การประชุมสัมมนา เรื่อง คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล เเละระบบตัวอย่างโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ


การประชุมสัมมนา เรื่อง  คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล
เเละระบบตัวอย่างโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูล
ในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ

 รองศาสตราจารย์ ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน
บรรยายภาพรวมโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ

คุณชาตรี วงษ์แก้ว (นักวิจัย)

         เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดการประชุมสัมนา เรื่อง คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลและระบบตัวอย่างโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ซึ่งครั้งนี้เป็นการสรุปผลหลังจาก การประชุมระดมสมอง “โครงการพัฒนาการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลให้เป็นมาตรฐานระดับชาติ” ที่ผ่านมา ( สามารถดูรายละเอียดการระดมสมองได้ที่(https://km.li.mahidol.ac.th/the-development-for-research-data-management-in-digital-institutional-repository/ ) ในการประชุมครั้งนี้จึงได้เกิด (ร่าง) คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล  ซึ่งเป็นฉบับร่างและเป็นหัวใจหลักสำคัญในการประชุม

        ในการประชุมครั้งนี้ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ส่งตัวแทนบุคลากรทั้ง 4 ท่านเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ คุณศศิธร  วงศ์โพธิสาร หัวหน้าฝ่ายคลังความรู้, คุณสาวิตรี บุญปาลิต หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย, คุณชญานิษฐ์ นิยม (บรรณารักษ์) และคุณทิพย์สุดา  วนะวนานนท์ (นักเอกสารสนเทศ) ซึ่งภายในงานการประชุมมีการบรรยายและเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นเเละข้อเสนอแนะ โดยผู้เขียนขอสรุปการบรรยายดังนี้

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “โครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ” กันก่อนนะคะ

    

     แผนการดำเนินงานโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัย
ในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ

                โครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติ เป็นโครงการที่นำมาตรฐาน Core TrustSeal  ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการประกันคุณภาพคลังสารสนเทศดิจิทัลมาเป็นต้นแบบของการศึกษามาตรฐานที่เกี่ยวข้องของการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล โดยโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลสู่มาตรฐานระดับชาติมีวัตถุประสงค์ของการศึกษาและสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติในการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัลและใช้ในการตรวจประเมินรับรองคุณภาพการดำเนินงานคลังสารสนเทศดิจิทัลของประเทศไทย 

  ในการประชุมวันนี้ เริ่มต้นจากการสรุปผลความคิดเห็นจากการระดมสมองของครั้งที่เเล้ว จึงก่อให้เกิด “คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล (ฉบับร่าง)” ขึ้น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับมาตรฐาน Core TrustSeal  โดยมีข้อกำหนดมาตรฐานการจัดการคลังสารสนเทศดิจิทัล 16 ข้อ แบ่งเป็น 3 ด้านดังนี้ 

เล่ม (ร่าง) คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล

  • ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางองค์กร

ข้อกำหนดที่ 1 พันธกิจและขอบเขต (Mission and scope)
             ในข้อกำหนดที่ 1 อธิบายถึงการเผยแพร่นโยบาย  พันธกิจ และขอบเขตของคลังสารสนเทศดิจิทัล อาจจะเป็นไฟล์เอกสารแนบ หรือข้อความที่ปรากฏบนเว็บไซต์คลังสารสนเทศดิจิทัลต้องปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงการรับผิดชอบดูเเลรักษาข้อมูลที่จัดเก็บไว้ภายในคลังฯ ให้สามารถพร้อมใช้งานในอนาคตได้ 

ข้อกำหนดที่ 2 การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licenses)
             ในข้อกำหนดที่  2 อธิบายถึงการใช้งานข้อมูลจะต้องเผยแพร่เอกสารจะต้องแสดงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการใช้งาน (  Licenses requirement) เเละควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ สำหรับกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าถึงเเละการใช้งาน ยังรวมถึงการเผยแพร่ข้อความที่ชี้ให้ห็นถึงเรื่องการเข้าถึงอย่างเสรี (Open access ) ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการดำเนินงานและการให้บริการคลังสารสนเทศดิจิทัล

ข้อกำหนดที่ 3 ความต่อเนื่องของการเข้าถึง ( Continuity of access)
             ในข้อกำหนดที่  3 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลจะต้องมีนโยบายและแผนปฏิบัติงานในการดูเเลรักษาข้อมูลให้เข้าถึงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์กรควรมีแผนการสงวนรักษาข้อมูล เพื่อให้เกิดความมั่นใจการเข้าถึงของข้อมูลและเพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ข้อกำหนดที่ 4 การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเเละตามหลักจริยธรรม (Confidentiiality and ethics)
             ในข้อกำหนดที่  4 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมั่นใจได้ว่ามีแนวปฏิบัติการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและตามหลักจริยธรรมที่สอดคล้องกับการวิจัยในแต่ละสาขาวิชา ต้องมีการเผยแพร่เเนวทางปฏิบัติให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบอย่างชัดเจน

ข้อกำหนดที่ 5 โครงสร้างพื้นฐานทางองค์กร (Organizational infrastructure)
             ในข้อกำหนดที่  5 อธิบายถึงองค์กรที่พัฒนาเเละดูเเลคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องให้การสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเพียงพอเเละต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

ข้อกำหนดที่ 6 การชี้เเนะจากผู้เชี่ยวชาญ ( Expert guidance )
ในข้อกำหนดที่  6 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีการดำเนินการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในหรือภายนอกหน่วยงาน โดยจะต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ด้านวิทยาการข้อมูล ด้านสหสาขาวิชา เพื่อให้เกิดการจัดการคลังสารสนเทศดิจิทัลทั้งในมุมมองของเนื้อหาและด้านเทคนิคอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องมีการสื่อสารรับฟังความคิดเห็นของชุมชนนักวิจัยทุกกลุ่มอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อนำความคิดเห็นเเละข้อเสนอแนะมาปรับปรุงคลังสารสนเทศดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและปรสิทธิผลยิ่งขึ้น

  • ด้านการจัดการวัตถุดิจิทัล

ข้อกำหนดที่ 7 ความถูกต้องสมบูรณ์และความจริงแท้ของขอ้มูล (data integity and authenticity)
             ในข้อกำหนดที่  7 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีระบบจัดการเมตะดาตาเเละระบบจัดการข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีความเสถียร รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ได้รับรับรองความถูกต้องสมบูรณ์  ซึ่งรวมไปถึงกระบวนการนำเข้าข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลอย่างถาวร 

ข้อกำหนดที่ 8 การประเมินคุณค่า (Appraisal)
              ในข้อกำหนดที่  8 อธิบายถึงการพัฒนามาตรฐานหรือคู่มือการควบคุมคุณภาพข้อมูลและเมตะดาตาของทรัพยากรในคลังสารสนเทศดิจิทัล เพื่อให้ผู้นำเข้าข้อมูลใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน  ซึ่งเเนวทางปฏิบัติที่ดีควรมีการตรวจสอบข้อมูลและเมตะดาตาในคลังสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย

ข้อกำหนดที่ 9  กระบวนการจัดเก็บที่มีเอกสารอธิบาย (Documented storage procedures)
              ในข้อกำหนดที่  9 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีกระบวนการ ขั้นตอนการจัดเก็บตามกรอบเเนวคิดระบบสารสนเทศจดหมายเหตุแบบปิด  (Open Archival Information System : OAIS   Model) ซึ่งเป็นการจัดทำเอกสารอธิบายกระบวนการและขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล  โดยที่คลังสารสนเทศดิจิทัลมีการจัดทำแผนกลยุทธ์ของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล วิธีการสำรองข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการสงวนรักษาข้อมูล

ข้อกำหนดที่ 10 แผนการสงวนรักษา (Preservation plan)
             ในข้อกำหนดที่  10 อธิบายถึงการจัดทำเอกสารถ่ายโอนสิทธิ์หรือเอกสารข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Rights Agreement ) ที่ระบุรายละเอียดความเป็นเจ้าของ  ข้อตกลงและขอบเขตที่สามารถดำเนินการได้ โดยให้เจ้าของข้อมูลลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อกำหนดที่ 11 ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลและเมตะดาตา (Data and meadata Quality)
            ในข้อกำหนดที่  11 อธิบายถึงการลงรายการบรรณานุกรมของข้อมูล ซึ่งคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีคู่มือการลงรายการ (Metadata documentation) ตามแบบแผนการลงรายการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ข้อมูล

ข้อกำหนดที่ 12  กระบวนการทำงานทุกขั้นตอน (Workflows)
             ในข้อกำหนดที่  12 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีการเผยแพร่ผังกระบวนการทำงาน (Workflow) และกระบวนการดำเนินงานคลังสารสนเทศดิจิทัล (ฺBusiness process) บนเว็บไซต์  เพื่อให้เกิดการทำงานที่ชัดเจนแก่ผู้นำเข้าข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล

ข้อกำหนดที่ 13  การค้นหาและการอ้างถึงข้อมูล (Data  discovery and identification)
            ในข้อกำหนดที่  13 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีระบบการสืบค้นข้อมูลตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ โดยเเสดงหลักฐานการจัดเก็บข้อมูลและเมตะดาตาที่มีการออกแบบสนับสนุนการค้นหาข้อมูลได้อย่างชัดเจน และระบุหาทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลได้ เช่น ตัวบ่งชี้ถาวร PI (Persistent identifier), ระบบ Handle system , ตัวบ่งชี้วัตถุดิจิทัล DOI (Digital Object Identifier)

ข้อกำหนดที่ 14  การนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ (Data reuse)
            ในข้อกำหนดที่  14 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีหลักฐานการลงรายการเมตะดาตาที่สมบูรณ์ โดยระบุรูปแบบของเมตะดาตาที่ใช้อธิบายข้อมูล  เช่น Dublin Core Metadata หรือ Content – Oriented Metadata เพื่อแสดงให้เห็นว่า คลังสารสนเทศดิจิทัลมีการจัดเก็บแฟ้มข้อมูลที่สามารถใช้งานได้  รวมทั้งต้องมีการจัดทำแผนแสดงการย้ายหรือถ่ายโอนข้อมูลในอนาคต เพื่อให้เกิดการสงวนรักษาและเข้าถึงข้อมูลในระยะยาว

  • ด้านเทคโนโลยี

ข้อกำหนดที่ 15  โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค ( Technical infrastructure)
            ในข้อกำหนดที่  15 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องดำเนินงานตามโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี  โดยมีเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล เช่น ISO รวมทั้งคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีการจัดทำแผนการบำรุงรักษาและคู่มือการทำงานของ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์  เพื่อให้มั่นใจในการบริการที่ได้รับ

ข้อกำหนดที่ 16  การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล(Data  security)
            ในข้อกำหนดที่  16 อธิบายถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลควรมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยจะต้องมีการวางเเผนวิเคราะห์ความเสี่ยงและจุดอ่อนที่ทำให้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเสียหายได้  ซึ่งคลังสารสนเทศดิจิทัลต้องมีระบบ กระบวนการ และการเตรียมข้อมูลที่พร้อมต่อการกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจจะมีการว่าจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsource) มาดูเเล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนการขอรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก สนง.วช

         หน่วยงานที่ต้องการขอรับรองคุณภาพการจัดการข้อมูลในคลังดิจิทัลของตนตามมาตรฐานในระดับชาติ สามารถยื่นเอกสารมายังหน่วยจดทะเบียนคลังสารสนเทศดิจิทัลแห่งชาติ (Registry  of Thailand Digital Repositories : RTDR ) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตามขั้นตอนดังนี้

 ขั้นตอนที่ 1  ลงทะเบียนกับหน่วยจดทะเบียนคลังสารสนเทศดิจิทัลแห่งชาติ (Registry  of Thailand Digital Repositories : RTDR ) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคลังสารสนเทศสถาบันและจัดทำนามานุกรมคลังสารสนเทศดิจิทัลในประเทศไทย

ขั้นตอนที่ 2  สมัครเข้ารับการประเมินคุณภาพการจัดการข้อมูลในคลังสารสนเทศดิจิทัลตามมารตรฐานแห่งชาติในระดับสถาบัน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ สามารถส่งเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อการพิจารณา

ขั้นตอนที่ 3  คณะกรรมการดูแลการจดทเบียนคลังสารสนเทศดิจิทัลแห่งชาติ (Registry  of Thailand Digital Repositories : RTDR ) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประชุมเพื่อพิจารณาและมอบหมายผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน เพื่อจัดระดับคุณภาพคลังสารสนเทศดิจิทัล

ขั้นตอนที่ 4 ให้การรับรองคุณภาพคลังสารสนเทศดิจิทัลให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับชาติ โดยมีระดับคุณภาพอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ 

  1. ผ่านการรับรองคุณภาพระดับสถาบัน
  2. ผ่านการรับรองคุณภาพระดับชาติ
  3. ผ่านการรับรองคุณภาพระดับนานาชาติ

ขั้นตอนที่ 5 หากหน่วยงานผ่านการรับรองคุณภาพการจัดการข้อมูลคลังสารสนเทศดิจิทัลแห่งชาติ ตามมาตรฐานของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สามารถพิจารณายื่นขอรับการรับรองคุณภาพจากองค์กรสากล เช่น มาตรฐาน Core TrustSeal , ISO ได้ โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่งเสริมเเละสนับสนุนกระบวนการขอรับรองคุณภาพจากองค์กรสากล

คุณสาวิตรี  บุญปาลิต
หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย
แลกเปลี่ยนเปลี่ยนความคิดเห็นเเละข้อเสนอแนะ

         การประชุมสัมนา (ร่าง)  คู่มือมาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล ทำให้เห็นว่าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และการให้บริการข้อมูล  โดยต่างจากการให้บริการเดิม คือการยืมผลงานเป็นเล่ม แต่ในปัจจุบันมีการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลทำให้มีผู้ใช้บริการข้อมูลมากขึ้น  

          เมื่อมีการใช้บริการในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้นสิ่งที่ตามมา คือ การจัดการข้อมูลของผลงานที่อยู่ภายในคลังสารสนเทศดิจิทัล ซึ่งการประชุมสัมนาครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ของการจัดการข้อมูลคลังสารสนเทศดิจิทัลให้เป็นมาตรฐาน โดยการเป็นมาตรฐานเริ่มตั้งเต่การจัดเก็บและสงวนรักษาผลงานของบุคลากรซึ่งถือว่าเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ในระยะยาว รวมทั้งการจัดการและเผยแพร่ให้ผู้ใช้ทั้งภายในและภายนอกสถาบันสามารถรับรู้ เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากผลงานได้ 

          อย่างไรก็ตามการจะทำให้เกิด มาตรฐานการจัดการข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศดิจิทัล  ต้องมีการเตรียมความพร้อมของหน่วยงาน / องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการกำหนดกรอบนโยบาย  การกำหนดมาตรฐานและการจัดการข้อมูลที่ชัดเจน

         หากคลังสารสนเทศดิจิทัลมีการดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานแล้วจะส่งผลให้คลังสารสนเทศดิจิทัลเกิดความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพในระดับสากล และที่สำคัญจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการข้อมูล เพื่อการต่อยอดของผลงานวิจัย  และองค์ความรู้ศาสตร์ สาขาวิชาต่างๆ ตลอดจนเกิดนวัตกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์ สังคมและชุมชน

ผู้เขียน : น.ส.ทิพย์สุดา  วนะวนานนท์ (นักเอกสารสนเทศ)
งานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย
หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล

ตรวจทาน :  นางสาวิตรี บุญปาลิต
หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย

ที่มา : (ร่าง) คู่มือมาตรฐานการจัดการคุณภาพข้อมูลผลการวิจัยในคลังสารสนเทศ


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019