สำนักพิมพ์ Wiley กับนโยบายการเปิดเสรี (Open Access)


วันที่  5-6 กันยายน 2562  ผู้เขียนได้รับเชิญไปร่วมการประชุม Wiley APAC Library Advisory Board (LAB) Meeting 2019 ที่สำนักงาน Wiley Singapore (Floor 7  Fusionopolis Walk, Solaris, South Tower) โดยมีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 15 คน จาก NTU, NUS, SMU ประเทศสิงคโปร์ HKUST ฮ่องกง NCTU ไต้หวัน Keio U ญี่ปุ่น U Tasmania และ Western Australia ออสเตรเลีย ITT อินเดีย Ateneo de Manila ฟิลิปปินส์ U Brawijaya อินโดนีเชีย และ Mahidol U ประเทศไทย  โดยมี  Janette Burke ผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัย Tasmania  ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ LAB

การประชุมมีลักษณะเป็นการระดมความคิดเห็นแบบ round table discussion ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ Vision and Plan with Open Access in your country, Digital Literacy & Current issues in your library เป็นต้น ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การที่สำนักพิมพ์ Wiley ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (ก่อตั้งบริษัทในปี 1807) กำลังปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ disruption ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการ Scholarly Communication โดยการ focus ที่ customer need และ turn จาก traditional subscription ไปสู่ open access ดัวยวิสัยทัศน์ใหม่ นั่นคือ  “Lead in Open access by combining agile strategies with respect for different positions”

ข้อคำถามซึ่งเป็นประเด็นในการระดมความคิดเห็น มีดังนี้

Open Access in Your institution and Country

Strategies & Policies

  1. What is the strategic direction towards OA publishing from your institution’s leaders and how engaged are your researchers (both nationally and at your respective institutions)?
  2. To what extent do you think that policies on OA publishing can be aligned across your respective country? What would need to happen for any such alignment?
  3. What other players in the system do you think librarians need to help make any scholarly communications strategy successful ?

Practical role of the library

  1. What role does your library play in the publishing process? What role could the library play, and does this change in a more open access publishing world?
  2. In agreements of the future, rank the following elements of importance:
    1. Access to read all published content (subscription and OA)
    2. Archival rights
    3. Text and data mining rights and services
    4. Gold OA publishing services
    5. Early version article deposit services
  3. What do you think are the supporting features your library requires in order to continue to deliver a valuable service to scholarly researchers?

ที่ประชุมอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถึงสถานการณ์ Open Access ของแต่ละมหาวิทยาลัย ข้อดีและข้อเสียของ Open Access และบทบาทของห้องสมุดในการสนับสนุน Open Access ทั้งนี้ สำนักพิมพ์ Wiley มีนโยบายและแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Full Gold OA โดยเป็นสำนักพิมพ์แรกที่ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและวิจัยของประเทศเยอรมนี ตามโครงการ Projekt DEAL เพื่อสนับสนุน Plan S และ OA2020 Initiatives  เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 (ตามมาด้วยสำนักพิมพ์ SpringerNature เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562) อย่างไรก็ตาม Projekt DEAL ยังคงไม่สามารถเจรจากับสำนักพิมพ์  Elsevier ได้สำเร็จ ขณะนี้สถาบันการศึกษาและวิจัยต่าง ๆ ในประเทศเยอรมนี ทะยอยยกเลิกการบอกรับวารสารของสำนักพิมพ์ Elsevier นักวิจัยที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ร่วมลงนามสนับสนุนการ boycott ดังกล่าว และยกเลิกการส่งผลงานวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารเหล่านั้นด้วยเช่นกัน นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในวงการสำนักพิมพ์ระดับโลกเลยทีเดียว

กรณีศึกษาประเทศเยอรมนี นับเป็นตัวอย่างที่ดี ของการมี Open Access Policy นโยบายการบริหารจัดการข้อมูลวิจัย (Research Data Management: RDM)  และแผนบริหารจัดการข้อมูลวิจัย  (Data Management Plan: DMP) ทั้งในระดับสถาบันและระดับประเทศ ที่ชัดเจน และสามารถขับเคลื่อนได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ที่ https://www.lepublikateur.de/2019/01/16/pay-to-publish-open-access-deal-wiley-agreement/


Mahidol University Library and Knowledge Center @ 2019