ประชุมทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เรื่องบทบาทใหม่ของห้องสมุดในยุคการศึกษาแบบเปิด (New Library’s roles in open education era) และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561


เรียบเรียงโดย สุรัสวดี ดิษฐสกุล    บรรณารักษ์ผู้ชำนาญการพิเศษ

หัวหน้าห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล

บรรณารักษ์ นักสารสนเทศ รวมถึงผู้ที่ทำงานอยู่ในวงการสารสนเทศทุกคนควรหาโอกาสเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการที่สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ประโยชน์ทางตรงที่จะได้รับก็คือ ท่านจะได้รับความรู้ชั้นเลิศ จากกูรูชั้นนำในวงการสารสนเทศ ที่หาโอกาสฟังได้ไม่ง่ายนัก กูรูเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนเก่งที่ทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และเป็นผู้ปิดทองหลังพระ  ถึงจะไม่โด่งดังมากมายในสังคมหรือหน้าหนังสือพิมพ์ แต่กูรูเหล่านี้ ท่านเป็นคนดังในสาขาวิชาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศ เรื่องราวที่ท่านกูรูนำมาเล่าหรือบอกกล่าวให้เราฟัง ทุกเรื่องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความคร่ำหวอดในวงการ ทั้งเนื้อหา สาระ ความรู้ที่เข้มข้น ประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งลึกและกว้าง  ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายและไม่น่าพลาด หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่มองหาโอกาสในการเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ ท่านไม่ควรพลาดโอกาสงามๆ ในการเข้าร่วมการประชุมวิชาการในวิชาชีพของตน  เพราะเวทีวิชาการลักษณะนี้  จะเป็นศูนย์รวมกูรู ทั้งเก่าและใหม่ ทั้งเก่งและเจ๋ง  ทั้งรู้กว้างรู้ลึก  มีศักยภาพสูง ความสามารถสูง และเต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์ วิทยากรที่มาบรรยายในการประชุมนี้ ได้ผ่านการคัดสรรคุณสมบัติมาเป็นอย่างดี จึงทาบทามและขอเชิญมาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ท่านรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ  ซึ่งคาดหวังต่อไปว่า เมื่อได้แพร่กระจายความรู้แล้ว ความรู้นั้นจะได้รับการนำไปต่อยอด พัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อไป

การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2562 นี้ ใช้หัวเรื่อง บทบาทใหม่ของห้องสมุดในยุคการศึกษาแบบเปิด (New library’s roles in the open education era) จัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 20 ถึงวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท11 กรุงเทพมหานคร  หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมจำนวน  4 คน ดังรายนามต่อไปนี้ 1.นางสุรัสวดี ดิษฐสกุล หัวหน้าห้องสมุดสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน  2.นางสาวเพ็ญพิมล คงมนต์ หัวหน้าห้องสมุดสถาบันวิจัยประชากร  3.นางสาวิตรี บุญปาลิต หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย และ 4. นางสาวปิยธิดา มงคลเนตร์ บรรณารักษ์ห้องสมุดคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

หลักการและเหตุผลของการจัดประชุม ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของชาติ  โดยเทคโนโลยีดิจิทัลได้หลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิต การทำงาน การศึกษาและการเรียนรู้ และเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ในทุกด้าน การปฏิรูประบบและกระบวนการทางธุรกิจ การผลิตสินค้า การค้า และการบริการ และกระบวนการทางสังคมอื่น ๆ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน อันจะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สู่ไทยแลนด์ 4.0

การศึกษาแบบเปิด (Open education) เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึง และความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เป็นไปตามแนวโน้มทิศทางโลกและประเทศไทย คุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษา การตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และการมุ่งสร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดคล้องกับวาระเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมาย ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ “ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง”(Leaving no one behind) และการพัฒนาทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด บทเรียนแบบเปิด(Open courseware)  การพัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบเปิด MOOC (Massive Open Online Course) การจัดทำคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด (Open Education Resources – OER) สำหรับการศึกษาทุกระดับ  ซึ่งสามารถเข้าถึงได้โดยมิได้ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ระยะทาง ระยะเวลา รูปแบบ หรือ ระบบการศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ทั้งในการศึกษาในระบบ และการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การร่วมสร้างสรรค์แบ่งปันความรู้ ร่วมส่งเสริมสังคมของการเรียนร้าที่ตอบรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสู่ไทยแลนด์ 4.0

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ของการจัดการศึกษาในยุคการศึกษาแบบเปิดทำให้ห้องสมุดต้องปรับเปลี่ยนบทบาทและกระบวนทัศน์ใหม่ ในการบริหารจัดการและบริการสารสนเทศและทรัพยากร การศึกษาแบบเปิด และห้องสมุดแบบเปิด (Open library) ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนยุคไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมวิชาการครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหาร ครู อาจารย์ บรรณารักษ์ นักเอกสารสนเทศ นักการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดและผู้เกี่ยวข้องได้พัฒนาความรู้ และประสบการณ์ทางวิชาการและวิชาชีพ สร้างความตระหนักถึงการพัฒนาบทบาทใหม่ของห้องสมุด ในสภาวะการศึกษาแบบเปิด ในยุคไทยแลนด์ 4.0 สามารถนำไปประยุกต์เพื่อบริหารจัดการบริการห้องสมุดและการศึกษา ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาและเทคโนโลยีในระดับชาติและสากล

การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2562 ครั้งนี้จัดขึ้น 3 วัน โดยวันแรกผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกศึกษาดูงาน หรือเข้าร่วมสัมมนานานาชาติก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่งผู้เขียนสนใจศึกษาดูงานที่ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือ TCDC  สำหรับการประชุมในวันที่ 2 และ 3  จัดประชุมวิชาการที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้ มีหัวข้อบรรยายที่น่าสนใจมากมาย ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงแบบจับประเด็นดังนี้

  • การบรรยายพิเศษเรื่อง “จาก Spring up Thailand 4.0 สู่ “National E-library” โดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบาย จะพัฒนาระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Library)  ขึ้นเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ครู นักเรียน ทั่วประเทศ ให้เข้าถึง เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต จากองค์ความรู้สื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดยมีแผนงานโครงการ NEL ออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ระบบ ออกแบบระบบ พัฒนาระบบ e-library นำเข้าข้อมูลระบบ e-library 5,000 รายการ   ระยะที่ 2 พัฒนาระบบ AI Chatbot  ระยะที่ 3 พัฒนาระบบ e-learning
    • จำนวนข้อมูลที่มีในระบบ NEL ปัจจุบันมีดังนี้
      • E-book จำนวน 4,811 รายการ
      • E-Magazine จำนวน 40 รายการ
      • News จำนวน 10 รายการ
      • Multimedia จำนวน 200 รายการ
    • สรุปฟังก์ชั่นหลักของระบบ NEL ปัจจุบัน
      • ระบบ E-Library ใช้งานผ่าน Website และ Mobile Application (iOS, Android) สามารถนำเข้าข้อมูลหนังสืออีบุ๊ค แบ่งตามหมวดหมู่ได้ ผู้ใช้งานสามารถ download หนังสือไปใส่ my bookshelf ส่วนตัวเพื่อทำการอ่านได้ และยังสามารถนำเสนอ VDO ที่น่าสนใจตามหมวดหมู่ และอัพเดทข่าวสารผ่านหน้า website และ mobile app. ถึงผู้ใช้งานได้
      • ระบบ AI Chat bot ที่ช่วยเหลือผู้ใช้ในการหา Content ในระบบได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
      • ระบบ E-Learning สามารถนำเสนอ VDO การเรียนรู้ต่างๆ, หนังสืออีบุ๊ค และไฟล์ดิจิทัลต่างๆ ในรูปแบบการเรียงลำดับ Content เป็น course ต่างๆได้

กล่าวโดยสรุป หน่วยงานภาครัฐ/ในกำกับของรัฐ ทุกกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานเอกชน ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่องค์ความรู้ดิจิทัล โดยผ่านการกลั่นกรองจากบรรณารักษ์ เป้าหมายเชิงปริมาณ จำนวน 100,000 รายการ เพื่อทำให้เป็นศูนย์กลางการจัดเก็บความรู้ในรูปแบบดิจิทัลที่ยั่งยืน  (https://nel.go.th/home) ดูสไลด์ประกอบการบรรยาย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล พิเศษ 1 และ พิเศษ 2

  • การบรรยาย เรื่อง “การพัฒนาคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิดเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ : รูปแบบและต้นแบบ” โดย รศ. ยืน ภู่วรวรรณ รองประธานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ในวันพฤหัส ที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-14.00 น.
    • แรงกดดันจาก Disruptive Technology จาก Physical objects สู่ Digital objects
    • เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่สมาร์ท
    • การเรียนรู้ Content knowledge และ Learning experience ผ่าน Digital objects
    • การเรียนรู้ จาก แหล่งความรู้ การเข้าถึงแบบ Open และการใช้ประโยชน์ แนวโน้มเทคโนโลยี
    • พื้นฐาน ทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด OER จาก Digital technology และ การประยุกต์
    • รูปแบบการบริการ Service platform และ การจัดการDigital objects
    • รูปแบบ การจัดการ คลังแหล่งเรียนรู้ บนโลกไซเบอร์ Digital Service platform  …
    • Smart technology สำหรับการจัดการ การบริการ สนับสนุนการเรียนรู้
    • การขับเคลื่อน ห้องสมุด เพื่อความยั่งยืนในอนาคต การดำเนินชีวิตในปัจจุบันที่หน่วยงานสารสนเทศต้องปรับตัวภายใต้ Digital Ecosystem = สังคม นิเวศน์ + ดิจิทัล

ห้องสมุดต้อง วิจัย พัฒนา สร้าง สะสมงานดิจิทัล contents และให้บริการดิจิทัลแบบไม่จำกัดสถานที่และเวลา ห้องสมุดต้องสร้างcollection ใหม่ เช่น OER  และเรียนรู้สร้างประสบการณ์ งานพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานความรู้เดิมและต่อยอด  ต้องทำ digital archives เพราะอาจช่วยนักวิชาการสามารถทำการวิจัยและค้นหาเพชร หรือสมบัติอันล้ำค่าจากต้นฉบับได้อย่างที่คาดไม่ถึง หน่วยงาน สถาบันการศึกษา ต้องปรับวิสัยทัศน์ใหม่ สร้างยุทธศาสตร์ใหม่ เปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน สร้างการเรียนเพื่ออาชีพ  การวิจัย ควรใช้ AI, Machine, learning, data science, data analytic  การพัฒนาช่วยชี้นำทางการมองอนาคต

สรุปความว่า มหาวิทยาลัยรวมแหล่ง experience ไว้มากมาย ห้องสมุดจะ support ส่วนที่เป็น experience นี้ได้อย่างไร? ในอดีต ห้องสมุดเก็บหนังสือ ตอบแบบง่าย ปัจจุบันไม่พอ ถามว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ คนชอบเปิดดู youtube ก็เพราะ youtube เก็บ experience ไว้มากมาย จึงตอบโจทย์คนอยากได้ experience ห้องสมุดต้องคิดใหม่ว่า ต้องเก็บทั้ง knowledge และ collection ของ experience เพราะว่า knowledge กับ experience ต้องไปด้วยกัน เทคโนโลยีที่เกิดใหม่จะต้องมีกระบวนการว่าจะเอาไปใช้อย่างไร และต้องใช้กับการเปลี่ยนแปลงเพราะอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงเยอะ ต้องเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบใหม่ไม่ใช่รูปแบบเก่า ดูสไลด์ประกอบการบรรยายของ รศ. ยืน ภู่วรวรรณ

  • การบรรยาย เรื่อง “ห้องสมุดแบบเปิดในสังคมการศึกษาแบบเปิด : ความท้าทายการพัฒนา และรูปแบบการบริการ โดย รศ.ดร. วนิดา แก่นอากาศ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ในวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 14.45-16.30 น. วิทยากรจบการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และได้นำความรู้ดังกล่าวนี้มาใช้เพื่อพัฒนาหอสมุดจนได้รับชื่อเสียงและเกิดการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ไม่ยกเว้นในต่างประเทศ เพราะ มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง MIT ก็มาจัด event ที่หอสมุดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึง 2 ปีซ้อน จึงไม่ธรรมดา

หลักในการบริหารของ รศ.ดร. วนิดา แก่นอากาศ ยึดหลัก Service Design สิ่งที่ทดแทนไม่ได้คือ caring ห่วง อาทร ซึ่งบรรณารักษ์มีคุณสมบัตินี้ ดังนั้นงานบริการจะไม่ถูกทดแทนโดยสาขาอาชีพอื่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สัมผัสเราได้ เหมือนตามหา กาแฟโบราณ ห้องสมุด ม.ข. จึงพยายามโต้คลื่นให้ได้ โดยฟังเสียงลูกค้า เพราะลูกค้าเปลี่ยนเสมอ จึงหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องฟังเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ เพื่อน ซึ่งมาเจอกันแลกเปลี่ยนความรู้สึก เช่น มาเจอกันในการประชุม พยายาม correlation เสียงของลูกค้า คลื่นใหญ่แค่ไหน เราทำการวิเคราะห์ คลื่น1  บรรณารักษ์เก่ง วิเคราะห์หนังสือ contentของหนังสือ แต่เราไม่วิเคราะห์ลูกค้า คลื่น2 ต้องวิเคราะห์ลูกค้าเหมือนวิเคราะห์ content…  คลื่น3 หนีไม่พ้นหุ่นยนต์…  คลื่น4.บรรณารักษ์มักเป๊ะ ต้องเปลี่ยน ยืดหยุ่นบ้าง…  คลื่น5.บรรณารักษ์เก่งเรื่อง management เรียบเรียงด้วยคน สื่งที่สัมผัสได้ คือ การเล่าสู่ปัญหาให้แก่กัน เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน Library for all?

ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหอสมุดมหาวิทยาลัยขอนแก่นเปลี่ยนแปลงไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เบื้องหลังต้องฟันผ่าอุปสรรคนานาประการ ต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขบุคลากรห้องสมุดชุดเดิม ซึ่งเป็นวัยใกล้เกษียณแล้วทั้งสิ้น  จึงมักพูดล้อกันเล่นเสมอว่า Gen ยาย ดูแล Gen วาย  แม้จะมีปัญหาอุปสรรคและต้องโต้คลื่นหลายลูก ในที่สุดท่านทำก็สำเร็จ   เพราะทำงานบนพื้นฐานของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาบริการ ผู้ใช้บริการอยากได้อะไรก็จัดให้ มีโครงการและกิจกรรมมากมายที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ Gen Y  อาทิ โครงการถังขยะพูดได้ หุ่นยนต์ตอบคำถาม ลานแสดงคอนเสิร์ตในห้องสมุด เป็นต้น เพื่อดึงนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เข้ามามีส่วนร่วมและเข้าห้องสมุดใช้พื้นที่ห้องสมุดทำทุกอย่างที่อยากทำ ทำให้ได้ผลอย่างเกินคาด ยิ่งทำก็ยิ่งมีเสียงตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ ความสำเร็จทำให้หายเหนื่่อย ผู้เขียนชอบประโยคท่านพูดว่า สิ่งหนึ่งที่ท่านพบและท่านยอมรับก็คือ ไม่มีสาขาใดที่มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อผู้อื่นมากไปกว่าสาขาบรรณารักษ์หรือผู้ทำงานห้องสมุดอีกแล้ว ไม่ทราบว่าหลักสูตรสอนอย่างไรจึงผลิตคนลักษณะดีแบบนี้ออกมาได้ มีจิตใจงาม รักงานบริการ เอื้ออาทีต่อผู้อื่น ผู้เขียนเข้าใจว่า พวกเราบรรณารักษ์ทุกคนเมื่อได้ยินคำชมนี้คงปลื้มและมีกำลังใจในการทำงานต่อไป…ขอบคุณที่มองเห็นคุณค่าของบรรณารักษ์ห้องสมุด

  • เสวนางานวิจัย ทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ หัวข้อ “ห้องสมุดแบบเปิด (Open Library) : การศึกษา การวิจัย และวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ในวันศุกร์ ที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 09.00-10.30 น. ประกอบด้วยวิทยากร 3 ท่าน คือ 1. รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน อาจารย์แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2. ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล อาจารย์ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และ 3. อาจารย์บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ดำเนินรายการโดย ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
    • รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้นำเสนอประเด็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดเปิดไว้อย่างน่าสนใจว่า ในปัจจุบันมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคำว่า Open จำนวนมาก เช่น Open Society, Open Government, Open Education, Open Culture, Open Access, Open Data, Open Research และ Open Science โดยเฉพาะในความหมายของห้องสมุดกับการเข้าถึงอย่างทั่วถึง (Universal Access : UA) เป็นการเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้และการเข้าถึงข้อมูลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยพลเมืองทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ไม่มีข้อจำกัดเช่นข้อมูลด้านสุขภาพ สาธารณสุข การศึกษา เป็นต้น ซึ่งในการเสวนานี้ได้ยกตัวอย่างประเด็นวิจัยที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นวิจัยที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดเพื่อการเข้าถึงอย่างทั่วถึง (Universal Access: UA) 2. ประเด็นวิจัยที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดเพื่อการเข้าถึงข้อมูลอย่างเสรี (Open Access) 3.ประเด็นวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคลังสารสนเทศดิจิทัลในห้องสมุด (Digital Respository) ดูเอกสารประกอบการบรรยาย ของรศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน
    • ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล ประธานหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาสารสนเทศศึกษา ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พูดในหัวข้อ สารสนเทศศึกษาอยู่ตรงไหนในวิทยาการแบบเปิดเสรี Information Studies in the Open Science Landscape  สนทนาใน 4 ประเด็นย่อย ดังนี้ แนวคิดและหลักการของ “วิทยาการเปิดเสรี”  2.ขอบเขตของวิทยาการแบบเปิดเสรี  3.ความเกี่ยวข้องระหว่างสารสนเทศศึกษาและวิทยาการแบบเปิดเสรี  และ 4.การศึกษาด้านสารสนเทศกับวิทยาการแบบเปิดเสรี  ท่านกล่าวว่า วิทยาการแบบเปิดเสรี (Open Science) เป็นทั้ง “หลักการ” และ “แนวปฏิบัติ” ในเวลาเดียวกัน ในแง่หลักการ วิทยาการแบบเปิดเสรี คือ การทำวิจัยที่เน้นความโปร่งใส การนำกลับมาใช้ใหม่ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ ภาระรับผิดชอบ และความสามารถในการผลิตซ้ำของการวิจัย  ในแง่ แนวปฏิบัติ  คือ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการทำวิจัยในเรื่องของ การเปิดให้เข้าถึงผลงานวิจัย การแบ่งปันข้อมูล ความโปร่งใสในการประเมินคุณค่างานวิจัย ความโปร่งใสในวิธีวิจัย หลักประกันในการนำงานวิจัยมาผลิตซ้ำ โอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์แบบเปิดเผยรหัส วิทยาการพลเมือง(citizen science) และทรัพยากรเพื่อการศึกษาแบบเปิดเสรี  มีการเปรียบเทียบวิทยาการแบบเปิดเสรีไว้ว่าเป็นเสมือนแม่น้ำทั้ง 5 สาย ดังนี้
      • Democratic school เชื่อว่าต้องกระจายความรู้ให้ทั่วถึง ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงผลงานและข้อมูลการวิจัย (เปิดหมด)
      • Pragmatic school เชื่อว่าการสร้างสรรค์ความรู้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเกิดความร่วมมือกันจะเข้มแข็งขึ้นหากมีการวิพากษ์อย่างเสรี (สร้างคอนเน็กชั่น เน้นวิธีวิจัยที่โปร่งใส)
      • Infrastructure school เชื่อว่า จะวิจัยให้มีประสิทธิภาพได้ ต้องอาศัยแพลตฟอร์ม เครื่องมือ และการบริการสำหรับเผยแพร่และสร้างความร่วมมือ
      • Public school ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานวิจัย (วิทยาการพลเมือง) เน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เช่น สรุปย่อ บล็อก สื่อสารอย่างไม่เป็นทางการ
      • Measurement school เน้นการสร้างตัวบ่งชี้เพื่อวัดค่า สำหรับตรวจติดตามกิจกรรมวิชาการบนโลกออนไลน์

อาจารย์ได้กล่าวถึงวงจรนิเวศน์ในโลกแห่งการวิจัย (Research Ecosystem) ขอบเขตวิทยาการแบบเสรี ความเกี่ยวข้องระหว่างสารสนเทศศึกษาและวิทยาการแบบเปิดเสรี และตั้งคำถามว่าจะสอดแทรกสารสนเทศศึกษาเข้าไปในวิทยาการแบบเปิดเสรีตรงไหน โดยยกกรณีศึกษาบทบาทห้องสมุดในโครงการ Open Science ของยุโรป และผลสำรวจ “บรรณารักษ์ข้อมูล” ของสมาคมห้องสมุดแพทย์อเมริกัน สรุปคือ บรรณารักษ์ต้องมีทั้ง Soft Skills ซึ่งเป็นคุณสมบัติส่วนบุคคลและบุคลิกภาพ และ Hard Skills ทักษะเชิงเทคนิค  ดังนั้น การผลิตนักวิชาชีพสารสนเทศเพื่อทำงานในตลาดงานด้านวิทยาการแบบเปิดเสรี จึงมี 2 สาย คือ 1.สายเฉพาะทาง  -ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา (Subject specialist)  2.สายทั่วไป – data generalist   ดูสไลด์ประกอบการบรรยายของ ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล 

    • อาจารย์บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ได้กล่าวว่า การประชุม The Open Education Consortium ในปี 2017 ได้กล่าวไว้ว่า  ในปี 2017 จะเป็นปีของการเปิดกระบวนการ ระบบงาน และเครื่องมือ โดยสร้างสรรค์ผ่านความร่วมมืออย่างไกล้ชิดกับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ รัฐบาลและองค์การ เป็นการเปิดการศึกษาและเปิดวัฒนธรรม รัฐบาลไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ 4 ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลโดย พัฒนาบริการอัจฉริยะสำหรับประชาชน พัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อรองรับการบริการภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลภาครัฐและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน   ประเทศไทย 4.0 พัฒนาเศรษฐกิจสังคมดิจิทัลนำไปสู่ วิธีการคิดใหม่—กระบวนการเรียนรู้ใหม่—กระบวนการทำงานใหม่—โมเดลธุรกิจใหม่—วิถีชีวิตใหม่ และยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างการมีส่วนร่วม การใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม แก่ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ และคนพิการ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล  ประชาชนทุกคนมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ประชาชนสามารถเข้าถึง การศึกษา สาธารณสุข และบริการสาธารณะ ผ่านระบบดิจิทัล

สำหรับผู้สนใจเรื่อง การเข้าถึงแบบเปิด อาจารย์บุญเลิศ ได้เขียนถ่ายทอดความรู้ของท่านไว้ในหนังสือชื่อ การเข้าถึงแบบเปิด ซึ่งอนุญาตให้ดาวน์โหลดฟรี ที่ http://www.thailibrary.in.th   อาจารย์เป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการใช้เทคโนโลยีเพื่อผลักดันงานห้องสมุดสู่ความสำเร็จมีผลงานมากมายและได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายแก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนวงการห้องสมุดไทย  และมีงานชิ้นสำคัญที่อาจารย์บุญเลิศ วิทยากรได้ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก คือ คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เฉลิมพระเกียรติ ในสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา เพื่อให้เป็นคลังข้อมูลภาพที่สาธารณชนนำไปใช้ได้ตามสัญญาอนุญาต (http://oer.learn.in.th )

ในการทำฐานข้อมูลแบบเปิด มักพบปัญหาดังนี้คือ 1.  การใช้โปรแกรม excel ทั่วไปมักใช้เพื่อสั่งพิมพ์ ไม่ใช้เพื่อประมวลผล แต่ทำฐานข้อมูลต้องใช้เพื่อประมวลผลด้วย 2. ต้องมีความรู้ด้านเนื้อหา ต้องจับมือกับนักไอที ต้องตั้งทีมแก้ source code แก้การทำ index search ควรใช้ไฟล์ CSV, html, excel ซึ่งเป็นformat ของ open data ไม่ใช่ไฟล์ pdf เป็นต้น

ดูสไลด์ประกอบการบรรยาย ของ อาจารย์บุญเลิศ อรุณพิบูลย์

บทส่งท้ายการเสวนา   ในมุมมองของผู้สอน รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน และ ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล  เมื่อมีการเรียนจัดการสารสนเทศแล้ว จำเป็นต้องเรียนรู้การจัดการข้อมูล data management ด้วย  ไม่ใช่รู้เฉพาะการจัดซื้อจัดหาเท่านั้น ต่อไปจำเป็นต้องสร้างเนื้อหาเป็น และต้องเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับ digital ให้มาก  ส่วนด้านบริการก็เช่นกัน เรื่องสำคัญคือ copy right service บรรณารักษ์ต้องทราบ ข้อมูลไหนที่เผยแพร่ได้ เผยแพร่ไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือต่างๆ IR  ให้เป็น ความไม่รู้อาจแก้ไขได้โดยจัด training หรือบรรยายให้ความรู้ การปรับปรุงหลักสูตรต้องใช้เวลาไม่สามารถทำได้ทันที สิ่งที่ทำได้ก็แค่เพิ่มเนื้อหาในหลักสูตร  ส่วนอาจารย์บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ฝากไว้ว่า อยากเห็นความร่วมมือข้ามสาขาวิชา และการทำงานแบบร่วมใจกันจริง ๆ

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จัดขึ้นช่วงบ่ายในวันสุดท้ายของการประชุมวิชาการ  ประกอบด้วย การรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 ชี้แจงงบประมาณรายรับรายจ่าย และคงเหลือ ซึ่งผลประกอบการในปีที่แล้วติดลบแต่ผลประกอบการในปีนี้ไม่ติดลบแต่มีผลกำไร  สมาชิกรับรองรายงานการประชุม สำหรับวาระต่อไปเป็นการประกาศผลการตรวจนับคะแนนการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสมาคมห้องสมุดฯ ชุดใหม่ และทำพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ลงทะเบียนเข้าประชุมใหญ่ฯ จบเป็นอันเสร็จพิธีปิดและปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการในครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ การขับเคลื่อนไปสู่ Thailand 4.0 ได้เห็นความพยายามของภาครัฐ ในการทำห้องสมุดดิจิทัลประเทศไทย  เห็นความพยายามของภาคการศึกษาในการกำหนดเป้าหมายทิศทางการวิจัยให้สอดคล้องเหมาะสม  ได้เห็นการสร้างฐานข้อมูลคลังทรัพยากรการศึกษาระบบเปิด และอื่นๆ มีมากมายหลายโครงการ ที่ทำขึ้นเพื่อสนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อห้องสมุดและผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดซึ่งถึงเวลาต้องตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอดในที่สุด

บทส่งท้าย

พลังของสมาชิก=พลังของสมาคมฯ หากจะมองจำนวนของผู้เข้าร่วมประชุมสมาคมว่า เป็นการแสดงถึงพลังแห่งความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจของคนในวิชาชีพก็น่าจะมองได้ ปีไหนคนมาร่วมประชุมจำนวนน้อยผู้จัดงานก็รู้สึกอ่อนแรง ปีไหนคนมาเข้าร่วมประชุมจำนวนมากอาสาสมัครผู้จัดงานก็รู้สึกคึกคักฮึกเหิม มาช่วยกันเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนอาสาทำงานเพื่อสมาคมห้องสมุดกันดีกว่า คนอาสาทำงานเพื่ออุดมการณ์ เสียสละ ทำดี ทำฟรี ไม่มีค่าตอบแทน แต่ต้องการกำลังใจจากมวลสมาชิกและผู้ร่วมวิชาชีพ เป้าหมาย มุ่งมั่นพัฒนาวงการวิชาชีพของเราให้เจริญวิวัฒน์ และชวนมาสมัครเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย สมาคมทางวิชาชีพบรรณารักษ์นักสารสนเทศเพื่อสนับสนุนให้ดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาวงการวิชาชีพให้ก้าวไกลไปข้างหน้าตลอดไป

 ภาพบรรยากาศการศึกษาดูงาน

ณ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ณ ไปรษณีย์กลางบางรัก ในวันที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-15.00 น.

สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยมอบของที่ระลึก

หลังจากรับฟังการบรรยายแนะนำ TDCD ให้กับผู้ศึกษาดูงานเสร็จ  คุณปรียาพร ฤกษ์พินัย กรรมการสมาคมห้องสมุด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยของของที่ระลึกแก่ทีมวิทยากรบรรยาย

พญาครุฑที่โดดเด่น ฝีมือ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี

นำชมมาที่ชั้น 5 ลักษณะเป็นสวนบนดาดฟ้า ด้านข้างมี “พญาครุฑ” สัญญลักษณ์ของอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ซึ่งโดดเด่น สวยงามมาก ผลงานปั้นโดย อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงสูงสุดในงานศิลปกรรมในช่วงเวลานั้น   บริเวณชั้น 5 ดังกล่าวนี้ สามารถมองเห็นทิวทัศน์กรุงเทพสวยๆ ได้ เหมาะสำหรับเป็นมุมถ่ายภาพที่ระลึกหรือ นั่งพักผ่อนซึมซับบรรยากาศ

ป้าย Change to Shift+

ชอบป้ายคัดเอาท์นี้  ใช้คำสั้น ๆ ไม่ต้องอธิบายมาก เดินผ่านกี่ครั้งก็เตือนสติได้ทุกครั้ง ใช้เตือนได้ทั้งคนในและคนนอก จะได้เปลี่ยน หรือคิดสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรม

จุดแรกที่เดินเข้ามา มีชั้นวางจัดแสดงชิ้นงานนวัตกรรม  มีพื้นที่นั่งอ่าน เคาน์เตอร์ยืม-คืน และตอบคำถาม

ป้าย Info Guru ที่เคาน์เตอร์บริการยืม

บริการตอบคำถาม  = Info Guru    เก๋จริงๆ  แต่ต้องเก่งจริงด้วย

Refreshing Area

มีห้องเล็ก ๆ แยกออกมาต่างหาก ทำเป็นมุมผ่อนคลาย มีกาแฟ ของขบเคี้ยว แก้หิวเล็กๆน้อยๆ ไว้บริการ

มีเครื่องเล่น  ให้ออกกำลังเล็กน้อยผ่อนคลายได้

บอร์ด ติ-ชม  

อยากพูด อยากบอก อยากบ่น เขียน Post it ติดบนบอร์ดได้เลย

ชั้นสำหรับจัดแสดงนิทรรศการ

พื้นที่อ่านและนั่งทำงาน

ชั้นบริการวารสาร

เน้นวารสารเพื่อการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ ประมาณ 7 สาขา และใช้สัญลักษณ์สีติดได้ที่เล่ม และป้ายบอกที่ชั้น ช่วยผู้อ่านให้หาง่าย

ป้าย Guest@TCDC

เป็นคำแนะนำสำหรับแขกชั่วคราวของTCDC มี 3 ขั้นตอนดังนี้ 1.ค้นหาสัญญาณ WIFI เชื่อมต่อ Guest@TCDC 2.Log In to Facebook เพื่อรับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 3. Check In Facebook เพื่อใช้งาน WIFI

คู่มือตัวอย่างผ้าทั่วโลก 

เล่มนี้ราคาแพงมาก เป็นเสมือนหนังสืออ้างอิงของวงการผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่ม

TCDC Materials Database  สืบค้นที่ http://materials.tcdc.or.th

ฐานข้อมูล ซึ่งรวบรวมข้อมูลวัสดุไทยและผู้ผลิตวัสดุไทย มีนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทักษะภูมิปัญญา รวมถึงข้อมูลผู้ผลิตวัสดุ

บริเวณจัดแสดงตัวอย่างวัสดุ

โซนพื้นที่นี้ใช้จัดแสดงนวัตกรรมของเจ้าของผลงาน

ผู้สมัครและผ่านการคัดเลือกให้จัดแสดงเผยแพร่งานได้ฟรี ตามระยะเวลา 2 เดือน หรือตามที่ทาง TCDC กำหนด เป็นจุดที่ผู้คิดและผู้ผลิตจะมาพบกัน แลกเปลี่ยนความคิด และสานต่อได้จนถึงการลงทุนร่วมกัน  นิทรรศการส่วนนี้จะหมุนเวียนและมีนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งเข้ามาจัดแสดงอยู่ตลอด 

โซนพื้นที่จัดแสดงวัสดุต่าง ๆ (ของจริง)  

วัสดุทุกชิ้นเป็นวัสดุของจริง มีข้อมูลแสดงคุณสมบัติของวัสดุ เป็นประโยชน์สำหรับกระบวนการผลิต เพราะการเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในแต่ละชิ้นงานเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้ผลิตต้องพิจารณาให้ดีก่อนทำการสั่งผลิต

วัสดุทุกชิ้น มีข้อมูลคุณสมบัติของวัสดุ

TCDC Resource Center (http://library.tcdc.or.th)

อยากรู้จักศูนย์ข้อมูล TCDC เพิ่มเติม มากกว่านี้  หรือเลือกอ่าน e-magazine ด้านศิลปะ เทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์  ได้ที่  library.tcdc.or.th

ขอบคุณค่ะ

——————————————————————————————————————


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019