หลักสูตร “แนวทางการป้องกันความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐว่าด้วยกฎหมายฮั้วประมูลงานราชการ (ปปช) และจุดเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แนวทางการแก้ไขกับข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมกรณีศึกษา


อบรมโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

หลักสูตร “แนวทางการป้องกันความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐว่าด้วยกฎหมายฮั้วประมูลงานราชการ(ปปช) และจุดเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แนวทางการแก้ไขกับข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมกรณีศึกษา”รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม พ.ศ.2563 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ โดย สำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ 2563

หัวข้อบรรยาย การบริหารงานพัสดุเพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพกับข้อสังเกตของ สตง. (จุดเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการและแนวทางแก้ไขพร้อมกรณีศึกษา) บรรยายโดย อาจารย์เกรียงไกร นิศากร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 1 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ขอบเขตเนื้อหาการบรรยาย

  1. หน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายนอก (สตง.)
  2. โทษปรับทางปกครองของสตง.
  3. การกำหนดเงื่อนไขอย่างไรเรียกว่าทุจริตเชิงนโยบาย
  4. การกำหนดเงื่อนไขอย่างไรไม่ล๊อกสเปก
  5. ทำอย่างไรไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง
  6. การเร่งซื้อเร่งจ้างปลายปีงบประมาณเสียหายอย่างไร
  7. การกำหนดราคากลางอย่างไรจึงเป็นการไม่ซื้อหรือจ้างแพง (ราคาสูงเกินจริง)
  8. คณะกรรมการพิจารณาผลอย่างไรไม่เอื้อประโยชน์
  9. ทำสัญญาอย่างไรรัฐไม่เสียประโยชน์
  10. ตรวจรับพัสดุอย่างไรให้ครบถ้วน ถูกต้อง
  11. จุดเสี่ยงการบริหารสัญญาอยู่ขั้นตอนใดบ้าง
  12. กรณีศึกษา

เงินแผ่นดิน คือ อะไร

เงินของประชาชนทั้งชาติ (พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร)

1.หน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายนอก(สตง.)

  • การตรวจสอบงบการเงิน/การเงินทั่วไป
  • การตรวจสอบการจัดเก็บรายได้
  • การตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง
  • การตรวจสอบการดำเนินงาน
  • การตรวจสอบสืบสวน

2. โทษปรับทางปกครองของสตง.

ตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ขอยกตัวอย่างมาตราดังนี้

         มาตรา 7 ภายใต้บังคับวรรคสาม ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรืออาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และ เป็นกรณีที่ผู้ว่าการไม่มีอำนาจจะดำเนินการใดได้ ให้ผู้ว่าการแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

         ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเอกสารและหลักฐานที่ผู้ว่าการ ตรวจสอบหรือจัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือของหน่วยงานอื่นนั้น แล้วแต่กรณี

         ในกรณีที่ผู้ว่าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินแล้วมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้ผู้ว่าการแจ้งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ และให้มีอำนาจดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น

          ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด การไต่สวน เบื้องต้นดังกล่าวต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะพนักงานไต่สวนหรือเข้าตรวจสำนวนการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ ดังกล่าว เมื่อผลการไต่สวนเบื้องต้นปรากฏเป็นประการใด ให้ส่งสำนวนการไต่สวนเบื้องต้นให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่าการดำเนินการของผู้ว่าการจะกระทบต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะแจ้งให้ผู้ว่าการยุติการดำเนินการและส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการต่อไป

          มาตรา 8 เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงิน การคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการเสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงิน การคลังของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณา

         ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการจัดให้ มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติเพื่อปรึกษาหารือร่วมกัน ในกรณีที่ประชุมร่วมมีมติเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบดังกล่าวด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่ลงคะแนน ให้ประธานกรรมการ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติร่วมกันลงนามในหนังสือ แจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบ ดังกล่าวต่อประชาชนเพื่อทราบด้วย

          ให้กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการการเลือกตั้ง และกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติทุกคน มีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมตามวรรคสอง ในกรณีที่กรรมการผู้ใดไม่มาประชุม โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมาประชุมแล้วไม่ลงคะแนนเสียงหรืองดออกเสียง ให้ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะลาออกจากตำแหน่งก่อนวันประชุม หรือก่อนลงมติ แล้วแต่กรณีในการประชุมตามวรรคสอง ให้ผู้ว่าการมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นได้ด้วย แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนนการประชุมของที่ประชุมร่วมตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ที่ประชุมร่วม กำหนด

         มาตรา 56 ห้ามมิให้มีการเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้สาธารณะชนทราบ  จนกว่าจะได้ข้อยุติเกี่ยวกับการตรวจสอบนั้นแล้วเว้นแต่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการระงับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ทางราชการ  ผู้ว่าการจะเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด  แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดการเปิดเผย ต้องไม่มีลักษณะเป็นการวินิจฉัยว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว

         มาตรา 57  ในกรณีที่หน่วยรับตรวจสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้  กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ  หรือในเรื่องที่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบของผู้ว่าการ  ให้ผู้ว่าการหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตอบข้อสอบถามเป็นหนังสือโดยเร็วซึ่งต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันได้รับการสอบถาม

หน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบของ ผตง. มาตรา 85 

        ในกรณีผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีข้อบกพร่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  มติ ครม.  หรือแบบแผนปฏิบัติของทางราชการให้ผู้ว่าการมีหนังสือแจ้งข้อบกพร่องพร้อมทั้งข้อเสนอแนะให้ผู้รับตรวจทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขและควบคุมหรือกำกับมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก  แต่ผู้ว่าการต้องรับฟังคำชี้แจงและเหตุผลหรือความจำเป็นของหน่วยรับตรวจประกอบด้วย

        ในกรณีตามวรรคหนึ่ง  ถ้าก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ  ให้ผู้ว่าการแจ้งให้ผู้รับตรวจพิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจหรือดำเนินการทางวินัย  แล้วแต่กรณีและผู้รับตรวจดำเนินการเป็นประการใดแล้วให้แจ้งให้ผู้ว่าการทราบ

        ในกรณีที่ผลการตรวจสอบประกอบกับคำชี้แจงของหน่วยรับตรวจปรากฏว่ากฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  มติ ครม.  หรือแบบแผนปฏิบัติของทางราชการใดไม่เหมาะสมกับสถานการณ์  หรือการปฏิบัติตามจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือประชาชนให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าการที่จะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  มติ ครม. หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการให้เหมาะสมต่อไป ในกรณีเช่นนั้น  การดำเนินการของหน่วยรับตรวจที่บกพร่องให้เป็นอันพับไป เว้นแต่เป็นการทุจริต

         มาตรา 86  ในกรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่าหน่วยรับตรวจจัดเก็บรายได้หรือผลตอบแทนไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือสัญญาให้ผู้ว่าการมีหนังสือแจ้งข้อบกพร่องพร้อมข้อเสนอแนะไปยังหน่วยรับตรวจเพื่อดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อเสนอแนะไปยังหน่วยรับตรวจเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือสัญญาและให้หน่วยรับตรวจชี้แจงเหตุผลการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการกำหนด

        ในกรณีที่ผู้ว่าการไม่เห็นด้วยกับการชี้แจงเหตุผลของหน่วยรับตรวจ  หรือเห็นว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามข้อเสนอแนะหรือไม่ดำเนินการโดยมีเหตุอันสมควร ให้ผู้ว่าการแจ้ง รมต. เจ้าสังกัด  หรือ รมต.ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่กำหนดหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับตรวจ  หรือ รมต.ผู้รักษาการตามกฎหมาย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

        ในกรณีที่ผู้ว่าการมีหลักฐานอันเชื่อว่าหน่วยรับตรวจมีข้อบกพร่องในการจัดเก็บภาษีอากร  ค่าธรรมเนียม  หรือรายได้อื่นใด  ผู้ว่าการมีอำนาจขอให้หน่วยรับตรวจเปิดเผยข้อมูลโดยรวมที่ได้มาจากผู้เสียภาษีอากร  ผู้ชำระค่าธรรมเนียม  หรือรายได้อื่นใดโดยต้องระบุหลักฐานให้หน่วยรับตรวจทราบตามสมควร  และให้ถือว่าการที่หน่วยรับตรวจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าการเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

        อำนาจในการขอให้หน่วยรับตรวจเปิดเผยข้อมูลตามวรรคสาม  ถ้าเป็นกรณีเกี่ยวกับภาษีอากรประเมิน ผู้ว่าการจะมอบหมายให้รองผู้ว่าการกระทำแทนก็ได้ แต่จะมอบให้เจ้าหน้าที่อื่นมิได้ในการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีอากรประเมินตามวรรคสามต้องไม่มีลักษณะเข้าไปใช้อ านาจประเมินแทนหน่วยรับตรวจ  หรือเป็นการวินิจฉัยการประเมินของผู้มีอำนาจประเมิน

         มาตรา 87  ในกรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่าหน่วยรับตรวจที่มีหน้าที่และอำนาจบริหาร  จัดการ  ดูแลรักษา  และทรัพย์สินของแผ่นดิน  ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย  ให้ผู้ว่าการมีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยรับตรวจพร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องโดยให้หน่วยรับตรวจชี้แจงเหตุผลหรือแจ้งผลดำเนินการภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการกำหนดในกรณีที่หน่วยรับตรวจไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลสมควร  ให้ผู้ว่าการแจ้ง รมต.เจ้าสังกัดหรือ รมต.ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่กำกับหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับตรวจ  หรือ รมต.ผู้รักษาการตามกฎหมายให้มีหน้าที่กำกับหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับตรวจ  หรือ รมต. ผู้รักษาการตามกฎหมาย  เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป  หรือในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าการมีอำนาจดำเนินอย่างใดต่อไป  ก็ให้ผู้ว่าการดำเนินการไปตามนั้น

อำนาจของผู้ว่าฯ หรือ เจ้าหน้าที่ที่ผู้ว่าฯการมอบหมายตามมาตรา 93

ให้ผู้ว่าการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมีอำนาจตรวจสอบเงินและทรัพย์สินอื่น บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานในการใช้จ่ายและหลักฐานอื่นที่อยู่ในควำมรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ และให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย

1. เรียกผู้รับตรวจหรือเรียกเจ้าหน้าที่หน่วยรับตรวจ

เพื่อสอบสวน หรือสั่งให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสารหลักฐานที่จัดทำขึ้นหรือมีไว้ในครอบครอง

2.อายัด เงิน ทรัพย์สิน บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือ หลักฐานอื่น ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ

3.เรียกบุคคลใดๆ

เพื่อมาให้การเป็นพยาน หรือให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับหน่วยรับตรวจ

4. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ

อำนาจของผู้ว่าฯ หรือ เจ้าหน้าที่ที่ผู้ว่าฯการมอบหมายตามมาตรา 93

ให้ผู้ว่าการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมีอำนาจตรวจสอบเงินและทรัพย์สินอื่น บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานในการใช้จ่ายและหลักฐานอื่นที่อยู่ในควำมรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ และให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย

1. เรียกผู้รับตรวจหรือเรียกเจ้าหน้าที่หน่วยรับตรวจ

เพื่อสอบสวน หรือสั่งให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสารหลักฐานที่จัดทำขึ้นหรือมีไว้ในครอบครอง

2. อายัด เงิน ทรัพย์สิน บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือ หลักฐานอื่น ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ

3. เรียกบุคคลใด ๆ

เพื่อมาให้การเป็นพยาน หรือให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับหน่วยรับตรวจ

4. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ

  • ในเวลาทำการ
  • ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจสอบค้น ยึด หรืออายัด บัญชี ทะเบียน  เอกสาร หรือหลักฐานอื่นหรืออายัดเงิน หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกี่ยวกับหน่วยรับตรวจเท่าที่จำเป็น

โทษปรับทางปกครองของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

วินัยการเงินการคลัง

         มาตรา 95 ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐหากข้อบกพร่องที่ตรวจพบไม่มีลักษณะเป็นการทุจริต  และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ  ผู้ว่าการจะแจ้งให้ผู้รับตรวจทราบเพื่อกำกับดูแลมิให้เกิดข้อบกพร่องอีกก็ได้

        ในกรณีที่ข้อบกพร่องที่ตรวจพบมีลักษณะเป็นการทุจริต  ให้ผู้ว่าการส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป  และให้นำความในมาตรา 88 วรรคสอง  มาใช้บังคับโดยอนุโลม

        ในกรณีข้อบกพร่องที่ตรวจพบมีลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจหรือมีลักษณะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐให้ผู้ว่าการแจ้งให้ผู้รับตรวจพิจารณาดำเนินการเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่อรัฐหรือหน่วยรับตรวจต่อไปหรือดำเนินการทางวินัยแล้วแต่กรณีและเมื่อผู้รับตรวจดำเนินการแล้วให้แจ้งให้ผู้ว่าการทราบ

        ในกรณีผู้รับตรวจไม่ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคสามภายในเวลาอันควร  ผู้ว่าการจะแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ได้

         มาตรา 96  ผู้รับตรวจผู้ใดไม่ดำเนินการภายในในเวลาที่ผู้ว่าการกำหนดตามมาตรา  85 วรรคสอง  หรือมาตรา 95 วรรคสี่  โดยไม่มีเหตุอันสมควร  ผู้ว่าการจะเสนอต่อคณะกรรมการให้ลงโทษทางปกครองแก่ผู้รับตรวจผู้นั้นก็ได้

ในการเสนอเพื่อให้ลงโทษตามวรรคหนึ่ง  ให้ผู้ว่าการสรุปข้อเท็จจริง  และพฤติการณ์ที่เป็นเหตุอันควรลงโทษทางปกครองพร้อมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโทษที่สมควรลงด้วย

          มาตรา 97  เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีหน้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามมาตรา 95 วรรคสาม  หรือมาตรา 96 ให้ผู้ว่าการเสนอต่อคณะกรรมการให้ลงโทษทางปกครองแก่ผู้นั้น  โดยให้นำความในมาตรา 96 วรรคสองมาบังคับใช้โดยอนุโลม

         มาตรา 98 โทษทางปกครอง  มีดังต่อไปนี้

         (1)  ภาคทัณฑ์

         (2)  ตำหนิโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

         (3)  ปรับทางปกครอง

3. การกำหนดเงื่อนไขอย่างไรเรียกว่าทุจริตเชิงนโยบาย

3.1 การกำหนดวงเงินมากกว่าความเป็นจริง

3.2 การจัดซื้อหรือจัดจ้างที่ไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้

3.3 การจัดซื้อจัดจ้างเกินความจำเป็น

3.4 การแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆในการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้งไม่มีความรู้ความชำนาญ

3.5 การแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ในการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้งเกินศักยภาพในหน้าที่ปฏิบัติอยู่ ฯลฯ

4. การกำหนดเงื่อนไขอย่างไรไม่ล๊อกสเปก

4.1 การร่างขอบเขตของงาน( Terms of Reference:TOR) อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

  1. ความเป็นมา
  2. วัตถุประสงค์
  3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
  4. แบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ
  5. ระยะเวลาดำเนินการ
  6. ระยะเวลาส่งมอบของหรืองาน
  7. วงเงินในการจัดหา
  8. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ

การกำหนดขอบเขตงาน ยึดหลัก โปร่งใส ตามพรบ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ม.8 (2) “เปิดโอกาสให้มีการแข่งชันราคาอย่างเป็นธรรม” มาตรา 9 การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้าง ให้คำนึงถึงคุณภาพ เทคนิค และวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้น และห้ามมิให้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุให้ใกล้เคียงกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เว้นแต่พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างตามวัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้

5. ทำอย่างไรไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง

กรณีใดเข้าข่ายแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุพ.ศ. 2560 ข้อ 20 การแบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วิธีการซื้อหรือจ้างหรืออำนาจในการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไป จะกระทำมิได้กรณีใดจะเป็นการแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างให้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้นและความคุ้มค่าของทางราชการเป็นสำคัญ

6. การเร่งซื้อเร่งจ้างปลายปีงบประมาณเสียหายอย่างไร

การเร่งซื้อเร่งจ้างปลายปีงบประมาณจะเสียหายอย่างไร

  • ช่วงระยะปลายปีงบประมาณ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. ของทุก ๆ ปี
  • วิธีการซื้อหรือจ้าง มี 3วิธี

1.วิธีประกำศเชิญชวนทั่วไป

         (1) e –market ประมาณ 120 วันทำการ

         (2) bidding ประมาณ 140 วันทำการ

2. วิธีคัดเลือก ประมาณ 100 วันทำการ

3. วิธีเฉพาะเจาะจง ประมาณ 30 วันทำการ

การนับไตรมาสปีงบประมาณ

ไตรมาสที่ 1 หมายถึงช่วงเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมของปีถัดไป

ไตรมาสที่ 2 หมายถึงช่วงเดือนมกราคม ถึง มีนาคม

ไตรมาสที่ 3 หมายถึงช่วงเดือนเมษายน ถึง มิถุนายน

ไตรมาสที่ 4 หมายถึงช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน

7. การกำหนดราคากลางอย่างไรจึงเป็นการไม่ซื้อหรือจ้างแพง(ราคาสูงเกินจริง)

พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 4 “ราคากลาง” หมายความว่า ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริงตามลำ ดับดังต่อไปนี้

(1) ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด

(2) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ

(3) ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด

(4) ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด

(5) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งสุดท้ายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ

(6) ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานนั้นๆ ในกรณีที่มีราคาตาม(1) ให้ใช้ราคาตาม(1) ก่อน ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม(1) แต่มีราคาตาม(2) หรือ(3) ให้ราคาตาม(2) หรือ(3) ก่อนโดยจะใช้ราคาใดตาม(2) หรือ(3)ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม(1) (2) และ (3) ให้ราคาตาม(4) (5) หรือ(6) โดยจะใช้ราคาใดตาม (4) (5) หรือ(6)ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ

8. คณะกรรมการพิจารณาผลอย่างไรไม่เอื้อประโยชน์

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 56 “ในกรณีที่ปรากฏว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอราคารายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงตำมเงื่อนไขในเอกสำรประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียวให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงำนของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้นแต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้คณะกรรมการดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม”

9. ทำสัญญาอย่างไรรัฐไม่เสียประโยชน์

หลัการสัญญาเมื่อลงนามแล้ว แก้ไม่ได้ ยกเว้น จำเป็นโดยไม่ทำให้ทางราชการเสียประโยชน์เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหากจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลา ให้ดำเนินการไปพร้อมกันเป็นอำนาจหัวหน้าส่วนราชการ

10. ตรวจรับพัสดุอย่างไรให้ครบถ้วน ถูกต้อง

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ175 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรือจ้างมีหน้าที่ดังนี้

(1) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน

(2) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้นก็ได้ในกรณีจำ เป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

(3) ให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

(4) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่ 1ฉบับเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบของหน่วยงานของรัฐและรายงานให้หน่วยงานของรัฐทราบในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบและสั่งการ

(5) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับเฉพาะที่จำนวนที่ถูกต้อง โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ(4) และให้รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3วันทำการ นับถัดจากวันตรวจพบแต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์หน่วยงานของรัฐที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(6) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้นและโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันที่ตรวจพบ

(7) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี

11. จุดเสี่ยงการบริหารสัญญาอยู่ขั้นตอนใดบ้าง

  1. หน่วยงานไม่มีแผนความต้องการใช้พัสดุ
  2. กำหนดความต้องการไว้มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  3. กำหนดความต้องการพัสดุที่ไม่จำเป็นหรือจำเป็นน้อย
  4. กำหนดคุณลักษณะหรือแบบรูปรายการไม่ตรงตามที่ต้องการ
  5. ไม่มีการกำหนดจำนวนพัสดุขั้นต่ำที่จำเป็นต้องใช้

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ 2563

หัวข้อบรรยาย “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการฮั้ว) พ.ศ.2542”  และ “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” บรรยายโดย อาจารย์ภูมิวัฒน์ รัตนผล ผู้เชี่ยวชาญด้านการไต่สวนและกฏหมาย

ฮั้ว คืออะไร

ภาษากฎหมาย เรียกว่าการสมยอมการเสนอราคา

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 5 ผู้ใดขอให้เงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์เพื่อจูงใจ
– ให้ร่วมดำเนินการให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา
– ให้เสนอราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่าลักษณะสินค้าบริการหรื่อต่ำกว่าลักษณะสินค้าบริการหรือสิทธิที่จะได้รับ
– ให้ไม่เข้าร่วมเสนอราคา

ทุจริตต่อหน้าที่ในความหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

  • ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือ
  • ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือ
  • ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือ
  • กระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฏหมายอาญาหรือตามกฏหมายอื่น

หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

  • ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  • ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
  • กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว
  • ไต่สวนเพื่อดำเนินคดีในฐานความผิดอื่นที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนดหรือ ที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
  • หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หรือกฎหมายอื่นในการดำเนินการตาม (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการป.ป.ช. จะดำเนินการเอง หรือมอบหมายให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเป็นผู้ดำเนินการก็ได้

หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2543

“การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา” หมายความว่า การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติหรือจากบุคคลที่ให้กันในโอกาสต่าง ๆ โดยปกติตามขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือวัฒนธรรม หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติกันในสังคม

เจ้าหน้าที่ของรัฐจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาได้ ดังต่อไปนี้

  • รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจาก ญาติ ซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป
  • รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติ มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาส ไม่เกินสามพันบาท
  • รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป

ภาพกิจกรรม


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019