Living Book คนค้นคน สู่บริการ Human Library


ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 38 (WUNCA 38th @PKRU) ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  ซึ่งผู้เขียนเองได้มีโอกาสเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก  วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือ เพื่อศึกษาวิจัย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบนเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  แลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาต่างๆ  โดยมีการจัดกลุ่มความสนใจ อาทิเช่น Technical Talk, Librarian Technical, Telemedicine, IT Development เป็นต้น  โดยผู้เขียนขอนำเสนอในส่วนของ Librarian Technical อยากนำพาให้ทุกท่านได้รู้จักกับ Human Library

จุดเริ่มต้นของความน่าสนใจมาจากหัวข้อการอภิปรายเรื่อง Living Book “Towards Smart Education for Smart City and Sustainable Local Development” ซึ่งดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลได้นำเสนอเนื้อหาในบล็อกเรียบร้อยแล้ว (อ่านรายละเอียด)  แต่ที่ผู้เขียนอยากกล่าวถึงคือ การใช้แนวคิด Living Book มานำเสนอหัวข้อการอภิปราย  เป็นลูกเล่นที่ดึงดูดผู้ฟังได้ดีทีเดียวค่ะ

แล้วคำว่า Living Book กับ Human Library คืออะไร  เกี่ยวข้องกันหรือไม่  ผู้เขียนได้มาพบคำตอบจากการอภิปรายเรื่อง Human Library Digital และการยกระดับการให้บริการห้องสมุดด้วยมาตรฐานด้าน IT โดย อาจารย์อุบลศิลป์ โพธิ์พรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร  และ อาจารย์อมรรัตน นาคะโร มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต  และอีกหนึ่งหัวข้อคือ การจัดกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์โดยใช้สื่อดิจิทัลที่หลากหลาย โดย อาจารย์อุบลศิลป์ โพธิ์พรม และ นายพอเจตน์  เกษมสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร  ร่วมกับการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต  จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ภาพการอภิปราย

พูดกันง่ายๆ Living Book แปลตามตัว คือ หนังสือมีชีวิต  ส่วน Human Library คือห้องสมุดที่ให้บริการ Living Book นั่นเอง ซึ่งได้แก่บุคคลผู้มีความรู้ในเรื่องต่างๆ และประสงค์จะถ่ายทอดความรู้ แนวคิด ประสบการณ์ แก่ผู้อื่น  การให้บริการ Human Library  ก็คล้ายกับห้องสมุดทั่วไป

Human Library  หรือห้องสมุดมนุษย์ เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้น ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี ค.ศ.2000  โดย 6 ปีต่อมาได้มีการจัดตั้งห้องสมุดมนุษย์แบบถาวรขึ้นที่เมืองลิสมอร์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับว่าเป็น Human Library  แห่งแรกของโลกที่เปิดดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และถือเป็นต้นแบบแนวคิดให้กับการเปิดเป็นห้องสมุดมนุษย์ทั่วทุกมุมโลก ปรัชญาของ Human Library ได้ประกาศไว้เสมือนปฏิญญาสากลให้กับเครือข่ายห้องสมุดมนุษย์ของ Human Library Organization คือ “DON’T JUDGE A BOOK BY ITS COVER” หรือการไม่ตัดสินเนื้อหาหนังสือจากปกหนังสือ  ซึ่งสื่อความหมายได้อย่างดีเกี่ยวกับการลดอคติที่มนุษย์มีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา เพศสภาพ หรือความแตกต่างระหว่างกันทั้งมวลของมนุษยชาติ  ซึ่งเป็นปัญหาที่เริ่มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน  โปรเจ็กต์สุดจ้าบที่ชวนคนมาเปิดใจศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจมนุษย์คนอื่นๆ ที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลายด้วยวิธีการอ่านมนุษย์ให้หายสงสัย  เพื่อทำลายอคติที่มาบดบังใจเราจนสร้างปัญหาจากการตัดสินคนอื่นจากเพียงภายนอก

สำหรับประเทศไทย เริ่มต้นครั้งแรกที่สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา  เมื่อปี พ.ศ. 2553  โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คงศักดิ์ สังฆมานนท์  และมีแนวคิดในการจัดเป็น “เครือข่ายห้องสมุดมนุษย์ในประเทศไทย (Thailand Human Library Network : THLN)”  ปัจจุบันได้มีห้องสมุดหลายแห่งได้นำแนวความคิดนี้มาใช้ในการสร้าง Living Book อย่างหลากหลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งโดยส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่าแนวคิดดังกล่าวคล้ายกับการจัดการความรู้ในองค์กร  ที่ขยายต่อยอดไปยังบุคคลต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  และบันทึกความรู้ออกมารูปแบบตัวเล่มหนังสือด้วย เช่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  ได้มานำเสนอในงานประชุมครั้งนี้  โดยมีการจัดมุมบริการ Living Book  ภายในห้องสมุดในลักษณะตัวเล่มหนังสือ  และเชิญหนังสือมีชีวิตมาให้บริการจริงภายในห้องสมุดด้วย  รวมทั้งจัดเป็นกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ไปตามสถานที่ต่างๆ

                   ภาพตัวอย่าง Living Book และการให้บริการ

นอกจากนี้จากบทความวิจัยเรื่องการจัดกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์ (Human Library) ที่เหมาะสมสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  ได้กล่าวถึง องค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาห้องสมุดมนุษย์ ได้แก่

  1. มีผู้จัด หรือบรรณารักษ์ – เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดกิจกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้คัดเลือกหนังสือมีชีวิต  ถอดความเรียบเรียง  จัดรูปเล่มหนังสือมีชีวิต  วิเคราะห์จัดหมวดหมู่หนังสือมีชีวิตเข้าระบบห้องสมุดอัตโนมัติ  ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมหนังสือมีชีวิตผ่านสื่อต่างๆ  รวมถึงเป็นตัวแทนอ่านหนังสือมีชีวิตแต่ละเล่ม
  2. มีหนังสือมีชีวิต – มีความพร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญของตนเอง
  3. มีผู้อ่าน – มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์ และร่วมประเมินผลภายหลังกิจกรรมเสร็จสิ้น
  4. มีระยะเวลาการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม – หากจัดช่วงเวลาปิดภาคเรียนจะเหมาะสำหรับอาจารย์ บุคลากร และผู้สนใจทั่วไป แต่หากกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักศึกษาควรเลือกจัดในช่วงเปิดภาคเรียนจะเหมาะสมกว่า  หรืออาจเลือกจัดตามเทศกาลสำคัญ แต่ไม่ว่าจะเลือกช่วงเวลาใดภายหลังควรนำหนังสือมีชีวิตเสนอผ่านเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์  การจัดแต่ละครั้งประมาณ 1-3 ชั่วโมง
  5. มีสถานที่จัดกิจกรรมที่เหมาะสม – ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้อ่าน  และความเหมาะสมของเนื้อหาหนังสือมีชีวิตในการเลือกสถานที่จัดกิจกรรม

ดังนั้นการหาความรู้ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการอ่านหนังสือเท่านั้น  หากแต่ยังสามารถหาความรู้ในเรื่องต่างๆ ได้จากตัวบุคคล  ซึ่งการได้ความรู้จากตัวบุคคลนั้นเปรียบเสมือนหนังสือมีชีวิต (Living Book) ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอด  หรือเล่าเรื่องราวความรู้ทัศนคติ ความคิดเห็นในสิ่งที่ตนเองชำนาญหรือเชี่ยวชาญ อันเกิดจากการสั่งสมความรู้และประสบการณ์ในด้านนั้นๆ มาอย่างยาวนาน เป็นการถ่ายทอดความรู้จากภายในตัวบุคคลสู่ภายนอก   Human Library อาจถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการจัดห้องสมุด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจในการพัฒนา เพื่อใช้เป็นสื่อสร้างเสริมวัฒนธรรมและสังคมแห่งการเรียนรรู้อีกหนึ่งช่องทาง และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ เป็นกิจกรรมของการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาห้องสมุดให้มีชีวิต (Living Library)


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019