอบการอบรม

ผู้เขียน นางสาวิตรี บุญปาลิต หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย ฝ่ายคลังความรู้ ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมพร้อมกับ นางสาวจันทรา เทพอวยพร หัวหน้าห้องสมุดวิทยาเขตราชวิถี นายกฤษฎา แก้วผุดผ่อง หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศ และ นายธนภัทร ลีพุฒิธรากุล หัวหน้างานเทคโนโลยีการศึกษา

จากซ้ายไปขวา : นายธนภัทร ลีพุฒิธรากุล นางสาวจันทรา เทพอวยพร นางสาวิตรี บุญปาลิต และนายกฤษฎา แก้วผุดผ่อง

เริ่มปฏิบัติภารกิจแรกด้วยการทดสอบความรู้ก่อนการอบรม (ข้อสอบพรีเทสต์) ว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มากน้อยแค่ไหน มีคำถามทั้งหมด 15 ข้อ (ไม่อยากจะบอกว่าได้เท่าไร)

ต่อจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมดของการบรรยายเนื้อหาวิชา ซึ่งพวกเราจะต้องเรียนทั้งหมด 4 หมวด

วันแรกเรียนหมวดที่ 1 ว่าด้วยเรื่องความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และบทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน (ปฏิบัติการ) กับหมวดที่ 3 ว่าด้วยเรื่องการค้นหาอันตรายจากการทำงาน (ปฏิบัติการ) โดย อาจารย์ ดร.วรกมล บุณยโยธิน จากภาควิชาอาชีวอามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากร (คนยืนกลาง)

วันที่สอง เรียนหมวดที่ 2 ว่าด้วยเรื่องกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และหมวดที่ 4 ว่าด้วยเรื่องการป้องกันและควบคุมอันตราย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพนันท์ นานคงแนบ จากภาควิชาอาชีวอามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากร  (เสียดายไม่ได้ชักภาพร่วมกับวิทยากร เพราะมัวแต่นั่งทำข้อสอบโพสต์เทสต์ กลัวไม่ผ่าน แล้วต้องมาอบรมใหม่ เสียดายเงินหลวง)

เมื่อเรียนจบทั้งสองวัน จะมีการทำแบบทดสอบหลังเรียนว่าเรามีความรู้เพิ่มขึ้นไหม แล้วทำข้อสอบผ่านเกณฑ์ไหม (ต้องได้คะแนนอย่างน้อย 12 จาก 15 คะแนน นะคะ จึงจะผ่าน)   พร้อมทั้งได้รับวุฒิบัตรเป็นเครื่องยืนยันว่าเราผ่านการอบรมหลักสูตรนี้แล้ว

เนื้อหาสาระ ทั้ง 4 หมวดน่าสนใจ และเป็นประโยชน์มากทีเดียว ผู้เขียนจึงขอบอกกล่าว เล่าขาน พอเป็นสังเขป ดังนี้

หมวดที่ 1 ว่าด้วยเรื่องความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และบทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน (ปฏิบัติการ)

หมวดที่ 2 กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

หมวดที่ 3 การค้นหาอันตรายจากการทำงาน

หมวดที่ 4 การป้องกันและควบคุมอันตราย

หมวดที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และบทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน (ปฏิบัติการ)

ความหมาย ความปลอดภัย อาชีวอามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

คำว่า อาชีวะ หมายถึง การเลี้ยงชีพ การประกอบอาชีพ หรือคนที่ประกอบอาชีพทุกสาขาวิชาชีพ

คำว่า อนามัย/สุขภาพ หมายถึงความสมบูรณ์ทางร่างกาย จิตใจ และการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยดี ไม่ใช่เพียงแต่ความปราศจากโรค หรือทุพพลภาพเท่านั้น (องค์การอนามัยโลก, 2541)

ความปลอดภัย การปราศจากสภาพการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และความเสี่ยง

เป้าหมาย : ผู้ประกอบอาชีพทำงานด้วยความปลอดภัยมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ โดยปราศจากอุบัติเหตุจากการทำงาน และปราศจากโรค / ความเจ็บป่วยและขอบเขตงานอาชีวอนามัย ต้องมีการสืบค้น/ตระหนัก  รู้ว่ามีความเสี่ยงอยู่ตรงไหน  มีการประเมิน  และมีการควบคุม

ปัจจัยเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน มี 4 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยทางเคมี เช่น ฝุ่น ฟูม เกิดจากการเชื่อม ควัน ละออง ก๊าซ ไอระเหย ปัจจัยทางกายภาพ เช่น เสียง อุณหภูมิที่ผิดปรกติ รังสี ความดันที่ผิดปรกติ แสง การสั่นสะเทือน ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น สารจุลินทรีย์ Arthropods Allergen Toxin ปัจจัยทางจิตวิทยา / การยศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทำให้เกิดโรค Office Syndrome คือโรคที่เกิดจากการทำงานสำนักงาน ซึ่งทำงานกับเอกสารและคอมพิวเตอร์ ท่าทางการทำงาน การนั่งทำงาน การเคลื่อนไหวร่างกาย คุณภาพอากาศภายในอาคาร

ปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน เช่น ขาดเครื่องกำบัง หรือเครื่องกำบังไม่เหมาะสม ขาดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล อุปกรณ์ เครืองมือชำรุด สถานที่ทำงานคับแคบ จำกัด ขาดระบบเตือนภัย อันตรายจากไฟไหม้ การระเบิด ไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

บทบาทหน้าที่ของ จป.หัวหน้างาน มีหลัก 3 ข้อ ดังนี้ 1.กำกับดูแลให้ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน 2. วิเคราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายเบื้องต้น 3. สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

หมวดที่ 2 กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ก. การบริหารกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของกระทรวงแรงงาน

ข. สาระสำคัญของกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำางานและการนำกฎหมายไปสู่การปฏิบัติ

กฎหมายหลักที่ใช้ประจำ ได้แก่

– พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐายในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีไอออน พ.ศ. 2547

– กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547

ฯลฯ

เว็บไซต์เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฏหมายควรรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

http://www.coshem.mahidol.ac.th/Occupational_law.html

เว็บไซต์กองความปลอดภัยแรงงาน  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน http://www.oshthai.org/

หมวดที่ 3 การค้นหาอันตรายจากการทำงาน

หลักการตรวจความปลอดภัย มีดังนี้

รู้อันตราย หมายถึงสิ่งที่พบเห็นเป็นการกระทำหรือสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย

ประเมินได้ หมายถึงต้องประเมินว่าสิ่งที่เห็นเป็นอันตรายจริงหรือไม่ ต้องแก้ไขหรือไม่

ควบคุมเป็น หมายถึงเป็นการให้คำแนะนำ แก้ไข บันทึก แจ้งผู้เกี่ยวข้อง

ต้องมีการทำแผนการตรวจ ว่าจะตรวจที่ไหน ตรวจดูอะไร ตรวจจากการวิเคราะห์อุบัติเหตุทั้งหมดที่มี จำนวนอุบัติเหตุ แผนก ชนิด สาเหตุของอุบัติเหตุ

มีการทำรายงานการตรวจ รายงานเป็นแบบฉุกเฉิน ต้องสั่งการให้แก้ไขทันที รายงานแบบปรกติ เป็นรายงานการตรวจพบสภาพที่มาพึงประสงค์ แบบรายงานเป็นระยะเป็นการสรุปการดำเนินกิจกรรมความปลอดภัย ผลการดำเนินงานเป็นระยะ พร้อมแนบรายงานแบบปรกติไว้ด้วย

การสอบสวนอุบัติเหตุ  มีอุบัติเหตุ 4 ประเภทที่ต้องทำการสอบสวน ดังนี้

  1. อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ ตาย
  2. อุบัติเหตุที่ได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อย
  3. อุบัติเหตุที่มีอุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบ หรือทรัพย์สินเสียหาย
  4. อุบัติเหตุที่เกือบจะมีการบาดเจ็บหรือภาวะใกล้จะเกิดการบาดเจ็บ

การสอบสวนอุบัติเหตุจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการทำรายงานและเสนอแนะแนวทางแก้ไขป้องกันเพื่อมิให้เกิดซ้ำ โดยมี 6 คำถามที่ต้องตอบ คือ

     Who ใครเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ

     Where เกิดที่ไหน

     When เกิดเมื่อไร

     Why ทำไมจึงเกิดอุบัติเหตุ (สาเหตุ)

     What เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

     How จะสามารถป้องกันได้อย่างไร

ภาคบ่าย หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จ มีการแบ่งกลุ่ม ให้ช่วยกันวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)  ซึ่งการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อค้นหาอันตรายหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละส่วนของงานที่ทำ เป็นการกระทำพื้นฐานที่จะป้องกันอุบัติเหตุมิให้เกิดขึ้น   สิ่งที่ได้จากการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย จะนำไปทำเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยขึ้น

ขั้นตอนการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้

  1. เลือกงานที่จะนำมาวิเคราะห์
  2. เขียนขั้นตอนการทำงาน
  3. ระบุอันตรายที่เกิดขึ้น แบ่งระดับความเสี่ยง ความรุนแรง โอกาสเกิดความเสี่ยง
  4. กำหนดมาตรการป้องกันและการลดความเสี่ยง

สมาชิกกลุ่ม 3 ร่วมกันเขียนวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย

หมวดที่ 4 การป้องกันและควบคุมอันตราย

มีหัวข้อการบรรยาย ดังนี้

ก. การป้องกันและควบคุมอันตรายจากเครื่องจักร

ข. การป้องกันและควบคุมอันตรายจากไฟฟ้า

ค. การป้องกันและควบคุมอันตรายจากการเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บวัสดุ

ง. การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบกิจการ

จ. การป้องกันและควบคุมอันตรายจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน

ฉ. การป้องกันและควบคุมอันตรายจากสารเคมี

ช. การป้องกันและควบคุมปัญหาด้านการยศาสตร์

ซ. การป้องกันและควบคุมอันตรายในงานก่อสร้าง

ฌ. การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

 

หลักการป้องกันและควบคุมอันตรายจากการทำงาน  ใช้หลัก 3 E คือ

  1. Engineering เป็นการใช้หลักวิศวกรรมมาป้องกันอันตราย ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  2. Education เป็นการให้ความรู้กับพนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัย ผ่านการฝึกอบรม
  3. Enforcement บังคับให้ปฏิบัติตามามาตรฐานการทำงานของบริษัทหรือ กฎหมาย (ในประเทศ) ที่โรงงานนั้นตั้งอยู่

หลักการควบคุมอันตรายจากการทำงาน  พิจารณาจาก  3 วิธีหลัก คือ

  1. ควบคุมที่ต้นตอหรือแหล่งกำเนิด (Source)
  2. ควบคุมที่ทางผ่าน (Path)
  3. ควบคุมที่ตัวบุคคล (Receiver)

เนื่องจากผู้เขียนไม่เคยได้ยินคำว่า การยศาสตร์ มาก่อน จึงขอยกเรื่องนี้มาบอกเพื่อนๆ

การป้องกันและควบคุมปัญหาด้านการยศาสตร์ 

          มี 2 คำที่ขอแนะนำให้รู้จัก คือ เออร์โกโนมิกส์ Ergonomics  เป็นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

อันตรายทางด้านเออร์โกโนมิกส์ หมายถึงอันตรายที่เกิดจากการมีลักษณะการทำงานที่ไม่ถูกต้อง

การยศาสตร์ เป็นการศึกษาสภาพการทำงานที่มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อออกแบบหรือปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ปัญหาการยศาสตร์ในสถานที่ทำงาน เช่น สถานีทำงานไม่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกวิธี การบิดตัว/เอี้ยวตัว การยืนทำงานเป็นเวลานาน การทำงานซ้ำซาก เป็นเวลานานเกิดการเมื่อยล้าของดวงตา ทำงานออกแรงมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก

โรคที่เกิดจากการทำงานผิดหลักการยศาสตร์ เช่น ปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ เส้นเอ็นข้อศอกอักเสบ ปลอกเอ็นอักเสบ เป็นต้น

หลังจากฟังบรรยายมา 2 วันเต็มๆ ผู้เขียนได้ตระหนักถึงความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงานมากขึ้น เป็นสิ่งใกล้ตัวที่มิอาจมองข้ามได้เลย นับเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม ดูแล ป้องกันโรคและอุบัติเหตุที่เกิดจากการประกอบอาชีพ การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ  และการจัดการ เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพทุกสาขาสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างปลอดโรค และปลอดภัย

ผู้เขียนขอขอบคุณผู้บริหารหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เห็นความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม  ส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการอบรม ขอบคุณหน่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ ศูนย์บริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (COSHEM)  และวิทยากรทั้ง 2  ท่าน ที่จัดอบรมและให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรมมา ณ ที่นี้


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019