บันทึกความรู้จากโครงการฝึกอบรม “Mahidol Innovation Manager Network”


เครือข่ายผู้ประสานงานด้านนวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2562

เมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2562 ผู้เขียนมีโอกาสได้เป็นผู้แทนหอสมุดและคลังความรู้ฯ เข้าร่วม “โครงการจัดฝึกอบรมเครือข่ายผู้ประสานงานด้านนวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol Innovation Manager Network)” ร่วมกับผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ จัดโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ Institute for Technology and Innovation Management (iNT) ณ โรงแรมอมารี หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้รับความรู้เกี่ยวกับงานวิจัยและนวัตกรรม การต่อยอดในเชิงพาณิชย์ การร่วมมือเป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัย รวมถึงการฝึกปฏิบัติเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา รายละเอียดโครงการ และกำหนดการต่าง ๆ มีดังนี้

โครงการฝึกอบรม-iNT-Network-2019

กำหนดการ-iNT-Seminar-2019

  • ทีม iNT ให้การต้อนรับ และสร้างสรรค์กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ : 
    • เริ่มต้นกิจกรรมแรกตั้งแต่การเดินทาง คุณสุทิศา นาคเรืองศรี หัวหน้างานบริการวิจัยและวิชาการ ได้กล่าวต้อนรับ และสร้างความครึกครื้นให้กับทุกคน โดยการเปิดโอกาสให้ทุกคนแนะนำตัว และเล่นเกมส์ต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น และสนิทกันเร็วขึ้น สำหรับผู้เขียน ได้นั่งข้าง ดร.ระวิวรรณ พรประสิทธิ์ หรือ พี่เม จากโครงการจัดตั้งศูนย์เสริมสร้างอุตสาหกรรมชีวภาพจากนวัตกรรม เป็นหน่วยวิจัยล้ำ ๆ อีกแห่งของมหาวิทยาลัยเราเลย 
    • ตลอดการเดินทาง บนรถของเราสนุกสนานมาก ทีมงานแบบว่าเกินร้อย เครือข่ายทุกคนก็ร่วมสนุกเต็มที่ ผลัดกันแนะนำตัว เล่นเกมส์ทายชื่อ ลุ้นเลขในธนบัตร ตอบคำถามลุ้นรางวัล และอื่น ๆ รู้ตัวอีกที ก็ถึงที่โรงแรม ให้เราได้พักผ่อนอิริยาบถสักครู่ก่อนเริ่มงาน มีภาพบรรยากาศมาให้ชมกันเล็กน้อยค่ะ
  • เปิดการอบรม และบรรยาย เรื่อง “From Research to Innovation” โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ท่านผู้อำนวยการได้กล่าวต้อนรับ และให้คำนิยามว่าพวกเราทุกคน คือ “Technology Commercialization (TC) Dream Team” จะเป็นกลุ่มคนสำคัญ ที่มีบทบาทในการนำพาให้นวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น พัฒนา ขยาย และต่อยอดได้ในเชิงอุตสาหกรรม ทำให้เกิดประโยชน์มากมายมหาศาล ซึ่งตรงกับปรัชญาของชาวมหิดลที่ยึดถือตามสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ว่า “True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind” โดยในการบรรยายมีประเด็นและ Key Word ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

    • คำว่า Entrepreneurship (ความเป็นผู้ประกอบการ) ในแง่ของงานวิจัย หมายถึง งานวิจัยที่ถูกใจตลาด และสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างได้ โดยมีเส้นทางสำคัญ คือ งานวิจัยชิ้นนั้น (Research) จะต้องได้รับความคุ้มครอง (Protection) จากนั้นจึงส่งต่อเพื่อให้สังคมนำไปใช้ได้ (Transfer) และนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการต่อไป (Entrepreneurship)
    • สถาบัน iNT มีชื่อเรียกหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์กร คือ
      • RA – Research & Academic Services งานบริการวิจัยและวิชาการ
      • TC – Technology Commercialization งานถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์
      • AD – Administration งานบริหาร
      • EE – Entrepreneurial Ecosystem งานระบบนิเวศผู้ประกอบการ
      • MU – Mahidol University หน่วยงานภายใน
      • O – Organization หน่วยงานภายนอก
    • Matchmaker คือ การเอาโจทย์ข้างนอก มาจับคู่กับความเชี่ยวชาญของเรา ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นการสร้างชื่อเสียง และเกิดรายได้ มหาวิทยาลัยจะอยู่อย่างเดิมไม่ได้ ถ้าไม่มีรายได้เข้ามา โดยงานทุกชิ้นของเรา ถือว่าเป็นของ “มหาวิทยาลัยมหิดล” เราผลิตในฐานะลูกจ้าง ภายใต้องค์ความรู้ที่มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลจึงเป็น “เจ้าของ” ส่วนเราเป็น “ผู้ประดิษฐ์” สองคำนี้ไม่เหมือนกัน
    • นวัตกรรม (Innovation) ต้องถูกเอาไปใช้ประโยชน์ได้ นวัตกรรมสามารถอยู่ในรูปแบบของสิ่งประดิษฐ์ ที่มีคนนำไปใช้ได้จริง และมีการจำหน่าย (Commercialization)
    • ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property -IP) เป็นกุญแจสำคัญของ Commercialization ต้องได้รับ Protection เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิตเอง (ให้ฟรี ไม่มีคนผลิต ไม่มีคนใช้ Innovation ก็จะไม่เกิด ภาคเอกชนก็จะได้ Advantage) หากไม่มี IP Innovation ก็ยากที่จะเกิด สถาบัน iNT สนับสนุนท่านให้สร้างนวัตกรรม ขอให้มีกำลังใจในการสร้างผลงานดี ๆ ต่อไป
    • ค่า Royalty มีผลต่อมหาวิทยาลัยมาก สร้างรายได้มหาศาล ช่วยให้นักวิจัยรุ่นใหม่มีเงินทำวิจัย เรียกว่า “เงินต่อเงิน” ทำเงินมาเป็น Funding ทุนวิจัยต่อไป
    • องค์ประกอบของ Commercialization ต้องคำนึงถึง Technology, Protection, Transfer, Market, IP, Advantage, Business งานวิจัยควรคิดให้ Beyond ห้อง Lab นั่นคือเป็นงานวิจัยที่มีลักษณะของ Market Fit & Solution Fit ด้วย
    • นักวิจัย คือ บุคคลสำคัญที่จะสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ควรมีความจริงใจ (Sincere) ซึ่งกันและกัน อย่าระแวงซึ่งกันและกัน ควรเคารพ (Respect) ซึ่งกันและกัน จึงจะเกิด Technology Transfer ไปสู่ตลาดได้
    • iNT และตัวแทนสถาบัน จะเป็นตัวแทน Push แนวคิดในบริบถของมหาวิทยาลัย “เพื่อสร้างนวัตกรรมขึ้นมาให้ได้!” เราจะ Reset! และ Deal กับ iNT กันใหม่! ท่านเป็นสมอง เราเป็นฟันเฟืองช่วยท่าน
    • ทุนวิจัยที่ดูแลโดยกองบริหารงานวิจัย คือ ทุนวิจัยในสิ่งที่อยากทำ / อยากวิจัย ส่วนทุนวิจัยที่ดูแลโดย iNT คือ ทุนเพื่อพัฒนา Product ที่มี Potential ในตลาด ต้องดูว่า Product นั้นดี หรือ ไม่ดี ที่สำคัญ คือ “มีที่ยืน” ในตลาด หรือไม่ iNT จะยืนประกบในทุกเส้นทาง ส่วนผู้ประสานงานคณะ จะ Support นักวิจัยในคณะเพิ่มเติมด้วย
    • เครือข่ายส่วนงาน (TC Dream Team) เมื่อทำงานร่วมกับ iNT ร่วมกับนักวิจัยในส่วนงาน จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ นั้นคล่องตัวขึ้น โดยการจด IP นั้น ไม่ได้ first come first serve เราจะทำ Product ที่มีอนาคตก่อน จะมีการประเมินน้ำหนักของเรื่องนั้น ซึ่ง iNT จะไปเดินเรื่องที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ทั้งหมด
    • คำเตือน! ไม่แนะนำให้อาจารย์คุยกับบริษัทเอง เพราะอาจโดนกดราคา เราแนะนำว่าเราต้องคุยกันเองก่อน ก่อนไปคุยกับคนนอก เพื่อให้มี Positive Feedback ซึ่งกันและกัน
    • ถ้าเราคิดถึงตลาดมากขึ้น เราจะได้งานวิจัยที่สนุกขึ้น
    • สรุป วงจรการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา หรือ “กิจกรรมการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา” มีทั้งหมด 4 ระยะ คือ
      1. IP Creation การสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา
      2. IP Protection การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
      3. IP Utilization การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา
      4. Enforcement การเฝ้าระวังสิทธิ (ไม่ให้เกิดการละเมิด)
    • ติดตามข้อมูลและติดต่อเจ้าหน้าที่ของ iNT ได้ที่ https://int.mahidol.ac.th 
  • กิจกรรม Team Building & Brainstorming สร้างสรรค์และนำกิจกรรมโดย วิทยากรทีม Blackbox (คลิกเพื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์) เพื่อละลายพฤติกรรมของผู้ที่มาเข้าร่วมงาน ให้ได้รู้จักกัน สนิทกันมากขึ้น กระตุ้นการทำงานเป็นทีม ให้กล้าเปิดใจ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ 
    • กิจกรรม Visual Collaboration : วาดรูปหน้าตัวเองลงบนป้ายชื่อเพื่อแนะนำตัว, วาดหน้าเพื่อนข้าง ๆ  พร้อมเขียนชื่อ, กิจกรรม 5 Finger ตามหาเพื่อนตามโจทย์ที่กำหนด เช่น คนที่มาจากบ้านเดียวกัน คนที่มีกรุ๊บเลือดเดียวกัน คนที่อยู่ฝั่งซ้าย ฝั่งขวา ถามคำถามเพื่อนคนนั้น จากนั้นวาดหน้ากับชื่อของเพื่อน และคำตอบของเพื่อนลงไป
    • จับกลุ่ม 4-5 คนจากต่างคณะ/สายงาน และตั้งชื่อกลุ่ม โดยขึ้นต้นด้วยคำว่า MU ตามด้วย Highlight ของมหาวิทยาลัยมหิดล (ทีมเราชื่อ MU น้องบุ๋ย) มีทั้งหมด 12 ทีม ต้องแนะนำตัวตามชื่อทีมด้วย!
    • กิจกรรม Where.Gif เล่าเรื่องสถานที่แห่งนั้น ผ่านท่าทางประกอบ จำนวน 10-12 ภาพ (ท่า) เริ่มจากจุดเริ่มเรื่อง > จุดเปลี่ยน / เหตุการณ์ Climax > จุดจบ / บทสรุป
    • กิจกรรมเล่าเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมด้วยภาพ จำนวน 10-12 ภาพ ทีมเราได้หัวข้อเรื่อง “ผลิตภัณฑ์และวิธีการเสริมแคลเซียมสำหรับแม่ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร” ภาพเป็นอย่างไร เชิญชมด้านล่างจ้า 
    • กิจกรรม 3-D Model เล่ากระบวนการทำงานของเรา ให้ทุกคนในทีมนำวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับ (กระดาษรองแก้ว ลังกระดาษ ปากกา ดินสอ ฯลฯ มาสร้างสรรค์ โมเดลสามมิติ เพื่อบอกเล่าการทำงานของ นักวิจัยไปสู่ตลาด ในบริบถของมหาวิทยาลัย
กิจกรรม “3-D Model เล่ากระบวนการทำงานของเรา”
แบบจำลอง “วงจรงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลสู่ภาคอุตสาหกรรม” โดย ทีม “MU น้องบุ๋ย”
  • กิจกรรมช่วงเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย และ การประกวด “MR. & Miss TC Dream Team” ผู้ชนะผลโหวตจากเพื่อน ๆ ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ หมื่นศักดา จากวิทยาลัยศาสนศึกษา ได้รับตำแหน่ง MR. TC Dream Team และ นางสาวสุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูล จากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ได้รับตำแหน่ง Miss TC Dream Team ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองท่านด้วยค่า บรรยากาศมื้อเย็น และการพักผ่อนของพวกเราเป็นอย่างไร ไปชมภาพกันค่ะ
  •  
ผู้ชนะการประกวด Mr. & Miss TC Dream Team
  • การบรรยาย เรื่อง “IP Management in Thai University” โดย แพทย์หญิง นภวรรณ ถาวรานันต์ ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
แพทย์หญิง นภวรรณ ถาวรานันต์ วิทยากร
  • วิทยากรท่านแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองด้วยว่า ท่านเป็นศาลายารุ่น 7 จบจากศิริราชรุ่น 99 จากการบรรยาย มีประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
    • สิทธิบัตร (Patent) คือสิ่งที่ Generate รายได้ และทุกคนจะต้องมีส่วนร่วม
    • สิทธิบัตรนั้น ไม่มีที่จดที่เดียวแล้วมีผลทั่วโลก จดที่ไหน มีผลที่นั่น! อยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด ขึ้นอยู่กับว่าจดแบบไหน สิทธิบัตรเป็นผลให้มี Exclusive Rights คือ การเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียว
    • สิทธิบัตรมีช่วงเวลา และแลกกับการเปิดเผยข้อมูล การเอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ก็ต้องเอาไปคัดด้วย โดยเฉพาะเมื่อจะ Align กับเป้าหมายของบริษัท (Objective)
    • นอกจากจะพิจารณาว่าของเราดีอย่างไร Function, Utility, Design ต่างกันอย่างไร ใครจะชอบของเราบ้าง ควรคำนึงถึงกระบวนการคุ้มครองสิทธิในผลงานของเราด้วย ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ Creation > Commercialization > Legal Enforcement ต้องคิดว่าจะบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างไร
    • Technology Readiness Level (TRL) หรือ ระดับความพร้อมของเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรม เป็นสิ่งที่ควรศึกษาเพิ่มเติม มีทั้งหมด 9 ระดับ ดังนี้ (อ้างอิงจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.))
Technology-Readiness-Level-TRL

      • TRL ระดับ 1-3 เน้นในกระบวนการวิจัย จนมั่นใจ ว่าผลงานมีคุณภาพ ตรวจสอบได้ว่าทำซ้ำแล้วยังเหมือนเดิมหรือไม่ หาก Concept Prove ก็ผ่านขั้นที่ 3 ได้
      • TRL ระดับ 4-6 คือ มี Validate ได้ทดลองการตลาด ประเมินผล และพัฒนา (Improve) มีการ Revise ตัวเองจนดีขึ้น
      • TRL ระดับ 7-9 เป็นการ Scale Up ว่าเราไปถึงประชาชน ระดับสังคมได้ไหม เป็น Viable Product (ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติใช้งานได้จริง) ไปถึงชุมชนได้หรือไม่ ระดับนี้ หากเป็นโปรแกรม คนจะสามารถ download มาใช้ได้ด้วย
    • ในแง่ Software มักมีการพิจารณาถึง User Friendly เช่น Youtube จะ Register จดสิทธิบัตร จดคุ้มครองสิทธิทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับ Design หน้าตา โลโก้ หรือ Lazada จะรีบไปจด Trademark เวลามีการออกแบบใหม่
    • เราควรหมั่นประเมิน TRL ดูว่าผลิตภัณฑ์เราผ่านการทำซ้ำหรือไม่ มี Consistency หรือไม่
    • ปัจจุบัน ผลงานของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จดสิทธิบัตรส่วนใหญ่จะเป็นด้าน Biotechnology
    • บทบาทของผู้ประสานงานในคณะ (Network) ควรสร้างความเข้าใจให้กับคณะ เราต้องรู้ว่าอะไรจดได้ จดไม่ได้ อะไรสำคัญควรเก็บไว้ให้หมด ต้องพยายามแก้ไขปัญหาให้อาจารย์ในเบื้องต้น รวมถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยให้คำตอบแก่อาจารย์ ต้องเข้าใจว่าทำไมต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ไป  
    • สนับสนุนให้จัดแสดงใน Trade Show & Exhibition แต่ต้องรู้ว่ามีข้อยกเว้นอะไรบ้าง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องเข้าใจหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น Exclusion Criteria เกณฑ์การคัดออก
    • สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร หรือ Patent Cooperation Treaty – PCT เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ต้องการขอยื่นรับสิทธิบัตรในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถยื่นคำขอเพียงครั้งเดียวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ DIP : http://www.ipthailand.go.th/th/สิทธิบัตรต่างประเทศ.html 
    • มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถยื่น PCT ได้ เราต้องศึกษา PCT Timeline กันด้วย โดยขั้นแรกดูว่าลูกค้าเราอยู่ตรงไหน ดู Customer Base, Manufactory Base, Selling Base ถ้ามีงบประมาณสูง จะเข้ากี่ประเทศก็ได้ แต่ถ้างบประมาณจำกัดต้องใช้อย่าง Efficient ที่สุด 
    • ในเชิงธุรกิจ เราต้องมีคำตอบให้เขา ว่าทำไมเข้าประเทศนั้น ๆ เช่น มีคนไข้อยู่ตรงนั้น เลยให้ Kit อยู่ที่นั่น เป็นต้น
    • แนะนำให้อาจารย์จดสิทธิบัตรที่ไทยก่อน ค่อย Switch ไป PCT มีเวลา 1 ปี ตัดสินใจ เพราะคำขอสิทธิบัตรต่างประเทศ หรือ PCT ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เป็นคำขอลอย ๆ ที่ขอจองสิทธิ แล้วต้องรอหลายเดือน ซึ่งขึ้นกับกฎหมายที่ประเทศนั้น ๆ ด้วยว่าจะรับรองหรือไม่ มิเช่นนั้นจะไม่มีสิทธิบัตรคุ้มครองเลย ผลตรวจ PCT เป็น Guideline แต่ไม่ได้บังคับว่าทุกประเทศต้องทำตาม
    • ผู้สนใจสามารถสืบค้นฐานข้อมูลสิทธิบัตรได้ที่เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา http://patentsearch.ipthailand.go.th/DIP2013/simplesearch.php
  • การบรรยาย เรื่อง “การจัดการงานบริการวิจัยและวิชาการ” โดย คุณสุทิศา นาคเรืองศรี หัวหน้างานบริการวิจัยและวิชาการ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ดู เอกสารประกอบการบรรยาย)
RA-Management-13.9.62

  • วิทยากรได้ให้แนวคิดต่าง ๆ ดังนี้
    • ทางรอดของมหาวิทยาลัยคือรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา และการบริการวิชาการ
    • งานบริการทางวิชาการ ตัวอย่างเช่น งานฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร ผู้บริหาร ไม่ใช่รับทำวิจัย
    • ผลงานวิจัย Contact Research เป็นของผู้ว่าจ้าง บางงานอาจไม่ได้วิชาการล้วน ๆ อาจเป็น Innovation
    • บุคลากร RA มีหน้าที่ประสานงาน กับดูแลเอกสาร เตรียมเรื่องแบบฟอร์ม ผู้ประสานงานสำคัญ เพราะอาจารย์ต้องมีผู้ช่วย
    • ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ TC Dream Team โดย iNT จะ support ท่านในกระบวนการต่าง ๆ เป็นหน่วยงานที่ประสานกับกองคลัง และกองกฎหมาย ด้วย
  • กิจกรรมเสวนาประสบการณ์การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีภายในมหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
    • เราจะมี Freedom to Operate เมื่อไม่มีภาระผูกพันกับใคร ถ้ามีของคนอื่นมาใช้ ก็จะมีค่า Royalty ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ท่านสามารถติดต่อ iNT ให้ดูสัญญาได้ ดูว่าคุ้มทุนหรือไม่ “ค่าทรัพย์สินทางปัญญา” ถือเป็นต้นทุนของโครงการ 
    • Staff ไม่สามารถทำสัญญาได้เอง สัญญาต้องทำกับมหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้น เป็นนิติบุคคล ถือเป็นการ Lock ปัญหาที่จะตามมาด้วย
    • **อย่าทำสัญญาเองให้แจ้งผ่าน iNT ทั้งหมด ถ้า Lock ได้ตั้งแต่จุดแรก ที่เหลือจะไม่ตามมาเลย
    • การจดแจ้งสิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ ต่างจากการจดผลงานทั่วไป เช่น Software หรือ Code ลอย ๆ ซึ่งไม่มี Outcome แบบนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์
    • Basic IP Validation คือการประเมินมูลค่าของสิ่งประดิษฐ์เราในการขาย เลยต้องมีการต่อรอง ดูว่ามูลค่าอะไร เราพอใจจะขาย และเขาพอใจจะซื้อหรือไม่
    • สำหรับ Course อบรมต่าง ๆ เรา Customize ได้ สามารถปรึกษากับเราเพื่อการจัดกิจกรรมที่ท่านสนใจต่อไป

ผู้เขียนขอขอบคุณหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่ได้มอบหมายให้มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้ เปิดโลกทัศน์และมุมมองที่สำคัญ เกี่ยวกับการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลให้ก้าวหน้า รวมถึงขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการและทีมงานสถาบัน iNT ทุกคนที่จัดโครงการดี ๆ นี้ขึ้นและดูแลเราเป็นอย่างดี ทำให้พวกเราได้รับความรู้ และได้รับมิตรภาพอันอบอุ่นจากผู้แทนแต่ละส่วนงาน

ในฐานะผู้ดูแลการเผยแพร่นิทรรศการของมหาวิทยาลัยในวาระสำคัญ โดยเฉพาะการจัดแสดงนิทรรศการในพื้นที่ของหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของชาวมหิดล ผ่านสื่อจัดแสดงต่าง ๆ อันเป็นการสร้างความร่วมมือ และความภาคภูมิใจให้แก่ชาวมหิดล และผู้เยี่ยมชมนิทรรศการทุกท่าน ความรู้ที่ได้รับจากกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์และเพิ่มพูนศักยภาพให้แก่ผู้เขียนในการทำงานร่วมกับผู้วิจัยและนักสร้างสรรค์ผลงานได้ดียิ่งขึ้น

ท้ายสุดนี้ ขอทิ้งท้ายด้วยข้อความสำคัญจากท่านผู้อำนวยการสถาบันฯ เกี่ยวกับ “ความสำคัญของนวัตกรรม” ดังนี้

จากบทสัมภาษณ์ ศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน เรื่อง “ทำไม ‘นวัตกรรม’ จึงสำคัญ” (คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม)

ขอเชิญผู้สนใจเยี่ยมชมและติดตามข้อมูลจากสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้ที่เว็บไซต์ https://int.mahidol.ac.th 


ผู้เขียน :

นางสาวเพชรดา ฐิติยาภรณ์, นักเอกสารสนเทศ

หัวหน้าฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์, รักษาการหัวหน้างานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ 

ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019