รอยยิ้มจากการอบรมภาษาอังกฤษ


การเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยทั่วไป หลายท่านอาจเข้าใจว่า ผู้เข้าเรียนจะต้องมานั่งท่องคำศัพท์ (Vocabularies) นั่งทวนไวยากรณ์ (Grammar) เปิดตำราเล่มหนา ๆ อ่านจนหัวหมุน แต่การเรียนภาษาอังกฤษสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ผู้เขียนจะมาบอกเล่าประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษ รูปแบบใหม่ ๆ ที่สร้างรอยยิ้ม ให้ทุกท่านให้อ่านกัน

ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย รุ่นที่ 3 จัดโดยโดยกองวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีการเรียนการสอนทุกวันพุธ เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ อาคารสาธารณสุขวิศิษฏ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เทคนิค และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน

Tell me about yourself!

บทเรียนแรก ๆ ของการอบรมครั้งนี้คือการใช้ประโยค และคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน (English Daily life) ผ่านการพูดคุยและสนทนา โดยมีการจัดกลุ่มและแนะนำตัวสั้น ๆ  (Introductions and small talk) ซึ่งในการอบรมทุก ๆ ครั้ง อาจารย์ผู้สอนมักจะเริ่มบทเรียนด้วยจากถามความเป็นอยู่ ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างสุดสัปดาห์ของผู้เรียน โดยแต่ละคนต้องผลัดกันพูดเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ทุกคนฟัง เช่น บางคนไปเที่ยวต่างประเทศในช่วงวันหยุด ก็จะออกมาเล่าว่าไปเจออะไรมาบ้าง เป็นการเปิดโลกให้กับคนอื่น ๆ อีกทางหนึ่ง

นอกจากการถามเรื่องทั่ว ๆ ไปแล้ว การผลัดเปลี่ยนหัวข้อของการพูดก็จะท้าทายมากขึ้น เช่น ให้ผู้เข้าอบรมพูดในหัวข้อ “What is your dream travel destination? And why? และ “What was your craziest or most unusual life experience? ซึ่งเป็นการบอกเล่าความใฝ่ฝันในอนาคต และเรื่องราวของตนเองในอดีตให้เพื่อนร่วมโครงการได้รับฟัง เป็นการละลายพฤติกรรมและสร้างบรรยากาศที่น่าเรียน บางสัปดาห์คำถามแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน เราจะได้ฟังคำถามยาก ๆ และคำตอบที่น่าเหลือเชื่อจากผู้เข้าร่วมอบรมหลาย ๆ ท่าน อย่างตัวผู้เขียนได้คำถามว่า Other than money, what keeps you at your current job? จะตอบอย่างไรดีนะ ><?

นอกจากนี้แล้วในสัปดาห์ที่ 11 (15 พฤศจิกายน 2562) ซึ่งเป็นวันปิดโครงการฯ มีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และเล่นเกมโดยจะมีครูชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรม ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกกลุ่มทุกคนได้พูดคุยกับเจ้าของภาษา ได้ซักถามประวัติ โดยให้ได้ข้อมูลที่ลึกที่สุด จากนั้นก็ผลัดกันมาเล่าประวัติของแต่ละคนให้ผู้อื่นฟัง กิจกรรมตรงนี้ได้ประโยชน์คือ ได้ฝึกการตั้งคำถาม ฝึกการนำเสนอข้อมูล กับเจ้าของภาษาจริง ๆ และฝึกความสามัคคีกันภายในกลุ่มอีกด้วย

ถ่ายทอดเรื่องราวและแชร์ความรู้

การเข้าเรียนหลาย ๆ ครั้งของการอบรมนี้ ผู้เรียนมักได้รับโจทย์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีความท้าทายมากน้อยต่างกันไปในแต่ละสัปดาห์ โดยเมื่อได้รับโจทย์หัวข้อหลักแล้ว แต่ละกลุ่มจะมีการแบ่งหัวข้อย่อยเพื่อออกมานำเสนอหน้าห้องเรียน พร้อมคิดรูปแบบการนำเสนอรูปแบบต่าง ๆ เช่น สัปดาห์ที่ 3 ของการอบรม (18 กันยายน 2562) ทางกลุ่มได้รับโจทย์ให้นำเสนอเกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มของผู้เขียนเลือกนำเสนอ Bangkok Metropolitan Region: Tour 3 Days 2 Nights นำทัวร์รอบกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งสถานที่ส่วนใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ พื้นที่ศาลายา กิจกรรมนี้จะได้ฝึกคิดโครงการและได้นำเสนอหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย

หรืออย่างสัปดาห์ที่ 7 (16 ตุลาคม 2562) ผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละกลุ่มได้รับโจทย์ให้เขียนเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจหรือโครงการต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งบอกสิ่งที่ชอบ และออกมานำเสนอ ซึ่งกลุ่มเราเลือก บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านมาบอกเล่า และร้องเพลงให้กลุ่มอื่น ๆ ได้ฟัง เนื่องจากเพลงพระราชนิพนธ์นี้ เป็นโครงการที่เกิดจากพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านที่ทรงรักในเสียงของดนตรี อีกทั้งเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกับกลุ่มใด ๆ มาก่อน

My Idol & I am a Social Influencer !

หลายครั้งที่อาจารย์ผู้สอนมักมีโจทย์น่ารัก ๆ ให้ผู้เรียนได้ลองอัดคลิปของตนเองที่พูดในหัวข้อต่าง ๆ แล้วส่งลงไลน์กลุ่ม เพื่อแชร์ให้เพื่อน ๆ ในห้องเรียนได้ดูกัน แต่ละคนก็จะงัดเอาความสามารถ ความตลก ความสนุกสนานสอดแทรกไปในคลิปของตนเอง เช่น การให้อัดคลิปในหัวข้อ “ถ้าฉันเป็น Net Idol จะทำอะไรให้คนอื่นดู” อัดคลิป “พูดถึงของรักของหวงของตนเอง” อัดคลิปสัมภาษณ์เพื่อนร่วมห้องเรียนในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมส่วนนี้ทั้งความสนุก และได้เห็นมุมมอง ตลอดจนทัศนคติของผู้เข้าร่วมโครงการคนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี รู้ว่าเขาคิดอย่างไร เขาชอบอะไร เขามีแรงบันดาลใจอย่างไร เป็นต้น

นอกจากการเปลี่ยนตนเองให้เป็นผู้มีอิทธิพลในโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว (Social Influencer) ก็ยังมีการเรียนผ่านบุคคลต้นแบบ (My Idol) ซึ่งการเรียนผ่านบุคคลต้นแบบนี้ ผู้เรียนจะต้องยกตัวอย่างบุคคลที่คิดว่าเป็นแรงบันดาลใจ เป็นบุคคลต้นแบบของตนเอง (My Idol)  ออกมานำเสนอหน้าห้องเรียน โดยบอกเรื่องราวของคนที่เป็นต้นแบบว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกับตนอย่างไร ทำไมถึงเลือกคนนี้ โดยผู้เขียนมี Idol คือ Fa Mulan จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นของ Disney

กิจกรรมนี้ ผู้เขียนมองว่า ผู้เรียนมีแรงบันดาลใจและอยากพูดเกี่ยวกับ Idol ของตนเอง อยากพูด อยากนำเสนอ อยากให้ผู้คนอื่นได้ซึมซับและได้รู้ว่า “คน คนนี้ คือต้นแบบ ของฉัน” โดยผู้เรียนหลายคนเลือกพ่อ แม่ นักกีฬา หรือดาราผู้มีชื่อเสียงหลาย ๆ ท่านออกมานำเสนอเพื่อจุดประกายให้กับผู้อื่น

STEVE JOBS: Stanford Commencement

นอกจากนี้ทางผู้สอนยังได้เอาสุนทรพจน์ของ Steve Jobs ที่พูดในงานรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด  (STEVE JOBS: Stanford Commencement) ออกมายกตัวอย่างให้ผู้เรียนได้ฝึกการฟัง (Listening) และฝึกการจับประเด็นของสิ่งที่เขาพูด (Summarized) และร่วมปรึกษาหารือกันภายในกลุ่ม (Brainstorming) ออกมาแบ่งปันให้ผู้เข้าร่วมการอบรมในห้องได้ฟัง โดยแต่ละกลุ่มต้องนำเสนอว่า Steve Jobs พูดเกี่ยวกับอะไร สอนอะไรเราบ้าง เราสามารถจะเอาสิ่งที่เขาพูดมาประยุกต์ใช้กับตัวเราเองได้อย่างไร ซึ่งกิจกรรมตรงนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ให้กับผู้ร่วมโครงการ และสอนให้รู้จักการวางเรื่องราว Story ที่ต้องการจะสื่อสารให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจมากขึ้น

บทบาทสมมุติและนันนทนาการ

สำหรับการนำเสนอในห้องเรียนนอกจากอาศัย Team Work ที่ดีแล้ว ยังจำเป็นต้องใช้เทคนิค รูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันไป โดยรูปแบบที่นิยมทำกันมากในห้องคือ การแสดงบทบาทสมมุติ (Role Play) อย่างเช่นสัปดาห์ที่ 7 (16 ตุลาคม 2562) ผู้เรียนจะต้องทำแสดงบทบาทสมมุติ เป็นผู้มีชื่อเสียง (Celebrities) และนักข่าว ผู้สัมภาษณ์ (Interviewer) โดยมีการจำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์ ผ่านคำถามต่าง ๆ ที่ต้องคิดแบบสด ๆ (Impromptu) ซึ่งกลุ่มของเราแสดงบทบาทสมมุติเป็น พี่ตูน Body Slam กับแฟนสาว พี่ก้อย รัชวิน และแสดงเป็นนักร้องสาว Duo นิว จิ๋วซึ่งกิจกรรมได้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งยังเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ผ่าน Role Play ในการแสดงให้ผู้ชมได้ทราบถึงสิ่งที่เราจะสื่อ

และสัปดาห์ที่ 9 (6 พฤศจิกายน 2562) แต่ละกลุ่มต้องเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวันลอยกระทง ได้แก่ ประวัติ เพลง การละเล่น/การแสดง และคำศัพท์เกี่ยวข้องกับวันลอยกระทง ซึ่งกลุ่มของผู้เขียนได้หัวข้อ การละเล่น/การแสดง เราจึงเลือกการประกวดนางนพมาศ และเกมเก้าอี้ดนตรี (Musical chair) มานำเสนอ โดยมีการเดินโชว์ตัวของสมาชิกในกลุ่มในฐานะผู้เข้าประกวดนางนพมาศ และเชิญชวนทุกคนมาร่วมเล่นเกม สร้างเสียงหัวเราะ และความสนุกในห้องเรียนได้ไม่น้อย กิจกรรมนี้นอกจากจะสร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่เรื่องราวประวัติความเป็นมาของวัฒนธรรมไทยที่ดีงามผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติและนันทนาการอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมที่เรียกเสียงฮือฮา และรอยยิ้มได้มากที่สุดก็คงเป็น กิจกรรมในวันปิดโครงการ สัปดาห์ที่ 11 (15 พฤศจิกายน 2562) ซึ่งมีกิจกรรมนันทนาการแสดงวัฒนธรรมของคนไทย โดยแบ่งกลุ่มการแสดงเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Beginning แสดงดนตรีสดและรำประกอบเพลงลาวดวงเดือน และกลุ่ม Intermediate แสดงในชุด รำสี่ภาค : ประกอบด้วย รำกลองยาวของภาคกลาง รำตารีกีปัสของภาคใต้ เซิ้งของภาคอีสาน และการแสดงของกลุ่มผู้เขียน (กลุ่มย่อย) คือ ฟ้อนขันดอกของภาคเหนือ ซึ่งหลัง การแสดงมีการสัมภาษณ์ถึงเรื่องราว ประวัติของการแสดง และมีการสอนให้อาจารย์ชาวต่าง ๆ ได้ลองฝึกรำด้วย  และปิดท้ายด้วยกิจกรรมในช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม Walk Rally เข้าฐานต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป สร้างเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมได้อย่างมาก

การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในรูปแบบนี้ แม้ผู้เรียนเคยเจอมาบ้างตอนช่วงเรียนในมหาวิทยาลัย แต่สำหรับเพื่อนร่วมกิจกรรมหลายท่าน นับว่าเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน เพราะรูปแบบของการสอน เป็นรูปแบบที่นอกเหนือจากสิ่งที่เคยเจอมาจากตำรา ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุก เกิดความสนใจที่จะเรียนรู้ และต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเองให้ดีขึ้นต่อไป

โครงการอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย รุ่นที่ 3 ครั้งนี้ ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ที่ให้โอกาสผู้เขียนได้เข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ และต้องขอขอบคุณสมาชิกกลุ่มคลาส Intermediate ทุกท่านสำหรับมิตรภาพที่แสนน่ารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่ทิพย์ จาก สำนักงานสภามหาวิทยาลัย พี่กบ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พี่จ๋า จากวิทยาลัยราชสุดา พี่อ้อ จากสถาบันโภชนาการ และดรีม จากกองกิจการนักศึกษา สมาชิกกลุ่ม Sailor Moon (กลุ่มย่อยในห้องเรียนของผู้เขียน) ที่คอยช่วยเหลือและเอื้อเฟ้อกันมาโดยตลอดการอบรม นอกจากความรู้ ความสนุก เทคนิควิธีการใช้ภาษาอังกฤษในรูปแบบต่าง ๆ จากอาจารย์ที่มีความสามารถแล้ว ยังได้ความประทับใจจากเพื่อนร่วมคลาสเรียน และมิตรภาพดี ๆ ได้รอยยิ้มที่น่าจดจำกลับไปอีกด้วย

ภาพจาก https://www.facebook.com/tutorporenglish/


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019