แวะชมศิลปะมีชีวิตกับนิทรรศการ Van Gogh: Life and Art


“What would life be if we had no courage to attempt anything?”

― Vincent Willem van Gogh

ชีวิตจะเป็นเช่นไร หากเราไม่มีความกล้าที่จะพยายามอะไรเลย

 

นั่นสินะ ชีวิตจะเป็นอย่างไรกันแน่ หากเราไม่มีความกล้าลองทำในสิ่งต่าง ๆ เลย คำพูดสร้างแรงบันดาลจากแวน โก๊ะ จิตรกรชื่อเสียงก้องโลกผู้โด่งดังที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ซึ่งหากผู้อ่านเป็นคนที่หลงใหลในสุนทรียภาพทางศิลปะ คงไม่มีทางไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน

สำหรับปีที่ผ่านมานี้ MODA – Museum of Digital Art Bangkok ได้นำนิทรรศการมัลติมีเดียชั่วคราวของแวน โก๊ะ ที่จัดแสดงมาแล้วทั่วโลกมาจัดแสดงที่ประเทศไทยเพื่อให้ผู้ชื่นชอบในศิลปะได้แวะเวียนมาเสพย์สุนทรียภาพที่นำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย ณ River City Bangkok ซึ่งเป็นนิทรรศการแนวใหม่ที่สายอาร์ตตัวแม่ไม่ควรพลาด

นิทรรศการ Van Gogh: Life and Art เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการที่ทางผู้เขียนเลือกเข้าไปเยี่ยมชมโครงการศึกษาดูงานแนวทางจัดทำ Gamification Museum ที่ทางฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์จัดขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางการจัดทำพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อมาประยุกต์กับหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหิดลของเรา

สำหรับ ฟินเซนต์ ฟัน โคค (Vincent van Gogh)  หรือที่คนไทยเรียกอย่างคุ้นหูว่า “แวน โก๊ะ” เป็นจิตรกรแนว Post Impressionism ชาวดัตช์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมากว่า 2,100 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่น สวยงาม เร่าร้อน ใช้สีที่สดใส จัดจ้าน เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หาใครเทียบได้

แม้ฟินเซนต์ จะเป็นจิตรกรที่เก่งกาจ แต่บ่อยครั้งที่เขามักถูกมองข้ามในความสามารถ และดูเป็นคนล้มเหลวกับชีวิตเป็นอย่างมากในสายตาของหลาย ๆ คน รวมถึงตัวเขาเอง

ด้วยปัญหาทางจิตใจที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เขาเจ็บป่วยจากภาวะซึมเศร้า จนในที่สุดเข้าได้ปลิดชีวิตตนเองลงด้วยวัยเพียง 37 ปี ทิ้งไว้เพียงผลงานศิลปะที่แสนเศร้าแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามที่ค่อย ๆ มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้

เมื่อเข้ามาในนิทรรศการท่านจะพบกับห้องมืดที่ถูกจัดแต่งแสงไว้สลัว ๆ ตามจุดต่าง ๆ เพื่อดึงความสนใจไปยังผลงานจำลองแต่ละชิ้นของแวน โก๊ะ ภายในโซนแรก ท่านจะเห็นบอร์ดนิทรรศการขนาดใหญ่ นำเสนอเรื่องราวประวัติและลำดับเวลาแต่ละช่วงชีวิตของเขา ไล่เรียงตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต มุมตรงข้ามจะนำเสนอประวัติผลงานชิ้นเอกแต่ละชิ้น รวมถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ชวนให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานใด ๆ ด้านศิลปะเลยพอเข้าใจได้ โดยผลงานของเขาที่ถูกยกมานำเสนอ ได้แก่ The Starry Night, Sunflowers, Bedroom in Arles, Portrait of Dr. Gachet, Wheatfield with Cypresses เป็นต้น

โซนถัดไปจัดแสดงห้องนอนในบ้านสีเหลือง (Yellow House) ของแวน โก๊ะ ที่เขาเคยพักอาศัยอยู่กับพอล โกแก็ง ณ เมืองอาลส์ ซึ่งเป็นห้องที่ผ่านการถอดแบบจากภาพศิลปะที่เขาวาดไว้ โดยใช้สีสันสดใส สวยงาม ซึ่งโซนนี้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปนั่งถ่ายรูปกับห้องนี้ได้ ราวกับว่าตนเองได้อยู่ในส่วนหนึ่งของชิ้นงานศิลปะและส่วนหนึ่งในเรื่องราวชีวิตของแวน โก๊ะก็ว่าได้

โซนสุดท้ายจะเป็นโซนไฮไลท์จัดแสดงภาพฉายในห้องมืด ฉายภาพศิลปะประกอบดนตรีคลาสสิค โดยนำเสนอภาพชิ้นงานต่าง ๆ ของเขากว่า 800 ชิ้นงาน ฉายลอดแล่นไปกับผนังรอบตัว เคลื่อนไหวไปกับจังหวะดนตรีที่แสนไพเราะราวกับมีชีวิต ในโซนนี้ผู้เข้าเยี่ยมชมจะดื่มด่ำกับผลงานศิลปะของแวน โก๊ะได้อย่างเต็มที่ มีมุมและฉากถ่ายรูปสวย ๆ ที่พลาดไม่ได้ ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและชวนประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว

นิทรรศการ Van Gogh: Life and Art เป็นนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งบัดนี้การจัดแสดงในประเทศไทยได้หมดระยะเวลาจัดแสดงลงแล้ว แต่หากท่านไหนสนใจและมีโอกาส อยากเข้าชม สามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ของฟินเซนต์ ฟัน โคค (The Van Gogh Museum) ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) หรือถ้าอยากชมสะดวก ๆ ที่บ้าน ท่านสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ https://www.vangoghmuseum.nl/


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019