บรรณารักษ์กับการออมและการลงทุนในยุคดิจิทัล


เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการสัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 34 หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนรูปห้องสมุด : คิดใหม่ ฟอร์มใหม่ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” The 34th Thailand Library Consortium (TLC) “Library Transformation: Rethink and Reform for a Sustainable Future” โดย สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (อพส.) ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยหัวข้อที่ผู้เขียนนำมาแบ่งปันความรู้ที่ได้รับฟังจากการบรรยายจาก หัวข้อ บรรณารักษ์กับการออมและการลงทุนในยุคดิจิทัล โดย ดร.นารีรัตน์ กิติอาษา ผู้อำนวยการ สำนักหอสมุดและศูนย์การเรียนรู้ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

tlc1

tlc2

บรรยากาศภายในงานสัมมนา
ภาพจาก : สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

การบริหารจัดการเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราทุกคนโดยเฉพาะการออม ถือ​เป็นการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเก็บสะสมไว้สำหรับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น เพื่อไว้ใช้ในอนาคต เผื่อเวลาฉุกเฉิน เพื่อใช้ในสิ่งที่อยากได้หรืออยากทำ การออมส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินต้นต่ำ และได้รับผลตอบแทนไม่สูงนักเมื่อเทียบกับการลงทุน เช่น การฝากออมทรัพย์
การฝากประจำ การซื้อสลากออมทรัพย์

tlc3

tlc4

การบรรยาย หัวข้อ บรรณารักษ์กับการออมและการลงทุนในยุคดิจิทัล
ดย ดร.นารีรัตน์ กิติอาษา ผู้อำนวยการ สำนักหอสมุดและศูนย์การเรียนรู้ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

ในการออมเงิน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ทำให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเงินของตนเอง จะแสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้แล้วไม่กระทบกับชีวิต มีการวางแผนทางการเงินและการลงทุน กำหนดเป้าหมายและระยะเวลาในการออมเงินไปเพื่ออะไร มีการแบ่งเงินเป็นหมวดหมู่เพื่อดูแลง่าย เช่น หมวดค่าใช้จ่ายประจำ หมวดค่าใช้จ่ายรายปี หมวดค่าเดินทางท่องเที่ยว หมวดการลงทุนเพื่อเกษียณสุข รวมไปถึงหมวดเงินสำรองยามฉุกเฉิน

การเก็บเงินสำรองยามฉุกเฉินควรเริ่มเก็บจากการคำนวณค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ค่าใช้จ่ายรายปีที่มีผลกับชีวิต ควรมีเงินสำรองไว้นาน 3-6 เดือน และเก็บไว้ในที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด ในการเก็บเงินเกษียณในยามชราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือนและค่าใช้จ่ายรายปี มีการกำหนดระยะเวลาการมีชีวิต เหลือเวลาเก็บเงินกี่ปี มีการวางแผนการออมและการลงทุนเพื่อให้เงินพอใช้ยามเกษียณ และมีการทำประกันเพื่อกระจายความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น การทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันคุ้มครองโรคร้าย ประกันสะสมทรัพย์ ประกันแบบบำนาญ และการทำประกันควบการลงทุน

ในปัจจุบันมีการลงทุนมีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำ กองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ในการลงทุนประเภทต่าง ๆ ล้วนมีความเสี่ยงหากการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง ย่อมมีความเสี่ยงสูง ดังคำกล่าวที่ว่า “High Risk High Return” จึงต้องมีแผนการเงิน ได้แก่

  • แผนการใช้จ่าย : บันทึกค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ
  • แผนการออมและการลงทุน : ทำควบคู่ไปกับแผนการใช้จ่าย
  • แผนภาษี : ช่วยให้เสียภาษีได้ถูกต้อง
  • แผนการเกษียณ : แผนการเงินระยะยาวที่ควรตั้งแต่เริ่มทำงาน
  • แผนการจัดการมรดก : เพื่อความมั่งคั่งที่มีเป็นไปอย่างต้องการ

ในการออมและการลงทุนจะต้องเข้าใจตัวเองและมีความเข้าใจในการเงินและการลงทุน มีการตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการวางแผนการเงิน การมีทัศนคติที่ดีต่อการออมและการลงทุน สิ่งสำคัญก่อนการลงทุนคือการมีวินัยทางการเงินจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ และการเริ่มลงมือทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการออมเงิน

Link การบรรยาย หัวข้อ ” บรรณารักษ์กับการออมและการลงทุนในยุคดิจิทัล”

Link กำหนดการ การบรรยาย และเอกสารประกอบการบรรยาย http://tlc.uni.net.th/tlc34/program.html


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019