ประสบการณ์ครั้งแรกในฐานะผู้ได้รับทุนเข้าร่วมประชุมบรรณารักษ์ระดับโลก “IFLA WLIC 2018” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24 – 30 สิงหาคม 2561


ประสบการณ์ครั้งแรกในฐานะผู้ได้รับทุนเข้าร่วมประชุมบรรณารักษ์ระดับโลก “IFLA WLIC 2018”
ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24 – 30 สิงหาคม 2561

เขียนโดย   สุรัสวดี ดิษฐสกุล

หัวหน้าห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล

 

IFLA : https://ifla.org

IFLA ย่อมาจาก International Federation of Library Associations and Institutions เป็นสหพันธ์ระหว่างประเทศทางด้านห้องสมุด ที่ก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี 1927 ที่เมืองเอดินเบอร์ก ประเทศสกอตแลนด์  ปัจจุบัน IFLA มีสมาชิกมากกว่า 1,400 คน จาก 140 ประเทศทั่วโลก ใน 6 ภูมิภาค คือ ยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา หมู่เกาะในทะเลคาริบเบียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย และโอเชียเนีย (กลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก) IFLA ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องในปี 1971 ที่ประเทศเนเธอแลนด์ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์  IFLA เป็นองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ และเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร  วัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้ง เพื่อส่งเสริมมาตรฐานงานบริการและส่งเสริมการให้บริการสารสนเทศของห้องสมุด เสริมสร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจถึงคุณค่าของบริการห้องสมุด ห้องสมุดซึ่งเป็นผู้ส่งมอบข้อมูลที่ดีมีคุณค่าเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดย IFLA จะทำหน้าที่เป็นองค์กรตัวแทนเพื่อผลประโยชน์ของมวลสมาชิกจากทั่วโลก

นอกจากนี้ IFLA ยังได้แสดงบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับองค์กรใหญ่ ๆ ในระดับโลกที่มีความสนใจคล้ายกัน ได้เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดี ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น  IFLA มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับองค์การ UNESCO นอกจากนี้ IFLA อยู่ในฐานะเป็นผู้สังเกตุการณ์ของ United Nations รวมถึง World Intellectual Property Organization (WIPO) / International Organization for Standardization (ISO) /และ World Trade Organization (WTO) ในปี 1999 และยังเป็นภาคีร่วมกับ International Council of Scientific Unions (ICSU) เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น IFLA เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง และได้รับการทาบทามให้เป็นที่ปรึกษาขององค์กรสำคัญ ๆ ที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐเป็นจำนวนมากหลายแห่ง ดังนี้… IFLA ได้เป็นที่ปรึกษาของ International Publishers Association (IPA)  นอกจากนี้ IFLA ยังได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของหน่วยงานด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น International Council on Archives (ICA) / International Council of Museums (ICOM) / International Council on Monuments and Sites (ICOMOS)  และได้รับเชิญเป็นกรรมการของ International Committee of the Blue Shield (ICBS) โดยพันธกิจของ ICBS นั้นต้องการรวบรวมและเผยแพร่สารสนเทศและร่วมมือกันในสถานการณ์ที่สารสนเทศทางวัฒนธรรมที่กำลังอยู่ในความเสี่ยง

หากผู้อ่านรู้จักสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย (TLA) ท่านคงทราบดีว่า TLAเป็นสมาคมวิชาชีพบรรณารักษ์ในระดับชาติ ถ้าจะเปรียบเทียบกัน  IFLA คงเป็นองค์กรวิชาชีพบรรณารักษ์ในระดับนานาชาติหรือระดับโลกก็ว่าได้ แต่ทั้ง TLA และ IFLA ต่างก็มุ่งทำงานเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้วิชาชีพนี้เจริญก้าวหน้าและมีมาตรฐานทางวิชาชีพ ทั้งสององค์กรมีรูปแบบโครงสร้างองค์กรคล้ายกัน คือมีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการส่วนงาน และคณะทำงานกลุ่มต่าง ๆ  มีการรับสมัครสมาชิกจากผู้สนใจ มีการประชุมวิชาการประจำปีเหมือนกัน  กรณี IFLA ถ้าต้องการการสมัครเป็นสมาชิกของ IFLA ราคาค่าสมาชิกจะแตกต่างตามประเภทสมาชิกที่สมัคร โดย IFLA มีกลุ่มความสนใจพิเศษให้เลือกจำนวนมากถึง 17 กลุ่ม เช่น Big Data, E-Metrics, Linked Data etc. ดูเพิ่มเติมที่ https://www.ifla.org/activities-and-groups#special-interest-groups 

IFLA ได้แบ่งโครงสร้างออกเป็น 5 แผนก คือ

  1. Library Collections (Division II)
  2. Library Services (Division III)
  3. Library Types (Division I)
  4. Regions (Division V)
  5. Support of the Profession (Division IV)

IFLA แบ่งแต่ละแผนกออกเป็นหมวดย่อยอีก 50 หมวด ดูเพิ่มเติมที่ https://www.ifla.org/activities-and groups#divisions   นอกจากนี้ IFLA ยังได้ผลิตงานวิชาการออกตีพิมพ์และเผยแพร่ ดังต่อไปนี้ ดูเพิ่มที่ https://www.ifla.org/ifla-publications

  1. IFLA Journal  วารสารราย 3 เดือน ตีพิมพ์ 4 ครั้งต่อปี เป็นวารสารที่มีบทความ peer-reviewed ทางด้านห้องสมุดและบริการสารสนเทศ รวมถึง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงสารสนเทศ หรือส่งผลกระทบต่อห้องสมุด
  2. The Annual Report  รายงานประจำปีของ IFLA ซึ่งเป็นบันทึกความสำเร็จของการทำงานในช่วงปีที่ผ่านมา
  3. The IFLA Publications Series  สิ่งตีพิมพ์ต่อเนื่องที่ผลิตโดยสำนักพิมพ์ IFLA ตั้งอยู่ที่ De Gruyter กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
  4. The IFLA Professional Reports รายงานการจัดประชุมทางวิชาชีพบรรณารักษ์ และเป็นแนวทางไปสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practice) ตีพิมพ์ต่อเนื่อง

IFLA ผู้จัดเวทีวิชาการทางบรรณารักษ์ในระดับโลก

ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในแวดวงสารสนเทศ ท่านก็ไม่ควรพลาดการประชุม IFLA WLIC (World Library and Information Congress: IFLA General Conference and Assembly)

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ IFLA WLIC จัดขึ้นเป็นประจำปีละครั้ง ในช่วงระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคมของทุกปี โดยสมาชิก IFLA ตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างแข่งขันกันเสนอตัวรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ณ ประเทศของตน ปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีมากกว่า 3 พันคนเพื่อมาพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ร่วมกันอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการวิชาชีพ ได้มาพบเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมสารสนเทศ ผลการดำเนินงานของ IFLA และการได้สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศเจ้าภาพ

สำหรับการประชุม IFLA WLIC 2018 ในปีนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 26 จัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24 -30 สิงหาคม 2018 (https://2018.ifla.org/) โดยครั้งแรกจัดประชุมที่เมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน (ปี1993) สำหรับประเทศไทยนั้นเคยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IFLA ครั้งที่ 7 (ปี1999)  การประชุมในปีหน้า IFLA WLIC 2019 จะจัดขึ้นที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 24-29 สิงหาคม 2019  (https://www.ifla.org/annual-conference) และการประชุม IFLA ปี 2020 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะจัดขึ้นที่กรุงอัมเสตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์

past congress

 

IFLA กับการประชุมระดับภูมิภาค (Regional Meetings)

นอกจากนี้ IFLA ยังมีบทบาทในระดับภูมิภาค ดูเพิ่มที่ https://www.ifla.org/about/more – จะเห็นได้ว่า IFLA ได้จัดให้มีการจัดการประชุม สัมมนา และ ฝึกปฏิบัติการแก่บุคคลในวิชาชีพ ซึ่งจัดขึ้นทั่วโลกโดยกลุ่มวิชาขีพตามโปรแกรมแผนยุทธศาสตร์ของ IFLA ดูเพิ่มที่ https://www.ifla.org/ifla-l

 

สมาชิกของ IFLA

IFLA เป็นองค์กรวิชาชีพ ด้านบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์ การเข้าเป็นสมาชิก IFLA จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้ นอกจากจะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับองค์กรวิชาชีพแล้ว ยังมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางการจัดการประชุมในภาพรวม สามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง จะ ได้รู้รับทราบความเคลื่อนไหวในวงการ รวมถึงได้มีส่วนช่วยผู้อื่นและช่วยตนเองให้ได้รับประโยชน์ โดยการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือให้เกิดขึ้น IFLA จึงเป็นเสมือนที่ซึ่งห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ และ ผู้มีอาชีพทางสารสนเทศจากทั่วโลกสามารถแสดงความรู้สึกนึกคิดให้โลกได้รับทราบ ผู้เป็นสมาชิก สามารถเข้าร่วมเครือข่ายนานาชาติได้ ช่วยคิดกลยุทธ์ เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน ช่วยพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและให้คำแนะนำ มีส่วนร่วมในการประชุม สัมมนา และเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เข้าร่วมอภิปรายเรื่องสำคัญต่างๆกับเพื่อนร่วมงานในทุกมุมโลกและแลกเปลี่ยนสารสนเทศบนหัวข้อที่คุณทำงานได้  สมาชิกยังได้รับส่วนลดในการประชุมสามัญประจำปี และส่วนลดในการบอกรับเป็นสมาชิกสิ่งพิมพ์ของ IFLA  สมาชิกจะได้รับสำเนาของรายงานประจำปีฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และสมาชิกจะได้รับ IFLA Journal ฟรี  อัตราค่าสมาชิก IFLA ดูที่ https://www.ifla.org/membership/costs

Membership cost

ทุนสนับสนุนการเข้าร่วมประชุม IFLA2018 มีกี่ทุน? สมัครอย่างไร?

IFLA2018

IFLA มีทุนให้สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2018 เป็นจำนวนมาก ในหลายประเภททุน ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้บรรณารักษ์ หรือผู้ที่อยู่ในวิชาชีพสารสนเทศ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ได้รับโอกาสเข้าร่วมการประชุมบรรณารักษ์ระดับโลก เงื่อนไขการได้รับทุนจะแตกต่างไปตามประเภทของทุนที่ได้รับ สนใจดูเพิ่มที่หัวข้อ Conference Participation Grants (https://2018.ifla.org/congress-information/conference-participation-grants)

Conference Participation Grants

♣ ทุน Dr.Shawky Salem Conference Grant 2018

จุดประสงค์ของทุนนี้ ให้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านบรรณารักษ์และสารสนเทศจากประเทศอาหรับ(AC) ให้เข้าร่วมการประชุมประจำปีของ IFLA โดยผู้สมัครต้องไม่เคยเข้าร่วมประชุม IFLA มาก่อนเลย ต้องมีสัญชาติอาหรับ อายุไม่เกิน 45 ปี มีประสบการณ์การทำงานด้านบรรณารักษ์ / งานสอนบรรณารักษ์ 5 ปีขึ้นไป / และได้รับอนุญาตจากหน่วยงาน  ทุนนี้จะให้สูงสุด USD1900 สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เปิดรับสมัครถึง 15 มีนาคม 2018 ประกาศผลใน 14 เมษายน 2018

♣ ทุน Naseej (ARAbian Advanced systems Co.) Grant for IFLA WLIC 2018

เป็นทุนของ Naseej Academy and the IFLA Center for Arabic Speaking Libraries (IFLA-CASL) ให้ทุนสำหรับบรรณารักษ์นักสารสนเทศจากประเทศอาหรับทั่วโลกให้เข้าร่วมการประชุม WLIC ที่จัดโดย IFLA ได้ 

รายละเอียดของทุน

  • ทุนนี้ให้เฉพาะห้องสมุดหรือนักสารสนเทศชาวอาหรับทั่วโลก
  • สำหรับผู้นำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ หรือ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการประชุม จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • กรรมการจาก IFLA และ Naseej Academy จะเป็นผู้ร่วมกันคัดเลือกผู้สมควรได้รับทุน
  • ทุนนี้จะรวมค่าเดินทาง คนที่พัก และค่าลงทะเบียน สำหรับ 1 คน มูลค่าไม่เกิน USD 2,000
  • ผู้ได้รับทุนต้องสัญญาว่าจะกลับมาเขียนรายงาน เล่าถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้เข้าร่วมในระหว่างการประชุมและสิ่งที่ได้รับนี้เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของอย่างไร ทุนนี้เปิดรับสมัครถึง 15 มีนาคม 2018 และประกาศผลวันที่ 2 เมษายน 2018

♣ ทุน Academic and Research Libraries Section Conference Attendance Grant

ทุน Academic and Research Libraries Section (ARL) มีผู้ให้การสนับสนุนคือ Ex Libris และ SAGE เสนอให้ทุนจำนวน 3 ทุน เพื่อให้ผู้ได้รับทุนได้เข้าร่วมการประชุม IFLA Congress ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์  ทั้งนี้ ทุนดังกล่าวจะให้สำหรับประเทศที่อยู่ในภูมิภาคต่อไปนี้คือ :

  • แอฟริกา
  • ลาตินอเมริกา
  • เอเชียแปซิฟิก

ทุนนี้จะให้อะไรบ้าง? ผู้ได้รับทุนจะได้รับค่าลงทะเบียนล่วงหน้า จำนวน Euro 500 ซึ่งจะหมดเขตสมัครในวันที่ 15 พฤษภาคม 2018  และจะได้รับทุนสนับสนุนค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก Euro 700 ผู้ได้รับทุนต้องเข้าร่วม IFLA Awards session เพื่อเข้ารับใบประกาศนียบัตร และต้องเข้าร่วม ARL’s Hot Topic session ด้วย นอกจากนี้ ยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทางผู้สนับสนุนขอมา เช่น photo shoots และกิจกรรม exhibition ที่จัดโดยผู้สนับสนุนทุน  ผู้ได้รับทุนต้องเขียนบทความสนั้น ๆ กล่าวถึงประสบการณ์จากการประชุม (500 คำ) ซึ่งจะนำมาตีพิมพ์ลงใน ARL Section blog ภายใน 3 เดือนหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น

   ♦คุณสมบัติที่เหมาะสมของผู้ได้รับทุน

  • ต้องเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุดของประเทศนั้นๆ
  • ผู้สมัครต้องไม่เคยเข้าร่วมการประชุม IFLA มาก่อนเลย
  • ผู้สมัครต้องยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้รับจากการประชุมIFLA กับสมาคมห้องสมุดในประเทศของตน
  • ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับวีซ่านักท่องเที่ยว
  • ผู้สมัครต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ทุนให้การสนับสนุน
  • ผู้ที่เคยได้รับทุนแล้วไม่สามารถสมัครขอทุนได้อีก

   ♦วิธีการสมัคร

(A) ให้เขียนจดหมาย ประกอบด้วย:

  • ข้อมูลติดต่อได้ของท่าน เช่น ชื่อ และอีเมล์
  • เรื่องย่อเกี่ยวกับการงาน และ/หรือ สถานภาพกรณีนักศึกษา และต้องเป็นผู้เข้าร่วมประชุม IFLA เป็นครั้งแรก เป็นรุ่นเยาว์ นักศึกษาบรรณารักษ์ (LIS) และทำงานบรรณารักษ์ เป็นครั้งแรกที่สมัคร

(B) ให้เขียนเรียงความไม่เกิน 500 คำ

  • เพื่ออธิบายถึง ประโยชน์ของการเข้าร่วมประชุม IFLA ต่อตัวท่าน และ/หรือต่อสมรรถนะทางวิชาชีพด้วยการอ้างถึง theme of the conference
  • ท่านตั้งใจจะนำประโยชน์ที่ได้รับนี้จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ทั้งต่อตนเอง ต่อห้องสมุด และต่อที่ทำงาน
  • งบประมาณ และราคาที่คาดประมาณค่าใช้จ่ายค่าเดินทางและที่พักประมาณ Euro700 และถ้าท่านได้ทุนนี้ท่านไม่สามารถรับการสนับสนุนจากทุนอื่น ๆ ได้

(C) การประกาศว่าท่านสามารถสามารถขอรับทุนค่าต่าง ๆ จากผู้ให้ทุนการประชุมนี้ได้ ท่านต้องได้รับวีซ่าท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้ว

(D) ท่านต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าร่วมการประชุมและได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมการประชุม IFLA WLIC ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียได้ รับสมัครทุนถึง 9 มีนาคม 2018 และประกาศผลภายใน 1 พฤษภาคม 2018

♣ ทุน IFLA World Library and Informaiton Congress Participation Grants

ผู้ให้การสนับสนุนทุนนี้คือ MyCEB หรือ MALAYSIA CONVENTION & EXHIBITION BUREAU  การประกาศให้ทุนจำนวน  30 ทุน แก่ผู้เข้าร่วมการประชุม IFLA2018 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ผู้ได้รับทุนไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนเข้าประชุมและยังได้เงินอีก 500 ยูโรเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  การลงทะเบียนฟรีจะต้องทำผ่านระบบออนไลน์โดยใช้รหัสผ่าน เงิน 500 ยูโรจะจ่ายให้ที่สถานที่จัดประชุม KLCC มาเลเซีย

    ♦ คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน

ต้องไม่เคยเข้าประชุม WLIC มาก่อน และ ต้องเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุดของประเทศนั้น ๆ 

    ♦ วิธีสมัคร

  • เขียนประวัติ (curriculum vitae)
  • เขียน motivation letter กล่าวถึงประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการเข้าร่วมการประชุม (ไม่เกิน 200 คำ)
  • หลักฐานยืนยันการเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุด เช่น สำเนาบัตรสมาชิกสมาคม, จดหมายรับรองจากสมาคม เป็นต้น

    ♦ รายงาน(Post-Congress Report)  

ภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง ขอให้ผู้ได้รับทุนเขียนรายงานสั้น ๆ (brief report) พูดถึงประสบการณ์ที่ได้ รับสมัครถึง 1 มีนาคม 2018

ทำอย่างไร? จะได้ไปประชุม IFLA ..ขอทุนสิ

เมื่อได้รับข่าวทุน IFLA WLIC 2018 จาก ดร.รุจเรขา วิทยาวุฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งผ่านไลน์สื่อสารองค์กรประกาศเชิญชวนให้บุคลากรหอสมุดฯทราบ/สมัครขอทุนดังกล่าว ในเบื้องต้นไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย แต่เมื่อมีการประกาศซ้ำรอบสองว่า ยังไม่มีผู้ใดสมัครและน่าเสียดายจัดใกล้ประเทศไทยซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่มากเดินทางสะดวก จึงนำมาพิจารณาใหม่ และคิดว่าน่าจะลองดู จะได้ทุนหรือไม่ก็ไม่เป็นไรถือเป็นประสบการณ์การขอทุน มีแต่กำไร อย่างน้อยก็ได้ลอง ได้เรียนรู้ ในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผู้เขียนขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการหอสมุดมา ณ โอกาสนี้ด้วย เพราะนอกจากท่านจะนำข่าวดีๆมาแจ้งให้บุคลากรทราบแล้ว ท่านยังมีส่วนในความสำเร็จครั้งนี้ของผู้เขียนเป็นอย่างมาก ท่านให้คำแนะนำวิธีเขียนสมัครขอทุนที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนประสบความสำเร็จได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนเข้าร่วมประชุม IFLA2018 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

ตัดสินใจขอทุน”IFLA World Library and Information Congress Participation Grants”

ผู้สนับสนุนทุนนี้คือ MyCEB หรือ MALAYSIA CONVENTION & EXHIBITION BUREAU  จำนวน  30 ทุน ให้การสนับสนุนค่าลงทะเบียนและให้เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 500 ยูโร  ผู้เขียนใคร่ขอแสดงความขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ดูที่ https://2018.ifla.org/congress-information/conference-participation-grants

เปิดรับสมัครทุนถึง 1 มีนาคม 2018  เงื่อนไขการขอรับทุนคือ

1. ต้องเป็นผู้ที่เข้าร่วมประชุม IFLA เป็นครั้งแรก และไม่เคยเข้าร่วมประชุม IFLA มาก่อน

2. ต้องเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุดของประเทศนั้น ๆ

การสมัครขอทุน

1. ประวัติส่วนตัว

2. จดหมายสมัครขอทุนที่ระบุถึงประโยชน์ที่จะได้รับในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ (ไม่เกิน200คำ)

3. หลักฐานการเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุด (เช่น สำเนาบัตรสมาชิก จดหมายรับรองการเป็นสมาชิกจากสมาคมห้องสมุด เป็นต้น)

ผู้เขียนสนใจขอทุนจึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทุนดังนี้  ส่งใบสมัครไปทางอีเมล์ที่ grant@ifla.org  หมดเขตสมัคร 1 มีนาคม 2018  ประกาศผล 16 เมษายน 2018 มีเงื่อนไขว่าหลังการประชุมสิ้นสุดลง ผู้ได้รับทุนต้องส่งรายงานสรุปประสบการณ์และประโยชน์ที่ได้รับส่งกลับไปยังผู้ให้ทุนด้วย

ทำไมอยากไปประชุม IFLA ?  

อยากไปเห็นความยิ่งใหญ่ของสุดยอดการประชุมบรรณารักษ์นานาชาติระดับโลก ซึ่งโอกาสได้เข้าร่วมประชุมแบบนี้หาได้ยาก เมื่อประกาศผลว่าได้รับทุน จึงดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ทุนเข้าประชุม IFLA ในครั้งนี้ ทำให้ความฝันกลายเป็นความจริง เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เข้าประชุมบรรณารักษ์ระดับโลก ทั้งดีใจและภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสสำคัญนี้  เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นแต่ระดับผู้บริหารห้องสมุดเท่านั้นที่มีโอกาสเดินทางไปประชุม IFLA  ส่วนใหญ่การประชุม IFLA มักจัดขึ้นที่ประเทศในแถบโซนยุโรป อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสูง ทำให้มีค่าลงทะเบียนและค่าใช้จ่ายสูงตามค่าครองชีพของประเทศเจ้าภาพ  บรรณารักษ์ห้องสมุดในประเทศกำลังพัฒนาแถบเอเชียหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งตัวผู้เขียน จึงขาดโอกาสในการเข้าร่วมการประชุมทางวิชาชีพที่ดี ๆ แบบนี้ ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง เป็นโอกาสสร้างเสริมประสบการณ์ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดระหว่างกัน  เพื่อท้ายสุดนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่องานห้องสมุดให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับห้องสมุดในอารยประเทศ

ผลประกาศว่า…ยินดีด้วยคุณได้รับทุน IFLA WLIC 2018 Kulal Lumpur – Congress Participation Grant – Congratulations!

ได้ทุนแล้วขั้นต่อไปทำอะไร ?

Time line

16 เมย.2561  The Winner of IFLA Grant  ผู้เขียนได้รับอีเมลแสดงความยินดีจาก IFLA ในฐานะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับทุน IFLA WLIC 2018 เมื่อได้รับข่าวจึงได้แจ้งเรียนให้ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ

18 เมย.2561 Online Register  มีวิธีดังต่อไปนี้ -: กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว เลือกกลุ่มหัวเรื่องที่สนใจ รวมถึงหัวข้อที่สนใจจะเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ (ผู้เขียนขอแนะนำว่า : ควรศึกษาตารางการประชุม ทั้งหมด 37 หน้าโดยละเอียดก่อนจึงจะกรอกแบบลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนสามารถพาผู้ร่วมประชุมไปเพิ่มได้โดยแจ้งชื่อเป็น accompany และชำระค่าลงทะเบียนในราคาพิเศษ อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนไม่สามารถทำสำเร็จในครั้งเดียว ต้องทำซ้ำอยู่หลายครั้งจึงจะสำเร็จ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์มาก่อน และถามค่อนข้างละเอียดหลายหน้า จึงควรศึกษาข้อมูลและเตรียมคำตอบให้พร้อมก่อนลงลงทะเบียนเป็นการดี) จากนั้นจะได้รับอีเมล์จาก IFLA แจ้งว่าท่านได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว โปรดนำคิวอาร์โค้ดของท่านไปแสกนเพื่อรับกระเป๋าเอกสารลงทะเบียนได้ในวันประชุม

20 เมย.2561  Hotel Booking

  • ผู้เขียนจองโรงแรมผ่านเว็บ Booking.com โดยคำแนะนำของ ดร.ดวงใจ บรรทัพ อาจารย์ที่สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน เพื่อจองที่โรงแรมที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากสถานที่ประชุมและราคาประหยัด ได้เลือกจองโรงแรม Holiday Inn Express ซึ่งเดินมายังที่จัดประชุมได้ในเวลา 13 นาที จึงเลือกเข้าพักที่นี่ระหว่าง 24-29 สิงหาคม (รวม6 คืน1,593.40MYR*8฿ เป็นเงินไทย 12,858.74 บาท) เดินทางกลับ 30 สิงหาคม

22 เมย.2561 Air ticket booking

  • จองตั๋วเครื่องบินไปประชุม ได้สืบค้นเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินก่อนจองติดตามราคาขึ้นลงในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ราคาและบริการที่เหมาะสมลงตัว เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายและทำบันทึกขออนุมัติเดินทางไปประชุม ณ ต่างประเทศ  การเดินทางครั้งนี้ได้เลือกสายการบินไทยแอร์เวย์ โดยกำหนดเดินทางไปวันที่ 24 สิงหา เวลา 9.05 ถึง 12.15น. (ใช้เวลา 2 ชม.10 น.) และกลับกลางคืนวันที่ 30 สิงหา เวลา 20.55-22.05 (ใช้เวลา 2ชม.10น.) ค่าตั๋วไปและกลับรวม 6,175 บาท โดยเผื่อเวลาไว้เนื่องจากวันสุดท้ายมีโปรแกรมดูงานห้องสมุดนอกสถานที่ จำเป็นต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางมาสนามบินเพื่อเช็คอินก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง การบินไทยมีบริการเสริ์ฟอาหารเย็นและให้น้ำหนักสัมภาระถึง 30 ก.ก. สามารถตัดปัญหาความกังวลไปได้ เรื่องน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระที่อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าขามาเนื่องจากได้รับแจกเอกสารเผยแพร่ที่เกี่ยวกับห้องสมุดต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับห้องสมุดเอกสารเยี่ยมชมนิทรรศการโปสเตอร์แสดงผลงานวิชาการและเอกสารการศึกษาดูงานห้องสมุด รวมถึงของฝากของที่ระลึกที่ได้รับ ซื้อหา หรือแลกเปลี่ยนระหว่างกัน มีส่วนทำให้เกิดกระเป๋าเดินทางมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด

24 เมย.2561 ขออนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปประชุมวิชาการ ณ ต่างประเทศ และยืมเงินทดรองจ่าย

สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อม

  • พาสปอร์ตราชการ เช็ควันหมดอายุ หากไม่หมดอายุใช้เล่มเดิมได้ วีซ่าไม่ต้องใช้
  • แลกเงินมาเลเซียจากซุปเปอร์ริชจะถูกกว่าแลกจากธนาคาร สำหรับเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่าเดินทาง ใช้จ่ายส่วนตัว และค่าอาหาร 3 มื้อ เนื่องจากการประชุมนี้ไม่เลี้ยงอาหารกลางวันไม่มีอาหารว่าง

Passport

  • การเดินทางไปต่างประเทศเป็นการผจญภัยแบบหนึ่ง ไปในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย คนไม่คุ้นเคย ภาษาไม่คุ้นเคย สิ่งแวดล้อมไม่คุ้นเคยนั้น นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ตื่นเต้นและท้าทาย  การเตรียมตัวเป็นอย่างดีโดยศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ก่อนจะเป็นประโยชน์กับผู้เดินทางอย่างมาก แม้ว่าข้อมูลที่เตรียมไปนั้นอาจใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้นและสถานการณ์อาจไม่เป็นอย่างที่คิด หรือสิ่งที่พบอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับรู้มากก็เป็นได้  ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางในเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงในกัวลาลัมเปอร์ ควรศึกษาหาข้อมูลล่วงหน้าไปบ้างเพื่อใช้ชีวิตหลังการประชุมไปเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์เพิ่มเติมได้
  • ในส่วนของการประชุมนั้นสำคัญยิ่งกว่า สิ่งที่ต้องทำก่อนไป คือ ศึกษาข้อมูลให้มาก เตรียมตัวให้พร้อม กำหนดเป้าหมายที่จะได้รับจากการประชุมครั้งนี้ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ IFLA เพื่อทำความรู้จักกับ IFLA ให้ดียิ่งขึ้น และศึกษาข้อมูลตารางการประชุม IFLA2018 ให้เข้าใจ เพื่อกำหนดแผนส่วนตัว กำหนดล่วงหน้ารายการประชุมที่สนใจจะร่วมในแต่ละวันเพื่อบริหารจัดการวันเวลาให้คุ้มค่าเหมาะสม
  • การประชุม IFLA เป็นประชุมวิชาการที่ใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์ รายการประชุมในแต่ละวันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น บางครั้งจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเข้าร่วมบางรายการและไม่สามารถเข้าบางรายการ ซึ่งยากในการตัดสินใจเป็นอย่างมาก การศึกษาข้อมูลล่วงหน้าเพื่อกำหนดแผนการเข้าประชุมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลศึกษาได้ทางเว็บไซต์ IFLA2018 ผู้เขียนได้กำหนดแผนส่วนตัวไปคร่าว ๆ และหวังว่าจะทำได้ตามแผนนี้

ประสบการณ์ระหว่างการประชุม IFLA2018

เดินทางจากกรุงเทพไปกัวลาลัมเปอร์ ในวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 เครื่องบินออกเวลา 09.05 น.ถึง 12.15 น. เดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG415 ถึงสนามบิน KLA1 ต้องต่อรถไฟฟ้ามายังสนามบิน KLA2 เพื่อมารับกระเป๋าเดินทางต่างจากสนามบินสุวรรณภูมิที่ลงจากเครื่องก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไปรับกระเป๋าเดินทางได้เลย ตรงนี้ทำให้งง ๆ อยู่เหมือนกันเกือบพลาดเพราะคิดว่าระบบเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิบ้านเรา ครั้งหลังสุดที่ได้มามาเลเซียคือมาดูงานห้องสมุดนั้นก็สิบปีกว่าแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปมาก ครั้งนี้เป็นโอกาสมาเปิดหูเปิดตาอีกครั้ง จากสนามบินเดินทางต่อไปที่พักและมีสัมภาระตัดสินใจใช้บริการแท็กซี่ รถใหม่สะอาด คนขับสุภาพมีมารยาทและอัธยาศัยดีใส่ใจผู้โดยสาร พูดภาษาอังกฤษคล่อง สำเนียงดี คุณภาพโดยรวมแล้วประเมินให้ผ่าน สำหรับค่าบริการ 96.70 MYR ไม่รวมค่าด่านผ่านทางพิเศษ ประมาณ 800 บาท (รถต้องขับผ่านด่านทางพิเศษระยะสั้น ประมาณ 6-7ด่าน (ไม่ได้นับ) แต่ละด่านมีค่าผ่านทางไม่เท่ากัน แต่อยู่ที่ 2-3 MYR ถ้าเป็นเมืองไทยค่าทางด่านทางพิเศษจะเก็บครั้งเดียวขับได้ไกล ๆ แต่ที่กัวลาลัมเปอร์จะเป็นด่านพิเศษระยะทางสั้น ๆ  บริการรถแท็กซี่ที่นี่ สะดวกและปลอดภัยพาเราไปถึงโรงแรมที่พักเลยโดยไม่ต้องต่อรถ ซึ่งตั้งใจว่าจะเช็กอินเข้าโรงแรมที่พักเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงจะออกไปหอประชุมตัดปัญหากระเป๋าสัมภาระ

เช็คอินเข้าที่พัก

ภาระกิจต่อไปคือ เดินทางไปอาคารหอประชุม KLCC เพื่อลงทะเบียนและเข้าร่วมการประชุม แต่เวลามีจำกัด จึงขอพึ่ง Grab Taxi ในราคา 5 MYR ไปถึงKLCC ประมาณ 14.50 น. ติดต่อแผนกรับลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม รับกระเป๋าเอกสาร ลงทะเบียน รับป้ายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ผู้รับลงทะเบียน สอบถามว่าสะดวกใช้ภาษาอะไร แจ้งไปว่าภาษาอังกฤษ จึงได้รับสติ๊กเกอร์ธงชาติอังกฤษติดที่ป้ายชื่อ สามารถลงชื่อ Library Tourได้เลยในวันนี้ แต่ขอคิดดูก่อน พรุ่งนี้จะมาลงชื่อ

บรรยากาศสวยงามนอกหอประชุม KLCC มีสวนสาธารณะ ห้าง Suria และตึกแฝด

 

โปรแกรมสำหรับวันที่ 24 เป็นการประชุม Business Meeting ของคณะกรรมการกลุ่มต่าง ๆ ของ IFLA จัดการประชุมกลุ่มเฉพาะด้าน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่สนใจสามารถเข้าฟังได้ โดยการประชุม Professional committee’s officer forum-IFLA Professional Committee นี้แบ่งออกเป็น 62 session ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเลือกเข้ากลุ่มได้ตามความสนใจ ในช่วงเย็นวันนี้สำรวจเส้นทางโดยรอบหอประชุม ผ่านสวนสาธารณะ เดินผ่านห้าง Suria ออกมาพบตึกแฝดอยู่ใกล้ ๆ นับว่าอาคารหอประชุม KLCC นี้ทำเลที่ตั้งดีมากอยู่ใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์ใกล้สถานที่สำคัญ ๆ รอบ ๆ มีตึกสูงแบบแปลกตาไม่ซ้ำกันแสดงถึงฝีมือด้านสถาปัตย์ที่มาเลเซียไม่ด้อยไปกว่าชาติอื่นเลย โดยรอบมีภูมิสถาปัตย์สวยงาม ติดกับ KLCC เดินต่อมาเป็นห้าง Suria จะพบตึกแฝด (Twin Tower) โชคดีมากที่พบว่า รถเมล์ฟรีบัสสีชมพู GOKL citybus ท่ารถอยู่ตรงนี้ ได้โอกาสนั่งรถบัสฟรีสำรวจเส้นทางในเมืองทันที GOKL citybus มี 4 เส้นทาง ดัง

 

                                               

ผู้เขียนนั่ง GOKL citybus ครบ 1 รอบ ก็ยังงง ๆ พยายามจำทิศทางให้ได้ ไม่เป็นไรไว้มีเวลามานั่งใหม่ วันนี้กลับที่พักก่อน ตอนเย็นออกมาอีกครั้งเพื่อสำรวจพบเส้นทางเดินเท้าไปหอประชุม KLCC ใช้เวลาเดิน13 นาทีก็ถึง มีทางเดินติดแอร์ เรียก walk way ลักษณะเหมือนเดินบนสะพานลอยเชื่อมต่อเนื่องทาง เดินตรงไปเรื่อย ๆ จะถึง KLCC เดินสบาย ไม่ต้องฝ่าจราจรรถติด และไม่ต้องเสียค่าเดินทาง เป็นเส้นทางที่สั้นและสะดวกที่สุด นับแต่วันนี้คงจะใช้เส้นทางนี้ทุกวัน

สิ่งต่อไปที่ควรทำคือ สำรวจแหล่งกิน พบว่ามี food court อยู่ใกล้ ๆ หลายแห่ง เนื่องจากการประชุมนี้ไม่เลี้ยงอาหารไม่มีอาหารว่าง ต้องหากินเอง 3 มื้อ หลังจากสำรวจแหล่งอาหารพบแล้วก็หายกังวล เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง แถวนี้มีแหล่งอาหารมากมายไม่อดแน่นอน

      

sky walk & food republic

วันที่ 2 ของการประชุม (25 สค.61) วันนี้จะเป็นวันแรกที่ผู้เขียนจะได้เข้าร่วมการประชุมอย่างเต็มที่ ตื่นเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากโรงแรมเดินเท้ามาที่ประชุม KLCC ใช้เวลาประมาณ 13 นาที  8.30-10.00 เข้าร่วม Session 068 ซึ่งเป็น Newcommers Session เพื่อรับฟังคำแนะนำต่าง ๆ สำหรับผู้มาประชุม IFLA เป็นครั้งแรก รายการนี้จะแนะนำให้รู้จักกับ IFLA ผู้บริหาร IFLA แนะนำกิจกรรมของ IFLA แนะนำและต้อนรับกรรมการหน้าใหม่ แนะนำรายการดี ๆ ที่ผู้มาใหม่ไม่ควรพลาด และผู้มาใหม่ควรติดสติ๊กเกอร์ “First Timer” ที่ป้ายชื่อของตนเพื่อเป็นที่สังเกต เป็นไอเดียที่น่ารักแสดงถึงความใส่ใจของผู้จัดประชุม ผู้เขียนขอชื่นชม

10.30-12.00 เป็นพิธีเปิด Opening Session ที่ทำได้ยิ่งใหญ่น่าประทับใจอย่างมาก การประชุมIFLA ที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหอสมุดแห่งชาติมาเลเซียและการท่องเที่ยวแห่งประเทศมาเลเซีย เริ่มจาก สุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังและสนับสนุนการจัดการประชุมครั้งนี้ให้เกิดขึ้นจนประสบความสำเร็จ ได้แก่ Mrs.Gloria ซึ่งเป็น IFLA President , Dato’Nafisah Ahmad ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม IFLA2018 รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว และสาส์นจาก Dr.Maha Thir Mohamad นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียคนปัจจุบัน  ต่อด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมที่สื่อถึงความสำคัญของการอ่านกับประชาชนทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นและทุกเชื้อชาติ แม้มาเลเซียจะมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมแต่ก็รวมเป็นหนึ่งเพื่อผลักดันประเทศให้เจริญก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยความสำคัญของการอ่านที่สร้างความรู้สร้างคนในชาติให้มีคุณภาพได้

คลิกดู Grand Opening

เช้าวันแรกของการประชุม IFLA2018 ผู้เขียนได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตาจำนวนมากส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เพราะคนที่มาร่วมประชุม IFLA เหล่านี้มาจากทั่วทุกมุมโลก หลายชาติ หลายศาสนา ทั้งคนยุโรป คนอเมริกัน คนเอเชีย คนที่รู้จักกันแล้วก็ทักทายกันด้วยความดีใจรอยยิ้มและมีความสุข บางคนก็มีป้ายชื่อเพราะลงทะเบียนแล้ว บางคนก็เพิ่งมาถึงยังไม่ได้ลงทะเบียนก็มี อยากรู้ว่ามาจากประเทศไหนให้แถบดูชื่อประเทศที่ป้ายชื่อ ป้ายCut-Out ขนาดใหญ่ของ IFLA ดูเหมือนจะเป็น Land Mark สำคัญที่ใคร ๆ ต่างจ่อคิวจะขอถ่ายภาพสวย ๆ ตรงจุดนี้  ที่ตรงนี้ ผู้เขียนได้พบกับเพื่อนในแวดวงบรรณารักษ์เมืองไทยจากหลายสถาบัน มีคุณกัลยา ยังสุขยิ่ง เพื่อนบรรณารักษ์จากสถาบันวิทยาทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณดาวรัตน์ แท่นรัตน์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อาจารย์น้ำทิพย์ วิภาวินจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และอาจารย์จุฑารัตน์จากภาควิชาบรรณารักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งบรรณารักษ์จากรัฐสภาอีก 7 คน และเพื่อนบรรณารักษ์ต่างชาติจากนานาประเทศ การได้พบปะคนในวงการเดียวกันนั้นเป็นความสุขอย่างยิ่ง 

ภาคบ่ายเวลา13.45-15.45 น.เข้าฟังที่ห้อง Plenary Hall ในหัวข้อ

Session 073, From Data to Advocacy: Using Digital Tools Like the IFLA Library Map

of the World to Communicate Your Library Stories – Statistics and Evaluation (SI)

คลิกดู Live Streaming : https://youtu.be/Fb_wVg3T5O0

วันที่ 25 สิงหา ผู้เขียนต้องไปติดต่อขอรับทุนซึ่งทาง IFLA กำหนดให้ไปติดต่อเวลา 13.00-16.00 น. ผู้เขียนมารออยู่ที่ IFLA Head Quarter ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของหอประชุม KLCC เพื่อติดต่อขอรับทุนดังกล่าว  เมื่อไปถึง IFLA Head Quarter พบว่า มีคนหลายคนมารอรับทุนเช่นเดียวกับผู้เขียน ทางเจ้าหน้าที่ให้เรายืนเข้าแถวตามลำดับก่อนหลังเพื่อรอเรียกชื่อเข้าพบทีละคน รู้สึกตื่นเต้นนิด ๆ คิดฟุ้งไปว่าเขาจะซักถามหรือสัมภาษณ์อะไรเพิ่มอีกหรือไม่ กลัวถูกถามในสิ่งที่ไม่ได้เตรียม แต่สุดท้ายไม่มีอะไรตามที่กังวล  ในวันนี้ได้รู้จักกับคุณอีสเตอร์ ผู้ช่วยโครงการ , คุณวีเซลิน่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสมาชิก IFLA ได้รู้จักกับอาดัม บรรณารักษ์จากประเทศซูดาน และได้ทักทายผู้ได้รับทุนจากประเทศต่าง ๆ หลายคน 

 

 

หลังจากรับทุนเสร็จก็ลงมาที่ KLCC ชั้น 1 ห้องจัดแสดงนิทรรศการ exhibition ทั้งหมด ซึ่งมีบริษัทใหญ่ ๆ ที่เราคุ้นเคยมาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ  อาทิเช่น บริษัทจำหน่ายหนังสือวารสารฐานข้อมูล OCLC, WILEY, TAYLOR & FRANCIS, EBSCO, บริษัทจำหน่ายระบบห้องสมุดอัตโนมัติ elias, u-Pustaka, CIVICA,  บริษัทติดตั้งระบบประตู RFID, WISERF, shelf scanning robot-SENSERBOT, บริษัทจำหน่ายเครื่องแสกนหนังสือ  นอกจากนี้ยังมีบริษัทออกแบบห้องสมุด BCI (ดูhttp://www.wearelibrarypeople.com) น่าสนใจแต่เสียดายไม่มีตัวแทนในเมืองไทย และบูธนิทรรศการห้องสมุดของรัฐต่าง ๆ ของมาเลเซีย บุคลากรห้องสมุดมาเลเซียมาช่วยงานกันอย่างครึกครื้นคับคั่ง และบูธของ IFLA ก็น่าสนใจไม่น้อย มีของที่ระลึกเป็นเข็มกลัดสัญญลักษณ์ IFLA แจกฟรีด้วย คิดว่าถ้าเอาไปฝากเพื่อนบรรณารักษ์ที่ทำงานคงถูกใจเป็นแน่

Exhibition Zone

ยังมีจุดแสดง Poster ผลงานจากห้องสมุดอีกจุดหนึ่งที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุม ชั้น 3 ซึ่งจัดวางเรียงเป็นแถวยาวนับร้อยจนอ่านไม่หมดในคราวเดียว หลายเรื่องน่าสนใจ เช่น KL Library “Your knowledge journal starts here” โปสเตอร์แสดงที่ตั้งห้องสมุดที่ให้บริการทั่วทั้งประเทศมาเลเซีย, E-knowledge asset โปสเตอร์แสดงระบบห้องสมุดที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้แนะนำให้ความรู้แหล่งอ้างอิงข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ UMK และนักศึกษา เกี่ยวกับ collection, manage, store และ share ทรัพยากร, Outreach package โปสเตอร์นี้แสดงเส้นทางเดินของกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดที่น่าสนใจมาก Kedah Public Library Corporation, Evolution or code PTAR แสกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของห้องสมุด เรียก QR Zone และโปสเตอร์น่าสนใจอีกจำนวนมาก

Library Posters

ในวันที่ 3 ตรงกับวันที่ 26 สิงหาคม  มีหัวข้อที่สนใจเป็นพิเศษหัวข้อหนึ่ง เรื่อง  Embedded from the Start: IT in the World’s Newest National Library เป็นเรื่องของการปรับปรุงห้องสมุดโฉมใหม่ โดยหอสมุดแห่งชาติที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุดสวยงามอลังการมาก  ได้แก่ Qatar National Library  มีการออกแบบทางสถาปัตย์ที่สวยงาม สะดวก สะอาด โล่งสบาย มีพื้นที่ใช้สอยในกิจกรรมที่หลากหลาย ห้องสมุดมี e-books กว่า 350,000 เล่ม มี e-databases กว่า 200 ฐาน ใช้ RFID Technology และ self service ภายหลังที่ปรับปรุงห้องสมุดแล้ว พบว่า มีจำนวนผู้ใช้ห้องสมุดเพิ่มขึ้นถึง 227,758 คน มีการยืมหนังสือมากถึง 517,541 ครั้ง และมีผู้ใช้คนภายนอกมากถึง 83,786 คน นับว่าเป็นหอสมุดแห่งชาติแห่งใหม่ที่เปิดตัวได้ยิ่งใหญ่น่าสนใจมาก น่าจะเป็นต้นแบบให้อีกหลายห้องสมุดที่กำลังคิดจะปรับปรุงห้องสมุดได้ (https://www.qnl.qa/en)

รายการของวันที่ 26 สิงหาคม 2561 ซึ่งจัดขึ้นโดย IFLA มีการบันทึกเทป ทั้งหมดดูย้อนหลังได้ที่ LIVE STREAMMING ( https://2018.ifla.org/live-streaming-wlic-ifla-2018 )

Highlights Session

The Highlights Session is the quickest way to find out about all of IFLA’s main projects and initiatives from the IFLA President, the IFLA Secretary General and the team from IFLA Headquarters. by IFLA
26 August 2018
8:30 – 9:15 hs (GMT+8)

https://youtu.be/w3j4rGDthsE

Motors of Change: Changing Ourselves to Change Our Worlby IFLA
26 August 2018
9:30 – 12:00 hs (GMT+8)

https://youtu.be/_1t8yamkk-8

IFLA is inviting you to the launch of the Global Vision call for actions, a global call which aims to create the biggest ideas store for actions in the library world. by IFLA
26 August 2018
13:45 – 15:15 hs (GMT+8)

https://youtu.be/O5L5jYp33Y0             

Intellectual Freedom in a Polarised World by the Freedom of Access to Information and Freedom of Expression (FAIFE)
Advisory Committee (SI)

26 August 2018
16:00 – 18:00 hs (GMT+8)

https://youtu.be/0HujFHQn1zY

 

ในวันที่ 4 ตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม  มีหัวข้อที่สนใจพิเศษเป็น Session 142 หัวข้อเรื่อง Librarian Fashion: What does the way we dress say about us? New Professionals, Management of Library Associations and Public Libraries รายการนี้ฟังแบบไม่เครียดแต่มีสาระ เป็นรายการที่ชอบมากที่สุด เริ่มโดยการตั้งถามว่าวิธีการแต่งกายบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราบ้าง session นี้สนุกสนานมาก ผู้บรรยายแต่ละคนต่างแลกเปลี่ยนทัศนะที่หลากหลาย บางคนกล่าวว่า “Your Image is Your First Business Card” บ้างก็ว่า “A New Look for a New Role” บรรณารักษ์ต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคม การแต่งกายต้องทันสมัยชวนมอง ต้องทำตัวเป็นซุปเปอร์โมเดล กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง มีบทบาทช่วยเหลือสังคม การแต่งกายดีจะเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง สวมใส่ให้เหมาะสมกับสถานที่และสถานการณ์ บางครั้งอ่อนหวาน บางครั้งปราดเปรียวว่องไว บางครั้งเรียบเก๋เท่ห์มีสไตล์ บางทีก็ต้องสุภาพเคร่งขรึมเป็นการเป็นงาน การแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสมกับวัฒนธรรมของชาติก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงให้มากเช่นกัน ห้องสมุดอินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย แสดงความเป็นชาติของตนผ่านวัฒนธรรมการแต่งกายค่อนข้างเด่นชัดมาก  

เมื่อการบรรยายจบลง ผู้ดำเนินรายการให้พวกเราทำ workshop โดยตั้งโจทย์ว่า ให้พวกเราเป็นดีไซน์เนอร์ออกแบบแฟชั่นให้บรรณารักษ์ในจินตนาการยุค 4.0 ทำให้พวกเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นและช่วยกันร่างแบบชุดสำเร็จ ท้ายรายการผู้ดำเนินรายการเชิญบรรณารักษ์ผู้เข้าร่วมประชุมขึ้นเวทีเดินแฟชั่นโชว์ที่ตนสวมใส่ และถ่ายภาพแฟชั่นโชว์ บรรยากาศสนุกสนานครึกครื้นเป็นอย่างมาก ผู้เขียนชอบรายการนี้เป็นพิเศษได้สาระแบบไม่เครียด

ตอนเย็น เจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด จัดโดย ศูนย์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งมาเลเซีย สถานที่จัดเลี้ยงต้องเดินไปประมาณ 2 กิโลเมตร ต้องเดินไปเองโดยเจ้าภาพไม่ได้จัดรถบริการให้ ผู้เขียนใช้ google map ค้นหาที่ตั้งของสถานที่ที่จะไป พอเดินไปสักครู่จะเห็นผู้เข้าประชุม IFLA พากันเดินเป็นแถว แสดงว่ามาถูกทางแล้ว วันนี้ทางเจ้าภาพมาเลเซียเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารพื้นเมือง เป็นลานกลางแจ้งแบบมีหลังคา จัดร้านอาหารแต่ละชนิดวางโดยรอบบรรยากาศคล้ายงานเลี้ยงแบบพื้น ๆ แบบบ้าน ๆ มีการแสดงพื้นเมืองถ่ายทอดวัฒนธรรมทั้งสวยงามตระการตาและเทคนิคแสงสีเสียงสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม IFLA

พบกันระหว่างทาง

ผลไม้นำเข้าจากประเทศไทย

พบอาจารย์น้ำทิพย์กับทีมในงานเลี้ยง

ในงานมีร้านขายของที่ระลึก

อาหารท้องถิ่นมาเลเซียดูคล้ายกับอาหารไทยภาคใต้

ชมการแสดงกลางแจ้ง

สถานที่จัดงานเลี้ยง

 

 Malaysia Tourisam Center ก่อตั้งปี 1935

จบการแสดงกลางแจ้ง มาชมต่อการแสดงในอาคาร แสง สี เสียง เอฟเฟคอลังการ

 

Cultural show

วันที่ 28 และ 29 สิงหาคม เข้าร่วมประชุมตามปกติโดยเลือกเข้าฟังรายการที่สนใจ พิจารณาจากเรื่องที่เลือกมาล่วงหน้า และมีปรับเปลี่ยนรายการบ้างตามความเหมาะสม

วันที่ 29 สิงหาคม เป็นวันสุดท้ายของการประชุม ภาคเช้ามีรายการประชุมตามปกติส่วนใหญ่เป็นรายการของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ที่ออกมาให้ข้อมูลการทำงานของฝ่ายนั้น ๆ เพื่อให้สมาชิกและผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นและเชิญเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนภาคบ่ายเป็นการประกาศผลรางวัลต่าง ๆ และการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติต่อผู้มีคุณูปการต่อ IFLA คณะกรรมการและผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบการประชุมในแต่ละ Session ต่อมาคือการส่งมอบธงเจ้าภาพ IFLA 2019 อย่างเป็นทางการให้กับตัวแทนประเทศกรีก  และเชิญตัวแทนเจ้าภาพปี 2020 คือประเทศนิวซีแลนด์ ขึ้นมากล่าวแนะนำตัวและเชิญชวนพวกเราไปประชุมที่โอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ในปี 2020 และพิธีปิด https://youtu.be/igooU80Im

มีโปสเตอร์เข้ารอบ 3 เรื่อง จากประเทศสิงคโปร์ (#26)  ประเทศมาเลเซีย (#70) และ ประเทศเดนมาร์ก (#74)

สรุปผลรางวัลชนะเลิศโปสเตอร์ปี 2018 ได้แก่หมายเลข 74 เป็นของประเทศเดนมาร์ก เรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่านของเด็กในยุคดิจิตัล ซึ่งต้องใช้ความพยายามต่อสู้กับพฤติกรรมของคนในโลกดิจิตัลที่อ่านน้อยลงแต่ใช้สื่อเพิ่มขึ้น

ประกาศชื่อผู้โชคดี 2 คนที่จะได้เข้าร่วมประชุม IFLA2019 ฟรีโดยไม่เสียค่าลงทะเบียน ได้แก่ Akmal Bariah Bt. Omar (Malaysia) และ Leow Seow Lean (Malaysia)

Auckland, New Zealand เจ้าภาพ IFL WLIC 2020 นำทีมขึ้นมาร้องเพลงชาติ และวิดีโอภาพภูมิประเทศสวย ๆ ของนิวซีแลนด์น่าสนใจและเป็นการเชิญชวนที่ได้ผลหลายคนพูดว่าอยากไปนิวซีแลนด์

 

Alexandra Papazoglou ประธานสมาคมบรรณารักษ์และนักสารสนเทศแห่งประเทศกรีก กล่าวเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมประชุม IFLA WLIC 2019 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศกรีก นำชมประเทศกรีกแบบรวบรัดใน60 วินาทีด้วยภาพทิวทัศน์ ศิลปะอันล้ำค่าและภูมิประเทศที่งดงามน่าไปเยี่ยมชมสัมผัส

30/08/2018 ↔Library Tour

ในวันที่ 30 เป็นโปรแกรม Library Tour ผู้เขียนมีโอกาสศึกษาดูงานห้องสมุด 2 แห่ง คือ แห่งแรก  International Medical University, Malaysia (IMU) และ แห่งที่สอง Malaysia Multimedia University (MMU)

Library Tour #1 : International Medical University, Malaysia หรือ IMU เป็นมหาวิทยาลัยด้านแพทย์ของเอกชนที่มีชื่อเสียง ก่อตั้งในปี 1993 มหาวิทยาลัยมีการสอนใน 4 สาขาใหญ่คือ

  1. School of Medical
  2. School of Dentistry
  3. School of Pharmacy
  4. School of Health Science

 มี IMU HEALTH CARE เหมือนคลินิกรักษา ยังไม่มีโรงพยาบาล ห้องสมุด IMU มีทั้งหมด 5 ห้องสมุด ให้บริการอยู่ที่วิทยาเขตทั้ง 5 แห่งคือ

  1. Main Library ตั้งอยู่ที่ Bukit Jalil Campus 1993-
  2. Seremban Clinical Campus
  3. Kuala Pilah Cluical Campus
  4. Kluang Clinical Campus
  5. Batu Pahat Clinical Campus

จุดที่ผู้เขียนมาเยี่ยมชมคือ Central Library ประกอบด้วย 3 หน่วยย่อย คือ 1.Library 2.E-learning 3.Medical Museum  หอสมุดกลางตั้งอยู่ที่ชั้น 3 มีที่นั่งอ่าน 800 ที่นั่ง แบ่งเป็น Collaborative Study Area, Quiet Study Area, Multipurpose Area, และ Short Loan Collection Area เปิดทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 7.30 น. ถึง เที่ยงคืน วันเสาร์เปิด 8.30 น. – 2 ทุ่ม และวันอาทิตย์ เปิด12.00 น. ถึง โมงเย็น ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ห้องสมุดแห่งนี้ใช้ระบบจัดหมู่ LC+NLM+Mesh ใช้ระบบ VTLS และพัฒนา KOHA เพื่อใช้งานควบคู่ไปด้วย พื้นที่บริการมีโซน Cafe@Library for Quick Bites มุมกาแฟและอาหารว่าง ห้องสมุดมี learning resources มากมายเพียงพอกับการเรียนการสอน, มีBook Exchange Program, มีQuiet Study Area ห้องสมุดมีโครงการเพื่อสังคมโดยช่วยพัฒนาและติดตั้ง KOHA Library แก่โรงเรียนมัธยมมาตั้งแต่ปี 2015 คือที่โรงเรียน SK Laloh และโรงเรียน SK Karangan  ส่วนในปี 2016 ช่วยที่โรงเรียน Bandar Kuala Krai ในรัฐกลันตัน ห้องสมุดแห่งนี้ใช้ RFID และใช้ Book Drop Machine ตั้งแต่ปี 2010 มีนโยบายเพิ่มฉบับพิมพ์ 5% เท่านั้น และให้ลดจำนวนวารสารฉบับพิมพ์ แต่เพิ่มซื้อ e-resources ข้อมูลกค.2017 แจ้งว่ามี e-books 125,701 เล่ม มีe-journals 17,141ฉบับ และมี 36 ฐานข้อมูล ห้องสมุด IMU ใช้ social media เช่น facebook, blog, twitter เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้  มีการใช้ระบบ QR Code ติดที่สันหนังสือบางเล่มสามารถแสกนเพื่อโยงไปแสดงข้อมูลย่อของหนังสือได้โดยผ่าน Library Service App.  มีนักศึกษาเพิ่มขึ้น พื้นที่ห้องสมุดเท่าเดิม เปลี่ยน mind set ของนักศึกษาให้ใช้การเข้าถึงข้อมูลจากบ้านและที่ทำงานได้ ห้องสมุดนี้ใช้ประตู RFID ของ Dialog ในส่วนของ Medical Museum จุดเด่นของห้องสมุดคือ มีอุปกรณ์จำลองอวัยวะในร่างกายมนุษย์และแสดงให้เห็นการทำงานของร่างกายมีเป็นจำนวนมาก โมเดลอวัยวะเสมือนจริงเหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์และช่วยการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์เป็นอย่างมาก และจัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ 

จุดเด่นของห้องสมุดนี้ คือพยายามส่งเสริมบรรยากาศเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน ทั้งบริการ พื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และที่โดดเด่นคือโมเดลจำลองอวัยวะมนุษย์ เพื่อการศึกษาทางการแพทย์

    

Library Tour #2 : Malaysia Multimedia University หรือ MMU เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันมี 3 วิทยาเขต คือ1.Cyberjaya 2. Melaka 3. Jahor ตั้งแต่ 2000-2017 ผลิตบัณฑิตจบไปแล้ว 52,000 คน ปัจจุบันมีนักศึกษา 15,000 คน เป็นนักศึกษาต่างชาติ 1,000 คน มาจาก 57 ประเทศ มากกว่า 90% จบแล้วมีงานทำภายใน 6 เดือนหลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยได้ QS Ranking ลำดับที่ 179 มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญและสนับสนุนใน 3 ด้านต่อไปนี้คือ

1.ด้าน Industry Trendsetter เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประสบการณ์(learning experience) เป็นแหล่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม (Industery Integration-ICT learning lab) สนับสนุนผู้สร้างนวัตกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Innovation and Entrepreneurship)

2.ด้านDigital Future Hub

3. Intelligent Learning Lab  จุดเด่นของห้องสมุดนี้คือ เปิดบริการ 24 ชั่วโมง เรียกว่า “24 hours learning Space” เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ในการทำงานโครงการอย่างต่อเนื่องไม่ติดขัดเรื่องเวลาโดยจัดพื้นที่โซนจัดแสดงผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาให้ผู้เข้าชมหรือผู้ประกอบการได้ซักถามติชมผลงานของนักศึกษา รวมถึงทาบทามซื้อลิขสิทธิ์ผลงานได้ หัวหน้าห้องสมุดบอกกับผู้เขียนว่า ห้องสมุดใช้งบประมาณจำนวนมากในการบอกรับฐานข้อมูลต่างประเทศจำนวน 24 ฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย ห้องสมุดมี bib system ใช้MULiA3.0(Discovery)/ ใช้ MENDELEY Walkthrough และใช้ประตู RFID ของบริษัท 3m

จุดเด่นของห้องสมุดแห่งนี้ คือ ห้องสมุดทำหน้าที่สนับสนุนการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษา ในด้านพื้นเปิดห้องสมุดแก่นักศึกษาให้มีพื้นที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง  ห้องสมุดสนับสนุนข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยด้วยการลงทุนเม็ดเงินจำนวนมหาศาลสำหรับบอกรับฐานข้อมูลดี ๆ มากมาย สนับสนุนให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจ สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ สำเร็จ  ห้องสมุดยังได้จัดเตรียมพื้นที่ให้นักศึกษานำผลงานมาจัดแสดง และพบปะกับลูกค้าหรือเจ้าของกิจการที่จะแวะเวียนเข้ามาค้นหาไอเดียใหม่ ๆ 

ห้องแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษา มีเจ้าของผลงานยืนตอบคำถาม/ข้อซักถาม

ติดตามประเมินผลการประชุม IFLA2018

หลังจากเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ผู้เขียนก็ได้รับในประกาศนียบัตรเข้าร่วมการประชุม IFLA 2018 ส่งผ่านมาทางอีเมล์ (ลิ้งค์ไฟล์ Cirtificate) และได้รับอีเมล์ขอความร่วมมือให้ประเมินการประชุม IFLA2018 ด้วย (ดูที่ https://www.pleiade.nl/cgi-bin/webSurvey.cgi?LOGIN_CODE=pijixoha)

แบบประเมินการจัดประชุม IFLA WLIC2018  มีให้เลือก 7 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาเสปน ภาษาฝรั่งเศษ ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน ภาษาอารบิก และภาษารัสเซีย โดยคำถามในแบบประเมิน สอบถามถึงความสนใจในการเข้าร่วมประชุมในแต่ละส่วน อาทิ Opening session, Plenary sessions, Parallel sessions, Exhibition, Social events, Library visits, sigh-seeing tour during the congress, Standing committee meetings, General Assembly, Closing session, Pre-and post-conference satellite meetings, และPost-conference tours ทำไมจึงสนใจและเข้าร่วมกี่ session ให้ผู้ประเมินให้คะแนนความสัมพันธ์ของหัวข้อที่นำเสนอ คุณภาพการนำเสนอ การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นระหว่างการอภิปราย ทิศทางการดำเนินการ และความเห็นอื่นๆเพื่อเสนอแนะปรับปรุงแต่ละ session  สอบถามการใช้เครื่องมือแปลภาษารวมถึงคุณภาพในการแปลภาษาทั้ง 7 ภาษา  ถามถึงจำนวนการเข้าร่วมฟังบรรยายที่จัดใน Expo pavilionและความคิดเห็นในการปรับปรุง exhibition  ถามถึงเหตุจูงใจในการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ และถามถึงปัจจัยที่ช่วยให้ท่านสามารถเข้าร่วมการประชุมได้แก่ ระยะเวลา ระยะทาง ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุมหรืออี่น ๆ นอกจากนี้ ขอให้ประเมินบริการ pre-conference services เช่น Delegate newsletters, congress website, Information from my section/division/SIG เป็นต้น รวมทั้งกระบวนการ ลงทะเบียน การชำระเงิน การจองโรงแรมผ่านเว็บประชุม การตอบกลับทางอีเมล์ Information desk, tour desk, signs for direction and information, food service, relaxation areas/lounges, airport arrivals desk, volunteers, IFLA Congress app , Facebook page  เป็นแบบประเมินที่ละเอียดมากต้องใช้เวลาตอบอย่างน้อย 15 นาที

แต่ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นผู้ได้รับทุนให้เข้าร่วมการประชุม IFLA WLIC2018 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2561 ดังนั้น เมื่อการประชุมวิชาการ IFLA WLIC2018 สิ้นสุดลง ผู้เขียนและผู้ได้รับทุนทุกคน มีหน้าที่ต้องเขียนรายงาน Brief report เพื่อเล่าถึงประสบการณ์ต่าง ๆ  ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยเขียนส่งกลับไปยังผู้ให้ทุนสนับสนุนทางอีเมล์ ผู้เขียนไม่ทราบวิธีเขียนรายงานย่อแต่ก็เขียนไปตามที่เห็นสมควร เพื่อถ่ายทอดให้ผู้อ่านทราบถึงความรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างที่สุดที่ได้รับทุนและได้รับโอกาสอันมีค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานบรรณารักษ์อย่างไม่คิดฝันมาก่อน ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวขอบคุณอีกครั้งด้วยความซาบซึ้ง มายังผู้ให้ทุนสนับสนุน ผู้บังคับบัญชา และกัลยาณมิตรที่ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจผู้เขียนเป็นอย่างมากมา ณ โอกาสนี้ 

 

ประโยชน์ที่ได้รับและการนำมาใช้ประโยชน์

ผู้เขียนมั่นใจอย่างยิ่งว่า การได้รับโอกาสเข้าร่วมประชุมบรรณารักษ์ระดับโลกในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสทองที่ไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน การเข้าประชุมครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนสามารถยกระดับ ความคิด ความรู้และประสบการณ์ด้านการประชุมวิชาชีพในระดับสูงขึ้น ได้เห็นเวทีวิชาการขนาดใหญ่ในระดับโลกที่มีผู้เข้าร่วมประชุม 3 พันกว่าคน ได้เห็นวิธีการบริหารจัดการการประชุมระดับโลกที่มีประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ สมบูรณ์แบบ ใส่ใจในรายละเอียดที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งมีจำนวนมาก อาทิ Pocket Program คู่มือขนาดพกพาที่ทำให้เปิดดูตารางรายการประชุมได้สะดวกง่ายตลอดเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ IFLA2018 ได้ทำ Applicationในโทรศัพท์มือถือ เพิ่มช่องทางในการตรวจสอบโปรแกรมการประชุมทางโทรศัพท์มือถือทำให้สะดวกมาก นอกจากนี้ สถานที่จัดการประชุม KLCC หรือ Kuala Lumpur Convention Centre มี Wifi ความเร็วสูงให้ใช้ฟรีโดยไม่ต้องขอรหัสผ่านอีกด้วยสะดวกสบายอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องซื้อซิมอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดที่กล่าวเป็นความพื้นฐานที่ผู้เขียนเห็นด้วยว่าผู้จัดการประชุมจำเป็นต้องจัดให้ ครั้งนี้ชื่นชมในความสมบูรณ์แบบที่ได้รับ

ผู้เขียนรู้สึกตื่นตัวกับความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมฟังบรรยายงานวิจัยในหลาย session รวมทั้งการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบรรณารักษ์และเพื่อนร่วมวงการจากหลากหลายประเทศ ได้เห็นได้ยินมุมมองและความคิดเห็นที่หลากหลาย หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่รู้กันดีแต่ถูกมองข้าม หลายเรื่องทำให้จุดประกายความคิด เรื่องที่ดีน่าสนใจที่สามารถนำกลับมาพัฒนางานในวิชาชีพได้ ดูตามความเหมาะสมและบริบทของแต่ละห้องสมุด

ผู้เขียนได้มีโอกาสผูกมิตรกับบรรณารักษ์และคนในวิชาชีพเดียวกันจากนานาประเทศ ได้ทำความรู้จักกันได้พูดคุยกัน ได้สร้างมิตรภาพระหว่างกัน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนมีเพื่อนบรรณารักษ์มากมายในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งหากต้องทำงานเชื่อมโยงกันก็สามารถสานต่อเป็นเครือข่ายได้ต่อไปในอนาคต  และหากผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าประชุมในปีต่อ ๆ ไป ก็จะยิ่งทำให้กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หรือมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่ม เป็นความสุขที่ได้พบปะเพื่อนร่วมอาชีพทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ได้ทักทายถามทุกข์สุขระหว่างกัน

                 

โปรแกรมห้องสมุดถือเป็นของดีที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะทำให้ได้เรียนรู้จากสถานที่จริงและของจริงผู้เขียนชอบมาก ข้อดีของการประชุมวิชาการทางบรรณารักษ์ IFLA WLIC นี้ คือการจัดรายการเยี่ยมชมห้องสมุดในวันสุดท้ายทำให้ได้มีโอกาสเยี่ยมชมห้องสมุดดี ๆ 2 แห่งก่อนเดินทางกลับประเทศไทย คือ 1.ห้องสมุดของ International Medical University, Malaysia (IMU)  และ 2. ห้องสมุด Malaysia Multimedia University (MMU)   ได้เก็บเกี่ยวทั้งความรู้และประสบการณ์ดี ๆ ได้เห็นสิ่งที่ห้องสมุดเขาทำได้ดีกว่า สิ่งที่เรายังไม่มีและสามารถพัฒนาต่อยอดความคิดให้เกิดขึ้นได้  ได้เห็นความก้าวหน้าของห้องสมุดในประเทศมาเลเซีย 2 แห่ง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็สามารถนำมาเปรียบเทียบกับห้องสมุดในประเทศไทยเพื่อการพัฒนาในอนาคตได้ สิ่งเหล่านี้ได้ถูกบันทึกจดจำและเก็บแนวคิดที่ดี ๆ ไว้ เมื่อมีโอกาสก็สามารถนำมาใช้พัฒนาห้องสมุดของตน หรือ ส่งต่อความรู้แนวคิดให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุม IFLA 2018 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24 – 30 สิงหาคม 2561 ณ กัวลาลัมเปอร์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ หรือ KLCC   

 

การเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าโชคดีคงได้พบกันอีกใน IFLA WLIC 2019 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นสำเร็จลงด้วยดี

          


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019