การเข้าร่วมประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018


บทนำ

     ในปี 2018 กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียได้ถูกรับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติแห่งสหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด ครั้งที่ 84 (International Federation of Library Associations and Institutions World Library and Information Congress 84th - IFLA WLIC 2018) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม พ.ศ. 2561 โดยใช้ชื่อหัวข้อว่า "Transform Libraries, Transform Societies : เปลี่ยนห้องสมุดเปลี่ยนสังคม"

     หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นประโยชน์ของการประชุมทางวิชาการด้านวิชาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศในงานประชุม IFLA WLIC 2018 จึงได้ติดต่อขอส่งผู้แทนเข้าร่วมงานประชุมงานดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนได้รับความรู้ที่เกี่ยวกับห้องสมุด เทคโนโลยีห้องสมุดสมัยใหม่ที่ใช้ในการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดนานาประเทศ อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศในระดับสากล การส่งผู้แทนไปเข้าร่วมประชุมวิชาการในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ในเรื่องของ Effective COLLABORATIONS การสร้างความร่วมมือกับส่วนงานต่างๆ ในระดับสากล ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561 คณะผู้แทนจากหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล จะได้เข้าร่วมศึกษาดูงานห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย และห้องสมุดมหาวิทยาลัยของประเทศมาเลเซียอีกด้วย

     หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะผู้แทนของหอสมุดและคลังความรู้ฯ จะได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์และนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรและประชาชนทั่วไปสืบต่อไป

 

ความเป็นมา

     สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (International Federation of Library Associations and Institutions - IFLA) เป็นองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ หน่วยงานของรัฐ และไม่แสวงหาผลกําไร ทําหน้าที่เป็นตัวแทนที่รักษาผลประโยชน์ให้กับห้องสมุด และผู้ใช้บริการสารสนเทศ ซึ่งถือเป็นองค์กรที่ทําหน้าที่เป็นกระบอกเสียงระดับโลกให้กับวิชาชีพ บรรณารักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศ

     สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) ที่เมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ โดยมีการจัดประชุมระดับนานาชาติ และในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) ได้จัดงานฉลองครบรอบ 75 ปี ขึ้นในการประชุมที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศ สกอตแลนด์ ปัจจุบันมีสมาชิกจากสถาบันต่างๆ มากกว่า 1,500 แห่ง จากประมาณ 150 ประเทศ ทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) IFLA ได้จดทะเบียนจัดตั้งสํานักงานใหญ่ขึ้นที่ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีสถานที่ติดต่อ คือ IFLA Headquarters P.O. Box 95312 2509 CH Den Haag Netherlands

     สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA) ได้จัดการประชุมทาง วิชาการด้านวิชาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศขึ้นเป็นประจําทุกปี ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ของ เดือนสิงหาคม เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนการเป็นประเทศเจ้าภาพการประชุม IFLA ในแต่ ละปี จะหมุนเวียนเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพไปตามประเทศต่างๆ ให้ครบทุกภูมิภาคทั่วโลกตามมติ ของคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งจากองค์กรสมาชิก โดยประเทศเจ้าภาพและคณะกรรมการที่ ได้รับการเลือกตั้งจากองค์กรสมาชิก ร่วมกันกําหนดรูปแบบในการประชุมตลอดจนการจัดกิจกรรมการเยี่ยมชมห้องสมุด และศูนย์สารสนเทศที่น่าสนใจของ ประเทศนั้น

     การประชุม IFLA เป็นการประชุมที่กําหนดรูปแบบการประชุมไว้แน่นอนทุกด้านตั้งแต่ ระยะเวลาการประชุม สถานที่จัดประชุม การลงทะเบียน การจองโรงแรมที่พัก วิธีการประชุม เอกสารสิ่งพิมพ์ และรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งประกอบด้วยการประชุม 2 ประเภท ดังนี้

     1. การประชุม Pre-Conference

     เป็นการประชุมของห้องสมุดเฉพาะกลุ่ม (Section) ซึ่งในปัจจุบันมีประมาณ 43 Sections โดยจะมีการประชุมในช่วงสัปดาห์แรกก่อนการประชุมใหญ่ประจําปีในหัวข้อ ประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของห้องสมุดในปัจจุบันที่กําลังเผชิญหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมใน ประเด็นที่จะนําเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ประจําปี เช่น การประชุม Pre-Conference ของ Section on Library and Research Services for Parliaments เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วยการประชุมทั่วไป และ การประชุมเชิงปฏิบัติการของบรรณารักษ์จากห้องสมุดรัฐสภานานาประเทศ นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม และความร่วมมือ ระหว่างห้องสมุดรัฐสภาทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติต่อไปในอนาคต

     2. การประชุมใหญ่ประจําปี

     เป็นการประชุมทางวิชาการด้านวิชาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศ โดยปกติจะมีการจัด ประชุมในสัปดาห์ที่สองต่อจากการประชุม Pre - Conference ประกอบด้วย บรรณารักษ์และนัก สารสนเทศ บุคคลทั่วไป จากห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศทุกประเภททั่วโลกร่วมประชุมมากกว่า 3,000 คน ซึ่งก่อนวันที่มีการประชุมใหญ่ประจําปี จะเป็นการประชุมคณะผู้บริหารของ IFLA อาทิ Congress Advisory Committee, Finance Committee, Executive Committee, Professional Committee, Governing Board เป็นต้น ทั้งนี้ในการประชุม IFLA บรรณารักษ์ นักสารสนเทศ และห้องสมุดต่างๆ สามารถนําเสนอหัวข้อ ประเด็น ที่เกี่ยวข้องในที่ประชุมใหญ่ประจําปี นอกจากนี้ในช่วงของการประชุมใหญ่ประจําปี ยังได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น Exhibition Opening and Opening Party, IFLA Night Spot, Cultural Evening Laz Library Visits unde เสริมสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่ดีระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมในระดับนานาชาติอีก ด้วย

     การประชุม IFLA อย่างเป็นทางการ เริ่มต้นจากการแนะนํา IELA และพิธีเปิดการประชุม (Opening Session) ซึ่งจะมีการแสดงพื้นเมืองจากศิลปินของประเทศเจ้าภาพ ก่อนการกล่าว ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดโดยประธานและคณะผู้บริหารของ IELA และการกล่าวสุนทรพจน์ ของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นตัวแทนจากประเทศเจ้าภาพ ซึ่งในช่วงนี้จะมีการแปลเป็นภาษาต่างๆ แก่ผู้ฟังด้วย หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าไปฟังบรรยายเรื่องที่สนใจในห้องต่างๆ ใน การประชุมมีการแบ่งห้องประชุมตามหัวข้อต่างๆ เช่น Session-Future Libraries-Future Librarians-Future Skills, Session-Law Libraries, Session-Government Libraries เป็นต้น ซึ่ง ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าไปรับฟังและแสดงความคิดเห็นในแต่ละห้องได้ ตามเอกสาร ประกอบการประชุม หรือ Final Programme ซึ่งเป็นเอกสารข้อมูลการประชุมและกําหนดการ ประชุมในแต่ละวัน ที่กําหนดไว้อย่างละเอียดตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันสุดท้ายของการประชุม

     สําหรับพิธีปิดการประชุม IFLA คณะผู้บริหารของ IFLA และผู้แทนจากประเทศเจ้าภาพจะ กล่าวสรุปปิดการประชุมต่อผู้เข้าร่วมประชุมพร้อมประกาศชื่อประเทศเจ้าภาพในอีก 2 ปีข้างหน้า และผู้แทนจากประเทศที่เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมครั้งต่อไป จะกล่าวแนะนําและเชิญชวนสมาชิก ให้เข้าร่วมประชุมในประเทศของตน ถ้าในปีที่มีการเลือกตั้งประธาน IFLA ก็จะมีการประกาศชื่อผู้ ที่ได้รับการเลือกตั้งและกล่าวแสดงความยินดี โดยประธาน IFLA จะมีวาระการดํารงตําแหน่ง 2 ปี (จําเรียง ระวังสําโรง, 2556)

 

การเข้าร่วมประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018

     ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสนี้ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณท่าน ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะผู้บริหารหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่ให้การสนับสนุนและให้โอกาสผู้เขียนได้เดินทางเข้าร่วมงานประชุมในครั้งนี้ครับ

เว็บไซต์

  • https://2018.ifla.org/ - เว็บไซต์ของการประชุม IFLA WLIC 2018
  • https://www.ifla.org/ - เว็บไซต์ของสหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด IFLA
  • http://www.ppm55.org/ - สมาคมบรรณารักษ์มาเลเซีย

กำหนดการ

     กำหนดการของการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018 ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 สิงหาคม 2561 สามารถดูกำหนดการฉบับเต็มได้ที่ลิงค์ที่อยู่นี้คลิก

03_Congress-outline

 

23 สิงหาคม 2561 - The Day Of Departure

     ผู้เขียนเดินทางออกจากประเทศไทย วันที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 AM ถึงสนามบินแห่งชาติมาเลเซีย KLIA2 - Kuala Lumpur International Airport 2  เวลา 1.15 PM ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากสนามบิน KLIA2 เดินทางเข้าตัวเมืองเพื่อไปที่พักชื่อ Holiday Inn Express Kuala Lumpur City Centre ใช้เวลาในการเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

สนามบิน Kuala Lumpur International Airport 2 (KLIA2)

     Kuala Lumpur International Airport 2 (KLIA2) เป็นสนามบินสำหรับสายการบินโลว์คอสต์แห่งใหม่ของมาเลเซีย ที่ย้ายมาจากสนามบิน LCCT เนื่องจากสนามบินเดิมไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้มาใช้บริการ เริ่มเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 KLIA2 มีขนาดพื้นที่ประมาณ 24 สนามฟุตบอลรวมกัน การเดินทางจากสนามบิน KLIA2 ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร สามารถใช้บริการระบบขนส่งทางมาเลเซียได้หลากหลาย เช่น รถไฟความเร็วสูง (KLA Ekspress) ,รถบัส (Bus Services) และแท็กซี่ (Taxi Services)

     สำหรับผู้ที่เดินทางมาเข้าร่วมงาน IFLA WLIC 2018 มีอาสาสมัครของ IFLA มาให้ข้อมูลอยู่ตรงประตูทางออกของอาคาร Arrival Hall ของสนามบิน KLIA2

     ผู้เขียนและบุคลากรหอสมุดและคลังความรู้ฯ อีก 3 ท่าน เดินทางถึงที่พักเวลา 15.00 PM ตามเวลาของประเทศมาเลเซีย ที่พักชื่อ Holiday Inn Express Kuala Lumpur City Centre ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์สะดวกในการเดินทางเพราะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า Raja Chulan Monorail Station ไม่ไกลกับ Kuala Lumpur Convention Centre สถานที่จัดงาน IFLA 2018 สามารถเดินเท้าไปได้ใช้เวลาเพียง 12 นาที

ที่พัก Holiday Inn Express Kuala Lumpur City Centre (ที่มา : ihg.com)

24 สิงหาคม 2561 - Registration

     ภาระกิจในวันนี้ตามหมายกำหนดการการจัดงาน IFLA2018 กำหนดการส่วนใหญ่เป็นการประชุมของเจ้าหน้าที่ โดยช่วงเช้าเป็นการบรรยายสรุปเจ้าหน้าที่ (Officers Briefing) ช่วงสายเป็นการประชุมคณะกรรมการประจำ (Standing Committee Meetings) และช่วงเย็นเป็นการประชุมสภา (Caucus Meetings) ผู้เขียนและคณะจึงตกลงกันว่าจะเดินทางไปลงทะเบียนเข้าร่วมงานกันในช่วงเช้าของวันนี้

     สถานที่จัดการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018 จัดขึ้นที่ Kuala Lumpur Convention Centre เป็นศูนย์การประชุมและจัดนิทรรศการที่ได้รับมาตรฐานจาก AIPC มีพื้นที่ทั้งหมด 22,659 ตารางเมตร รวมทั้งห้องประชุม 2 ห้องคือ Plenary Hall 3,000 ที่นั่ง และ Plenary Theatre 470 ที่นั่ง Kuala Lumpur Convention Centre เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา KLCC อยู่ติดกับ Petronas Twin Towers อาคารแฝดเป็นสัญญาลักษณ์ของเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

Kuala Lumpur Convention Centre

     สำหรับจุดลงทะเบียนภายใน Kuala Lumpur Convention Centre อยู่ที่ชั้น 3 โดยมีอาสาสมัครของ IFLA ให้การต้อนรับและดูแลผู้เขียนและคณะในการลงทะเบียนเป็นอย่างดี สำหรับการลงทะเบียนเพียงสแกนบาร์โค๊ดที่อยู่บนใบยืนยันการลงทะเบียนที่เครื่องสแกน ระบบก็จะปริ้นป้ายคล้องคอ (Badge) ซึ่งตัวป้ายสำหรับการลงทะเบียนเป็นผู้ติดตาม ป้ายคล้องคอจะเป็นคูปองสำหรับซิตี้ทัวร์ (Kuala Lumpur City and Landmarks) และทัวร์นอกเมือง (Countryside Delight)

อาสาสมัครชาวมาลเซียให้การตอนรับและคอยแนะนำการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ที่มา : flickr.com/IFLA)
คณะผู้แทนของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ลงทะเบียนและรับของที่ระลึก
ป้ายคล้องคอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน

     สำหรับผู้เข้าร่วมงาน IFLA WLIC 2018 สามารถใช้ WIFI ได้ฟรีสัญญาณ WIFI กระจายทั่วอาคาร Kuala Lumpur Convention Centre มีแอพพลิเคชั่นบนมือถือชื่อ "WLIC 2018" ให้ผู้เข้าร่วมงานดาวน์โหลดใช้ได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานติดตามกำหนดการต่างๆ มีข้อมูลการจัดงานที่ครบถ้วน มีแผนผังห้องประชุมบอกรายละเอียดของตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละห้องประชุม มีสตรีมมิ่งวิดีโอถ่ายทอดสด เป็นต้น

แอพพลิเคชั่น "WLIC 2018" บน IOS

25 สิงหาคม 2561 - The Opening Ceremony

     ภาระกิจในวันนี้ผู้เขียนและคณะเดินทางมาที่ Kuala Lumpur Convention Centre เช่นเดิมเพื่อเข้าร่วมในพิธีเปิดที่จะจัดขึ้นใน Plenary Hall ชั้น 1 เวลา 10.30 PM ผู้เขียนและคณะถ่ายรูปร่วมกับท่านศาสตรจารย์ ดร.ชุติมา สัจจานันท์ นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ฯ และคุณสุจิตร สุวภาพ เลขนุการของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ทั้งสองท่านเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยครับ

     พิธีเปิดจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ใน Plenary Hall อย่างยิ่งใหญ่ มีคณะผู้แทนมาจาก 110 กว่าประเทศ ผู้เข้าร่วมงานประมาณ 3,500 คน พิธีเปิดงาน WLIC 2018 สะท้อนถึงแนวคิดของ IFLA ในธึมของ "Transform libraries: Transform societies" มุมมองของมาเลเซีย

(ที่มา : flickr.com/IFLA)

     พิธีเปิดเริ่มด้วยการแสดงของ The Istana Budaya dance และการกล่าวต้อนรับจากประธานคณะกรรมการแห่งชาติมาเลเซีย Dato 'Nafisah Ahmad, คณะกรรมการแห่งชาติมาเลเซีย, ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียและสมาคมบรรณารักษ์บรรษัทภิบาลแห่งประเทศมาเลเซีย ตามด้วยการกล่าวต้อนรับของ Tan Sri Haji Mhd Amin Nordin bin Abd Aziz ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองกัวลาลัมเปอร์

The Istana Budaya dance (ที่มา : flickr.com/IFLA)
Dato 'Nafisah Ahmad, คณะกรรมการแห่งชาติมาเลเซีย, ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียและสมาคมบรรณารักษ์บรรษัทภิบาลแห่งประเทศมาเลเซีย (ที่มา : flickr.com/IFLA)

     ทั้งสองท่านได้กล่าวถึงความสำเร็จของมาเลเซียในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน WLIC ในปีนี้ และบทบาทที่สำคัญของห้องสมุดและบรรณารักษ์ที่ทำให้สังคมมาเลเซียมีความรู้และมีส่วนร่วมกัน

TTan Sri Haji Mhd Amin Nordin bin Abd Aziz นายกเทศมนตรีเมืองกัวลาลัมเปอร์ (ที่มา : flickr.com/IFLA)

     "โครงสร้างพื้นฐานของห้องสมุดในมาเลเซียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองกัวลาลัมเปอร์ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เข้าถึงและประกอบกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวสร้างเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงความรู้ได้ทั่วเมือง เราพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและใช้ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดในกัวลาลัมเปอร์เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น" Tan Sri Haji Mhd Amin Nordin bin Abd Aziz, The Mayor of Kuala Lumpur

     ต่อมาเป็นกล่าวเปิดงานโดย Gloria Pérez-Salmerón ประธาน IFLA ท่านได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์เชิงรุกและอนาคตอันสดใสของ IFLA และมาเลเซียในด้านวิชาชีพห้องสมุดทั่วโลก

Glòria Pérez-Salmerón, ประธาน IFLA (ที่มา : flickr.com/IFLA)

     "เราพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง และก้าวไปข้างหน้า มันเป็นหน้าที่ของเราและโอกาสของพวกเรา เพราะสังคมดีขึ้น ยุติธรรมขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และหลากหลายขึ้น โดยการตีกรอบโดยห้องสมุด" IFLA President Glòria Pérez-Salmerón

     ต่อมา Gerald Leitner เลขาธิการ IFLA กล่าวว่าเราขอเชิญชวนให้บรรณารักษ์และเพื่อนๆห้องสมุดจากทั่วโลกช่วยกันให้ความคิดในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันสำหรับห้องสมุดในอนาคต

Gerald Leitner เลขาธิการ IFLA (ที่มา : flickr.com/IFLA)

     หลังจากนั้นท่าน The Hon Mohamaddin Ketapi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมมาเลเซีย ได้กล่าวปราศรัยถึงบทบาทสำคัญของห้องสมุดที่มีผลในสังคมมาเลเซีย หลังจากนั้นเป็นการแสดงละครเวที Istana Budaya ที่เน้นวัฒนธรรมมาเลเซีย

(ที่มา : flickr.com/IFLA)

     หลังจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษโดย Tan Sri Dato Sri Ali Hamsa เลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย โดยกล่าวถึงภาพรวมเกี่ยวกับเป้าหมายที่มุ่งมั่นของประเทศในการสร้าง "ความรู้และวัฒนธรรมการอ่าน" โดยการเสริมสร้างความรู้ความสามารถในด้านการรู้สารสนเทศ การสร้างเครือข่ายห้องสมุดและการส่งเสริมการแบ่งปันความรู้และทรัพยากร

Tan Sri Dato Sri Ali Hamsa เลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย (ที่มา : flickr.com/IFLA)

"ความรู้เป็นแรงขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะช่วยให้สังคมมีวิวัฒนาการและห้องสมุดเป็นหัวใจหลักเพียงอย่างเดียวในการเผยแพร่ความรู้นี้ก่อนยุคอินเทอร์เน็ต" Tan Sri Dato Sri Ali Hamsa

     ต่อมาเป็นวีดีโอแมสเสจจากท่าน Hon. Tun Dr. Mahathir Bin Mohamad นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (สามารถรับชมพิธีเปิดฉบับเต็มได้ที่วีดีโอด้านล่างนี้)

สุดท้ายท่าน Gloria Pérez-Salmerón ประธาน IFLA และผู้บริหารขึ้นบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

 

26 สิงหาคม 2561 - Session 113 Celebrating IT innovations in libraries

     วันนี้ผู้เขียนเดินทางมายัง Kuala Lumpur Convention Centre เพื่อเข้าฟังการบรรยายในเซสชั่น Session 113 Celebrating IT innovations in libraries - Information Technology (SI) ที่ห้อง Ballroom 1

     เซสชั่นนี้กล่าวถึงฝ่ายไอทีฉลองครบรอบปีที่ 55 ในปี พ.ศ. 2561 เชิญชวนให้คุณเข้าร่วมเซสชั่นนี้เพื่อเฉลิมฉลองเทคโนโลยีและนวัตกรรมในช่วง 55 ปีที่ผ่านมาซึ่งยังคงเปลี่ยนห้องสมุดจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสำรวจเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่และนวัตกรรมในการสร้างห้องสมุดในอนาคต ในเซสชั่นนี้ประกอบไปด้วย 6 หัวข้อดังนี้

  1. ILMS & digital libraries, Open Source, OER, Open Access, the Open Movement.
    Edmund Balnaves, Prosentient Systems, Australia
  2. MARC and beyond: our three Linked Data choices
    Richard Wallis, Data Liberate, United Kingdom
  3. Embedded from the start: IT in the world's newest national library building
    Sohair Wastawy, Qatar National Library, Qatar
    Stuart Hamilton, Qatar National Library, Qatar
  4. IT integration into LIS education: an academic librarian´s perspective
    Lynn Kleinveldt, Cape Peninsula University of Technology, South Africa
  5. Emerging and innovative technologies: IE University Library reinventing higher education
    Amada Marcos, IE University and IE Business School, Spain
  6. Achieving ongoing technical innovations in libraries
    Frank Seeliger, Technical University of Applied Sciences, Germany

ผู้เขียนขอสรุปเพียง 3 หัวข้อที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

หัวข้อที่ 1  : ILMS & digital libraries, Open Source, OER, Open Access, the Open Movement.
บรรยายโดย : Edmund Balnaves, Prosentient Systems, Australia

หัวข้อนี้พูดถึงการเดินทางของระบบห้องสมุดหลักในช่วง 55 ปีที่ผ่านมาของแผนกไอทีซึ่งมีการพัฒนามาเป็นลำดับดังนี้

  • 1964 - การจัดตั้งแผนกและ "Commitee on Mechanization" - ยุคของเมนเฟรม
  • 1970-75 - วิวัฒนาการของ MARC
  • 1983 - ห้องสมุดเครือข่ายและข้อมูลบรรณานุกรม
  • 1987-1992 - วิวัฒนาการของ OPAC และระบบการจัดการห้องสมุด
  • 1998-2000 - การเกิดขึ้นของห้องสมุดดิจิทัล
  • 2010 Semantic Web รับการสนับสนุนจากแผนกไอที
  • 2011 - RFID รับการสนับสนุนจากแผนกไอที
  • 2015 Semantic Web จัดเก็บและนำเสนอเนื้อหาแบบมีโครงสร้าง
  • 2016 - Big Data SIG รับการสนับสนุนจากฝ่าย IT
  • 2018 - Linked Data การเชื่อมโยงข้อมูลด้วย Senmantic Web

     ห้องสมุดเป็นทั้งผู้มีส่วนร่วมในเทคโนโลยีและผู้เริ่มใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมห้องสมุดเป็นตัวขับเคลื่อนคอลเลคชั่นที่เป็นตัวเล่มทั้งทางกายภาพและการขนส่ง มีนวัตกรรมในการสืบค้นข้อมูลสำหรับคอลเลคชั่นที่เป็นตัวเล่มขนาดใหญ่ สถาบันขนาดใหญ่ในออสเตรเลียได้นำระบบและมาตรฐานมาใช้ในระดับประเทศ รวมทั้งมาตรฐานการลงรายการทางบรรณานุกรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น Lnked data และ Web archiving ห้องสมุดขนาดเล็กมีการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและทำงานร่วมกัน

     ห้องสมุดได้ศึกษาระบบสืบค้นผ่านระบบการลงรายการทางบรรณานุกรมและระบบการจำแนกประเภทจนเกิดระบบอัติโนมัติอย่าง Library Management System (LMS) พวกเขาได้ใช้ระบบในการจัดการคอลเล็กชันทางกายภาพขนาดใหญ่ผ่าน RFID และบาร์โค้ด ประวัติความเป็นมาของเทคโนโลยีสารสนเทศในปี 55 ของ IFLA เป็นตัวอย่างของบทบาทในการปรับใช้เทคโนโลยีของห้องสมุด

     นวัตกรรมห้องสมุดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตอบสนองความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงที่ห้องสมุดต้องเผชิญ การเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลเกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดระบบห้องสมุดโอเพนซอร์ส (Library management systems, digital library systems) เมื่อไม่นานมานี้เทคโนโลยีห้องสมุดได้ขยายไปสู่การสืบค้นและเชื่อมโยง Interlinking กับเว็บแบบ Semantic web และ Linked data มองไปข้างหน้าเราจะเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข้อมูลขนาดใหญ่ BIG DATA, AI และหุ่นยนต์ แต่เทคโนโลยีแบบ "เปิด" จะช่วยให้ห้องสมุดยังคงเป็นที่ต้องการขอโลกใบนี้ต่อไป

     "การเปิด" นั้นหมายถึงการคุ้มครองข้อมูลความเป็นส่วนตัวหรือไม่ ทำอย่างไรข้อมูลส่วนตัวถึงจะปลอดภัย มีความแตกต่างของคำว่า"ฟรี" ของโอเพนซอร์สที่ทุกคนคิดว่าสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ "ฟรี" หมายถึงไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างไรก็ตามการใช้ซอฟแวร์ใดๆต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ระบบ "ฟรี" เช่น Facebook อาจเป็นเพียงพื้นที่แสดงออกอย่างมหาศาล การโพสความคิด/การแสดงข้อคิดเห็น อาจไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ Facebook ทำกำไรจากข้อมูลขนาดใหญ่ BIG Data และการขายโฆษณา การสืบค้น "ฟรี" และฉับไวบน Google แต่ Google ก็ได้ประโยชน์จากการโฆษณา

ประเด็นที่สำคัญในเรื่องเทคโนโลยีแบบเปิด

  • มาตรฐานแบบเปิด (Open Standard)
  • โอเพ่นซอร์ส (Opensource)
  • การเข้าถึงแบบเปิด (Open Access)

มาตรฐานแบบเปิด (Open Standard) แผนก IFLA และฝ่ายไอทีได้มีส่วนร่วมในมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเปิดตั้งแต่เริ่มใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติดังนี้

  • Cataloging standards
  • Classification standards
  • MARC
  • Authorities
  • Linked Data

โอเพ่นซอร์ส (Opensource) ประกอบด้วย

  • ผู้สนับสนุนหรือชุมชน
  • ใบอนุญาตในการเผยแพร่ซ้ำ

ข้อดีของโอเพนซอร์ส

  • มีการตรวจสอบ
  • มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • ลดต้นทุน
  • เปิดเผยข้อมูลและบอกแหล่งที่มา

ตัวอย่าง: ระบบนิเวศห้องสมุดแบบเปิด

  • Koha - ระบบการจัดการห้องสมุด
  • Dspace - คลังสารสนเทศสถาบัน
  • Archivematica - การจัดจดหมายเหตุ
  • Open Journal System - การจัดการและการเผยแพร่วารสาร
  • Zotero - ระบบการจัดการอ้างอิง

     ขณะนี้ Linked Data กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติซึ่งสามารถฝังความสามารถไว้ในซอฟแวร์ DSpace Koha เป็นต้น Linked Data และ Big data สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะให้บรรลุวัตุประสงค์ในการทำเว็บแบบ Semantic web

หัวข้อที่ 2 : MARC and beyond: our three Linked Data choices
บรรยายโดย : Richard Wallis, Data Liberate, United Kingdom

หัวข้อนี้พูดถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีการเชื่อมโยงข้อมูล 3 เทคโนโลยีได้แก่

  • BIBFRAME 2.0
  • Schema.org
  • Linky MARC

โครงการ BIBFRAME 2.0 เป็นโครงการของ Library of Congress (LC) ซึ่งพัฒนามาจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้

  • พัฒนามาจากเวอชั่น 1.0
  • ยังไม่สมบูรณ์พอ แต่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • มีข้อกำหนดการแปลง MARC
  • ซอฟต์แวร์ในการแปลง MARC
  • พื้นฐานที่ดีสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เชื่อมโยงกันตามมาตรฐาน (RDF)
  • ได้รับการสนับสนุนจากหอสมุดรัฐสภา
  • เปิดโอกาสในการลงรายการทางบรรณานุกรมตามเอนทิตีเบส

โครงการ Schema.org เป็นโครงการที่พยายามจะกำหนดฟอร์แมต microdata ให้กับข้อมูล เป็นความร่วมมือกันของ กูเกิล ไมโครซอฟท์ และ ยาฮู

  • กำหนดฟอร์แมตโครงสร้างข้อมูลของเว็บไซต์
  • มีส่วนขยายบรรณานุกรม
  • ฝังใน HTML ของหน้าเว็บปกติ
  • มีการเริ่มใช้แล้วทั้งหมด 30 %
  • ใช้เพื่อสร้างข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ Search Engine
  • Google ยอมรับว่ามีอิทธิพลต่อการจัดทำดัชนี
  • การค้นหาด้วยเสียงแบบ Semantic Search
  • ไม่ละเอียดเพียงพอสำหรับการจัดทำรายการของห้องสมุด ฯลฯ

Linky MARC ไวยากรณ์ MARC สำหรับ URL

  • การเพิ่ม http URIs ลงในฟิลด์ย่อย MARC $ 0 และ $ 1
  • ข้อเสนอแนะของกลุ่มงาน PCC เกี่ยวกับ URIs ใน MARC
  • วิธีการที่สอดคล้องกันเพื่อรวมลิงก์ไปยังเอนทิตีเช่น คน, องค์กร, ฯลฯ (เจ้าหน้าที่)
  • ข้อมูลที่ไม่ได้เชื่อมโยง - แต่เป็นวิธีที่จะเก็บข้อมูล URIS ที่ระบุไว้สำหรับอนาคตและอาจใช้ในส่วนติดต่อผู้ใช้

หัวข้อที่ 3 : Embedded from the start: IT in the world's newest national library building
บรรยายโดย : Sohair Wastawy, Stuart Hamilton Qatar National Library, Qatar

     ห้องสมุดแห่งชาติของกาตาร์แห่งใหม่ ห้องสมุดของศตวรรษที่ 21 เปิดขึ้นในวันที่ 16 เมษายน 2018 Qatar National Library (QNL) สร้างขึ้นด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยด้วยแนวคิดที่จะเป็นหน่วยงานวิจัยแห่งชาติและห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดแห่งชาติของกาตาร์แห่งใหม่บรรยากาศภายในห้องสมุดถูกออกแบบให้มีพื้นที่คล้ายกับโรงละครในสมัยโรมัน ชั้นหนังสือถูกจัดวางเป็นลำดับขั้นรอบพื้นที่กว้างตรงกลาง เป็นอาคารที่ทันสมัยออกแบบโดย Rem Koolhaas อาคารแห่งนี้ได้รับออกแบบให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไอทีตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้ได้ห้องสมุดที่ดีที่สุด ห้องสมุดแห่งชาติของกาตาร์แห่งใหม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปทุกคนที่มีบัตรประชาชนของประเทศกาตาร์เข้าใช้ได้ฟรี เป็นพื้นที่ของทุกเพศทุกวัย มีพื้นที่สำหรับบริการเด็กเล็กและพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่มีหนังสือมากกว่าหนึ่งล้านเล่มสำหรับประชาชนทั่วไป รวมถึงวารสารและคอลเลคชั่นพิเศษ

Photos by Salim Matramkot © The Peninsula

     ห้องสมุดแห่งชาติของกาตาร์แห่งใหม่ยังเป็นห้องสมุดทางมรดกวัฒนธรรมของกาตาร์ QNL Heritage Library ของกาตาร์อีกด้วยเป็นที่รวบรวมเอกสารหายากและมีคุณค่าอาทิเช่น ต้นฉบับหนังสือภาษาอาหรับ,ต้นฉบับภาษาอารบิก,แผนที่,สมุดแผนที่ต่างๆ,แผนที่โลก,ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์,เครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับการเดินทาง,ข้าวของและสิ่งพิมพ์ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 15 เป็นต้น

     Qatar National Library (QNL) ได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ที่ www.qnl.qa ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกเพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลดิจิตอลออนไลน์ที่มีให้แก่สมาชิกมากมาย และผู้ใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ยังสามารถสำรองพื้นที่ห้องประชุมและพื้นที่จัดงานต่างๆในอาคารได้อีกด้วย

Qatar National Library (QNL) สร้างขึ้นเพื่อที่จะเป็น

  • พื้นที่การเรียนรู้
  • ศูนย์กลางของชุมชน
  • การลงทุนในคนรุ่นใหม่
  • เป็นสถานที่ที่ทุกคนมีความเสมอภาค
  • สินทรัพย์ระดับชาติ

การออกแบบ Qatar National Library (QNL)

  • มีระบบ Radio Frequency Identification" (RFID) ที่ช่วยผู้ใช้บริการหาหนังสือที่ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็วรวมทั้งสามารถยืม-คืนได้ด้วยตนเอง
  • ใช้ระบบการจัดการห้องสมุดที่มีความปลอดภัยและมีระบบรวบรวมและการจัดการคลังหนังสือ
  • โซนห้องสมุดเด็กเล็กและห้องสมุดวัยรุ่น
  • สถานีแห่งนวัตกรรม
  • 8 ห้องศึกษาแบบกลุ่ม
  • 28 ห้องย่อย
  • 2 ห้องมัลติมีเดีย
  • 26 จอแสดงผลอินเตอร์แอ็คทีฟและคอมพิวเตอร์ 465 เครื่อง
  • พื้นที่จัดกิจกรรมพิเศษ 200 ที่นั่งพร้อมไฟหน้าจอ LED ลำโพงและผ้าม่านเพื่อลดเสียงรบกวน
  • หอประชุม 120 ที่นั่ง
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

27 สิงหาคม 2561 - Exhibition

     สำหรับภาระกิจในวันนี้ผู้เขียนเดินทางมาที่จัดประชุม IFLA WLIC 2018 เพื่อเข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับห้องสมุด จัดแสดงอยู่ที่ Exhibition Hall 1 และ 2 บริเวณชั้นล่างสุดของอาคารศูนย์ประชุม Kuala Lumpur Convention Centre ภายในงานมีบูทของสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับงานนี้ สามารถดูรายชื่อที่จัดแสดงภายในงานได้ที่ลิงค์นี้ คลิก

สามารถดูแผนผังการจัดแสดงของบูทต่างๆ ได้ที่แผนผังข้างล่างนี้
exhibition-floorplan

     ภายในงานมีการจัดแสดงที่น่าสนใจมากมายเช่น การจัดแสดงสินค้าและสาธิตวิธีการทำหัตถกรรมพื้นบ้านของมาเลเซีย มีการสาธิตเพ้นท์เฮนน่า (Henna Painting) ให้ผู้เข้าร่วมงานที่สนใจด้วยลวดลายต่าง ๆ ตามประเพณีแบบอินเดีย การวาดภาพบนผ้าบาติก บูทจัดแสดงของสำนักพิมพ์ต่างๆ บูทจัดแสดงสินค้านวัตกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์หนังสือ เทคโนโลยีเครื่องสแกนหนังสือ และโซนผลงานวิชาการในรูปแบบโปสเตอร์ของผู้ส่งผลงานเข้าร่วมงาน IFLA WLIC 2018 ในครั้งนี้ ผู้เขียนเก็บภาพบรรยากาศมาฝากครับ

การจัดแสดงงานศิลปะและหัตถกรรมพื้นบ้านของประเทศมาเลเซีย (ที่มา : flickr.com/IFLA)
เทคโนโลยีเครื่องสแกนและเทคโนโลยีการอนุรักษ์หนังสือ
ตัวอย่างโปสเตอร์ผลงานวิชาการที่จัดแสดงในนิทรรศการณ์

     สำหรับโปสเตอร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นผลงานของคุณ Lotte Hviid Dhyrbye จากประเทศเดนมาร์ก ชื่อผลงานว่า"Creating strong young readers in a digital media landscape" สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ครับ คลิก

โปสเตอร์รางวัลชนะเลิศในปีนี้

28 สิงหาคม 2561 - Poster of Library Malaysia

     ในวันนี้ผู้เขียนเดินทางมาเข้าชมผลงานวิชาการรูปแบบโปสเตอร์ที่เป็นผลงานของห้องสมุดทั่วประเทศในมาเลเซีย โดยจัดขึ้นที่บริเวณชั้น 3 มีโปสเตอร์ที่น่าสนใจและการออกแบบที่สวยงามหลายชิ้น ผู้เขียนเก็บภาพมาฝากครับ

โปสเตอร์ของห้องสมุดในประเทศมาเลเซีย
โปสเตอร์ของห้องสมุดในประเทศมาเลเซีย

 

29 สิงหาคม 2561 - Library Visits

     ในวันนี้ผู้เขียนและคณะผู้แทนจากหอสมุดและคลังความรู้เดินทางออกจากที่พักเพื่อไปศึกษาดูงานที่ห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย National Library of Malaysia การเดินทางเนื่องจากที่พักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารางเดียว KL Monorail สถานี Raja Chulan จากสถานีนี้ซื้อตั๋วที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัติโนมัติในราคา 2.5RM เพื่อไปยังสถานี Chow Kit ตั๋วพลาสติกคล้ายๆกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT บ้านเรา

Rapid KL Monorail

     รีวิวการซื้อตั๋วรถไฟฟ้า Monorail จากเครื่องขายตั๋วอัติโนมัติ(วีดีโอนี้ถ่ายไว้ตอนขากลับจาก Chow Kit มายัง Raja Chulan)

     จากสถานีรถไฟฟ้ารางเดียว Chowkit เดินเท้าตามถนน Jalan Raja Muda Abdul Aziz ระยะทางประมาณ 1.9 กิโลเมตร ก็จะถึง National Library of Malaysia ใช้เวลาเดินประมาณ 26 นาที สถานที่ตั้งหอสมุดแห่งชาติมาเลเซีย National Library of Malaysia (NLM) ตั้งอยู่ที่ 232, Jalan Tun Razak, Kuala Lumpur ประกอบด้วยอาคาร 2 แห่งคือ Anjung Bestari และ PNM Tower การออกแบบสถาปัตยกรรมแนวคิดของอาคารมีรูปทรงตามรูปร่างของ tengkolok เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางปัญญาและความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์และมรดกของมาเลย์

     ห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย National Library of Malaysia (NLM) มีทรัพยากรทั้งหมด 4.78 ล้านหน่วย โดยเป็นสื่อสิ่งพิมพ์จำนวน 4.52 ล้านเล่ม ประเภทไม่ใช่สิ่งพิมพ์ 98,406 ชิ้น ต้นฉบับตำราภาษามลายู 4,974 ฉบับ และวัสดุดิจิตอล 158,316 ไฟล์ ทรัพยากรทั้งหมดของห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย สามารถสืบค้นได้ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ http://opac.pnm.gov.my บทบาทหลักของหอสมุดแห่งชาติคือการรักษาและส่งเสริมการใช้งานสิ่งพิมพ์ที่ตีพิมพ์จากภายในประเทศ รวมถึงการเก็บรวบรวมสิ่งพิมพ์จากต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ในฐานะที่เป็นหอสมุดแห่งชาติของประเทศมาเลเซียมีหน้าที่รับผิดชอบในการรวบรวมองค์ความรู้ในระดับชาติสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลกลางของความทรงจำและวัฒนธรรมในอดีตของมาเลเซียตลอดจนเป็นห้องสมุดที่จัดเก็บเอกสารและบันทึกภูมิปัญญาที่ได้ทำการแปลงเป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์และไม่ใช่สิ่งพิมพ์ มีคอลเลกชัน Malaysiana เป็นชุดของมรดกแห่งชาติและเชื้อชาติมาเลเซีย ห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย National Library of Malaysia (NLM)  เป็นห้องสมุดที่จัดตั้งภายใต้พระราชบัญญัติห้องสมุดแห่งชาติ พ.ศ. 2515 ประเทศมาเลเซีย  เป็นห้องสมุดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน MS ISO 9001: 2008

Online Public Access Catalogue (OPAC)

คอลเล็กชันของหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียมีดังต่อไปนี้

  • คอลเล็กชัน Malaysiana เช่น คอลเล็กชันชั่วคราว, คอลเล็กชันส่วนตัว ฯลฯ
  • คอลเลกชันที่ไม่ใช่ของ Malaysiana เช่น คอลเลกชันอาเซียน, คอลเลกชันฮาร์วาร์ด, คอลเลกชันของสหประชาชาติ ฯลฯ
  • แหล่งรวบรวมต้นฉบับภาษามลายูคอลเลกชันที่หายาก
  • คอลเล็กชันเอกสาร เช่น นิตยสารหนังสือพิมพ์วารสาร ฯลฯ
  • คอลเลคชันสื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • ฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์
ตัวอย่างคอลเล็กชันของหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียมีดังต่อไปนี้

งานบริการของหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียมีดังต่อไปนี้

  • บริการรายการอ้างอิง
  • บริการยืม-คืน
  • บริการสำหรับตีพิมพ์ผลงาน
  • แค็ตตาล็อกการเข้าถึงสาธารณะ (OPAC)
  • หนังสือมาตรฐานสากล (ISBN และ e-ISBN)
  • หมายเลขผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล (ISSN & e-ISSN0
  • การจัดทำรายการในสิ่งตีพิมพ์ (CIP)
  • ระบบการจัดส่งสิ่งพิมพ์
  • บริการยืม-คืน จำนวนมาก
  • บริการที่ปรึกษาผู้อ่าน
  • บริการเอกสาร
  • การเก็บรักษาห้องสมุด

     ผู้เขียนและคณะเดินทางมาถึงหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียเวลา 9.00 AM มีเจ้าหน้าที่ของหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียให้การต้อนรับและพานำชมห้องสมุด

 

     โซนแรกที่เจ้าหน้าที่พาไปนำชมคือบริเวณจัดแสดงวัฒนธรรมของมาเลเซีย เช่น การแต่งการของชนพื้นเมืองต่างๆในมาเลเซีย การละเล่นพื้นบ้านของมาเลเซีย และนิทรรศการ

การแต่งการของชนพื้นเมืองต่างๆในมาเลเซีย การละเล่นพื้นบ้านของมาเลเซีย

     บริเวณต่อมาคือโซน Smart Library และห้องสมุดสำรับเด็กซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีจากบริษัทซัมซุง

โซน Smart Library
โซน Smart Library
ห้องสมุดสำหรับเด็ก

     ต่อมาเป็นการนำชมในส่วนของศูนย์ต้นฉบับมลายูแห่งชาติ The National Centre for Malay Manuscripts ซึ่งจัดแสดงต้นฉบับเขียนด้วยลายมือภาษามลายูทั้งเอกสารที่เป็นสิ่งพิมพ์และไม่ใช่สิ่งพิมพ์ ต้นฉบับหายากที่มีคุณค่าต่างๆ

ลงชื่อเข้าเยี่ยมชมศูนย์ต้นฉบับมลายูแห่งชาติ
ศูนย์ต้นฉบับมลายูแห่งชาติ The National Centre for Malay Manuscripts
ศูนย์ต้นฉบับมลายูแห่งชาติ The National Centre for Malay Manuscripts
บรรยากาศในห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย
ตู้คืนหนังสืออัตโนมัติติดตั้งที่ด้านนอกห้องสมุดสำหรับผู้ใช้บริการที่ขับรถมาคืนหนังสือ Drive thru

    ก่อนเดินทางกลับถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้านหน้าห้องสมุดแห่งชาติมาเลเซีย National Library of Malaysia (NLM)

30 สิงหาคม 2561 - Kuala Lumpur City Tour

     สำหรับภารกิจในวันนี้เป็นโปรแกรมทัศนศึกษาเมืองกัวลาลัมเปอร์ ในวันนี้ผู้เขียนออกเดินทางจากที่พักโดยใช้รถประจำทางที่ให้บริการฟรีสายสีม่วง Purple Line เส้นทางวิ่งรอบเมือง โดยที่แรกที่จะเดินทางไปคือ Petaling Street หรือ China Town เป็นถนนที่เต็มไปด้วยสินค้าประเภท เสื้อผ้า แว่นตา นาฬิกา ขายเหมือนๆกันหลายๆร้าน ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร การเดินทางมายัง Petaling Street สามารถนั่งรถบัสฟรี Purple Line มาลงที่ด้านหน้าได้เลยครับ

รถบัส Purple Line
Petaling Street

     จาก Petaling Street เดินข้ามถนนแล้วเดินไปทางซ้ายประมาณ 500 เมตร ไม่ไกลก็จะถึงที่หมายถัดไปคือ Central Market ตลาดเก่าแก่ของมาเลเซียเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคอังกฤษยังเป็นเจ้าอาณานิคมมลายู ตั้งแต่ปี 1888 เปิดทุกวันตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่มเป็นแหล่งรวมสินค้าของฝากของที่ระลึก ของเก่า งานหัตถกรรม สินค้าพื้นเมือง เช่น เสื้อผ้าบาติก เครื่องเงิน จิวเวลรี่ พวงกุญแจ มีร้านกาแฟ old town และร้านอาหาร ภายในติดแอร์เย็นชุ่มฉ่ำ

Central Market

     ด้านข้างอาคาร Central Market เป็นตลาดถนนคนเดินชื่อว่า Kasturi walk มีสินค้าของที่ระลึกขายเช่นกัน ซุ้มหลังคาออกแบบเป็นสัญลักษณ์รูปว่าวของมาเลเซียมีชื่อเรียกว่า Wa Bulan ( ว่าววงเดือนเสน่ห์มลายู ) การเดินทางสามารถนั่งรถบัส Purple Line มาลงที่ Petaling Street แล้วเดินเท้ามาอีกไม่ไกล หรือนั่งรถไฟฟ้าสาย Kelana jaya Line ลงสถานี Pasar Seni

Kasturi walk

     สถานที่ต่อไปที่ผู้เขียนเดินทางไปคือจัตุรัสเมอร์เดก้า (Dataran Merdeka) เป็นสถานที่แสดงถึงการเป็นเอกราชของมาเลเซีย เป็นสถานที่ตั้งของธงชาติมาเลเซียสูง 95 เมตร (เคยติดอันดับสูงที่สุดในโลก) บริเวณนี้เมื่อตอนมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ธงชาติมาเลเซียถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษ ณ บริเวณแห่งนี้ ทำให้บริเวณจัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญสำหรับจัดงานระดับชาติ เช่น งานฉลองวันชาติ พิธีสวนสนาม รวมทั้งคอนเสิร์ต และมหกรรมต่างๆ จัตุรัสเมอร์เดก้ามีสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "ปาดัง" ล้อมรอบด้วยอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย มองจาก Merdeka Square ไปไกล ๆ ก็จะมองเห็นอาคารที่มีหลังคาสีแดงก็คือ Royal Selangor Club

     ฝั่งตรงข้ามจัตุรัสเมอร์เดก้าเป็นที่ตั้งของ Sultan Abdul Samad Building เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ โดยสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษเสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารหลังนี้เมื่อปี ค.ศ. 1897 Sultan Abdul Samad Building เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ออกแบบโดย AC Norman สร้างในปี ค.ศ. 1894 เพื่อใช้เป็นศูนย์บริหารอาณานิคมในสมัยการปกครองของอังกฤษ มีหอนาฬิกาสูง 41.2 เมตรที่เป็นจุดเด่นของอาคารได้รับขนานนามว่าเป็น "บิ๊กเบนของมาเลเซีย" อยู่ในรูปแบบโดมสีทองขนาดใหญ่ การเดินทางสามารถเดินจาก Central Market มาที่ Dataran Merdeka และ Sultan Abdul Samad Building ได้ไม่ไกลใช้เวลาประมาณ 5 นาที

Sultan Abdul Samad Building และ Dataran Merdeka

     ด้านหลังอาคาร Sultan Abdul Samad Building เป็นสวนสาธารณะถัดไปเป็นที่ตั้งของมัสยิดจาแม็ก (Jamek Mosque)  ซึ่งเป็นมัสยิดเก่าแก่ของกัวลาลัมเปอร์

มัสยิดจาแม็ก Jamek Mosque และสวนสาธารณะด้านหลังอาคาร Sultan Abdul Samad Building

     ใกล้ๆกับจัตุรัสเมอร์เดก้ามีสถานที่ที่เป็นแลนมาร์คอีกแห่งหนึ่งของกัวลาลัมเปอร์นั่นก็คือ Lumpur City Gallery มีนักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปที่ป้าย I Love KL ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคาร ด้านใน Lumpur City Gallery แสดงประวัติของประเทศมาเลเซียจากอดีตถึงปัจจุบัน(เสียค่าเข้าชม)

Lumpur City Gallery

     เดินออกมาจาก Lumpur City Gallery จะเจอกับ National Textile Museum พิพิธภัณฑ์สิ่งทอแห่งชาติจัดแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ และสิ่งทอที่มีเอกลักษณ์ พิพิธภัณฑ์มีห้องจัดแสดงหลัก 4 ห้อง ได้แก่ ห้องโปฮนบูดิ ห้องเปลังกิ, ห้องเตลัคเบรันไต และห้องรัตนาซารี

National Textile Museum

     หลังจากเดินเล่นแถวจัตุรัสเมอร์เดก้าผู้เขียนเดินกลับไปขึ้นรถบัสฟรี Purple Line ซึ่งท่ารถบัสต้นสายอยู่ใกล้กับ Central Market นั่งบัสไปลงที่ป้าย Telekom Muzium เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศมาเลเซีย

Telekom Muzium

     จาก Telekom Muzium รอรถบัส Purple Line เหมือนเดิมไปลงที่ป้าย Raja ซึ่งใกล้กับที่พักเดินข้ามถนน และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนชื่อ Jalan Nagasari ตรงไปประมาณ 200 เมตรจะเจอถนน Jalan Bedara เดินเลี้ยวเข้าซอยเล็กก็จะพบกับ Colorful Street Art in Kuala Lumpur

Colorful Street Art in Kuala Lumpur

สถานที่สุดท้ายที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนกัวลาลัมเปอร์นั่นก็คืออาคารหอคอยคู่เปโตรนาส Petronas Twin Towers ผู้เขียนเก็บภาพ Petronas Twin Towers ในหลายๆช่วงเวลามากฝากครับ

Petronas Twin Towers

 

Petronas Twin Towers

 

Petronas Twin Towers

 

Petronas Twin Towers

ความประทับใจ

     การเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติ IFLA WLIC 2018 ในครั้งนี้่ทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย เช่น การเข้าร่วมงานประชุมระดับนานาชาติที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และมีความเป็นมืออาชีพของผู้จัดงาน การประชุมที่บรรณารักษ์จากทั่วโลกมาประชุมร่วมกันเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันสำหรับห้องสมุดในอนาคต เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงความร่วมมือกันที่ยิ่งใหญ่ของบรรดาห้องสมุดทั่วโลก ได้ฟังวิสัยทัศน์ของผู้นำและผู้บริหารประเทศที่เห็นถึงความสำคัญของห้องสมุด ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ใหม่ๆจากการมาเยือนเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นมหานครที่ทันสมัยเป็นศูยน์กลางธุรกิจและการค้า ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนชาติมาเลเซียที่ประกอบไปด้วยคนมาเลย์ ชาวจีน คนอินเดียและเชื้อชาติอื่นอีกมากมาย ทำให้ผู้เขียนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งครับ

     ในโอกาสนี้ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะผู้บริหารหอสมุดและคลังความรู้ฯ อีกครั้งที่ให้การสนับสนุนและให้โอกาสผู้เขียนได้เดินทางเข้าร่วมงานประชุมในครั้งนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณบุคลากรหอสมุดและคลังความรู้ฯทุกท่านที่ส่งกำลังใจและช่วยเหลืออำนวยความสะดวกทั้งเรื่องเอกสารและเรื่องการเงินแก่ผู้เขียนทั้งก่อนเดินทางและหลังเดินทาง สุดท้ายนี้ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปศึกษาดูงานในครั้งนี้มาช่วยพัฒนาหอสมุดและคลังความรู้ฯให้ก้าวหน้าต่อไป ขอขอบคุณครับ

ว่าที่ร้อยตรีสิขริน สุวรรณนที
นักวิชาการสารสนเทศ
หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
25 กันยายน 2561


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019