ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2562


ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่
มหาวิทยาลัยมหิดล

ประจำปีการศึกษา 2562

ประสบการณ์ของหนึ่งในทีมงานพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล

หลังจากที่ผู้เขียนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาสักระยะ และได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความเป็นศิษย์เก่าฯ และคลุกคลีอยู่กับกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปีการศึกษา 2559 จึงได้โอกาสดี ๆ ในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานจัดวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2562 ครั้งนี้

สำหรับพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักศึกษาใหม่สู่มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2562 ซึ่งดำเนินการจัดเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดล ให้แก่นักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาเพื่อตอบสนองการเป็น Global Citizen, Global Talent, Entrepreneurship รวมถึงการเสริมสร้างความผูกพันนักศึกษา ศิษย์เก่า และมหาวิทยาลัยตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี โดยมีกำลังหลักในการดำเนินงานในพิธีปฐมนิเทศคือ อาจารย์ ดร.ระพี บุญเปลื้อง นางสาวศิริลักษณ์ กลางสำโรง นางสาวตรีทิพย์นิภา สำราญบวรรัตน์ นายถาวร เหล่าวนิชชานนท์ และท่านอื่น ๆ ที่ไม่อาจกล่าวได้หมด

หน้าที่หลักของผู้เขียนคือ การประสานงานนักศึกษาดาว เดือน หรือตัวแทนคณะ มาถ่ายภาพที่ใช้ในการตกแต่งเวที (ภาพ Collage) สำหรับช่วงต่าง ๆ โดยมีแนวคิดที่แสดงถึงความหลากหลายของแต่ละคณะ/สาขาวิชา ที่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวในมหิดล สร้างความมีส่วนร่วมของนักศึกษาชั้นปี 1 ในคณะต่าง ๆ ผ่านภาพประกอบบนเวที ซึ่งต้องดำเนินถ่ายภาพทั้งสิ้น 3 วัน ด้วยกัน เพื่อเก็บรูปของน้อง ๆ ให้หลากหลายที่สุด เมื่อได้ภาพมาแล้วก็ทำการคัดเลือกภาพที่สวยงามเหมาะสม และทำการตกแต่งภาพและส่งให้ฝ่ายอื่นดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นคนออกแบบป้ายผู้ปฏิบัติงานในฝ่ายต่าง ๆ ของงานอีกด้วย เช่น Usher, Lighting, Stage, Visual และรับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย และรันคิวนักศึกษาตัวแทนคณะ/ดาวเดือนให้เข้าร่วมการแสดงบนเวที ทั้งในวันซ้อมและวันจริง

พิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ #WeMahidol130 จัดขึ้นหลังพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จัดในวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 โดยพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ประจำปี 2562 นี้ จัดขึ้นที่ มหิดลสิทธาคาร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 รอบ โดยแต่ละรอบจะดำเนินกิจกรรมเหมือน ๆ กัน ซึ่งรอบที่ 1 เวลา 09.15-10.45 น. รอบที่ 2 เวลา 11.45-13.15 น. และรอบที่ 3 เวลา 14.30-16.00 น.

ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่

พิธีปฐมนิเทศแบ่งออกเป็นหลายช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนเข้าพิธีการจะมีนักศึกษาและทีมงานฝ่ายจัดแถว นำนักศึกษาใหม่มาส่งให้แก่ Usher เพื่อนั่งตามที่นั่งของตนเองตามโซนต่าง ๆ เมื่อนักศึกษาพร้อมแล้ว ทางฝ่าย Visual จะเปิดวีดิทัศน์แนะนำความปลอดภัย และ แนะนำ Application ต่าง ๆ ได้แก่ We Mahidol Application และการใช้ระบบ Speexx ของคณะศิลปศาสตร์

หลังจากนั้น มีการเปิดตัวขบวนนักศึกษาตัวแทนคณะและดาว-เดือน ปิดท้ายขบวนด้วยผู้ดำเนินรายการ คือ นางสาวพรชิตา ภิรมย์เมือง นักศึกษาวิทยาลัยศาสนศึกษา และนายกิตติศักดิ์ ชื่นชีพ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวต้อนรับน้อง ๆ นักศึกษา โดยแนะนำจุดประสงค์ของการจัดงาน

ต่อด้วยวิดีทัศน์ต้อนรับโดย นักศึกษาศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันที่มีชื่อเสียง บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ ความประทับใจในพิธีปฐมนิเทศ และชีวิตการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ นายมิณทร์ ยงสุวิมล ศิษย์ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล #WeMahidol127 (Min Kamikaze) นายอัษฎกร เดชมาก ศิษย์ปัจจุบันวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ #WeMahidol129 (AUTTA The Rapper) และนางสาวเฌอปราง อารีย์กุล ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยนานาชาติ #WeMahidol125 (Cherprang BNK48)

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงพิธีการ ผู้ดำเนินรายการ เชิญผู้ร่วมงานทุกคนร่วมยืนถวายความเคารพในเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งขับร้องโดยคณะประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล (MU Choir) และแนะนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและผู้นำชุมชน และรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวปฐมโอวาท

ปฐมโอวาท และองค์กรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี กล่าวต้อนรับนักศึกษาสู่มหาวิทยาลัยมหิดล และกล่าวปฐมโอวาทความว่า ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยสามารถรวบรวมไว้ทั้งสิ้น 5 ประเด็น (Challenges of 21st Century) เรียกสั้น ๆ ว่า “SPEED” ซึ่งมาจากคำว่า Society, Politics, Ecosystem, Environment และ Disruptive Technology โดยท่านรักษาการแทนอธิการบดีอธิบายว่า

Mahidol: Challenges of 21st Century

ปฐมโอวาท โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี
ภาพจาก SCMU Photo
  • Society หมายถึง การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งสังคมปัจจุบันเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น และมีเด็กเกิดน้อยลง (Aging Society) ในขณะเดียวกันอาชีพต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีเทคโนโลยีมาใช้ซึ่งมีความสำคัญต่อบริบท และวิถีชีวิตของคนในสังคมมากขึ้น และในขณะเดียวกัน Social Media ก็มีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเช่นกัน
  • Politics หมายถึง การเมืองในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น ประเทศ หรือในระดับสากล ซึ่งมีกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพวกเราทุกคน
  • Ecosystem ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจของเรา และเรามีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต เพื่อพัฒนาชีวิตของเราจะมีความเป็นอยู่อย่างไรให้ผาสุกมากยิ่งขึ้น
  • Environment สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ถ้าเราไม่ตระหนัก หรือไม่ใส่ใจ ภาวะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ก็จะส่งผลกระทบสู่รุ่นลูก รุ่นหลานของเรา
  • Disruptive Technology ซึ่งต่อไปในอนาคตในอีก 5 ปี หรือ 10 ปี ข้างหน้า อาชีพต่าง ๆ อาจจะหายไป และถูกแทนที่ด้วยงาน หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

ฉะนั้น เมื่อโลกมีการเปลี่ยนผ่านค่อนข้างเร็วแบบนี้ สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหา จำเป็นต้องใช้คนที่มีปัญญา และมีความรู้จำเพาะในเรื่องนั้น ๆ ร่วมกัน ช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก

ท่านรักษาการแทนอธิการบดี ยังอธิบายเพิ่มต่ออีกว่า มหาวิทยาลัย ได้รับพระราชทานนาม “มหิดล” ซึ่งมีความหมายว่า “ผืนแผ่นดิน”

มหาวิทยาลัยมหิดลจึงเป็นเหมือนแหล่งที่ผู้มีปัญญาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ปัญหาสังคม  และตั้งปณิธานที่จะทำหน้าที่เป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” ซึ่งจำเป็นต้องผลิตนักศึกษาให้เป็นคนดี คนเก่งของสังคม โดยระบุว่า คนเก่ง หากไม่มีจิตใจที่ดี ก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรง ..คนที่ดี แต่เก่งน้อยกว่า อาจจะพัฒนาตนเองให้เก่งมากยิ่งขึ้นได้ และถ้าหากเก่งด้วย และเป็นคนดีด้วย ก็จะมีผลที่ดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย

นอกเหนือจากปณิธานที่มุ่งหวังที่จะเป็นปัญญาของแผ่นดินแล้ว วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก แม้ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลจะมีชื่อเพียง 50 ปี แต่รากฐานของมหาวิทยาลัยมีมากว่า 131 ปี ตั้งแต่สมัยโรงเรียนแพทยากรของศิริราช ท่านผู้อ่าน สามารถอ่านลำดับพัฒนาการของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://museum.li.mahidol.ac.th/th/2562-exhibition/Mahidol_Day/all-pages  ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นฐานของมหิดล อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ภาพโดย MU Photo

นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของมหิดลอีกประการ คือ ได้ผลผลิตโดยรวมจากนักศึกษาใหม่ซึ่งสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาของมหาวิทยาลัยให้ดียิ่งขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น การแลกเปลี่ยนนักเรียน การสื่อสารภาษาที่ดี ความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ จนทำให้เกิดการส่งต่อข้อมูลกันแบบปากต่อปาก อันเป็นการเพิ่มชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยให้ได้รับการมองเห็นในระดับสากล ซึ่งท่านรักษาการแทนอธิการฯ เน้นย้ำว่า ทุกคนมีส่วนทำให้มหาวิทยาลัยของเราดีขึ้น และก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับโลกได้

ท่านรักษาการแทนอธิการบดี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงระยะเวลาที่นักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นช่วงเวลาที่พวกเราครูบาอาจารย์ ปรารถนาจะดูแลนักศึกษาเป็นอย่างดี โดยการติดอาวุธในวิชาชีพ และเพิ่มทักษะต่าง ๆ ทั้งภายในห้องเรียน และนอกห้องเรียน โดยพยายามสนับสนุนในช่องทางต่าง ๆ อย่างที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ต้องมีความทันสมัย มีความเป็น Digital University มีข้อมูลเอกสาร วารสาร ตำรา หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่มากขึ้น มีการเชื่อมต่อกันโดย WI FI อย่างทั่วถึง มีการใช้ Tele-conference, Tele-meeting เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาวิทยาเขตต่าง ๆ ได้ติดต่อสื่อสารกับส่วนกลางมากขึ้น

Role model for Green & Healthy University & Campus Life for Students

มหาวิทยาลัยมหิดล
สร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของนักศึกษา

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังพยายามเป็นต้นแบบ (Role Model) ในการดำรง รักษา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้น้ำ ใช้ไฟ อย่างประหยัดรู้คุณค่า การควบคุมการใช้ถุงพลาสติก ให้นักศึกษาที่อยู่มหาวิทยาลัยนำไปประยุกย์ใช้ได้ต่อไปในอนาคต ทั้งยังพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็น Healthy University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาพ ในระหว่างศึกษาอยู่ที่มหิดล นักศึกษาจะได้สัมผัสกับเพื่อนต่างสาขาวิชา ได้ทำงาน และเรียนร่วมกับเพื่อนต่างสาขาวิชา เมื่อจบไปแล้วจะมีโอกาสทำงานได้อย่างเป็นเครือข่าย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศของมหาวิทยาลัยจะทำให้นักศึกษาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ “ศาลายา” ซึ่งถูกสร้างโดยมีคุณลักษณะ 3 S ได้แก่ Safe Green Campus, Serve MU Mission และ Support Career development อันเป็นการสนับสนุนการใช้ชีวิตของนักศึกษาได้อย่างดี

Nurture future leaders

นอกจากนี้ประเด็นที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ท่านรักษาการแทนอธิการบดีฯ ยังอธิบาย 4 Pillars of Education ขององค์กร UNESCO ซึ่งเป็นคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมหิดลพยายามดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของโลก โดยปรารถนาให้นักศึกษามหิดลได้เรียนรู้ไว้ ทั้งสิ้น 4 ประการ ได้แก่

  1. Learn to know เรียนรู้เข้าใจ ต่อความรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง
  2. Learn to do เรียนรู้และสามารถทำได้
  3. Learn to be เข้าใจศาสตร์แขนงที่เรียนอย่างถ่องแท้ รู้จริยธรรม บริบทของศาสตร์นั้น ๆ
  4. Learn to live เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น

นอกจากนี้ Learn to know: Learn to how to learn + Life-long Learning คือ เรียนรู้ที่จะเรียนต่อไป รู้แบบคิดเชิงวิพากษ์ สามารแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องกับข้อมูลที่บิดเบือนได้ เรียนรู้ได้อย่างเป็นระเบบ  และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เรียนรู้ตลอดชีวิตของเรา

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยกเอาประเด็น Sustainable Development Goal ซึ่งเสนอ Pillar ที่ 5 ด้าน Education for Sustainable Development นั่นคือ “Learn to Transform Oneself & Societies for the Betterment of Our Society & Our World” ซึ่งข้อนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงคำนึงถึงด้านนี้มานานแล้ว ดังจะเห็นได้จาก พระราชหัตเลขาของพระองค์ท่าน ที่ระบุว่า 

“True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind.”

ทำให้เราเห็นว่าในสายพระเนตรของพระองค์ท่าน ทรงคำนึงถึงด้านนี้มาโดยตลอด ซึ่งนั่นชาวประชาคมมหิดลทุกคน ควรภาคภูมิใจ พึงระลึกถึงพระองค์ท่าน และน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการทำเพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติสืบไป

อีกส่วนงานหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับพิธีปฐมนิเทศคือ องค์กรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยมี น้องเพชร นายสฤษฎ์พงศ์ เพิ่มผล นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และน้องรุตม์ นายธีรุตม์ อริยะวรรณ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ และแนะนำองค์กรนักศึกษา

Mahidol Talk

Mahidol Talk จากนักศึกษาศิษย์ปัจจุบัน
ภาพจาก SCMU Photo

ช่วง Mahidol Talk เป็นช่วงปาฏกถาพิเศษของ นักศึกษาศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล พูดเพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้เกิดแรงบันดาลใจ และเกิดการตั้งเป้าหมายในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ให้แง่คิดในการใช้โอกาสและเวลาในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีคุณค่า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางที่มีความหมายต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นผู้นำ ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง อันจะเป็นปัญญาของแผ่นดินที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่แท้จริง

โดย Mahidol Talk จะแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ

  • ช่วงที่ 1 : ความสำเร็จก้าวแรก  นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ผู้ชนะการประกวดพูดในวิชาศิลปะการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร จำนวน 6 คน คือ นางสาวสุจิตรา พูลสวัสดิ์ คณะกายภาพบำบัด นางสาวรัชนีกร อัศวพรชัย คณะกายภาพบำบัด นางสาวสุภัทรา ชาวสวย คณะศิลปศาสตร์ นางสาวกนิษฐา รวส คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาพยาบาลศาสตร์ นายวิศรุต วิไลวรรณ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และนายก้องภพ จ้อยจินดา คณะสัตวแพทยศาสตร์
  • ช่วงที่ 2 : ความสำเร็จแห่งการส่งต่อความสุข จากศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล 2 คน คือ คุณวิษณ์กมล ชัยวานิชศิริ ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ คุณสุภัชญา เตชะชูเชิด ศิษย์เก่าจากคณะวิทยาศาสตร์

ซึ่งทั้งสองต่างมาเล่าประสบการณ์ และบอกเล่าความสำเร็จของตนเอง อันเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาใหม่ และถือนำเป็นแบบอย่างของตนเองในอนาคต

วิษณ์กมล ชัยวานิชศิริ ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วาทยากรจิตอาสา ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานระดับอุดมศึกษา ในปี 2560 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม สาขาการประพันธ์ดนตรี ผลงาน String Quartet No.0 จากงาน Young Thai Artist Award 2016 เป็นผู้ดูแลวงดนตรี Orchestra เยาวชนจังหวัดยะลา นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ Musica per tutti หรือ Music for Everyone ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาดนตรี โดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดกิจกรรมดนตรีทุกรูปแบบ สำหรับทุกคน

ปัจจุบันวิษณ์กมล เป็นอาจารย์พิเศษ สาขาอำนวยการเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

พูดถึงการตีความ “ความสำเร็จ” ที่แตกต่างกันในแต่ละคน โดยเราสามารถหาความสำเร็จและความสุขนั้นได้ด้วยตัวเอง  และกล้าฝัน กล้าลงมือทำเพื่อความสำเร็จของเรา

และ ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด นักชีววิทยา ศิษย์เก่าจากคณะวิทยาศาสตร์ ผู้เกิดและเติบโตในเมืองใหญ่ มีป่าเป็นบ้านที่สอง เป็นนักเคลื่อนไหวที่ทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เป็นกรรมการสมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศไทย เป็นนักเขียนนิตยสารออนไลน์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็น Co-Founder ของ Refill Station

ปัจจุบันเป็นนักเขียนของ A day และ National Geographic และมี Podcast ด้านวิทยาศาสตร์ชื่อ Nerd Loyalty 

พูดถึงความสำเร็จที่เกิดจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราได้ลงมือทำในแต่ละวัน โดยใช้ความกล้าที่จะแตกต่าง เป็นส่วนเล็ก ๆในการเปลี่ยนโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น 

Mahidol Inspiration

ช่วง Mahidol Inspiration เป็นช่วงที่สร้างสีสันและเรียกเสียงฮือฮาให้กับนักศึกษาที่ร่วมงานได้มากที่สุด นำโดยคณะนักร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล (MU Choir) ซึ่งมาขับร้องเพลงประสานเสียงแสนไพเราะ โดยมีอาจารย์ ดร.ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ เป็นวาทยากร และมีคุณวิษณ์กมล ชัยวานิชศิร เป็นผู้เล่นเปียโนประกอบ

การแสดงแรกเป็นการขับร้องเพลง “ด้วยความคิดถึง” ประกอบวิดีทัศน์ที่สะท้อนถึงความรัก ความห่วงหาอาทรของพ่อ แม่ และคนในครอบครัวของนักศึกษา ที่คอยห่วงใย และคอยเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ

จากนั้น MU Choir ขับร้องบทเพลง “รักน้อง” ซึ่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยมหิดลอีกเพลงหนึ่ง แต่งโดยเภสัชกรกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ หรือพี่จิ้น สะท้อนความรัก ความหวังดีของรุ่นพี่ที่ส่งต่อไปสู่รุ่นน้อง ซึ่งบนเวทีมีการเดินถือเทียนประกอบบทเพลง โดยนักศึกษาตัวแทนคณะและดาวเดือน เปรียบเหมือนการรับขวัญและต้อนรับนักศึกษาใหม่สู่มหาวิทยาลัยด้วยความรัก ซึ่งสำหรับตัวผู้เขียนเอง เคยมีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับวง MU Choir และได้ร่วมร้องเพลงรักน้อง ในพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2558 อีกด้วย ซึ่งยังประทับใจกับการมีส่วนร่วมครั้งนั้นจนถึงวันนี้

“ความหวังดี จงมาปกป้อง ทั้งตื่นและฝัน “

ท่อนหนึ่งของบทเพลงรักน้อง

ต่อด้วยบทเพลง Medley “แค่ฉันมีเธอ (Finn)” และเพลง “อยากร้องดังดัง” ร้องโดย นายทัศนัย กิตติรุ่งสุวรรณ (เต๋า The Voice) และนายปราชญ์ มาลากุล ณ อยุธยา ร่วมกับวง One day วงศิษย์เก่าของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเซอร์ไพรส์กับการแรป ต้อนรับนักศึกษา โดย ผศ.ร.ท.ทพ. ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ สร้างเสียงฮือฮาให้กับนักศึกษาใหม่ ได้ไม่น้อย

โดยสามารถรับชมคลิปได้ที่ https://www.facebook.com/WeMahidol/videos/446313985955337/

จากนั้นต่อด้วยบทเพลงสุดแสนอลังการซึ่งขับร้องโดย นายปราชญ์ มาลากุล ณ อยุธยา และนายทัศนัย กิตติรุ่งสุวรรณ  ร่วมกับวง One Day และเดี่ยวไวโอลิน โดยนางสาวชัญญา เจริญสุข ในบทเพลง “ชัยชนะ”

ปิดฉากพิธีปฐมนิเทศ ด้วยการแสดงของคทากรจากวิทยาลัยนานาชาติ ประกอบบทเพลง “เทิดพระนามมหิดล” ซึ่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยตัวแทนคณะส่วนงานและดาวเดือน เชิญริ้วธงคณะและส่วนงานต่าง ๆ ขึ้นบนเวที แสดงถึงภาพการรวมมหิดลทุกส่วนงานเป็นหนึ่งเดียว ในเวลานี้นักศึกษาใหม่และผู้ร่วมงานทุกท่านได้ยืนตรงแสดงความรักและเคารพต่อสถาบันการศึกษาของเรา หลังจบบทเพลงคณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ ก่อนผู้ดำเนินรายการกล่าวปิดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2562

โดยในการปฐมนิเทศรอบที่  3 มีการถ่ายทอดสดให้ชมทาง Facebook Live ของแฟนเพจของมหาวิทยาลัย สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่

นอกจากผู้เขียนที่ได้มีส่วนร่วมของงานครั้งนี้แล้ว ภายในงานส่วนอื่น ๆ ยังมีน้อง ๆ นักศึกษา MU Guide ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย โดยแยกทำในฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่

MU Guide ส่วนหนึ่งทีมงาน

นายธนกฤต ทองบริสุทธิ์ (กานต์) นักศึกษา MU Guide รุ่น 5 ศิษย์เก่าจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นางสาวอมราพร จิรากร (เฟิร์น) นักศึกษา MU Guide รุ่น 7  คณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 4, นายปรินทร ภู่ย้อย (ไอซ์) นักศึกษา MU Guide รุ่น 6 ศิษย์เก่าจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นายศุภรัตน์ อังกินันทน์ (บาส) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 และนายคมสันต์ นาจาด นักศึกษา MU Guide รุ่น 6 จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี 4 ช่วยงานฝ่าย Visual ดูแลเกี่ยวกับระบบภาพ วิดีทัศน์ ถ่ายวิดีโอ ภายในงาน

นายหิรัณย์พฤกษ์ พงษ์ประสาทสุข (เล้ง) นักศึกษา MU Guide รุ่น 8 จากคณะศิลปศาสตร์ ช่วยงาน ฝ่าย Stage ดูแลหลังเวที การยกฉาก เปลี่ยนฉาก รันคิวแสดง

และนายสุวีร์ ชยะกุลคีรี (ปลาวาฬ) นักศึกษา MU Guide Volunteer จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ช่วยงานฝ่าย Photo ซึ่งน้อง ๆ แต่ละคนมาช่วยงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนทั้งสิ้น น่ารักมาก ๆ

ผู้เขียนในฐานะคณะกรรมการจัดงานรู้สึกสนุกและมีความสุขมาก ที่ตนเองได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยงานมหาวิทยาลัยจัดพิธีอันทรงเกียรติเช่นนี้ รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นผู้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างภาพแห่งความทรงจำให้แก่นักศึกษาใหม่ ให้เกิดความภาคภูมิใจในสถาบันที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง ที่แสนอบอุ่น บ้านที่มีชื่อว่า  “มหิดล”

ขอบคุณภาพจาก

SCMU Photo

MU Photo Club

Mahidol University Archives and Museums


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019