การเข้าศึกษาดูงานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และนำสมุดทำมือในโครงการ Happy Heart : จิตอาสาสมุดทำมือเพื่อน้อง ไปมอบให้โครงการจิตอาสาสมุดเพื่อน้อง เปเปอร์เรนเจอร์


ผู้เขียนได้มีโอกาสในการเข้าศึกษาดูงานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และนำสมุดทำมือในโครงการ Happy Heart : จิตอาสาสมุดทำมือเพื่อน้อง ไปมอบให้แก่โครงการจิตอาสาสมุดเพื่อน้อง เปเปอร์เรนเจอร์ ณ บ้านจิตอาสา มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 โดยในช่วงเช้าได้เข้าศึกษาดูงานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งสามารถเข้าศึกษาดูงาน 2 เรื่อง ดังนี้

  1. การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing)
  2. เส้นทางการเรียนรู้ (เส้นทางกรีน “อยู่” ดี) โดยศึกษาสภาพแวดล้อมภายในอาคารสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

หัวข้อ การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing)

เป็นการฟังบรรยาย โดยคุณธวัชชัย คีรี เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 ได้งบประมาณจาก 2% ของภาษีสุราและยาสูบ ซึ่งมีหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุน ผลักดัน กระตุ้น และร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้ความรู้นำ เพื่อลดการเจ็บป่วย และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทย สสส. เป็นที่รู้จักกันในการสร้างเสริมสุขภาพที่ส่งเสริมให้คนมีความรู้ความเข้าใจและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ และเปิดพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และความรอบรู้เรื่องสุขภาพ ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ในนามศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ดำเนินงานในเรื่องของ กาย ปัญญา จิตใจ และสังคม

การออกแบบอาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะเพื่อรองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มีการออกแบบดังนี้

  1. เป็นอาคารที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพ

การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) เป็นการใช้สื่อในการสื่อสารของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จะส่งสารต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และเป็นการสื่อสารที่หวังผล ซึ่งมีการวางแผนและการดำเนินงานที่มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และในตัวของเนื้อหาต้องทำให้สังคมดีขึ้น

การตลาดธุรกิจและการตลาดเพื่อสังคมแตกต่างกันอย่างไร

ตัวอย่างคลิปในการทำ การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) ของ สสส.

การทำงานของการตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) มีแนวคิดดังนี้

  1. ทำความเข้าใจปัญหา ต้องทำให้รู้ถึงปัญหา เช่น สุขภาพไม่ดีเพราะอะไร และสามารถบอกวิธีการแก้ปัญหามาให้มากที่สุด และง่ายที่สุด แล้วนำมาวิเคราะห์คนสุขภาพไม่ต้องทำอย่างไร อะไรที่ทำให้สุขภาพไม่ดี ตัวอย่างเช่น การอ้วนลงพุง ทำให้สุขภาพไม่ดี
  2. กำหนดกลยุทธ์ ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกที่ ทุกเวลา และ List วิธีการว่าทำอย่างไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่น ทำอย่างไรให้เขารู้ว่าเขาอ้วนลงพุง ส่วนสูง/2 แล้ววิธีการแก้ต้องทำอย่างไรบ้าง เราต้อง list มาทั้งหมด จากกลุ่มเป้าหมายดังนั้นวิธีการที่จะทำให้คนสุขภาพดีคือลดกิน การการแกว่งแขน จะให้ไม่อ้วนและไม่ลงพุงเป็นต้น
  3. ออกแบบแคมเปญรณรงค์ ออกแบบสื่อหรือสื่อการเรียนรู้ เช่น การความรู้ รายการทีวี เกมโชว์ ทำกิจกรรม ไลน์ สื่อออนไลน์ Artwork เป็นต้น สื่อทุกอันไม่ได้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ช่องทางก็เช่นกัน จะต้องใช้ช่องทางใดบ้าง (กลุ่มเป้าหมายต้องชัด) เมื่อรณรงค์เมื่อเกิดกระแสคนจะเริ่มจำ และทำได้
  4. ต่อยอดต่อไปเรื่อย ๆ ทำงานอย่างต่อเนื่อง การติดตามผลและประเมินผล และการเรียนรู้ ดูจากสถิติต่าง ๆ เช่น ดูผลจาก โรงพยาบาล ว่าคนที่ป่วยมีจำนวนลดลงไหม

กระบวนการการตลาดเพื่อสังคม

  1. สร้างการรับรู้ คือ การให้ข้อมูล บอกให้รับรู้
  2. สร้างความเข้าใจ ต้องให้ความเข้าใจว่าเราต้องการจะบอกอะไร มีปัญหาอย่างไร เช่นการลดพุงลดโรคส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
  3. ตระหนักถึงความเสี่ยง ให้เขาเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
  4. สร้างจิตสำนึกสร้างค่านิยม คำที่พูดและคนเข้าใจ
  5. สร้าง สนับสนุน ผลักดันนโยบาย ผลักดันเรื่องกฎหมาย เช่น กฎหมายเหล้า เป็นต้น
  6. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ค่อย ๆ ปล่อย และติดตามผลและปรับปรุงให้ดีขึ้น

การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) คือการขายของไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เขารับรู้ เกิดปัญหาก็ปรับ ท่านสามารถดูสื่อต่าง ๆ หรือข้อมูลต่าง ๆ ของ สสส. ได้ จากเว็บไซต์ https://www.thaihealth.or.th/

This slideshow requires JavaScript.

ภาพบรรยากาศการฟังบรรยาย

หัวข้อ เส้นทางการเรียนรู้ (เส้นทางกรีน “อยู่” ดี) โดยศึกษาสภาพแวดล้อมภายในอาคารสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

วิทยากรพาเดินชมอาคาร

เริ่มต้นจาก ชั้น 6

1. แปลงผักสาธิต เน้นไปที่การปลูกผักแนวตั้ง “สวนผักคนเมือง” เน้นคนกรุงเทพเป็นหลัก เพื่อปลูกฝังให้มีแหล่งพื้นที่สีเขียวเพิ่ทขึ้น เอาเศษอาหารจากโรงอาหารมาทำปุ๋ย ซึ่งดินทั้งหมดเป็นดินปุ๋ยหมัก และยังมีกิจกรรมในการทำแปลงผักแนวตั้ง การปลูกผัก การทำปุ๋ย การบำรุงพืชอย่างไร เป็นต้น จะสอนทุก เสาร์แรกของทุกเดือน

This slideshow requires JavaScript.

2.  ห้องฟิตเนต
3.  ห้องพยาบาล
4.  ห้องให้นมบุตร
5.  โถงกลางจะเปิดโล่งตรงกลาง และมีลมพัดเย็นสบาย ตอนก่อสร้างมีการดูทิศทางของลม ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่าเราอยู่ใกล้กับธรรมชาติมากที่สุด

ชั้น 4 และชั้น 5 จะเป็นโซนออฟฟิต ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้ มีไฟที่โต๊ะทำงาน เพื่อเวลาพักปิดไฟคนทิอยากทำงานก็สามารถมาทำงานได้ต่อ ด้านข้างจะเป็นกระจกที่มีแสงอาทิตย์เข้ามาและมีฝ้าสีขาวเพื่อสะท้อนแสง ให้มีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงาน

ชั้น 3

1.  ประกอบด้วยห้องประชุม ซึ่งแบ่งเป็นโซน เช่นโซนภูเขา ทะเล ป่าไม้ (โทนสีและวัสดุที่ใช้ก็กลมกลืนกันในแต่ละโซน) เช่นมีทราย ต้นไผ่ เป็นต้น

2.  ห้องอาศรม เป็นห้องที่ต้องความสงบ อาจจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ

3.  บรรยากาศด้านนอก

This slideshow requires JavaScript.

ชั้น 2

1.  ห้องสมุด มีหนังสือต่าง ๆ และหนังสือที่เกี่ยวกับ สสส. และมีชุดกิจกรรมเพื่อให้บริการ

This slideshow requires JavaScript.

2.  ระเบียงทำกิจกรรม

3.  ประติมากรรมต่าง ๆ

4.  ห้องประชุม

5.  บรรยากาศด้านนอก

ชั้น1

1.  ห้องนิทรรศการ ในช่วงที่ปิดการให้บริการเนื่องจากกำลังดำเนินการสร้างนิทรรศการใหม่ เปิดในช่วงเดือน มีนาคม
2.  ห้องประชาสัมพันธ์

3.  ห้องอาหาร ในส่วนของเครื่องปรุ่งจะมีการเจาะรูช้อนเครื่องปรุงเพื่อลดปริมาณการปรุง

This slideshow requires JavaScript.

4.  ห้องซื้อของที่ระลึก
5.  ห้องตรวจสุขภาพ

6.  มีพื้นที่ให้ออกกำลังกายได้

This slideshow requires JavaScript.

นอกจากนี้ทุกพื้นที่ และสิ่งของเครื่องยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ อีกด้วย

This slideshow requires JavaScript.

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณวิทยากรที่ให้ความรู้ และยังมอบหนังสือ ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะให้กับคณะดูงานในครั้งนี้

และในช่วงบ่ายได้นำสมุดทำมือที่ได้จากโครงการ Happy Heart : จิตอาสาสมุดทำมือเพื่อน้อง จำนวน 360 เล่ม ไปมอบให้แก่โครงการจิตอาสาสมุดเพื่อน้อง เปเปอร์เรนเจอร์ ณ บ้านจิตอาสา มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีคุณพี มารับมอบสมุดทำมือ

This slideshow requires JavaScript.

เขียนโดย

นางสาวอาทิตยา ทรัพย์สิน

ภาพโดย 

นางสาวปัทมาภรณ์ แสงสว่าง

ขอบคุณผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน และผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน

คณะทำงานเสริมสร้างความสุขคนทำงานและเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรแบบยั่งยืนของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019