กลยุทธ์ในการจัดซื้อจัดจ้างให้ห่างไกลความเสี่ยง


หลักการและเหตุผล

การจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้มีการใช้ทรัพยากรของแผ่นดินทั้งในรูปตัวเงินและวัสดุอุปกรณ์ ให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐซึ่งจะส่งผลให้การใช้ทรัพยากรของรัฐในภาพรวมเป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า มีประสิทธิภาพประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 จะต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเริ่มจาก

  1. การจัดทำและประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้าง
  2. การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
  3. การกำหนดราคากลาง
  4. การรายงานขอซื้อขอจ้าง
  5. การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
  6. การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละวิธี ไม่ว่าจะเป็น วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง
  7. การอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง
  8. การทำสัญญาและการบริหารสัญญา

โดยขั้นตอนที่ได้กล่าวมานี้ผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุ รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และคณะกรรมการตามระเบียบ ฯ จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการและวิธีปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง และทำความเข้าใจในบริบทที่เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตลอดจนควรต้องเรียนรู้กรณีตัวอย่างปัญหาและข้ออุทธรณ์ร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียและรั่วไหลของทรัพยากรและงบประมาณ พร้อมยังเป็นภูมิคุ้มกันให้ปลอดภัยจากการถูกอุทธรณ์ร้องเรียน จนเป็นผลให้เกิดความล่าช้าและเสียหายต่อหน่วยงานได้ ในการนี้ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้มอบหมายให้

  1. นางสาวกิ่งเพชร  ปลื้มเงิน
  2. นางสาวสุทธิณี  ฝุ่นครบุรี
  3. นายเอกอรุณ  ลลินโท
  4. นางสาวชนันท์ภักค์ ทวีชัยจุฑานนท์

เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง กลยุทธ์ในการจัดซื้อจัดจ้างให้ห่างไกลความเสี่ยง  โดย สมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย ระหว่างวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม ถึง วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้จอมเทียน อำเภอนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี รวม 2 วัน โดยเน้นเนื้อหาสาระสำคัญในเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำและการบริหารสัญญา และกรณีศึกษาการอุทธรณ์ร้องเรียน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์โดยตรงทั้งในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำและการบริหารสัญญา ตลอดจนการวินิจฉัยร้องเรียนต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างได้รับความรู้และประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับใช้และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ สำหรับหัวข้อการสัมมนาประกอบด้วย

  1. กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการ
  2. กระบวนการจัดจ้างก่อสร้างและการกำหนดราคากลางพัสดุ
  3. การจัดทำสัญญาและบริหารสัญญา
  4. กรณีศึกษา การอุทธรณ์ร้องเรียนในกระบวนการขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างโดยละเอียด

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562  (ภาคเช้า) ประกอบด้วย

กระบวนการจัดจ้างก่อสร้าง การจัดทำร่างขอบเขตของงาน และการกำหนดราคากลางพัสดุ

โดย นางสาวยุบล ปกป้อง

นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานพัฒนาราคากลาง กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง

สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.ราคากลาง ตามความหมายของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 หมายถึง ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ โดยแหล่งที่มาของราคากลางสามารถอ้างอิงได้จาก 6 ที่มาคือ

– ราคาที่ได้จากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด

– ฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลาง

– ราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานอื่น

– สืบราคาจากท้องตลาด

– ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายใน 2 ปี งบประมาณ

– ราคาตามหลักเกณฑ์อื่นของหน่วยงานของรัฐ

2.งานก่อสร้างที่ต้องคำนวณราคากลางตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง หมายถึง กิจกรรม การกระทำ การประกอบ การติดตั้ง และหรือการดำเนินการอื่นใด เพื่อก่อให้เกิดเป็นสิ่งก่อสร้าง อันได้แก่ อาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งมีลักษณะคงทน ถาวร และใช้ประโยชน์ได้ และให้หมายความรวมถึง การปรับปรุง การรื้อถอน การต่อเติม การซ่อมแซม โดยต้องมี 1.แบบรูปรายการ และ 2.จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาดำเนินการด้วย

3.ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ในการจัดจ้างก่อสร้างแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง เพื่อคำนวณราคากลางตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง โดยมีองค์ประกอบและหน้าที่ ดังนี้

1) ประธาน เป็นข้าราชการหรือเทียบเท่าโดยคำนึงถึงลักษณะงานหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้การแต่งตั้งเป็นสำคัญ

2)กรรมการ อย่างน้อย 2 คน ควร แต่งตั้งจากข้าราชการหรือเทียบเท่าโดยคำนึงถึงลักษณะงาน หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสำคัญ และควรมีผู้มีความรู้เกี่ยวกับการประมาณราคาร่วมเป็นกรรมการด้วย กรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะแต่งตั้งบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการก่อสร้างนั้น ร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

3) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำหนดราคากลางมีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างครั้งนั้นให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง แล้วนำเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนการจัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างและหรือก่อนการจัดทำเอกสารประกาศสอบราคา หรือเอกสารประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศร่างขอบเขตของงาน หรือตามที่กำหนดสำหรับสำหรับการจัดจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการอื่น แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ราคาของผู้เสนอราคารายที่ส่วนราชการเห็นสมควรจ้าง แตกต่างจากราคากลางที่คณะกรรมการกำหนดราคากลางคำนวณไว้ ตั้งแต่ร้อยละ 15 ขึ้นไป โดยใช้ราคาของผู้เสนอราคารายที่หน่วยงานของรัฐเห็นสมควรจ้างเป็นฐานในการคำนวณให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางหรือผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งรายละเอียดการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างนั้นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบโดยเร็ว

(ราคาของผู้เสนอราคารายที่หน่วยงานของรัฐเห็นสมควรจ้าง – ราคากลาง) X 100

ราคาของผู้เสนอราคารายที่หน่วยงานของรัฐเห็นสมควรจ้า

< = > 15

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562  (ภาคบ่าย) ประกอบด้วย

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการ

โดย นางอัมพวรรณ พุกดำ

นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานระเบียบว่าด้วยการพัสดุ กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง

สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.พัสดุ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 หมายถึง

– สินค้า

– งานก่อสร้าง

– งานบริการ

– งานจ้างที่ปรึกษา

– งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงาน

สินค้า ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินอื่นใด ทั้งนี้แนวทางพิจารณาสิ่งของที่จัดเป็นวัสดุและครุภัณฑ์ตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ ตามหนังสือ ที่ นร 0704/ว.37

งานบริการ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 หมายถึง งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ การรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

งานก่อสร้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 หมายถึง งานก่อสร้างอาคาร เช่น อาคารที่ทำการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา เสาธง รั้ว ฯ

สาธารณูปโภค ประปา ไฟฟ้า สื่อสาร โทรคมนาคม การระบายน้ำ การขนส่งทางท่อ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ ทางราง

การซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุง รื้อถอน ฯ

2.ขั้นตอนการซื้อหรือจ้าง ประกอบด้วย

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562  (ภาคเช้า) ประกอบด้วย

การจัดทำสัญญาและการบริหารสัญญา

โดย นายกฤษฎา บุณยสมิต

ผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด

สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 หมวด 9 การทำสัญญา ตามมาตรา 43 หน่วยงานของรัฐต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งนี้แบบสัญญานั้นให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

รูปแบบสัญญาทางพัสดุ ประกอบด้วย

  1. สัญญาซื้อขาย
  2. สัญญาจ้างก่อสร้าง
  3. สัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ
  4. สัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์
  5. สัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์
  6. สัญญาเช่าคอมพิวเตอร์
  7. สัญญาแลกเปลี่ยน
  8. สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคาร
  9. สัญญาให้บริการรักษาความปลอดภัย
  10. สัญญาเช่ารถยนต์
  11. สัญญาเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร
  12. สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษา
  13. สัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงาน
  14. สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา
  15. สัญญาจ้างทำของ

หากการทำสัญญารายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบสัญญาโดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบ ก็ให้กระทำได้ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562  (ภาคบ่าย) ประกอบด้วย

กรณีศึกษา การอุทธรณ์ร้องเรียน ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

โดย นายสามารถ แสงรินทร์

กรมบัญชีกลาง

สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.การอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ระบุไว้ห้ามลงนามในสัญญา จนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์

2.การประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 66 ให้ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกและเหตุผลสนับสนุน ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและหน่วยงานของรัฐตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนดและปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐ

3.ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 114 ผู้ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับหน่วยงานของรัฐมีสิทธิอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดื้อจัดจ้างพัสดุ ในกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามในพระราชบัญญัติเป็นเหตุให้ตนไม่ได้รับการประกาศผลเป็นผู้ชนะหรือไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

4.ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 115 ผู้มีสิทธิอุทธรณ์จะยื่นอุทธรณ์ในเรื่องต่อไปนี้ ไม่ได้

(1) การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างหรือเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงานของรัฐ

(2) การยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 67 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ. 2560

(3) การละเว้นการอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือ ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดซื้อจัดจ้างในประกา เอกสาร หรือหนังสือเชิญชวนของหน่วยงานของรัฐ

(4) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ทั้งนี้การอุทธณ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 115 ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลาง

5.การยื่นอุทธรณ์จะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลอันเป็นเหตุแห่งอุทธรณ์ให้ชัดเจน พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน (ม.116) ยื่นต่อหน่วยงานของรัฐภายใน 7 วันทำการนับแต่วันประกาศผลในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ม.117)

เอกสารประกอบการบรรยาย


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019