เปิดโลกพิพิธภัณฑ์ ไปกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ


องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คืออะไร?

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัด กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2533 มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นส่งเสริมให้สังคมไทย สนใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

อพวช. มีบทบาทหน้าที่เป็น

  • แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning)
  • แหล่งสาระบันเทิง (Edutainment)
  • แหล่งพัฒนาวิชาชีพ (Career Development)
  • แหล่งท่องเที่ยวอย่างมีสาระ (Edu-tourism Attraction)

อพวช. ตั้งอยู่ในบริเวณเทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วย 4 แหล่งเรียนรู้ คือ

  1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
  2. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
  3. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
  4. พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

อาคารที่เป็นจุดสังเกตุของ อพวช. นั่นคืออาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า “ตึกลูกเต๋า” นั่นเอง

 

โดยก่อนจะไปเริ่มต้นชมพิพิธภัณฑ์ ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารและคณะทำงาน ของทาง อพวช. ทำให้ได้ทราบถึงลักษณะและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของทางหน่วยงาน

ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายของ อพวช. คือ ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่มลูกค้าหลักของ อพวช. ก็คือเด็ก ซึ่งทางหน่วยงานเอง ก็ได้มีการจัดกิจกรรม การแข่งขัน และจัดทำสื่อเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กมากมาย อาทิ

กิจกรรม Science Lab เป็นกิจกรรมที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานในห้องแลปจริง ภายใต้คำชี้แนะของบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญ

 

กิจกรรม Science Show เป็นกิจกรรมการแสดงโชว์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เห็นถึงกระบวนการที่แท้จริง ของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันที่อยู่รอบตัวเรา

 

หรือจะเป็นกิจกรรม Walk Rally & Museum Trails Station ก็มีให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุกและเรียนรู้กันด้วย

นอกจากนี้แล้ว ดังที่กล่าวไปว่ากลุ่มเป้าหมายของ อพวช. คือ ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย จึงมีการจัดกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวัยอื่นอีกด้วย อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ

 

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

การเยี่ยมชมของเราเริ่มต้นกันที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุด นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 4 ของ อพวช.

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ได้รับการอนุมัติโครงการในปี พ.ศ. 2550 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ความหลากหลายของระบบนิเวศทั่วโลก เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงเนื้อหาที่จะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในระบบนิเวศให้อยู่ได้อย่างสมดุล มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยอาศัยหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งเป็นสถานที่ที่ปลูกฝังจิตสำนึกรักประเทศชาติและการอยู่ร่วมกันอีกด้วย

 

การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์พระรามเก้ามีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาดกว่า 30,000 ตารางเมตร โดยส่วนที่เป็นนิทรรศการมีพื้นที่กว่า 17,000 ตารางเมตร

ภายในนิทรรศการมีการใช้สื่อจัดแสดงแบบผสม ที่นำเทคโนโลยีผสานกับฉากการจัดแสดงที่มีความสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากจะทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกสนุก มีส่วนร่วม และไม่รู้สึกเบื่อ ส่งผลให้ผู้เข้าชมสามารถซึมซับเนื้อหาที่จัดแสดงได้โดยง่าย และ ยังเป็นการที่ทำให้ผู้เข้าชมบอกเล่าและส่งต่อความประทับใจในการเข้าชมสู่ผู้สนใจอื่นอีกด้วย

 

ในส่วนของเนื้อหาที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์พระรามเก้าแห่งนี้ แบ่งได้เป็น 3 โซน ดังนี้

โซนที่ 1 บ้านของเรา Our Home

บอกเล่าถึงจุดกำเนิดของ บ้านของเรา ตั้งแต่การกำเนิดและพัฒนาการ ของจักรวาล ระบบสุริยะ และโลกของเรา ว่ากว่าจะมาเป็นโลกที่เราสามารถอยู่อาศัยกันได้จนทุกวันนี้ ต้องมีพัฒนาการ ความเป็นมาอย่างไรบ้าง

ในโซนนี้ยังพูดถึงการปรับตัวและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่ เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้น เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว แล้วจึงมีวิวัฒนาการจนเกิดเป็นสัตว์ต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป สัตว์บางชนิด อาทิ ไดโนเสาร์ ก็ได้สูญพันธุ์ไป ในโซนนี้มีอีกหนึ่ง Highlight คือ หุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ ที่สามารถขยับร่างกายได้ โดยใช้เทคโนโลยี sensors เข้ามาช่วยซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ ที่มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้มาก

This slideshow requires JavaScript.

นอกจากสัตว์ต่าง ๆ แล้ว ในโซนนี้ยังพูดถึงวิวัฒนาการของมนุษย์อีกด้วย ตั้งแต่มีการกำเนิดมนุษย์ขึ้นมาครั้งแรก ซึ่งมนุษย์เองนั้นก็มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในด้านการใช้ชีวิตหรือด้านรูปลักษณ์ โดยในโซนนี้มีการจัดแสดงรูปปั้นจำลองของมนุษย์ในยุคต่าง ๆ เอาไว้ด้วย

 

โซนที่ 2 ชีวิตของเรา Our Life

ในโซนนี้นำเสนอเกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ ในภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ต่างกันออกไปด้วย ซึ่งเรียกว่า ชีวนิเวศ (Biome) แบ่งออกได้ดังนี้
ชีวนิเวศขั้วโลกใต้ (Antarctica) มนุษย์ไม่สามารถอยู่อาศัยเป็นการถาวรได้ในบริเวณนี้ เนื่องจากลักษณะพื้นที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร มีลมพายุตลอดปี จะมีเพียงสัตว์บางชนิดเท่านั้นที่สามารถปรับตัวอยู่อาศัยได้ เช่น เพนกวิน

 

 

ชีวนิเวศขั้วโลกเหนือ (Arctic) มนุษย์บางส่วนอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยลักษณะชั่วคราว ทำจากก้อนน้ำแข็ง เรียกว่า อิกลู (Igloo) ลักษณะพื้นที่เป็นแผ่นน้ำแข็งที่หนาวเย็น มีเพียงสัตว์บางชนิดเท่านั้นที่สามารถปรับตัวอยู่อาศัยได้ เช่น นาร์วาฬ หมีขาว เป็นต้น

 

ชีวนิเวศทุนดรา (Tundra) มีมนุษย์อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อากาศมีลักษณะหนาวเย็นตลอดปี ชั้นดินด้านบนจับตัวเป็นน้ำแข็งอย่างถาวร มีเพียงต้นไม้เล็ก ๆ เจริญเติบโตอยู่

 

ชีวนิเวศไทก้า (Taiga) ชีวนิเวศบนบกที่มีพื้นที่มากที่สุดในโลก มีภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงชัดเจนในแต่ละฤดูกาล มีฤดูหนาวยาวนานและฤดูร้อนที่สั้นมาก

 

ชีวนิเวศทะเลทราย (Desert) มีมนุษย์บางชนเผ่าอาศัยอยู่ พื้นที่ปกคลุมด้วยทราย อากาศร้อนและแห้ง สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก อุณหภูมิจะสูงมากในเวลากลางวัน และลดต่ำลงอย่างรวดเร็วในเวลากลางคืน

 

ชีวนิเวศเขตอบอุ่น (Temperate Zone) แบ่งออกป็น 4 ฤดูอย่างชัดเจน ได้แก่ ใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ร่วง และหนาว สิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวได้ตามฤดูกาลต่าง ๆ

 

ชีวนิเวศเขตร้อน (Tropical) มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง

 

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงความสำคัญ คุณสมบัติ วัฏจักร และการจัดการให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพของดินและน้ำ ซึ่งเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและยังมีการพูดถึง ภูมินิเวศประเทศไทย โดยมีการจำลองป่าในประเภทต่าง ๆ ที่มีในประเทศไทยให้ได้รับชมกัน ซึ่งน้ำตกที่มีขนาดใหญ่นี้เป็นหนึ่งใน Highlight ของพิพิธภัณฑ์เลยก็ว่าได้

This slideshow requires JavaScript.

โซนที่ 3 ในหลวงของเรา

ในโซนนี้พูดถึง เรื่องราว พระราชกรณียกิจ และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ คิดถึงหลักเหตุผล วิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก่อให้เกิดโครงการพระราชดำริมากมาย ที่พระราชทานไว้เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรสืบไป

This slideshow requires JavaScript.

นอกจากยังมีห้องสำหรับทำกิจกรรม Maker Space สำหรับเด็กอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าแล้ว ทางทีมงานได้ไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ต่อ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ. ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อพวช. ให้การต้อนรับ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมอบของที่ระลึก

 

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เปิดให้บริการครั้งแรกเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2543 มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการกว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะมีเนื้อหาแตกต่างกันออกไป ดังนี้

ชั้นที่ 1 ส่วนต้อนรับและแนะนำการนำชม

บริเวณนี้เป็นส่วนต้อนรับและจุดนัดพบของผู้มาเยี่ยมชม มีการจัดแสดงถึงประวัติความเป็นมา และแบบจำลองของอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จัดแสดงนิทรรศการประวัตินักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก นิทรรศการไฟฟ้าไทย และห้องนิทรรศการหมุนเวียนจำนวน 2 ห้อง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่กิจกรรมเสริมการศึกษา มีห้อง Science Theatre สำหรับกิจกรรม Theatre Show ห้อง Maker Space สำหรับกิจกรรม Enjoy Maker Space @Science Museum และโรงภาพยนตร์แบบโดม นอกจากนั้นยังมี ร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย

This slideshow requires JavaScript.

 

 

ชั้นที่ 2 ประวัติและความเป็นมาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จัดแสดงถึงพัฒนาการของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แนวคิดและวิธีคิดของนักวิทยาศาสตร์และนักคิดที่มีชื่อเสียงระดับโลกในแต่ละยุคสมัย ตลอดจนแสดงถึงผลกระทบของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติด้วย

 

ชั้นที่ 3 วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและพลังงาน

มีวัตถุจัดแสดงที่ช่วยให้เห็นภาพและเข้าใจถึงหลักการของวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้าน ฟิสิกส์ เคมี หรือคณิตศาสตร์ รวมถึงด้านพลังงาน เช่น แม่เหล็ก ไฟฟ้า หรือความร้อน อีกด้วย

 

ชั้นที่ 4 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย

อธิบายถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ โครงสร้างและสิ่งปลูกสร้างภายในประเทศไทย การศึกษาโครงสร้างและทรัพยากรโดยใช้ดาวเทียม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับการเกษตร

 

 

ชั้นที่ 5 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน

อธิบายเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย และการดูแลรักษาให้มีสุขภาพดี แข็งแรงอยู่เสมอ ยังมีการพูดถึงสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ที่เราสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินชีวิตได้ เช่น ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ และวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ เป็นต้น

อธิบายเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย และการดูแลรักษาให้มีสุขภาพดี แข็งแรงอยู่เสมอ ยังมีการพูดถึงสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ที่เราสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินชีวิตได้ เช่น ระบบอัตโนมัติต่างๆ และวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ เป็นต้น

 

ชั้น 6 เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย

นำเสนอวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และภูมิปัญญาของไทย ผ่านเครื่องมือเครื่องใช้และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากภูมิปัญญาของคนไทย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผสานธรรมชาติ เข้ากับวิถีชีวิต และภูมิปัญญาได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้อีกด้วย

 

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

 

เมื่อเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แล้ว ทางทีมงานจึงได้ไปเยี่ยมชมต่อที่ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวพิพิธภัณฑ์มีขนาดกว่า 9,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 2 ชั้น มีหัวข้อการจัดแสดงแบ่งได้ ดังนี้

โซนที่ 1 การสื่อสารยุคก่อนประวัติศาสตร์

 

ในโซนนี้พูดถึงการสื่อสารของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ภาษากาย ภาษาพูด จากนั้นจึงเริ่มมีการพัฒนาตัวเขียนและการจดบันทึก การผลิตกระดาษและเทคโนโลยีการพิมพ์

และยังรวมถึงวิวัฒนาการการส่งข้อมูล โดยจะขึ้นอยู่กับระยะทาง เช่น ถ้าระยะทางไกลอาจส่งโดยใช้คนส่งสารหรือนกพิราบ ถ้าอยู่ในระยะการมองเห็นอาจใช้สัญญาณควัน เป็นต้น จนกระทั่งได้มีการคิดค้นการส่งข้อมูลระยะไกลด้วยกระแสไฟฟ้า คือ รหัสมอร์ส ซึ่งเป็นจุดกำเนิดการส่งสารทางไกลที่เรียกว่าโทรเลขนั่นเอง อีกทั้งยังมีการอธิบายถึงเทคโนโลยีวิทยุกระจายเสียงอีกด้วย

โซนที่ 2 การสื่อสารยุคอิเล็กทรอนิกส์

 

ในโซนนี้มีการอธิบายถึงวิธีการ และเทคโนโลยี ของการสื่อสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งแบบมีสายและไร้สาย เช่น โทรศัพท์และชุมสาย โทรสาร ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น

และยังมีการจำลองห้องผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อให้เข้าใจได้ถึงกระบวนการการผลิตและเผยแพร่สื่อวิทยุโทรทัศน์

โซนที่ 3 การคำนวณ

ในโซนนี้อธิบายถึงความหลากหลายทางอารยธรรมของการนับและคำนวณ ซึ่งทำให้เกิดวิวัฒนาการของเครื่องมือใช้ในการคิดคำนวณต่าง ๆ ขึ้นมา และสุดท้ายจึงวิวัฒนาการไปจนเป็นเครื่องคำนวณที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ เครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยได้มีการอธิบายถึง เลขฐานสอง ซึ่งเปรียบเสมือนภาษาของคอมพิวเตอร์ในการทำงาน

โซนที่ 4 คอมพิวเตอร์

ในโซนนี้พูดถึงพัฒนาการของคอมพิวเตอร์ ว่าในแต่ละยุคมีการพัฒนาไปใช้เทคโนโลยีใดบ้าง อาทิ หลอดสุญญากาศ แผงวงจร เป็นต้น และยังมีการพูดถึงหลักการทำงานและสถาปัตยกรรมของเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบต่าง ๆ รวมทั้งอธิบายถึงหน้าที่และความสำคัญของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ด้วย

 

 

โซนที่ 5 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

ในโซนนี้จะพูดถึงการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิต หรือแม้กระทั้งรักษาชีวิตของมนุษย์ไว้ เช่น เทคโนโลยี VR หรือการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

นิทรรศการ Digital City ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรูปแบบเมืองในอนาคต ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศกันตลอดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมี LEGO Education Innovation Studio แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อให้เกิดกระบวนการการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำ พร้อมทั้งยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสร้างนวัตกรรมในอนาคตอีกด้วย

 

 

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ทางทีมงานได้ตระหนักว่าการทำพิพิธภัณฑ์นั้น ควรจะให้ผู้ชมมีความสนุก อยากมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ โดยจะต้องจัดกิจกรรมให้ถูกกับกลุ่มเป้าหมาย ในการนี้ทางทีมงานจะนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ไปพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นที่สถานที่จริง Virtual Tour หรือร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับทาง อพวช. สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ nsm.or.th

 

ภาพ

  • พิชย ณ สงขลา
  • องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

 

 


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019