ความเข้าใจประเด็นปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางปฏิบัติการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์และข้อร้องเรียน


 โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรหลักสูตร “ความเข้าใจประเด็นปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางปฏิบัติการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์และข้อร้องเรียน” โดยสำนักงานบริการวิชาการมหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 11-12 มีนาคม พ.ศ.2564 ณ ห้องภาณุมาศ ชั้น 10 โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ บรรยายโดย นายบุญทิพย์ ชูโชนาค อดีตผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

นางสาวสุทธิณี ฝุ่นครบุรี

นางสาวกิ่งเพชร ปลื้มเงิน

หลักการและเหตุผล

การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐให้เป็นไปอย่างถูกต้องหน่วยงานราชการภาครัฐที่มีภารกิจจึงต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งการดำเนินงานในขั้นตอนกระบวนการปฏิบัติงานมีความสำคัญและซับซ้อนยุ่งยากเป็นอย่างมาก อาจทำให้เกิดประเด็นปัญหาต่าง ๆ อาทิเช่น ประเด็นปัญหาและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำราคากลางพัสดุ ประเด็นปัญหาในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ การออกแบบและการปรับปรุงแก้ไขแบบก่อสร้างในงานจ้างก่อสร้าง ข้อสังเกตการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธี e-bidding หากผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในการจัดซื้อจัดจ้างไม่มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอาจจะส่งผลให้ผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติงานไม่ถูกต้องทำให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้ปฏิบัติจะได้รับโทษจากการปฏิบัติงานโดยที่ไม่ตั้งใจกระทำความผิดเป็นเรื่องยากที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ดังนั้นผู้ปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ให้เกิดความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น การพัฒนาตนเองจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ต้องปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับงานพัสดุไม่ทำให้ถูกสอบสวนข้อเท็จจริง ความผิดทางละเมิด และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทางราชการกรณีที่กระทำให้ทางราชการเสียหายหรือโดนโทษทางวินัยหน่วยราชการจึงควรส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นการลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานและให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น

ความเป็นมาพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

  1. ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นมาตรฐานกลางในระดับพระราชบัญญัติสำหรับใช้บังคับกับทุกหน่วยงานของรัฐเหมือนในนานาประเทศ
  2. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ โดยให้มีการปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างที่บังคับใช้กับทุกหน่วยงานภาครัฐ
  3. รัฐบาลโดย คสช. เห็นควรให้มีบทกำหนดโทษทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐรวมถึงผู้สั่งการที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเกี่ยวกับการจัด-ซื้อจัดจ้าง

วัตถุประสงค์พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

  1. เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานภาครัฐมีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ้มค่า
  2. เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก โดยได้นำหลักการสากลที่ถือปฏิบัติโดยทั่วไป  คือ  UNCITRAL Model Law  ซึ่งเป็นกฎหมายต้นแบบที่ใช้กันในหลายประเทศ  และหลักการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัด-จ้างภาครัฐของ WTO  มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการยกร่างพระราชบัญญัตินี้

ข้อกำหนดและการบังคับใช้

  • พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับกับ “หน่วยงานของรัฐ” ซึ่งหมายความว่า  ราชการส่วนกลาง  ราชการ  ส่วนภูมิภาค  ราชการส่วนท้องถิ่น  รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ  องค์การมหาชน  องค์กรอิสระ  องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล  มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ  หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับของรัฐสภา  หน่วยงานอิสระของรัฐ  และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด หนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา 2) (24 กุมภาพันธ์ 2560 : 23 สิงหาคม 2560)
  • ให้ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง  หรือการบริหารพัสดุในกฎหมาย  ระเบียบ ข้อบังคับ  ประกาศ ข้อบัญญัติ  และข้อกำหนดใดๆ ของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 3)

หลักการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

มาตรา 8   การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ  และต้องสอดคล้องกับหลักการ ดังต่อไปนี้

(1) คุ้มค่า โดยพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ในการใช้งานของหน่วยงานของรัฐ มีราคาที่เหมาะสม และมีแผนการบริหารพัสดุที่เหมาะสมและชัดเจน

(2) โปร่งใส โดยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุต้องกระทำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม    มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน   มีระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจน  และมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในทุกขั้นตอน

(3) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  โดยต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุล่วงหน้าเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยมีการประเมินและเปิดเผยผลสัมฤทธิ์ของการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ

(4) ตรวจสอบได้ โดยมีการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

ให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการตามวรรคหนึ่งเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ หากการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว แต่ไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือเกิดจากกรณีเร่งด่วน หรือมีเหตุผลหรือความจำเป็นอื่น การจัดซื้อจัดจ้างนั้นย่อมไม่เสียไป

ให้ใช้หลักการตามวรรคหนึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่  ของคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการวินิจฉัย คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยอนุโลม

แผนภาพแสดง
หลักการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 8

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ (มาตรา 4)

“หัวหน้าเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสายงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ  ตามที่กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐนั้นกำหนด  หรือ  ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่  (ระเบียบฯ ข้อ 4)

ระเบียบฯ  มิได้กำหนดจำนวนบุคลากรในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างไว้ จึงเป็นดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาแต่งตั้งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ได้ตามความจำเป็น แต่อย่างไรก็ดี  การแต่งตั้งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความจำเป็น  เช่น  ปริมาณงานที่มีเป็นจำนวนมาก  เป็นต้น  โดยจะต้องระบุหน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน ด้วย

ความเข้าใจกระบวนการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ

การจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ

ระเบียบฯ ข้อ 21 ในการซื้อหรือจ้างที่มิใช่การจ้างก่อสร้าง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง  หรือจะให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบในการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง  รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วย

เพื่อให้การกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง มีมาตรฐานและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการหากพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างใดมีประกาศกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุต-สาหกรรมแล้วให้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง  หรือรายการในการก่อสร้างตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือเพื่อความสะดวกจะระบุเฉพาะหมายเลขมาตรฐานก็ได้หรือในกรณีพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างใดยังไม่มีประกาศกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแต่มีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ให้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างหรือรายการในการก่อสร้างให้สอดคล้องกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุในคู่มือผู้ซื้อหรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำขึ้น

ในการจ้างก่อสร้าง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือจะให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง หรือจะดำเนินการจ้าง  ตามความในหมวด 4 งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างก็ได้

องค์ประกอบ ระยะเวลาการพิจารณา และการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง   และวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม

TOR (Terms of Reference)

Terms of Reference (TOR)  เป็นเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของพัสดุที่หน่วยงานของรัฐต้องการ และรวมถึงความรับผิดชอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัสดุที่จัดหานั้น ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้าต้องดำเนินการ

TOR   มีความสำคัญต่อคุณภาพของพัสดุที่จัดหา และเป็นเอกสารอ้างอิงที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาหรือข้อตกลงTOR จึงต้องมีความชัดเจนเพียงพอต่อการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลในขั้นตอนการพิจารณาผล และคณะกรรมการตรวจรับในขั้นตอนการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและตรวจรับ  ทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพของพัสดุ

TOR  ที่ดีจะช่วยให้ได้พัสดุที่ดีตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ประหยัด เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ

TOR  ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว  แต่โดยทั่วไปจะประกอบด้วยหัวข้อดังนี้

  1. ความเป็นมา
  2. วัตถุประสงค์
  3. สถานที่ดำเนินการ
  4. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
  5. แบบรูปรายการและคุณลักษณะเฉพาะ/ขอบเขตของงาน
  6. วิธีการดำเนินการ (วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง)
  7. ระยะเวลาดำเนินการ
  8. หลักประกันการเสนอราคา
  9. การจ่ายเงินล่วงหน้า
  10. การหักเงินประกันผลงาน
  11. ระยะเวลาส่งมอบงาน
  1. วงเงินในการจัดหาราคากลาง
  2. หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ และสิทธิในการพิจารณาข้อเสนอ
  3. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
  4. เงื่อนไขการชำระเงิน
  5. ค่าปรับ
  6. การยื่นข้อเสนอ
  7. การประกาศผลและการทำสัญญา
  8. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
  9. อื่นๆ

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกแบบและการปรับปรุงแก้ไขแบบก่อสร้างในงานจ้างก่อสร้าง

พรบ. มาตรา 60 ; ก่อนดำเนินการจัดจ้างงานก่อสร้างตามวิธีการตามมาตรา 55   หน่วยงานของรัฐ ต้องจัดให้มีแบบรูปรายการงานก่อสร้าง  ซึ่งหน่วยงานของรัฐจะดำเนินการจัดทำเอง หรือดำเนินการจัดจ้างตามหมวด 8  งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง  ก็ได้ ในกรณีที่ต้องมีการจ้างออกแบบรวมก่อสร้างซึ่งไม่อาจจัดให้มีแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ตามวรรคหนึ่งได้  ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง  โดยกรณีใดที่จะจ้างออกแบบรวมก่อสร้างต้องพิจารณาความเหมาะสมของโครงการและวงเงินด้วย ทั้งนี้  หลักเกณฑ์และวิธีการจ้างออกแบบรวมก่อสร้างให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

ระเบียบฯ ข้อ 21 วรรคสาม  ;  ในการจ้างก่อสร้าง  ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง  หรือจะให้เจ้าหน้าที่  หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง หรือจะดำเนินการจ้างตามความในหมวด 4 งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างก็ได้

องค์ประกอบ ระยะเวลาการพิจารณา และการประชุมของคณะกรรมการ   ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม

ระเบียบฯ ข้อ 131 ;  ในกรณีราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่นใดไม่มี

หน่วยงานออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง หรือมีแต่ไม่สามารถออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างได้เอง   อาจขอความร่วมมือกับกรมโยธาธิการและผังเมือง  กรมศิลปากร  หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีหน่วยงานออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างก่อนก็ได้

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำและประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลางพัสดุ

“ราคากลาง”  หมายความว่า  ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคา ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้  ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริง  โดยให้พิจารณากำหนด ตามลำดับ  ดังต่อไปนี้

(1) ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด

(2) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ (ตามมาตรา 47)

(3) ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด

(4) ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด

(5) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ

(6) ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้นๆ

ในกรณีที่มีราคาตาม (1) ให้ใช้ราคาตาม (1) ก่อน  ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (1)  แต่มี ราคาตาม (2) หรือ (3) ให้ใช้ราคาตาม (2) หรือ (3) ก่อน   โดยจะใช้ราคาใดตาม (2) หรือ (3) ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ  ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (1) (2) และ (3) ให้ใช้ราคาตาม (4) (5) หรือ (6) โดยจะใช้ราคาใดตาม (4) (5) หรือ (6)  ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ

แนวทางปฏิบัติการสืบราคาพัสดุจากท้องตลาด

  • ต้องสืบราคาให้เหมาะสมกับขอบเขตของงานหรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง โดยสืบไม่น้อยกว่า 3 ราย เว้นแต่บางกรณีมีน้อยกว่า 3 ราย ให้สืบเท่าที่มี
  • เมื่อสืบราคาแล้วไม่ว่าจะ 3 รายขึ้นไป หรือกรณีน้อยกว่า 3 ราย จะนำราคาใดมาใช้เป็นราคากลาง (ราคาอ้างอิง)  ให้พิจารณาดังนี้
  • กรณีการจัดหาที่มีการประกาศเชิญชวน ให้ใช้ราคาเฉลี่ยเป็นราคากลางก่อน    เว้นแต่  หน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า ราคาต่ำสุดสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้  ก็ให้ใช้ราคาต่ำสุดเป็นราคากลาง
  • กรณีการจัดหาที่ไม่มีการประกาศเชิญชวน ให้ใช้ราคาต่ำสุดเป็นราคากลาง

การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ

มาตรา 9  การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้าง  ให้หน่วยงานของรัฐคำนึงถึงคุณภาพ เทคนิค และวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้น และห้ามมิให้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุให้ใกล้เคียงกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ   เว้นแต่พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างตามวัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียว หรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด  ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้

ภาพรวมกระบวนการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง

การแต่งตั้งและองค์ประกอบของคณะกรรมการ (ยกเว้นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง)

  1. ประธาน 1 คน
  2. กรรมการ อย่างน้อย 2 คน
    ประธานตามข้อ 1 และกรรมการตามข้อ 2   ให้เแต่งตั้งจากข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  พนักงานราชการ  พนักงานมหา-วิทยาลัย  พนักงานของรัฐ  พนักงานหน่วยงานของรัฐ  หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยคำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิด-ชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ
  3. ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ จะแต่งตั้งบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ แต่จำนวนกรรมการที่เป็นบุคคลอื่น  จะต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามข้อ 1+2

ข้อห้ามในการแต่งตั้งคณะกรรมการ

ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน  ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรรมการพิจารณาผลการสอบราคา  หรือกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างทุกคณะ  ควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับงานซื้อหรือจ้างนั้นๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สรุปประเด็นเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ เฉพาะกรณีของการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป (ตามมาตรา 65  และระเบียบฯ ข้อ 83)

  1. ใช้เฉพาะกับการจัดซื้อจัดจ้างวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (e-Bidding และวิธีสอบราคา) และวิธีคัดเลือก
  2. การกำหนดเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ให้พิจารณาถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐและวัตถุ-ประสงค์ของการใช้งานพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้าง เป็นสำคัญ โดยให้ใช้เกณฑ์ราคา และพิจารณาเกณฑ์อื่นประกอบกับเกณฑ์ราคา
  3. เกณฑ์อื่นที่จะนำมาพิจารณาประกอบกับเกณฑ์ราคา (เกณฑ์คุณภาพ) ประกอบด้วย 7  เกณฑ์  ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (7)   โดยสามารถเลือกใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง   หรือมากกว่า 1 เกณฑ์ก็ได้และต้องกำหนดน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์ให้ชัดเจน โดยให้สอดคล้องโดยตรงกับงานที่ได้กำหนดในร่างขอบเขตงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง
  4. กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่อาจเลือกใช้เกณฑ์อื่นประกอบเกณฑ์ราคา และจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เดียว ให้
    ใช้เกณฑ์ราคา
  5. การพิจารณาใช้เกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นประกอบเกณฑ์ราคา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม
    ระเบียบฯ ข้อ 83 ดังนี้

5.1 คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุเป็นมาตรฐาน มีคุณภาพดี  เพียงพอตามความต้องการใช้งานและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ใช้เกณฑ์ราคา โดยคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะ

5.2 พัสดุมีความซับซ้อน เทคโนโลยีสูงหรือมีเทคนิคเฉพาะ จำเป็นต้องคัดเลือกพัสดุมีคุณภาพดีตามความต้องการใช้งานของหน่วยงานของรัฐ  และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ  สามารถใช้เกณฑ์อื่นประกอบเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณภาพและคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนซึ่งได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะ  หากไม่อาจเลือกเกณฑ์อื่นประกอบและจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เดียว ให้ใช้เกณฑ์ราคา

5.3 การซื้อหรือจ้างที่ต้องกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุหรือคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งอาจมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้มีปัญหาในการพิจารณา ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขให้มีการยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหากและให้พิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด   แล้วดำเนินการตาม 5.1 หรือ 5.2

  1. ให้หน่วยงานของรัฐประกาศเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกและน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์ไว้ในประกาศ เชิญชวนหรือหนังสือเชิญชวน แล้วแต่กรณี ด้วย
  2. ให้รัฐมนตรีออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งหรือหลายเกณฑ์ก็ได้ประกอบกับเกณฑ์ราคา และต้องกำหนดน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์ให้ชัดเจน แต่หากหน่วยงานของรัฐไม่อาจเลือกใช้เกณฑ์อื่นประกอบและจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เดียวในการพิจารณาคัดเลือก ให้ใช้เกณฑ์ราคา รวมทั้งการให้คะแนนพร้อมด้วยเหตุผลของการให้คะแนนในแต่ละเกณฑ์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของพัสดุทุกประเภทได้   จะกำหนดกรณีตัวอย่างของพัสดุประเภทหนึ่งประเภทใด เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของพัสดุอื่นๆ ก็ได้ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมบัญชีกลาง  โดยคาดว่าจะกำหนดตัวอย่าง เพื่อหน่วยงาน ของรัฐใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเกณฑ์คุณภาพประกอบเกณฑ์ราคา  โดยคาดว่าจะเป็นกรณีของการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการจัดหาที่เกี่ยวการจัดงานต่างๆ

ประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอเฉพาะกรณีของการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป(ตามมาตรา 65  และระเบียบฯ ข้อ 83)

  1. จะกำหนดสัดส่วน ราคา : คุณภาพ อย่างไร  จึงเหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการและการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐ    ว่าต้องการคุณภาพของพัสดุนั้นมากน้อยเพียงใด ถ้าเห็นว่าจำเป็นก็สามารถใช้เกณฑ์คุณภาพประกอบเกณฑ์ราคาได้  โดยควรกำหนดสัดส่วนในส่วนของคุณภาพให้มากกว่าในส่วนของราคา   เช่น   ราคา : คุณภาพ = 40:60 , 35:65 ,30:70  เป็นต้น
  2. หน่วยงานของรัฐนำประเด็นที่ควรกำหนดในขอบเขตของงาน (TOR) หรือคุณลักษณะเฉพาะ หรือแบบ
    รูปรายการงานก่อสร้าง มากำหนดเป็นเกณฑ์คุณภาพประกอบเกณฑ์ราคา
  3. มีเรื่องยื่นอุทธรณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาผลตามเกณฑ์การพิจารณา
    คัดเลือกข้อเสนอที่หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นจำนวณมาก และผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ประมาณร้อยละ 80  ของการอุทธรณ์ที่เกี่ยวข้อกับประเด็นนี้ ฟังขึ้นเป็นผลให้ต้องยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง
  4. ในงานจ้างก่อสร้าง มีความเหมาะสมหรือไม่กับการใช้เกณฑ์คุณภาพประกอบเกณฑ์ราคาไม่น่าจะเหมาะสม เนื่องจากในงานก่อสร้าง ข้อกำหนดและรายละเอียดต่างๆ ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ต้องเป็นไปตามที่แบบฯ  TOR  และประกาศฯ กำหนด และจำเป็นที่จะต้องพิจารณาราคาที่เหมาะสมเป็นหลัก  ดังนั้น เกณฑ์ราคาจึงควรมีความสำคัญมากกว่าคุณภาพ
  5. เนื่องจากกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์ แนวทาง และตัวอย่าง เพื่อนำเสนอ
    คณะกรรมการนโยบายฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้หน่วยงานของรัฐใช้พิจารณากำหนดเกณฑ์คุณภาพประกอบเกณฑ์ราคาหน่วยงานของรัฐจึงควรใช้เกณฑ์ราคาอย่างเดียวไปก่อน จนกว่ากรม-บัญชีกลางดำเนินการได้แล้วเสร็จและแจ้งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ

การเผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนและการขายหรือให้เอกสาร

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง (ระเบียบฯ ข้อ 84-ข้อ 86)

วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ไม่เกิน 200,000,000  บาท เกิน 200,000,000   บาท
วิธีคัดเลือก ไม่เกิน 100,000,000  บาท เกิน 100,000,000  บาท
วิธีเฉพาะเจาะจง ไม่เกิน 50,000,000  บาท เกิน 50,000,000  บาท

การยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

    มาตรา 67  ก่อนลงนามในสัญญา  หน่วยงานของรัฐอาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้ดำเนินการไปแล้วได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) หน่วยงานของรัฐนั้นไม่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเงินงบประมาณ
ที่ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างนั้นต่อไป

(2) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน  หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น  หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม  หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อ-เสนอรายอื่นหรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ทั้งนี้  ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

(3) การทำการจัดซื้อจัดจ้างต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

(4) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (1) (2) หรือ (3) ทั้งนี้  ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามวรรคหนึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของหน่วยงานของรัฐ ผู้ยื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกยกเลิกนั้นจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ  จากหน่วยงานของรัฐไม่ได้

เมื่อมีการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างให้หน่วยงานของรัฐแจ้งให้ผู้ประกอบการซึ่งมารับหรือซื้อเอกสารเชิญ-
ชวนทุกรายทราบถึงเหตุผลที่ต้องยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น

ในกรณีที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอตั้งแต่สองรายขึ้นไป  มิให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐนั้น มีผล-ประโยชน์ร่วมกันหรือมีส่วนได้เสียกับหน่วยงานของรัฐอื่นตาม (2)

ประกาศตามวรรคหนึ่ง  ให้ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด และให้ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐนั้น ในการนี้ หน่วยงานของรัฐจะเผยแพร่ประกาศดังกล่าวโดยวิธีการอื่นด้วยก็ได้

หลักเกณฑ์การตรวจรับพัสดุ

การอุทธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (พรบ. มาตรา 114-มาตรา 119)

มาตรา 114   ผู้ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับหน่วยงานของรัฐ  มีสิทธิอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ   ในกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้  กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ เป็นเหตุให้ตนไม่ได้รับการประกาศผลเป็นผู้ชนะหรือไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

มาตรา 115  ผู้มีสิทธิอุทธรณ์จะยื่นอุทธรณ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ไม่ได้
(1) การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างหรือเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาผลการจัดซื้อ
จัดจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงานของรัฐ
(2) การยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 67
(3) การละเว้นการอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ  หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้  ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดซื้อจัดจ้างในประกาศ  เอกสาร  หรือหนังสือเชิญชวนของหน่วยงานของรัฐ
(4) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 116  การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ในหนังสืออุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ  และระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลอันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ให้ชัดเจน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย
ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีอาจออกระเบียบกำหนดวิธีการอุทธรณ์เป็นอย่างอื่นหรือรายละเอียดเกี่ยวกับการอุทธรณ์อื่นด้วยก็ได้

มาตรา 117  ให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานของรัฐนั้นภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง

มาตรา 119   เมื่อได้รับรายงานจากหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 118  ให้คณะกรรมการพิจารณา
อุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าว  หากเรื่องใด
ไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้น  ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่
เกินสองครั้ง  ครั้งละไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์และผู้
ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกทราบ

ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่า  อุทธรณ์ฟังขึ้นและมีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีนัยสำคัญ  ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สั่งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้มีการจัดซื้อจัดจ้างใหม่หรือเริ่มจากขั้นตอนใดตามที่เห็นสมควร  ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นหรือไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีนัยสำคัญ ให้แจ้งหน่วยงานของรัฐเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป การวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่พ้นกำหนดระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งแล้ว คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้ยุติเรื่อง   และให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แจ้งผู้อุทธรณ์และผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกทราบ  พร้อมกับแจ้งให้หน่วยงานของรัฐทำการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

ผู้อุทธรณ์ผู้ใดไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือการยุติเรื่องตามวรรคสี่ และเห็นว่าหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย   ผู้นั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าเสียหายได้  แต่การฟ้องคดีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการจัดซื้อจัดจ้างที่หน่วยงานของรัฐได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างนั้นแล้ว

ภาพรวมสรุปกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์การจัดซื้อจัดจ้าง (พรบ. มาตรา 114-มาตรา 119)

ภาพกิจกรรม


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019