โครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “I-School and Data Science: Knowledge and Experience from South Korea”


วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ข้าพเจ้า นางสาวโชติกา แจ้งเจริญกิจ ได้มีโอกาสเข้าร่วม โครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “I-School and Data Science: Knowledge and Experience from South Korea” โดยจัดขึ้น ณ ห้องกิจกรรม ชั้น2 หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต


ในช่วงเวลาประมาณ8.30น. ได้เริ่มต้นการเปิดรับการลงทะเบียนโดยคณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดให้มีการลงทะเบียนและรับเอกสารประกอบโครงการผ่านระบบ QR-Code โดยการใช้e-mailของผู้เข้าร่วมลงทะเบียนเข้าไปและสามารถดาวโหลดเอกสารประกอบการลงทะเบียนได้เลย ถือว่าเป็นการลดใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี

พิธีการเปิดโครงการสัมมนานั้นได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาสพงศ์ ศรีพิจารณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขึ้นกล่าวถึงยุคสมัยในปัจจุบันที่มีการพัฒนาของทรัพยากรสารสนเทศและเทคโนโลยีต่างๆที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพต่างๆต้องปรับตัวและพัฒนาตนเองเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ลำดับต่อมาจะเป็นบรรยายในเรื่อง “I-school and Information Science Education in South Korea” โดยได้รับเกียรติจาก Prof. Dr. Sam Oh จาก Sungkyunkwan University จากประเทศเกาหลีใต้โดยการบรรยายของ Prof. Dr. Sam Oh จะเป็นการบรรยายความร่วมมือของประเทศต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการจัดทำหลักสูตร I-school ที่จะมีความร่วมมือกันในการจัดการสารสนเทศต่างๆ โดยจะมีการนำเอาเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้ามาช่วยทำการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ  และจะมีการดึงเอาข้อมูลสารสนเทศที่ได้จัดเก็บออกมาใช้ประโยชน์อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในหลักสูตรจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็นหลักสูตรต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง ทั้งนี้มีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบกาณ์การทำงานจริงเพื่อต่อยอดความรู้ต่อไปในอนาคต ซึ่งมีการยกตัวอย่างหลักสูตรอาทิเช่นในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีการออกแบบหลักสูตรบรรณารักษ์ว่าให้ตัวนักศึกษาเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญชำนาญและมาเรียนสาขาบรรณารักษ์เพิ่มเติม เพื่อทำให้เราสามารถบริการผู้ใช้บริการที่ต้องการหาข้อมูลในสาขาวิชานั้นในเชิงลึกได้เป็นอย่างดี โดยในประเทศเกาหลีในขณะนี้จะมีการสอนบรรณารักษ์จนถึงปริญญาเอก โดยทุกๆอย่างจะเน้นในเรื่องของดิจิตอลมากขึ้น โดยสิ่งที่น่าสนใจของการศึกษาของ Sungkyunkwan University คือ จะเป็นมหาวิทยาแห่งเดียวในโซลที่จัดให้มีชั่วโมงเรียนของวิชาห้องสมุดทุกๆเย็น ซึ่งจัดให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนทางด้านบรรณารักษ์แต่ไม่ได้ศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยวิชาเรียนก็จะเน้นในเรื่องการจัดการข้อมูลต่างๆ เป็นต้น โดยใช้เวลาในการศึกษา 1 ปีก็จะได้รับประกาศนียบัตร ทั้งนี้ผู้บรรยายยังอธิบายเน้นย้ำถึงว่าโลกปัจจุบันข้อมูลข่าวสารต่างๆมีมากขึ้น กว้างขึ้น ความร่วมมือของแต่ละประเทศหรือแต่ละฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินงาน อีกทั้งการออกแบบหลักสูตรโดยอาศัยความชำนาญของผู้เชียวชาญในแต่ละด้านเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและจัดการหลักสูตร เพื่อผลิตตัวบัณฑิตที่ต้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและเป็นพลังของประเทศต่อไป

อีกทั้งมีการบรรยายถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลห้องสมุดของประเทศเกาหลี อาทิเช่นระบบสถิติห้องสมุดแห่งชาติ National Interlibrary Loan เป็นต้น ซึ่งหากพูดถึงในบริบทของประเทศไทยจะมีการกล่าวถึงว่าในสถิติต่างๆที่เราได้ทำการจัดเก็บ ข้อมูลเหล่านั้นสามารถให้ประโยชน์อะไรกับเราได้บ้าง  เช่น จำนวนสถิติของผู้ยืมหนังสือ จำนวนหนังสือที่มีการยืมมากที่สุดและน้อยที่สุด สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการตัดสินใจในจัดเก็บข้อมูลต่างๆว่าจะจัดเก็บต่อไปหรือการคัดเลือกข้อมูลออก โดยในประเทศเกาหลีหนังสือบางเล่มที่เป็นหนังสือที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดและมีการใช้งานต่อเนื่องจะถูกจัดวางอยู่ในบริเวณข้างหน้าที่จะถูกเห็นได้ชัดที่สุดเพื่อให้สะดวกแก่ผู้ใช้บริการ อีกทั้งข้อมูลในการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้บริการถึงความต้องการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งว่าในขณะนั้นมีความสนใจในเรื่องอะไรมากที่สุด นอกจากนี้ผู้บรรยายยังอธิบายถึงประโยชน์ของการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบในเคสของประเทศเกาหลีใต้ไว้ว่า ข้อมูลต่างๆในประเทศเกาหลีใต้เป็นข้อมูลที่ประชาชนสามารถดาวโหลดมาอ่านหรือศึกษาได้ว่าในขณะนั้นทางรัฐบาลมีโครงการจัดทำอะไรและให้ประโยชน์แก่ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด และใช้สถิติที่เราจัดเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดทำโครงการต่างๆขึ้นมา เป็นต้น ผู้บรรยายชี้ให้เห็นว่าข้อมูลทุกๆอย่าง ห้องสมุดทุกๆแห่งมีข้อมูลที่มากมายพร้อมที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่อยู่ที่ดึงเอาข้อมูลแต่ละอย่างมาใช้ให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างไร

ลำดับต่อไปเป็นการบรรยายของผู้ช่วยศาสตราจารย์นฤตย์ นิ่มสมบุญ ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำวิจัย ในหัวข้อเรื่อง บทบาทบรรณารักษ์และการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ: ประสบการณ์จากการวิจัย โดยผู้บรรยายได้บรรยายถึงที่มาของการจัดทำวิจัยว่าได้รับทุนมาจากประเทศญี่ปุ่นให้จัดการข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในระยะยาวของประเทศไทย โดยอธิบายถึงเกณฑ์การคัดเลือกบทความ งานวิจัย และวิทยานิพนธ์ที่จะจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลทางด้านการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในระยะยาวของประเทศไทยโดยใช้โปรแกรมomega.net โดยการคัดเลือกวรรณกรรมต่างๆจะมีการคัดเลือกอย่างเป็นระบบ โดยนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นข้อมูลที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ว่าจะเก็บไว้หรือคัดออก โดยส่วนมากจะนิยมใช้ในด้านการแพทย์ในการคัดเลือกนี้จะใช้เกณฑ์ Evidence Based Medicine จะมีการทำที่แม่นยำ เที่ยงตรงและมีมาตรฐานมากำหนด ซึ่งจะแตกต่างจากการทบทวนวรรณในยุคก่อนซึ่งจะเป็นเชิงบรรยายไม่เฉพาะเจาจง ในการจัดทำข้อมูลจะเริ่มจำการกำหนดปัญหา นำปัญหาที่ได้มาหา keyword และทำการค้นหาข้อมูล เช่น รายงานวิจัย ผลงานวิชาการ โดยการคัดเลือกงานวิจัยในการทำงานวิจัยนี้จะเก็บข้อมูลในส่วนของรายงานวิจัย บทความวิจัย บทความวิชาการ โดยส่วนที่คัดออกจะเป็นในเรื่องของการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ทั้งนี้ในงานวิจัยหรือการค้นหาข้อมูลต่างๆในบทบาทของบรรณารักษ์ บรรณารักษ์ถือเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการค้นหาและเข้าถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี โดยหากบรรณารักษ์ใช้ความรู้ดังกล่าวในการสืบค้นสารสนเทศต่างๆได้เป็นอย่างดีก็จะส่งผลให้งานวิจัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการอบรมการสืบค้นทรัพยากรและการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดจึงถือเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก

ในช่วงบ่ายของโครงการสัมมนาผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกรินทร์ ยลระบิล ได้บรรยายภาพรวมของการยกระดับการบริการของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมไปถึงกระบวนการเลือกพัฒนาปรับปรุงบริการของห้องสมุดให้ตอบสนองต่อผู้ใช้บริการมากที่สุด โดยการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการหอสมุดและสามารถแบ่งกลุ่มของผู้ใช้บริการที่มาเข้าใช้ได้แก่ 1. ผู้บริหาร 2. ผู้วิจัย 3. นักศึกษา ซึ่งนักศึกษาจะแบ่งออกเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนต่างชาติและนักศึกษาพิเศษ 4. บุคคลภายนอก 5. บุคลากร จากผู้ใช้บริการทั้ง 5 กลุ่มนี้ ต่างประสบปัญหาในการเข้าใช้ห้องสมุดที่แตกต่างกันออกไป จึงมีการสำรวจและสรุปปัญหาต่างๆของแต่ละกลุ่ม เพื่อนำข้อสรุปของปัญหาในแต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์หาข้อปัญหาที่พบมากที่สุดจึงแก้ปัญหาดังกล่าวก่อน ปัญหาของแต่ละกลุ่มผู้ใช้บริการจะแตกต่างกันออกไป อาทิเช่น นักศึกษาต้องการพื้นที่ Co-Working Space นักศึกษาพิเศษออกความเห็นว่าโต๊ะนั่งอ่านภายในห้องสมุดไม่รองรับการนั่งเก้าอี้วีลแชร์ เป็นต้น โดยจากการทำการสำรวจพบปัญหาหลักๆที่พบทุกๆกลุ่มของผู้ใช้บริการได้แก่ ต้องการพื้นที่ Co-Working Space ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆมีไม่เพียงพอและนักศึกษาต่างชาติไม่เข้าใจป้ายดังกล่าว การประชาสัมพันธ์ของห้องสมุดยังไม่ทั่วถึงมากพอ จึงแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นลำดับแรกทั้งในเรื่องการเพิ่มพื้นที่ให้แก่ผู้ใช้บริการได้มีมุมนั่งอ่านหนังสือเป็นกลุ่มได้ในพื้นที่สบายๆ ป้ายบอกทาง 5 ภาษา และการเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์แก่ผู้ใช้บริการให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มการบริการแบบ Wow Service ซึ่งถือว่าเป็นการบริการในเชิงรุกเพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้มาใช้บริการ อาทิเช่น การรับ-ส่งหนังสือให้ถึงตัวผู้ใช้บริการโดยบริการนี้ได้ทำการทดลองใช้กับผู้บริหารและอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยแล้ว ป้ายบอกทาง 5 ภาษา โดยพื้นฐานจะเป็นภาษาไทย อังกฤษ และอีก 3 ภาษาจะทำการคัดเลือกจากการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยว่ามีการเรียนการสอนภาษาอะไรมากที่สุด โซน Deep Quiet Zone ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการความเงียบสงบมากที่สุดในการอ่านหนังสือ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้บรรยายยังบอกว่าการที่เราเลือกใช้ปัญหาใดที่พบมากที่สุดและดึงปัญหานั้นมาแก้ไขจำเป็นที่จะต้องทำการสำรวจจนแน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นปัญหาอย่างแท้จริง เนื่องจากงบประมาณที่มีให้อาจมีจำนวนจำกัดในการพัฒนาจึงมีความจำเป็นมากในการเลือกปัญหาแต่ละอย่างเพื่อที่จะแก้ไขได้ตรงจุดและคุ้มค่างบประมาณที่ลงไปให้เป็นประโยชน์

ผู้บรรยายท่านสุดท้ายได้แก่คุณกรวรรณ ดีวาจา บรรณารักษ์จากห้องสมุดนงเยาว์ ชัยเสรี ได้มาบรรยายเกี่ยวกับการเลือกใช้สื้อโซเชียลมีเดียในปัจจุบันที่จะนำมาประยุกต์ให้เข้ากับผู้ใช้บริการยุคใหม่ โดยในการบรรยายครั้งนี้เป็นการบรรยายถึง Appication LINE@ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยในการกระจายข้อมูลข่าวสารในการประชาสัมพันธ์ของห้องสมุดได้เป็นอย่างดี โดยห้องสมุดภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้องสมุดที่มีการกระจายข้อมูลผ่าน Appication LINE@ จะมีอยู่ 7 ห้องสมุดด้วยกัน โดยในแต่ละห้องสมุดจะเลือกใช้แพคเกจค่าบริการที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่จำนวนผู้ใช้บริการและขนาดของห้องสมุด ทั้งนี้บริการที่ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ใช้จะอาทิเช่น บริการช่วยหาหนังสือ เนื่องจากภายในหอสมุดป๋วยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ชั้น 2 บางครั้งเมื่อผู้ใช้บริการหาหนังสือที่ชั้น 3 แล้วไม่พบ สามารถที่จะไลน์ผ่าน Appication LINE@ สอบถามได้ว่าหนังสืออยู่ที่ตู้ไหน โดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นแอดมินจะมีอยู่ 16 คน จะมีหน้าที่ตอบคำถามเหล่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาตอบคำถามไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกตั้งเป็น KPI ของการปฏิบัติงานของบุคลากรด้วย ทั้งนี้จะมีในเรื่องของการบริการตอบคำถาม การประชาสัมพันธ์ และบริการรับ-ส่งหนังสือ นอกจากนี้ยังมีการใช้ Appication LINE@ ในกิจกรรมต่างๆที่หอสมุดจัดขึ้น เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมและต้องมีการสะสมคะแนนในแต่ละฐานกิจกรรมก็จะให้ผู้ใช้บริการสะสมคะแนนผ่าน Appication LINE@ เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรและเป็นเพิ่มจำนวนผู้ติดตามให้กับหอสมุดด้วย

ในส่วนกิจกรรมสุดท้ายของโครงการสัมมนาจะเป็นการนำชมหอสมุด โดยเริ่มจากศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะเป็นพื้นที่ให้บริการที่อยู่ติดกับหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ สามารถเดินผ่านทางเชื่อมที่ติดต่อกันได้ โดยศูนย์การเรียนรู้จะเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 7.00 น. ของวันถัดไป รวม 22 ชั่งโมง/วัน จะเป็นพื้นที่ให้บริการในส่วนการใช้งานคอมพิวเตอร์ พื้นที่นั่งอ่านแบบห้องกลุ่ม รายบุคคล และมีพื้นที่Relaxให้แก่ผู้ใช้บริการที่ต้องการอ่านเป็นกลุ่ม โดยตัวอาคารส่วนใหญ่จะเป็นกระจกเพื่อส่งเสริมบรรยายกาศภายในให้โปร่งและเหมาะแก่การอ่านหนังสือมากขึ้น ต่อมาในส่วนของหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ จะเป็นส่วนที่ให้บริการหนังสือจะประกอบด้วย 3 ชั้น โดยชั้น 1 จะเป็นพื้นที่โล่งมีเก้าอี้โซฟาให้นักศึกษาได้ใช้พื้นที่กลุ่มในการทำงาน ซึ่งเป็นโซนที่ใช้เสียงได้และสามารถนำขนมเข้ามารับประทานได้ ชั้น 2-3 จะเป็นพื้นที่นั่งอ่านและให้บริการหนังสือ ซึ่งถือว่าภายในบริเวณพื้นที่ชั้น 2-3 ค่อนข้างเงียบแม้ว่าโถงชั้น 1 จะใช้เสียงได้ถือว่าภายในอาคารสามารถเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี โดยป้ายบอกประเภทหนังสือของห้องสมุดจะเป็นป้ายที่มี 5 ภาษาเหมาะแก่ผู้ใช้บริการต่างชาติด้วย

จากการเข้าร่วมโครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “I-School and Data Science: Knowledge and Experience from South Korea” ข้าวพเจ้าได้รับโอกาสและความรู้ในมุมมองของการทำงานของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากมาย ได้รู้แนวทางการพัฒนาหอสมุดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การสำรวจ วิเคราะห์ปัญหา และเลือกนำปัญหามาแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แม้ว่าจะดำเนินงานภายใต้งบประมาณที่มีอย่างจำกัดแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุดและคุ้มค่า ซึ่งความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาการทำงานของข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดี

ภาพประกอบ : https://www.facebook.com/Thammasat-University-Library-100107346702609/,https://drive.google.com/drive/folders/1vWEDD8BwFN5zfuHvPQaw6mrjamb0MsNu,โชติกา แจ้งเจริญกิจ
เนื้อเรื่อง: โชติกา แจ้งเจริญกิจ


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019