ประสบการณ์จากการเข้าค่ายผลิตผลงานวิชาการ (R2R)


เมื่อวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2562 ผู้เขียน (นางสาวโสมรัศมิ์ พิบูลย์มณี) และน้องร่วมทาง (นางสาวสุทธิณี ฝุ่นครบุรี) อีก 1 ท่าน ได้มีโอกาสเข้าร่วมการฝีกอบรมหลักสูตรเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการสำหรับผู้ปฏิบัติงานประเภทสนับสนุน (Routine to Research : R2R) ณ อีโค่ โมเม้นบีช รีสอร์ท หาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งได้รับการชักชวนจากคุณอภิสิทธิ์ คุณวรปัญญา ผ่านทางท่านผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล  ซึ่งผู้เขียนขอกล่าวขอบพระคุณท่านทั้ง 2 ไว้ ณ ที่นี้  โครงการดังกล่าวได้จัดเป็นประจำทุกปี  โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงานประเภทสนับสนุนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มีความตั้งใจและสนใจที่จะพัฒนางานวิชาการจากงานประจำ และสามารถเข้าอบรมได้ตลอดหลักสูตร  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนางานวิชาการจากงานประจำ (Routine to Research : R2R)  มึความสามารถในการสังเคราะห์ปัญหาจากงานประจำและพัฒนาเป็นงานวิจัย  ได้แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนางานประจำของตนเองสู่งานวิจัยได้อย่างมีคุณภาพ  ถูกต้องตามหลักวิชาการ  มีการพัฒนาตนเองและองค์กรอย่างต่อเนื่อง  มีผลงวานวิจัยหรือผลงานวิชาการรูปแบบอื่นสำหรับการขอกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้น อย่างน้อย 1 เรื่องต่อคน  โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  และทีมคณะวิทยากร ผู้มีประสบการณ์ด้านการพัฒนางานวิชาการจากงานประจำ

สำหรับรูปแบบการอบรม ผู้เขียนขอเรียกว่าเป็นการเข้าค่ายวิทยาศาสตร์  แต่เนื้อหาเปลี่ยนเป็นการพัฒนางานวิชาการจากงานประจำ  เริ่มตั้งแต่การเดินทางไปถึงสถานที่อบรม บรรยากาศเงียบสงบ  เป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการเข้าค่ายที่มีเป้าหมายให้งานสำเร็จ  เรากินนอนอยู่ที่นั่น 3 วันเต็ม  โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องอบรมสัมมนา  ตั้งแต่ 9.00-22.00 น. สลับกับรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารริมทะเล  วันแรกผู้เขียนรู้สึกเครียดอยู่บ้าง  เนื่องจากทุกคนที่มาล้วนมีของ  และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่เคยมาเข้าอบรมมาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง  แต่ผู้เขียนเหมือนไปมือเปล่า เนื่องด้วยพึ่งได้รับทราบว่าต้องมาเข้าร่วมก่อนหน้าเพียง 1 สัปดาห์  และตั้งใจว่าจะขอไปเป็นผู้สังเกตการณ์  เพื่อนำความรู้ เทคนิควิธีการมาถ่ายทอดให้เพื่อนร่วมงานต่อไป  แต่วิทยากรเริ่มต้นการอบรมด้วยการสอบถามทุกคนว่าใครมีสมบัติติดตัวหัวข้ออะไรแล้วบ้าง  สุดท้ายเราก็ต้องสู้ค่ะ จะให้หอสมุดและคลังความรู้ฯ ขายหน้าได้อย่างไร จึงต้องคิดหัวข้อจนได้  และให้วิทยากรช่วยวิจารณ์จนได้ค่ะ  ส่วนน้องผู้ร่วมทางซึ่งเคยได้มาปรึกษาพูดคุยหัวข้อกันหลายครั้ง มาร่วมอบรมครั้งนี้ก็ได้หัวข้อผลงานกลับไปสร้างสรรค์ต่อครบชุด  เตรียมขอตำแหน่งชำนาญการพิเศษได้เลย

ส่วนเนื้อหาการอบรมนั้น เป็นการบรรยายอย่างสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้จะเลือกทำงานวิจัย กับงานวิเคราะห์  ดังนั้นการบรรยายของวิทยากรจะเน้นความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเป็นหลัก  ส่วนงานวิเคราะห์นั้นจะมีรูปแบบและวิธีดำเนินการเหมือนงานวิจัยทุกอย่าง  ยกเว้นงานวิเคราะห์จะไม่มีการอภิปรายผล  และห้ามเผยแพร่ที่ใดก่อนจนกว่าจะขอยื่นเสนอผลงาน  โดยผู้เขียนขออธิบายพอเป็นสังเขป ดังนี้

รายงานการวิจัยที่ดี

  1. ครอบคลุมประเด็นคำถามและตอบวัตถุประสงค์การวิจัย
  2.  มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างกว้างขวาง เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย
  3. มีการเชื่อมโยง  หรือประยุกต์แนวคิด ทฤษฎี ผลการวิจัย หลักวิชาการ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  4. มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ประเด็นอย่างมีเหตุผล
  5. มีการอ้างอิงอย่างเป็นระบบถูกต้องตามมาตรฐาน
  6. เสนอแนวคิดใหม่ หรือที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ หรือมีประโยชน์ต่อวงวิชาการ

การเลือกปัญหาและการกำหนดปัญหาการวิจัย  โจทย์วิจัยได้จาก…

  1. ปัญหา อุปสรรค ความไม่พอใจในสิ่งที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน
  2. เป้าหมายขององค์กร
  3. การอ่านวารสาร  งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่  การศึกษางานของคนอื่นๆ  หรือศึกษาทฤษฎีและทำการพิสูจน์
  4. การสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ หรือการเข้าร่วมประชุมวิชาการต่างๆ

การทบทวนวรรณกรรมและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 

เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้เขียนได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตนเองว่าควรเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำของนักวิจัยมือใหม่  เพื่อเราจะได้เห็นแนวทาง/ทฤษฎีในการวิจัยกับเรื่องที่เราสนใจ  และการทบทวนวรรณกรรมนั้นจะเป็นส่วนสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยด้วย

การกำหนดกรอบแนวคิด/ตัวแปร

เป็นการอธิบายเรื่องที่จะศึกษา  โดยเขียนเป็นแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรในการศึกษาให้ชัดเจน มีการกำหนดตัวแปรต้นและตัวแปรตาม แสดงให้เห็นแนวคิดทั้งหมดของการวิจัย

การออกแบบการวิจัย 

ควรระบุให้ชัดเจนว่าการวิจัยนี้เป็นงานวิจัยประเภทใด เช่น การวิจัยเชิงปริมาณ หรือการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นต้น  ออกแบบการวิจัยให้สอดคล้องเหมาะสมกับปัญหาการวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย  ตัวแปรที่ใช้  การเตรียมเครื่องมือในการวิจัย  พร้อมทั้งระบุวิธีการหาความน่าเชื่อถือ (Reliability) และความเที่ยงตรง (Validity)

การเลือกกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัย

ระบุประชากรที่ต้องการศึกษาให้ชัดเจน ในกรณีที่ประชากรมีจำนวนมาก จึงกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง (สามารถใช้ตารางสำเร็จรูปได้)  และกำหนดวิธีการสุ่มตัวอย่างให้ชัดเจน ได้แก่ การสุ่มแบบง่าย  การสุ่มแบบแบ่งชั้น  การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม  การสุ่มแบบมีระบบ  และการสุ่มหลายขั้นตอน เป็นต้น

สถิติที่ใช้สำหรับงานวิจัย    

  1. สถิติเชิงพรรณา – เป็นการบรรยายคุณลักษณะของข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นต้น
  2. สถิติเชิงอนุมาน – เป็นการทดสอบความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวขึ้นไป ได้แก่ t-test, ANOVA,  Chi-Square, Correlation, Regression เป็นต้น

นอกจากการบรรยายให้ความรู้แล้ว  การอบรมครั้งนี้จะเน้นที่การฝึกปฏิบัติการเขียนผลงาน  การตั้งชื่อเรื่องผลงาน  การนำเสนอวัตถุประสงค์  กรอบแนวคิดของผลงาน  ขอบเขตการดำเนินงาน  พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากรเพื่อพัฒนาเป็นบทความหรือผลงานวิชาการ  สุดท้ายก่อนกลับบ้านทุกคนต้องทำข้อสอบจำนวน 20 ข้อ  เพื่อเป็นการทบทวนเนื้อหาทั้งหมดที่ได้เรียนรู้  ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก  อยากให้ผู้สนใจท่านอื่นๆ อย่าได้ลังเลใจ  เพราะเมื่อคุณมีใจอยากทำผลงานวิชาการ  การเข้าอบรมในลักษณะนี้เป็นทางลัดที่ได้ผลดีมากจริงๆ ค่ะ  สุดท้ายนี้หากเพื่อนๆ ท่านใดมีประเด็นสงสัยเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ  หากผู้เขียนช่วยเหลืออะไรได้  มาพูดคุยกันได้นะคะ ยินดีเสมอค่ะ


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019