กิจกรรม “MU SDG Talk” และ “การประชุมวิชาการมหิดลสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2563”


                   ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม“MU SDG Talk” และ “การประชุมวิชาการมหิดลสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2563” เมื่อในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม ในงานประชุมวิชาการ “มหิดลสู่การขับเคลื่อนการพัฒนา อย่างยั่งยืน” (Mahidol Sustainability Development Conference 2020) นั้นได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน กับมหาวิทยาลัย” โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดการประชุม พร้อมบรรยาย ในหัวข้อ “การส่งเสริม Sustainability Development Goals : Why” และ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต รองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยาย ในหัวข้อ “การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดล สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วชิร คชการ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ก้องเขต เหรียญสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมฟังการบรรยาย ณ ห้องประชุม 322 อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล

                   โดยในช่วงแรกศาสตราจารย์นายแพทย์บรรจงมไหสวริยะอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวถึงที่มาของเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่ามีรากฐานมาจาก  3p (People,Prosperity, Planet) และขยายเป็น 5 P (Peace&Partnership) โดยทุกภาคส่วนจะต้องเริ่มจากมีความสงบสุขก่อนและขยายผลสู่ความร่วมมือร่วมใจกัน โดยขยายผลไปทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งหมด 17 เป้าหมาย โดย 3 P แรกเป็น Core Concept เดิม ได้แก่  People ,  Prosperity , Planet โดยหัวข้อที่ 1-5 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคน (Peple) หัวข้อที่ 6-10  จะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่หรือลักษณะความเป็นอยู่ต่างๆ (Prosperity) ในหัวข้อที่ 11-15 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ (Planet) และเพิ่มมาอีก 2 P ได้แก่ Peace และ Partnership 

                   โดยการดำเนินการพัฒนาที่สมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสอดรับกับ SDGs  เริ่มจากการมีความสงบสุขและขยายผลสู่ความร่วมร่วมใจทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน นั้นจะต้องทำทุกเป้าหมายไปพร้อมๆ กันโดยแต่ละส่วน แต่ละองค์กรเลือกทำในสิ่งที่เป็นจุดแข็งของตัวเองในสิ่งที่ตัวเองทำได้ และเมื่อหลายๆ ภาคส่วนรวมกันก็จะบรรลุเป้าหมายของโลกและประเทศต่อไป ซึ่งจะโยงไปถึงเรื่องการจัดอันดับ World University Ranking ว่านอกจากมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนด้านการเรียนการสอนแล้วมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการทำอะไรให้กับโลก สิ่งแวดล้อมและสังคมบ้าง ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมหิดลได้เข้าสู่การจัดอันดับ World University Ranking แต่ก็ยังพบว่ายังมีบางอย่างที่เรายังไม่เข้าใจและต้องย้อนกลับมาเรียนรู้เพื่อทำให้บรรลุแต่ละเป้าหมายต่อไป 

                   อันดับต่อมา ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน กับมหาวิทยาลัย” ซึ่งท่านได้กล่าวเปิดหัวข้อว่า การที่มหาวิทยาลัยมหิดลเข้าสู่การจัดอันดับ World University Ranking มหาวิทยาลัยจะได้อะไร และคำถามต่อไปคือประชาชนจะได้อะไรจากการที่มหาวิทยาลัยเข้าร่วมการจัดอันดับ ซึ่งในการดำเนินการนั้นควรจะแทรกวัตถุประสงค์ที่ส่งผลต่อประชาชนด้วย โดยภาพการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวถึงนั้นเป็นภาพกองการที่ทุกหน่วยงานทุกองค์กรร่วมมือกันจนบรรลุผล 

ต่อมา รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต รองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยาย ในหัวข้อ “การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดล สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ท่านกล่าวว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 41 ของโลกในการจัดลำดับ World University Ranking แต่ปัญหาที่พบคือประเทศไทยยังมีจุดอ่อนเรื่องการศึกษาและการร่วมมือกับส่วนงานและองค์กรต่างๆ และการแก้ปัญหาก็คือการที่ส่วนงานของท่านจะต้องยั่งยืนก่อน ก่อนที่จะไปร่วมมือกับคนอื่น นั่นหมายความว่าท่านต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง เช่นถ้ารัฐบาลไม่ให้เงินสนับสนุนหรือเงินงบประมาณฉันก็ต้องหาเลี้ยงตัวท่านเองได้ท่านถึงจะไปให้ความร่วมมือกับชุมชนหรือองค์กรรอบข้างต่อไป นั่นหมายถึงว่าองค์กรของเราจะต้องมีฐานรากที่แข็งแรงพร้อมที่จะเลี้ยงตัวเองและยังเหลือแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ 


Link : https://www.facebook.com/mahidolsdgs/videos/420853945740325/

เขียนโดย
นายประมุข  หนูเทพย์
นายอรรณพ  ห่อกุล


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019