ประสบการณ์และสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหิดล (English Communication for MU Supportive Staff)


สวัสดีครับ บล๊อกของผมครั้งนี้ จะเขียนถึงกิจกรรมและสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ อบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหิดล (English Communication for MU Supportive Staff) รุ่นที่ 1 โดยมีการอบรมทุกวันพุธ ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 13.00-16.00 น. (สำหรับระดับ Intermediate) จัดโดย กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ วิทยากรจาก สถาบันสอนภาษาอังกฤษสำหรับวัยทำงาน (English Inspired by Krupor) ครับ

กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นระหว่างโครงการ จะมีวัตถุประสงค์หลักๆ ก็คือเพื่อการเรียนรู้ทักษะ และเทคนิคด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการพูด (Speaking skills) เช่น การพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (Daily routine English conversation), การพูดในที่สาธารณะ (Public speaking), และ การนำเสนอ (Presentation) เป็นต้น ครับ

ในทุกครั้งที่มีการเข้าอบรม วิทยากรจะให้ผู้เข้าอบรมทุกคนจับกลุ่มคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ (chatting) ประมาณ 10-15 นาที ในบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง เช่น ถามถึงชีวิตความเป็นอยู่, ดินฟ้าอากาศ, คุยเรื่องการเรียนงาน ณ ขณะนั้น, หรือ สิ่งที่อยากจะทำต่อไปหลังจากนี้ เป็นต้น คล้ายกับเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเรื่องที่จะมีการพูดอย่างจริงจังและเป็นระบบมากขึ้น

หลังจากนั้น ก็จะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะตามที่กล่าวขั้นต้น เช่น การนำเสนองานแบบกลุ่ม ได้แก่
การนำเสนอวิธีการสื่อประโยคคำถาม (Question sentence),
การสื่อถึง เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย (Expressing Agreement & Disagreement),
ออกแบบรายการ Variety TV Show ที่ยึดแนวรายการ Ellen Show ที่มีชื่อเสียงของทางสหรัฐอเมริกา,
การอภิปรายถกเถียงประเด็นต่างๆ ทางสังคม (Debate),
บทบาทสมมติ (Role play) ตามที่วิทยากรกำหนดมาให้,

คิด Application ที่อำนวยความสะดวกให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล,

จินตนาการห้างสรรพสินค้าภายใน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา,
ทำอาหารตามหลักความเชื่อ,
คิดกิจกรรมต้อนรับชาวต่างประเทศที่มาท่องเที่ยวเมืองไทยและมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา,
การเสนองานขายของให้กับต่างชาติ (Sales Presentation)

กิจกรรมเดี่ยว เช่น
แนะนำตนเองและสิ่งน่าสนใจเกี่ยวกับตัวเรา,
แปลเพลงภาษาไทยเป็นอังกฤษแบบฉับพลัน,
แต่งเพลงภาษาอังกฤษที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง ใช้ทำนองเพลงที่มีอยู่แล้วมาประกอบ,
ฝึกทักษะการฟังจาก Youtube: Steeve Jobs Speech และอภิปรายสิ่งที่ได้จากคลิปดังกล่าว,
เลียนแบบผู้มีชื่อเสียง หรือตัวละครจากหนังที่ชื่นชอบ และให้เพื่อนทาย,
เล่าเรื่องหนังจาก netflix,
เล่าเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์,
สอนเพื่อนในสิ่งที่ตนเองถนัด, 
เล่นเกมแข่งขัน เช่น เกมใบ้คำ, นึกคำศัพท์ให้มากที่สุด ตามหัวข้อที่กำหนดให้

ส่วนกิจกรรมวันสุดท้าย (24 เมษายน 2562) จะมีอาจารย์ฝรั่งมาพูดคุยและมีกิจกรรมในห้องเรียนช่วงเช้า และจะเป็น English Camp + Walk Rally ช่วงบ่าย ที่ผมจะต้องทำกิจกรรมกลุ่มและเข้าตามฐานที่จัดไว้ให้ 7 ฐาน ที่จะเปรียบเสมือนกับการนำสิ่งที่เรียนรู้ทั้งหมดที่ผ่านมา นำมาใช้กับกิจกรรมสุดท้ายครั้งนี้

แน่นอนว่า สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว คือการฝึกใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์จริง ที่มีความฉับพลัน ทันทีทันใด ตอบโต้ ณ ขณะนั้น จากทุกๆ ครั้งที่เข้าชั้นเรียนครับ เกิดความมั่นใจที่จะสื่อสารออกไปมากขึ้น

สิ่งที่ได้ต่อมาคือ ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักกับคนต่างคณะ ต่างสถาบัน ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล จากกิจกรรม การสร้างทีม (Team building) จากกิจกรรมกลุ่มต่างๆ หรือกิจกรรมเข้าฐานวันสุดท้าย เกิดมิตรภาพดีๆ ภายในสายงานผู้ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานร่วมกันครับ

อีกอย่างหนึ่งที่ได้ คือ ทักษะการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการนำเสนอผลงาน เป็นอีก 2 ทักษะที่มีการใช้บ่อยกับหลายๆ กิจกรรมในโครงการครับ ต้องมีการวางแผน คิดให้แตกต่างไม่เหมือนใคร มีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ สอดแทรกความสนุก เช่น ออกแบบรายการ TV Variety Show, จินตนาการห้างสรรพสินค้าภายใน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, คิดเมนูทำอาหารตามหลักความเชื่อ, หรือการเสนองานขายของให้กับต่างชาติ (Sales Presentation) เป็นต้น ซึ่งอาจจะนำแนวคิดกิจกรรมเรียนรู้ที่หลากหลายเหล่านี้ นำมาประยุกต์ใช้กับการอบรมบุคลากรในหอสมุดฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่เราจะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ หรือภาษาใดๆก็ตาม ได้คล่องและเป็นธรรมชาตินั้น นอกจากการไปเรียนรู้วิธีใช้และเทคนิคต่างๆ แล้ว เราจำเป็นต้องนำความรู้ดังกล่าวไปใช้ หรือหาโอกาสพบเจอทุกๆ วัน ค่อยเป็นค่อยไป และต่อเนื่อง เช่นเดียวกับภาษาไทย ที่เราได้ใช้สื่อสารกันจนเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องนึกก่อนพูด เพราะเราได้ใช้กันสม่ำเสมอ ได้พบเจอทุกๆวัน เช่นกัน

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่ได้มอบหมายผมให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อการเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นของนักวิเทศสัมพันธ์ในครั้งนี้ และจะนำประสบการณ์และสิ่งที่ได้จากการเข้าอบรมโครงการ มาปรับและประยุกต์ใช้ในการทำงานต่อไปครับ

เรื่อง: ปรเมศวร์ รังษีสุริยันต์ นักวิเทศสัมพันธ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

ภาพ: English Inspired By KruPor


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019